เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 70 หนึ่งต่อหนึ่งร้อย

บทที่ 70 หนึ่งต่อหนึ่งร้อย

บทที่ 70 หนึ่งต่อหนึ่งร้อย


บทที่ 70

หนึ่งต่อหนึ่งร้อย

ป่าร้อยอสูรนั้นมีขนาดใหญ่มาก มันตั้งอยู่ระหว่างเทือกเขาและทอดตัวลึกเข้าไปในภูเขา

การเดินป่าข้ามป่าจะใช้เวลาอย่างน้อย 3 วัน ออกเดินทางตั้งแต่รุ่งเช้าตอนนี้เป็นเวลาเที่ยงแล้ว

หลี่ฟู่เฉินไม่รีบ แต่กลับกันเขาพักผ่อนและเคี้ยวอาหาร

ไม่มีใครสามารถวิ่งได้เป็นเวลา 3 วันโดยไม่ต้องนอนหรือพักผ่อน ดังนั้นเมื่อถึงเวลาพักผ่อน มันจึงเป็นการดีที่สุดสำหรับการพักผ่อนตัวเอง และปล่อยให้สภาพร่างกายคงอยู่ในระดับสูงสุดไว้

หลี่ฟู่เฉินพักอยู่หนึ่งชั่วโมงตามเส้นทางที่เขามา

หากมีจอมยุทย์ระดับปรมาจารย์ ลอยอยู่เหนือผืนป่าร้อยอสูร ปรมาจารย์ผู้นั้นก็จะสามารถใช้ผัสผัสของเขาเพื่อตรวจสอบป่าได้ และก็จะสามารถสังเกตได้ว่าศิษย์ 10,000 คนถูกแยกออกเป็นกลุ่มๆ ประมาณกลุ่มละหนึ่งโหล

กลุ่มแรกคือหยูเหวินเทียนและคนจากกลุ่มของเขา พวกเขาออกตัวล้าหลังกว่ากลุ่มสอง

เนื่องจากเขาพักผ่อนไปหนึ่งชั่วโมง หลี่ฟู่เฉินจึงอยู่ในกลุ่มที่สิบ

สำหรับกลุ่มที่อยู่นอกเหนือกลุ่มที่สิบ พวกเขาทั้งหมดเป็นศิษย์ที่ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยและมาที่นี่เพื่อเป็นตัวประกอบของตัวเลขแต่เพียงเท่านั้น พวกเขาตระหนักถึงขีดจำกัดของตนเอง และไม่รีบเร่งตัวเองแต่อย่างใด

อีกหนึ่งชั่วโมงต่อมา หลี่ฟู่เฉินก็มาถึงกลุ่มที่เก้า

อีกหนึ่งชั่วโมงต่อมา หลี่ฟู่เฉินก็ตามทันกลุ่มที่แปด

ขณะที่เขากำลังจะตามหากลุ่มที่เจ็ด แก๊งคนกว่าร้อยก็ล้อมรอบหลี่ฟู่เฉิน

ผู้นำของแก๊งนี้ก็คือเจ็ดผู้เชี่ยวชาญของฟางเหล่ยไห่

นี่หมิงกล่าว “หลี่ฟู่เฉิน ข้ารู้ว่าเจ้าแข็งแกร่งที่สุดในหมู่พวกเราทุกคนที่นี่ และเจ้าก็คงจะมอบความพ่ายแพ้ให้แก่ข้าได้ด้วยกระบวนท่าเดียว แต่ด้วยความแข็งแกร่งของคนกว่าร้อย เจ้าจะไม่สามารถผ่านไปได้แม้ว่าเจ้าจะเป็นเทพ!”

หลี่ฟู่เฉินยืนอยู่บนกิ่งไม้ห่างจากพื้นเพียงไม่กี่เมตร สายตามองไปยังพวกเขา “ดูเหมือนว่าพวกเจ้าทุกคนจะยอมแพ้ต่อการแข่งขัน”

“ถูกแล้ว มีเพียง 20 คนเท่านั้น ที่จะผ่านการแข่งขันนี้ไปได้ และแน่นอนว่าพวกเราย่อมไม่ดีพอ” ขุ่ยเที่ยตอบ

หลี่ฟู่เฉินถาม “มีบางอย่างที่ข้าไม่เข้าใจ ฟางเหล่ยไห่ให้ประโยชน์อะไรกับเจ้า เจ้าถึงต้องเสียสละเพื่อเขา”

หลี่ฟู่เฉินเป็นบางคนที่มีความแข็งแกร่งที่แท้จริง การรุกรานเขามันไม่มีความหมายอะไรเลย แต่เมื่อพวกเขารู้แล้วว่าหลี่ฟู่เฉินนั้นน่ากลัวเพียงใด แต่ก็ยังคงยืนกรานว่าจะทำให้เขาขุ่นเคืองให้ได้ มันจะต้องมีเหตุผล

เหม่ยหรุยหลงกล่าว “เจ้าไม่จำเป็นต้องรู้เหตุผล”

ความจริงก็คือพวกเขาติดตามฟางเหล่ยไห่เพื่อผลประโยชน์ในอนาคต

หากคนๆ นึงได้เป็นอัจฉริยะ อย่างน้อยคนๆ นั้นก็ย่อมต้องสามารถบรรลุขอบเขตสวรรค์ได้ การเป็นผู้ใต้บังคับบัญชาของผู้เชี่ยวชาญขอบเขตสวรรค์ จะหมายถึงผลประโยชน์ที่ดีสำหรับทั้งตัวเองและกลุ่มของพวกเขา

สำหรับหลี่ฟู่เฉิน พวกเขารู้สึกว่าการทำให้เขาขุ่นเคืองนับไม่ได้นับเป็นอะไรเลย

หลี่ฟูเฉิน ผู้ซึ่งมีเพียงโครงกระดูกธรรมดาๆ เท่านั้น ขอบเขตมากสุดที่จะไปถึงย่อมมีจำกัด และจะไม่มีวันเหมือนอัจฉริยะ

“หลี่ฟู่เฉิน ข้าแนะนำให้เจ้าพักอยู่ที่นี่ และอย่าบังคับให้พวกเราต้องลงมือ”

“ถูกแล้ว ด้วยความแข็งแกร่งของคนกว่าร้อย ถึงแม้ว่าตัวเจ้าจะทำมาจากเหล็ก เจ้าก็ต้องได้รับบาดเจ็บสาหัส”

“เจ้าเป็นคนฉลาด ดังนั้นเจ้าควรรู้ว่าต้องตัดสินใจอะไร”

ลูกน้องของฟางเหล่ยไห่ตะโกนออกมาอย่างดุร้าย

หลี่ฟู่เฉินหัวเราะเบาๆ “ไม่ว่าหมาป่าจะรวมกันเป็นจำนวนเท่าใด มันจะไปเปรียบเทียบกับมังกรได้อย่างไร พวกเจ้าไม่คู่ควร”

จบประโยคของตัวเอง หลี่ฟู่เฉินก็กระโจนออกจากกิ่งไม้และพุ่งตัวเข้าไป

ขุ่ยเที่ยตะโกน “หยุดเขา! โจมตีเข้าไปแบบคิดจะฆ่า การป้องกันร่างกายของเขาแข็งแกร่ง ไม่ต้องกังวลกับการฆ่าเขาโดยไม่ตั้งใจ”

ด้วยศิษย์ขอบเขตพลังฉีกว่าร้อยจะต้องสามารถหยุดชายคนหนึ่งได้ พวกเขาเป็นเหมือนคลื่นขนาดใหญ่

“ตั๊กแตนขวางเกวียน!”

หลี่ฟู่เฉินไม่สามารถทำอย่างไรได้ ได้แต่หวเราะออกมา กางแขนเปิดออก เขาพุ่งทะยานเข้าหาฝ่ายตรงข้ามเหมือนนกอินทรี

ปั๊ง ปั๊ง ปั๊…

ฉากที่ไม่น่าเชื่อถูกปลดปล่อยออกมา แก๊งคนราวกับน้ำขึ้นน้ำลง ทั้งหมดนั้นไม่สามารถหยุดหลี่ฟู่เฉินได้ แต่ละคนถูกชนกันหรือบินออกไป มีเลือดทั่วบริเวณและกระดูกหัก

“ตั้งแต่ที่พวกเจ้าทุกคนตัดสินใจที่จะต่อต้านข้า ดังนั้นเตรียมตัวให้ดีสำหรับผลที่จะตามมา”

หลี่ฟู่เฉินเร็วเกินไป ที่ใดก็ตามที่มีศัตรู เขาจะรีบไปที่พวกนั้น

ในแต่ละตำแหน่งเขารีบไป ผู้คนต่างก็ถูกกระแทกและพ่นเลือดออกมา

“หลี่ฟู่เฉิน อย่าได้ใจไปนัก!”

ด้วยขุ่ยเที่ยที่เป็นผู้นำหลัก ผู้เชี่ยวชาญทั้งเจ็ดเริ่มประสานงามกันเพื่อเริ่มโจมตีหลี่ฟู่เฉิน ดาบนั้นราวกับตาข่ายที่ไม่สามารถหลีกหนีพ้น

“ไปให้พ้น!”

ด้วยการหมุนตัว หลี่ฟู่เฉินใช้วิชาลูกเตะพายุหมุน ‘พายุหักโหม’ เตะไร้ที่สิ้นสุดถูกส่งออกไปในทุกทิศทาง

ปั๊ก! ปั๊ก! ปั๊ก…

ผู้เชี่ยวชาญทั้งเจ็ดคนถูกบังคับให้คายเลือดออกมา และแสดงออกอย่างหวาดกลัว

อำนาจเช่นนี้…

ความสามารถของหลี่ฟู่เฉินไม่ได้อยู่ที่ขอบเขตพลังฉีแล้ว ดูเหมือนว่าจอมยุทธ์ขอบเขตต้นกำเนิดระดับต่ำก็คงจะได้รับชะตากรรมเดียวกัน

ไม่ได้หมายความว่าจอมยุทธ์ขอบเขตต้นกำเนิดไม่แข็งแกร่งพอ

ประเด็นหลักก็คือจอมยุทธ์ขอบเขตต้นกำเนิดระดับต่ำไม่สามารถเทียบการป้องกันทางกายภาพของหลี่ฟู่เฉินได้

ในตอนต้น หลี่ฟู่เฉินถูกประเคนลูกเตะกว่าสิบลูกไปให้ แต่ต่อมาดาบหลายสิบเล่มก็ถูกส่งเข้าไปเหมือนกัน

แต่หลี่ฟู่เฉินก็ไม่ได้รับอันตราย และที่เหลือก็ถูกบังคับให้กลับไป อาเจียนออกมาเป็นเลือด

“การป้องกันของเขาเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่าจากแต่ก่อน” ขุ่ยเที่ยอ้าปากค้าง

เหมยหรุยหลงกล่าวด้วยความปั่นป่วน “ข้าอยากจะเห็นว่าเขาจะทนการโจมตีของเราได้อีกนานแค่ไหน”

ไม่ว่าเทคนิคการขัดเกลาร่างกายจะได้รับการฝึกฝนมาอย่างไร เมื่อมีการโจมตีเพียงพอ มันก็ยังคงต้องใช้พลังฉี

เหมือนก้อนหิน การโจมตีด้วยค้อนหนึ่งครั้งอาจไม่สามารถทำลายได้ แต่ด้วยการทุบมากขึ้น แม้แต่ก้อนหินที่แข็งแกร่งที่สุดก็จะพัง

เหม่ยหรุยหลงตะโกน “ผู้ที่ยังยืนอยู่ได้ โถมเข้าไป!”

ด้วยลมที่พัดแรง คลื่นที่ไม่มีที่สิ้นสุดของเงาก็กระโดดไปที่หลี่ฟู่เฉิน

หลี่ฟูเฉินยังคงไม่แยแส “เมื่อเจ้าไม่รู้ว่าอะไรดีที่สุดสำหรับตัวเจ้าเอง งั้นแล้วอย่าได้โทษข้า”

พลังฉีพุ่งพร่านและความร้อนแรงก็หลั่งไหลออกมาจากหลี่ฟู่เฉิน ในพริบตา หลี่ฟูเฉินก็ส่งลูกเตะออกไปเหมือนกับฝนที่ตกหนัก และพลังที่อยู่เบื้องหลังการเตะแต่ละครั้งก็เหมือนกับพายุหมุนที่รุนแรง

คนที่ถูกโจมตีกระดูกหักและหมดสติลงไปในทันที

หลี่ฟูเฉินได้ออมพลังแล้วในตอนแรก แม้ว่าแต่ครั้งนี้เขาก็ไม่ได้ใช้พลังออกไปอย่างเต็มที่เช่นกัน แต่มันก็เพียงพอที่จะให้บาดเจ็บสาหัส

หากความตายเกิดขึ้นโดยบังเอิญมันจะไม่เป็นไปตามอย่างที่คาดหวัง

เขาไม่สามารถถูกตำหนิในเรื่องนี้ได้ หากมีใครคนหนึ่งที่ถูกรายล้อมไปด้วยผู้คนกว่าร้อยคน พวกเขาจะรู้สึกขุ่นมัวเหมือนกัน

เขาเชื่อว่าแม้ว่าเขาจะฆ่าใครบางคนนิกายก็จะไม่ลงโทษเขา

เมื่อใครก็ตามที่อยู่ในระยะประชิด เขาจะส่งหมัดออกไปทันที

ปั๊ง!

ด้วยการเตะลงไปที่ไหล่ของเหม่ยหรุยหลง ไหล่ของเขาก็หักลงไปในทันที ด้วยการเปลี่ยนทิศทาง หลี่ฟู่เฉินก็เตะต่อไปที่เอวของนี่หมิงและส่งเขากลิ้งออกไป และเลือดออกอยู่ที่พื้น

“พอ หยุดอยู่ตรงนั้น”

ผู้ดูลนิกายชั้นนอกที่ซ่อนตัวอยู่ ไม่สามารถทนดูได้ และเปิดเผยตัวเองออกมา

พวกเขากังวลว่าหากสิ่งนี้ยังคงดำเนินต่อไป หลี่ฟู่เฉินจะฆ่าผู้รุกรานไปสองสามคน

ขุ่ยเที่ยเห็นคนของเขาพ่ายแพ้คล้ายกับเยื่อกระดาษที่ผุบาง ดวงตาของเขาแดงและรีบไปหาหลี่ฟู่เฉินอย่างต้องการจะฆ่า

“เจ้ากำลังมองหาความตาย?!” ผู้ดูแลนิกายชั้นนอกจ้องมองอย่างเย็นชา

เขาประทับฝ่ามือไปที่ขุ่ยเที่ย ส่งให้เขากระเด็นออกไปติดต้นไม้และล้มลงมา

“เจ้าควรจะไป! ฝากสิ่งนี้ไว้กับพวกเรา” หัวหน้าผู้ดูแลกล่าวกับหลี่ฟู่เฉิน

หายใจเข้าลึกๆ หลี่ฟู่เฉินพยายามอย่างเต็มที่ที่จะหยุดยั้งการฆ่า เขากล่าวด้วยเสียงโทนต่ำ “ขอบคุณมาก”

จบคำพูดของเขาเขา เขาก็หันและจากไป

“ช่างเป็นปีศาจที่ร้ายกาจ”

คล้ายกับภาพลวงตา ผู้อาวุโสนิกายชั้นนอกก็ปรากฏตัวขึ้น

“ผู้อาวุโส” ผู้ดูแลทุกคนโค้งคำนับเขาด้วยความเคารพ

ผู้อาวุโสนิกายชั้นนอกโบกมือของตัวเอง “ศิษย์ผู้นี้มีมีศักยภาพที่ไม่ธรรมดาและยังดูดุร้าย โชคดีที่สิ่งนี้เกิดขึ้นภายในนิกาย หากมันเกิดขึ้นที่ด้านนอก จะมีศิษย์น้อยกว่าครึ่งเท่านั้นที่รอดชีวิตมาได้”

“หนึ่งต่อหนึ่งร้อย ภายในนิกายชั้นนอก สามารถนับจำนวนศิษย์สาวกที่มีความสามารถเช่นนี้ได้ด้วยมือเดียว”

ผู้นำของผู้ดูแลนิกายชั้นนอกนั้นเต็มไปด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย

จบบทที่ บทที่ 70 หนึ่งต่อหนึ่งร้อย

คัดลอกลิงก์แล้ว