เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 41 ปลาขุมทรัพย์ชั้นที่สอง

บทที่ 41 ปลาขุมทรัพย์ชั้นที่สอง

บทที่ 41 ปลาขุมทรัพย์ชั้นที่สอง


บทที่ 41

ปลาขุมทรัพย์ชั้นที่สอง

หลี่ฟู่เฉินถอนหายใจยาวและกล่าวอย่างเรียบเฉย“ปลาขุมทรัพย์เหล่านี้ มันสำหรับข้าด้วยเช่นกัน ข้าขออภัยด้วย”

สีหน้าของฮวงซี่เทียนแสดงออกอย่างเย็นชา“น้องหลี่ ถ้าเจ้ายืนยันที่จะพังความสนิทสนมกับเพื่อนร่วมทีมของพวกเรา ในฐานะเพื่อนศิษย์ อย่าโทษข้าหากข้าไร้ความปราณี”

ซ่วด!

อากาศถูกแทงทะลวงด้วยหมัดในทันทีทันใด กำปั้นเหี้ยมโหดขนาดเท่าก้อนอิฐปรากฏต่อหน้าหลี่ฟู่เฉิน

หลี่ฟู่เฉินตอบโต้หมัดด้วยฝ่ามือโดยใช้วิชาฝ่ามือภูผาทลายต้านหมัดของฮวงซี่เทียน

ปัง!

เมื่อพลังฝ่ามือและพลังหมัดปะทะกันเสียงระเบิดดังสะท้านขึ้นในอากาศควบคู่กับแรงลมที่ถาโถมเข้ามา

ฮวงซี่เทียนถอยห่างออกไปสามก้าว ขณะที่หลี่ฟู่เฉินถอยไปสี่ก้าว

“เจ้าโต้พลังหมัดของข้า…”ฮวงซี่เทียน เหล่ตามอง

เมื่ออายุ17ปี ฮวงซี่เทียนได้บรรลุขั้นที่เจ็ดของขอบเขตพลังลมปราณสำหรับเคล็ดวิชานิกายเริ่มต้นของนิกาย วิชาลมปราณสีม่วงของเขาอยู่ในขั้นที่ห้า ในสถานการณ์ปกติ หลี่ฟู่เฉินซึ่งเป็นผู้มาใหม่อยู่ขอบเขตพลังลมปราณขั้นที่หกไม่น่าจะสามารถโต้หมัดเดียวจากเขาได้

“ลองดูพลังหมัดของข้าอีกครั้ง” ฮวงซี่เทียนจุดประกายความแข็งแกร่งและพลังลมปราณหมัดชกนั้นให้ความรู้สึกราวกับลูกอุกกาบาตที่ตกลงมาจากฟากฟ้าและตรงดิ่งไปที่หลี่ฟู่เฉิน

หลี่ฟู่เฉินสังเกตเห็นพลังหมัดของฮวงซี่เทียน เขาตัดสินใจไม่ยากตอบโต้ ลูกกลมที่เท้าของหลี่ฟุ่เฉินค่อยๆลอยออกจากพื้น เขาก็ยกตัวเองขึ้นจากผิวลูกกลมและปล่อยลูกเตะเป็นสายๆดังฝนตกลงไปหาฮวงซี่เทียน

"ท่าไม่ดีละ!"

ฮวงซี่เทียนไขว้แขนเพื่อเข้าสกัดลูกเตะที่โถมเข้ามาอย่างมากมาย

ปึงง!

หนึ่งในลูกเตะฟาดลงที่ไหล่ของฮวงซี่เทียน จนล้มลงกับพื้น

“นี่เหรอคือความแข็งแกร่งของศิษย์นิกายคังเหลียน…”

ความมึนงงยังคงเกาะกุมมือขวาของหลี่ฟู่เฉินความสามารถของฮวงซี่เทียนเกินความคาดหมายของเขา ถ้าไม่ใช่วิชาหยกแดงขั้นที่เจ็ด เขาคงต้องต่อสู้แลกกันอย่างน้อย นับร้อยครั้งก่อนที่จะเอาชนะฝ่ายตรงข้าม

“พื้นฐานของเขาไม่ได้ดีไปกว่าของข้า แต่ทักษะการต่อสู้ของเขานั้นยอดเยี่ยมมากไม่มีใครเหมือน”

การถูกลูกเตะจังๆจากหลี่ฟู่เฉิน ครึ่งหนึ่งของร่างกายฮวงซี่เทียนถึงกับมึนชาเพราะพลังลมปราณและเลือดของเขาถูกอุดกั้น

ในโลกของยุทธภพ การบ่มเพาะที่สูงขึ้นไม่ได้รับประกันความสามารถในการต่อสู้ที่สูงขึ้น จุดประสงค์ของวิชายุทธ์คือเอาชนะความแข็งแกร่งแม้ว่าผู้นั้นอ่อนแอ วิชายุทธ์มีความแข็งแกร่งในรูปแบบวิชา แต่มนุษย์นั้นมีความยืดหยุ่น มีเพียงการปรับและใช้วิชายุทธ์อย่างเหมาะสมเท่านั้นที่จะสามารถแสดงศักยภาพที่แท้จริงของวิชายุทธ์ออกมาได้

เป็นที่ชัดเจนว่าพลังเตะของหลี่ฟู่เฉินได้รับการฝึกฝนให้อยู่ในสภาวะสุดขั้ว

“พี่ฮวง ข้าขออภัย”

หลี่ฟูเฉินปัดขจัดคู่ต่อสู้ของเขา

ฮวงซี่เทียน จับไหล่ของเขาด้วยใบหน้าซีดเซียว

***

ด้วยจิตสำนึกของเขาที่ครอบงำบนตะขอ โลกที่อยู่ใต้ทะเลสาบราวกับว่าอยู่ต่อหน้าต่อตาหลี่ฟู่เฉิน

ในไม่ช้าหลี่ฟู่เฉินเพ่งความสนใจไปที่ปลายาวหนึ่งเมตรซึ่งมีกระแสไฟฟ้าเล็กน้อยไหลผ่านลำตัวดั่งสายน้ำหมึกสีน้ำเงิน

“นี่คือปลาชั้นที่สองนั่น มันคือ ปลาไฟฟ้าสีน้ำเงิน!” ดวงตาของหลี่ฟู่เฉินเปล่งประกาย

ปลาขุมทรัพย์ชั้นที่หนึ่งมีค่าร้อยแต้มต่อกิโลกรัม แต่ปลาชั้นที่สองมีมูลค่าพันแต้มต่อกิโลกรัม! ว่ากันว่าการกินปลาขุมทรัพย์ชั้นที่สองนั้นเกือบเทียบเท่ากับการแช่ตัวในสระน้ำทิพย์

แต่ในหมู่ศิษย์นิกายชั้นนอกนั้นแทบจะไม่มีใครที่สามารถจับปลาขุมทรัพย์ชั้นสองได้ ครั้งสุดท้ายที่มีคนทำได้ ก็เมื่อสามเดือนก่อน หลี่ฟู่เฉินวางคันเบ็ดไว้ข้างปลาไฟฟ้าสีน้ำเงินอย่างระมัดระวัง

ดูเหมือนว่าปลาไฟฟ้าสีน้ำเงินจะไม่ชอบเหยื่อและจะไม่กัดเหยื่อโดยทันที

หลี่ฟู่เฉินยิ้มเฝื่อนๆโดยทั่วไปแล้วปลาชั้นนที่สองชอบเหยื่อที่ดีกว่าของชั้นนที่สอง แต่ราคาของเหยื่อชั้นที่สองนั้นค่อนข้างแพงอยู่ที่ 50เหรียญทองต่อกล่องมันมีราคาถูกกว่าทองคำถึงกว่าสิบเท่า

หลี่ฟู่เฉินไม่เชื่อสิ่งที่เกิดขึ้น เขายังคงยืนกรานและขยับตะขอตรงหน้าปากปลาไฟฟ้าสีน้ำเงิน

มันยังคงเป็นเหยื่อล่อชั้นที่หนึ่งและเนื่องจากมันอยู่ด้านหน้าปากปลาไฟฟ้าสีน้ำเงิน ปลาก็อ้าปากกว้างและเตรียมพร้อมที่จะกลืนกินเหยื่อ ความเร็วของปลานั้นเร็วเกินกว่าตะขอจะจับได้ทัน แต่โชคดีที่สติของหลี่ฟู่เฉินยังคงติดอยู่กับเบ็ด

ทันทีที่ปลาไฟฟ้าสีน้ำเงินติดกับเหยื่อล่อของหลี่ฟู่เฉินได้ เขาจับคันเบ็ดและพยายามเกี่ยวเข้ากับปากปลา

ด้วยความแข็งแกร่งที่อธิบายไม่ได้ ปลาไฟฟ้าสีน้ำเงินเกือบดึงหลี่ฟู่เฉินลงไปในทะเลสาบ

“นี่คือความแข็งแกร่งของหนึ่งพันกิโลกรัมเป็นอย่างน้อย!”

ด้วยท่าทางที่มั่นคงและร่างกายที่เอนตัวไปด้านหลังหลี่ฟู่เฉินผลักร่างกายตนเองและพลังลมปราณจนถึงขีดสุด

สาด!

“ออกมาจากน้ำเดี๋ยวนี้!”

พื้นผิวของทะเลสาบมีคลื่นไฟฟ้าเข้ามา พร้อมกับปลาสายน้ำหมึกน้ำเงิน เสียงแตกระแหงดังจนได้ยิน

“ช่างเป็นอะไรที่ยิ่งใหญ่มาก ข้าขอปลาขุมทรัพย์ชั้นที่หนึ่งอีกตัวหนึ่งได้ไหม?”

“ข้าเกรงว่านี่จะไม่ใช่ปลา”

เมื่อทุกคนให้ความสนใจหลายคนรีบเข้ามายืนดูอยู่ข้างหลังหลี่ฟู่เฉิน

“ออกมาจากน้ำ เร็วเข้า!”

หลี่ฟู่เฉินดึงแขนทั้งสองข้างของเขาอย่างแรง คันเบ็ดโค้งเป็นดังรูปพระจันทร์เสี้ยว อย่างไม่เคยมีมาก่อน! คันเบ็ดในมือของหลี่ฟู่เฉินซึ่งเป็นคันเบ็ดชั้นที่สองมีมูลค่า3,000เหรียญทองและมันไม่ควรจะโค้งงอได้มากเท่านี้!

ตู้ม!

กระแสน้ำพวยพุ่งขึ้น ปลาสายน้ำหมึกสีน้ำเงินยาวหนึ่งเมตรทะลุโผล่พ้นผิวน้ำและพุ่งทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้า

เมื่อกระแสไฟฟ้าประทะกับอากาศ เสียงแตกระแหงดังจนได้ยินชัดเจน

“โอ้ สวรรค์ นี่มันคือปลาไฟฟ้าสีน้ำเงิน!”

“การต่อต้านสวรรค์เป็นสิ่งที่ขัดกับกฎธรรมชาติ เขาเป็นปรมาจารย์นักตกปลากลับมาเกิดใช่หรือไม่”

ทุกคนต่างตกตะลึง สิ่งที่ตามมาหลังจากคือเสียงลมหายใจอย่างหนักหน่วงและจ้องเขม็งไปที่ปลาไฟฟ้าสีน้ำเงินอย่างตะกละตะกลาม

หลี่ฟูเฉินไม่ได้สนใจเกี่ยวกับผู้คนที่อยู่ข้างหลัง เขาหยิบก้านคันเบ็ดของเขาและเอื้อมมือออกไปจับปลาไฟฟ้าสีน้ำเงิน

แคร้ก!

ด้วยประกายไฟฟ้า มีมือมาคว้าตัวปลา แต่นั่นมันไม่ใช่มือของหลี่ฟู่เฉิน

มันเป็นมือของเยาวชนกำยำ

การประเมินค่ากระแสไฟฟ้าของปลาไฟฟ้าสีน้ำเงินที่ต่ำไป มันทำให้ร่างกายเยาวชนผู้นั้นเป็นอัมพาตชั่วครู่ในขณะที่ควันสีเขียวพวยพุ่งออกจากมือของเขา

หลี่ฟู่เฉินจ้องมองเด็กหนุ่มอย่างเยือกเย็น เขาคว้าปลาไฟฟ้าสีน้ำเงินออกจากมือเด็กหนุ่มผู้กำยำผู้นั้น

ปลาไฟฟ้าสีน้ำเงินยังคงดิ้นรน แต่เมื่อมันออกมาจากทะเลสาบ ความแข็งแกร่งของมันก็ลดลงอย่างรวดเร็ว และการคายปะจุไฟฟ้าก่อนหน้านี้ มันไม่สามารถหนีออกจากมือของหลี่ฟู่เฉินได้

"กล้าดียังไง!"

เมื่อฟื้นตัวจากอาการอัมพาตชั่วขณะ เด็กหนุ่มผู้กำยำจ้องมองหลี่ฟูเฉิน ดวงตาของเขาเต็มไปด้วยความอาฆาตแค้น

“ไปซะ!”

หลี่ฟู่เฉินไม่แสดงความปราณีใด ๆ ต่อผู้ที่เอารางวัลของคนอื่นเป็นของตนเอง

“เจ้ารนหาที่ตาย เจ้ากล้าพูดน้ำเสียงแบบนี้กับรุ่นพี่โล่” เด็กหนุ่มผิวสีแทนที่ยืนอยู่ข้างๆพูดอย่างหนักแน่น

“ข้าไม่คุ้นเคยกับเจ้า ฉะนั้นโปรดอย่ามาขวางข้า”

หลี่ฟู่เฉินโยนปลาลงในตะกร้าที่ทำขึ้นมาเป็นพิเศษ

“ออกไป? มันคงไม่ง่ายนักหรอก”

เยาวชนผิวแทนเอื้อมมือจับไหล่ของหลี่ฟู่เฉิน

หลี่ฟู่เฉินเอียงตัวหลบ หลีกเลี่ยงมือที่จะเข้ามาจับ เขาหมุนตัวกระโดดขึ้นไปกลางอากาศและส่งลูกเตะหลายสิบลูกไปที่เยาวชนผิวแทน การเตะของเขาเหมือนห่าฝนที่กระหน่ำมาไม่ยั้ง ผู้ชมจำนวนมากหน้าซีดเซียวตกอกตกใจและคิดว่าหลี่ฟู่เฉินไม่ได้เอาชนะได้ง่าย

เด็กหนุ่มผิวสีแทนกลับมาอีกครั้งและอีกครั้ง ใบหน้าของเขาแดงก่ำ พยายามที่จะทนต่อลูกเตะ

เมื่อเขามาอยู่ที่ขอบแท่น เด็กหนุ่มกำยำก็ออกกระบวนท่า

เช่นเดียวกับหลี่ฟู่เฉินเขาใช้ทักษะลูกเตะด้วยเช่นกัน

ถ้าการเตะของหลี่ฟู่เฉินเป็นเหมือนพายุหมุนอันรุนแรง สายฟ้าที่โดดเด่นก็คงเป็นคำอธิบายที่สมบูรณ์แบบสำหรับลูกเตะของเด็กหนุ่มผู้กำยำผู้นี้ พวกเขาทั้งคู่ดูดุร้าย และเมื่อกวาดขา ลูกเตะของหลี่ฟู่เฉินถูกปัดออก

ปัง!

หลี่ฟู่เฉินถูกแรงพลังลมปราณบังคับใถอยหลัง

“ขอบเขตพลังลมปราณขั้นที่แปด!” อารมณ์ของหลี่ฟู่เฉินแปรปรวน

ผู้ที่ยืนอยู่ตรงหน้าเด็กหนุ่มผิวแทน คือเด็กหนุ่มผู้กำยำกล่าวขึ้นอย่างชัดเจน “เจ้ามีสองทางเลือก หนึ่งมอบปลาของเจ้าทั้งหมด หรือสองเอาชนะข้าเหมือนลูกหมา”

คำประกาศของเขาเต็มไปด้วยเจตนาสังหาร ทุกคนรอบ ๆ รู้ว่าเด็กหนุ่มผู้กำยำผู้นี้คงไม่ล้อเล่นเป็นแน่

“เจ้าผู้มาใหม่ผู้นี้ช่างโชคร้ายที่สุดโล่ไคอยู่ในขั้นที่แปดของพลังลมปราณ เมื่อ 3เดือนก่อนเขาเอาชนะศิษย์อาวุโสที่อยู่ขั้นที่เก้า”

“มนุษย์ตายเพื่อแสวงหาความมั่งคั่งและนกตายเพื่อแสวงหาอาหาร สำหรับข้าแล้วผู้น้อยคนนี้ไม่ได้ล้อเล่นเช่นเดียวกัน”

(หมายเหตุ: มนุษย์เสียชีวิตเพื่อแสวงหาความมั่งคั่งและนกตายเพื่อแสวงหาอาหารหมายถึงเมื่อหลงไหลสิ่งนี้จนยอมละทิ้งทุกสิ่งแม้แต่ชีวิตของตัวเอง)

ทุกคน ณ ที่นั้นเริ่มกระจายออกและขยายพื้นที่ให้ใหญ่พอสำหรับพวกเขาทั้งสองคน.....

จบบทที่ บทที่ 41 ปลาขุมทรัพย์ชั้นที่สอง

คัดลอกลิงก์แล้ว