เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 42 หยกแดงสังหาร

บทที่ 42 หยกแดงสังหาร

บทที่ 42 หยกแดงสังหาร


บทที่ 42

หยกแดงสังหาร

“เขาแกร่งเกือบใกล้สองเท่าของข้า การต่อสู้ด้วยกำลัง ข้าคงจะเป็นผู้สูญเสีย”

หากนี่คือผู้ฝึกฝนระดับพลังลมปราณขั้นที่แปดโดยทั่วไปหลี่ฟู่เฉินคงจะเอาชนะเขาได้อย่างง่ายดาย แต่ศิษย์สาวกนิกายคังเหลียนระดับพลังลมปราณขั้นที่แปดอัจฉริยะที่ได้รับพรจากสวรรค์? พวกเขาทั้งหมดเป็นทั้งวิหกเพลิงหรือมังกร

การที่จะก้าวข้ามขั้นและเอาชนะพวกเขานั้นไม่ใช่เรื่องง่าย อย่าพูดถึงเรื่องความแตกต่างของทั้งสองขั้น แค่ความแตกต่างในระดับเดียวเหมือนกับการข้ามคูเมืองเพื่อไปยังปราสาท

ถึงแม้ว่าโล่ไคจะเป็นคู่ต่อสู้ที่ยาก แต่หลี่ฟูเฉินก็มีความมั่นใจในวิชายุทธ์ของเขา แต่การร้องขอให้เขารอเพื่อที่จะกักขังเขาไว้ มันเป็นสิ่งที่เป็นไปไม่ได้

“เจ้ามีทักษะบางอย่าง ไม่น่าแปลกใจที่เจ้ากล้าแสดงความเย่อหยิ่งต่อหน้าข้า โล่ไคข้าเห็นว่าเจ้าเป็นผู้มาใหม่ ข้าจะปล่อยให้อดีตเป็นอดีตตราบใดที่เจ้ามอบปลาทั้งหมดให้ พวกเราก็สามารถเป็นเพื่อนกันได้”

คิ้วของโล่ไคมีรอยหยักเล็กน้อย ณ ตอนนี้ เขาไม่เห็นหลี่ฟู่เฉินอยู่ในสายตา แต่เขารู้ว่าในอนาคตหลี่ฟู่เฉินจะกลายเป็นศัตรูที่น่าเกรงขาม

โล่ไคเพิ่งเข้ามาในนิกายเมื่อสองปีก่อนและหลี่ฟู่เฉินอยู่ที่นี่เพียงหนึ่งเดือนหรือมากกว่านั้น ถ้าเป็นไปได้เขาไม่ควรทำตัวเป็นศัตรูกับหลี่ฟู่เฉิน

แต่ปลาขุมทรัพย์เป็นสิ่งที่เขาควรได้รับ

“เจ้าต้องการปล้นเอาปลาของข้าและให้ข้าเป็นเพื่อน เจ้าคิดว่าเจ้าเป็นใครถึงสร้างข้อเสนอนี้?” หลี่ฟูเฉินเย้ย

“นี่หมายความว่า เจ้าจะไม่ไว้หน้าข้าเลยเหรอ?”

โล่ไคไม่ต้องการต่อล้อต่อเถียงกับหลี่ฟู่เฉินเขาสั่นไหวร่างกายและเริ่มตั้งท่าโจมตี

เขารู้ว่าศิษย์ใหม่ทุกคนมักจองหองและเย่อหยิ่งเมื่อพวกเขาเพิ่งเข้ามาในนิกาย หากไม่มีใครสอนบทเรียนให้ พวกเขาจะไม่รู้ว่ามีใครบางคนที่ย่อมแกร่งกว่าพวกเขา

โล่ไคเตะแหวกอากาศด้วยการกวาดขาไปทางหลี่ฟู่เฉินพละกำลังการเตะที่ร้ายกาจดูเหมือนว่ามันสามารถแยกภูเขาออกจากกันได้

รูปแบบการเตะแหวกอากาศ, เป็นวิชาเตะระดับสีเหลืองขั้นกลางของตระกูลโล่การฝึกฝนขอบเขตพลังลมปราณขั้นที่แปดของโล่ไค การเตะครั้งเดียวก็เพียงพอที่จะทำลายก้อนหินขนาดยักษ์

วู้ปปป!

หลี่ฟู่เฉินตอบโต้การโจมตีราวกับว่ามันไม่มีอะไร เขาพลิกตัวไปมาหลีกหนีลูกเตะของโล่ไค

โล่ไคโจมตีอย่างต่อเนื่อง บ้าคลั่งและร้ายกาจ

หลี่ฟู่เฉินหันมาใช้กลยุทธ์กองโจรแทน

สำหรับศิลปะการป้องกันตัว การบรรลุขั้นสำเร็จไม่ใช่สิ่งท้ายสุด

ขั้นบรรลุสำเร็จก็มีความแตกต่าง สถานะแรกหลังจากบรรลุคือความสมบูรณ์แบบรองตามด้วยความสมบูรณ์แบบ ท้ายที่สุดอยู่ในภวังค์

หลี่ฟู่เฉินนำพาวิชาลูกเตะพายุหมุนเข้าสู่ขั้นสมบูรณ์แบบ ด้วยความเร็วดั่งผีพุ่งใต้ จอมยุทธโดยทั่วไปมักเสียหลักล้มไม่เป็นท่า

โล่ไคหมุนวนด้วยความเร็วเต็มขั้น เขาเปิดโจมตีในเวลาที่ไม่สามารถคาดการณ์ได้ทำให้คู่ต่อสู้ตระหนกทุกครั้งที่เขาเคลื่อนไหว

“รับดาบข้า!”

เขาวาดดาบของนิกายที่จัดเตรียมไว้ให้ ด้วยการกวัดแกว่ง เงาของดาบเป็นแนวปกคลุม ตัวหลี่ฟู่เฉิน

วิชาดาบเคลื่อนเมฆ รูปแบบดาบระดับสีเหลืองขั้นสูง

“หยุด!”

หลี่ฟู่เฉินชักดาบและจ่อแทงไปที่โล่ไค

ฟ้าบ!

เมื่อดาบปะทะกันโล่ไคหยุดอยู่ชั่วครู่หนึ่ง ...มีข้อผิดพลาดเล็กน้อยเกิดขึ้น

แสงไฟฉายในดวงตาของหลี่ฟู่เฉิน เขาเฉือนหน้าอกของโล่ไค

“แพ้ซะเถอะ!” โล่ไคควงและและหมุนดาบต้านทานดาบของหลี่ฟู่เฉิน

“ทักษะดี”

สิ่งที่หลี่ฟู่เฉินพยายามคือไม่ใช้พลังปะทะพลังของโล่ไค แต่ใช้การดึงดูดและผนึกกับดาบของโล่ไคแทน เพื่อหาทางเอาชนะโล่ไคแต่เขาไม่ได้คาดหวังว่าโล่ไคจะตอบสนองรอย่างรวดเร็วมากและต้านทานภาวะวิกฤตินี้

“เมฆาล่องลอย,ธาราลอยล่อง”

โล่ไค ผู้อยู่ขั้นที่แปดของขอบเขตพลังลมปราณได้พัฒนารูปแบบวิชาดาบเคลื่อนเมฆไปถึงขั้นบรรลุรอง ด้วยรูปแบบเมฆาล่องลอย ธาราลอยล่องทำให้เกิดเงาของดาบอย่างต่อเนื่อง

“ข้าต้านทานไม่ไหว…”

เป็นครั้งแรกที่หลี่ฟู่เฉินรู้สึกเครียด แม้ว่าเขาจะมีทักษะการต่อสู้ที่ยอดเยี่ยม แต่เขาก็ยังไม่สามารถเอาชนะคู่ต่อสู้ได้ในการโจมตีครั้งเดียว

เพื่อเอาชนะคู่ต่อสู้ของเขาในการโจมตีครั้งเดียว เขาต้องการคามเข้าใจอย่างลึกซึ้งและความรวดเร็ว เขาเข้าใจอย่างถ่องแท้แล้ว แต่ร่างกายและระดับการบ่มเพาะเป็น

ตัวกำหนดความเร็วและเขาก็ด้อยกว่าในทั้งสองอย่าง

การไม่สามารถเอาชนะโล่ไคได้ในการโจมตีครั้งเดียวนั่นหมายความว่าเขาต้องสัมผัสกับดาบของโล่ไค การปะทะกับดาบของโล่ไคทำให้เขาสูญเสียพลังดาบเนื่องจากพลังที่แตกต่างกัน

แม้ว่าเขาจะสามารถรับมือกับดาบที่กวัดแกว่งได้อย่างคล่องแคล่ว แต่แขนขวาของหลี่ฟู่เฉินก็เริ่มตึงชา เมื่อการต่อสู้ถูกยืดเยื้อออกไป

“สิ่งนี้ไม่สามารถดำเนินต่อไปได้” หลี่ฟู่เฉินหายใจเข้าลึกๆและหมุนวนไปทางด้านซ้ายของโล่ไคทันที

“วิชาคมดาบแรกในวายุ” หลี่ฟู่เฉินแทงดาบไปที่โล่ไค

การแทงด้วยความเร็วและสง่างามหาที่เปรียบไม่ได้เหมือนลมที่ไร้รูปร่างและไร้มิติเจาะทะลุทุกช่องว่าง

เป้ง!

เพื่อจัดการกับดาบโล่ไคกำหมัดซ้ายและชกไปที่ดาบที่พุ่งเข้ามา

โล่ไคฝึกฝนรูปแบบวิชาคลื่นสีขาวโดยอยู่ในขั้นที่หก มันแข็งแกร่งกว่ารูปแบบวิชาหยกแดงของหลี่ฟู่เฉินมาก เพียงหมัดเดียวก็ส่งดาบตามไปที่หลี่ฟู่เฉิน

ไม่ให้เวลาหลี่ฟู่เฉินได้พัก โล่ไครีบวิ่งไปข้างหน้าพร้อมกับกวัดแกว่งดาบไปมา

“สยบหยกแดง”

ร่างกายของหลี่ฟู่เฉินหยุดนิ่งกลางอากาศ ดาบในมือของเขาถูกปลดคมดาบด้วยความเร็วสูง

คมดาบนี้น่าหวาดกลัวจนไม่อาจบรรยายได้ ทำให้อากาศรู้สึกเหมือนมันหยุดนิ่งราวกับคลื่นที่มองไม่เห็นกระจายออกไป

วิชาดาบหยกแดงกระบวนท่าที่สอง - การสยบหยกแดง

“ข้าจะทำลายเจ้า!”

วิชาลมปราณสีม่วงโคจรวนไปมาไม่หยุดยั้งโล่ไคตวัดดาบแนวนอนด้วยแรงมหาศาล

ฟู่!

หลี่ฟู่เฉินถูกโยนออกไปอีกครั้ง เขาพ่นเลือดสดๆออกมาเล็กน้อย

โล่ไคทำไม่ได้ดีเช่นกัน การโดนแทงที่หน้าอก ทำให้เขาเดินโซซัดโซเซถอยหลัง เลือดซึมไหลออกมาจากมุมปาก

“โล่ไคบาดเจ็บเหรอ”

“ศิษย์ใหม่ผู้น้องคนนี้อยู่ขั้นที่หกเท่าขอบเขตพลังลมปราณดูอาจหาญเกินไป เมื่อเขาทะลวงขั้นที่เจ็ด,แปดหรือเก้า เขาจะน่ากลัวขนาดไหน? ดีที่สุดคือไม่ตอแยกับเขา”

ฝูงชนสูดลมหายใจ ต่างมองดูซึ่งกันและกัน

เริ่มแรกพวกเขาต่างมีแผน แต่ตอนนี้มันเริ่มมีรอยขีดข่วน

ไม่ใช่เพราะพวกเขากลัวความสามารถของหลี่ฟู่เฉิน แต่มันคือศักยภาพของหลี่ฟู่เฉิน

ภายในนิกาย การแก้แค้นมักจะเกิดขึ้นอยู่เสมอ

ศิษย์บางคนถูกข่มเหงรังแกเมื่อการบ่มเพาะของพวกเขาอยู่ในระดับต่ำ แต่เมื่อการฝึกฝนของพวกเขาดีขึ้นพวกเขาจะกลับมาแก้แค้นคนที่รังแกและการคืนทุนนั้นเลวร้ายกว่าหลายเท่า

ในนิกายมีคำกล่าวว่า "แม่น้ำที่ไหลไปทางทิศตะวันออกเป็นเวลาสามสิบปีอาจไหลไปทางตะวันตกในสามสิบปีต่อมา จงอย่าใช้ประโยชน์จากความอ่อนแอ"

“ไม่เลว…ไม่เลวเลย เจ้าทำให้ข้าบาดเจ็บได้ แต่ข้าจะไม่ให้โอกาสเจ้าอีกต่อไป”

การโคจรวิชาคลื่นสีขาวไปถึงจุดสุดยอด รัศมีลมปราณที่ล้อมรอบโล่ไคเริ่มพรั่งพลูมากขึ้น ในตอนแรกเขาคิดว่ามันเป็นภาพลวงตา แต่หลี่ฟู่เฉินก็รู้ว่าดาบของโล่ไคนั้นถูกปกคลุมด้วยริ้วลมปราณสีฟ้าจาง ๆ

“การสำแดงพลังลมปราณ” ลูกตาของหลี่ฟู่เฉินหลี่ลง

โล่ไคที่เพิ่งอยู่ที่ขอบเขตลมปราณขั้นแปดไม่ควรสำแดงพลังลมปราณได้ บางทีอาจเป็นเพราะวิชาคลื่นสีขาวขั้นหกของเขาถูกผลักไปถึงจุดสูงสุด เขาจึงบังเอิญพบวิธีการจัดการสำแดงริ้วของลมปราณ

แต่ริ้วเหล่านี้ของพลังลมปราณประจักษ์ว่ามันเกิดผลกระทบอย่างใหญ่หลวง

“พ่ายแพ้!”

ขณะที่โล่ไคแหวกอากาศแยกออกจากกัน เสียงฟ้าร้องดังจนได้ยิน

ฟึ่บ!

เมื่อดาบของหลี่ฟุ่เฉินสัมผัสกับดาบของโล่ไค พลังงานหยินที่ครอบอยู่จะถูกส่งผ่านไปยังร่างกายของเขา สิ่งนี้ทำให้หลี่ฟู่เฉินรู้สึกราวกับถูกสายฟ้าฟาด ซึ่งทำให้เขาต้องพ่นเลือดอีกครั้งหนึ่ง

“เป็นเพราะกรณีนี้ เจ้าอย่ามาโทษข้าในตอนนี้”

ดวงตาของหลี่ฟู่เฉินฉายแววโหดร้ายในขณะที่เขาโคจรวิชาหยกแดงขั้นที่เจ็ด ลมปราณจำนวนมหาศาล พุ่งเข้าไปในดาบไม้ พลันจ่อแทงไปที่โล่ไคทันที!

ครึ่งทางผ่านการแทง ดาบก็หายวับไปราวกับผ่านเข้าไปในอีกมิติหนึ่ง

วิชาดาบหยกแดงกระบวนท่าที่สาม - หยกแดงสังหาร

จบบทที่ บทที่ 42 หยกแดงสังหาร

คัดลอกลิงก์แล้ว