เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 36 เคล็ดวิชาเปลวเพลิงสีแดง

บทที่ 36 เคล็ดวิชาเปลวเพลิงสีแดง

บทที่ 36 เคล็ดวิชาเปลวเพลิงสีแดง


บทที่ 36

เคล็ดวิชาเปลวเพลิงสีแดง

หลี่ฟู่เฉินไม่อยากวุ่นวายกับคนเหล่านี้ หากพวกเขาไม่พอใจและจะกล่าวว่ามันเป็นความอยุติธรรม ก็เป็นเรื่องของพวกเขา มีเพียงคนที่ไร้ประโยชน์เท่านั้นที่ประท้วงผู้ที่มีความทะเยอทะยาน ใช้การกระทำเพื่อพิสูจน์คุณค่าของตัวเองดีกว่า

สำหรับกวนเผิ้ง หลี่ฟูเฉินไม่ต้องการแม้แต่จะเห็นหน้าเขา เขาเป็นเหมือนหลี่หยุ่นไห่ประเภทของคนที่มองตนเองสูงกว่ายอดเขา แต่เมื่อพวกเขาประสบความล้มเหลวพวกเขาก็หันไปใช้วิธีที่น่ารังเกียจ

คนอย่างพวกเขานั้นเป็นแค่คนธรรมดาทั่วไป เว้นแต่พวกเขาจะมีการเปลี่ยนแปลงชะตากรรมครั้งยิ่งใหญ่

ว่ากันว่าความคิดกว้างไกลของบุคคล จะเป็นตัวกำหนดความสำเร็จในอนาคตของพวกเขา

“ข้าขอแสดงความยินดีด้วย” จือฮงซิ่วเข้ามาหาหลี่ฟู่เฉิน

หลี่ฟู่เฉินหัวเราะเบาๆ “ช่วงเวลาแห่งความสำเร็จเล็ก ๆ น้อย ๆ นี้ไม่ได้ตัดสินอะไรมากมาย ความสำเร็จของชีวิตคือสิ่งสำคัญ”

“ข้าไม่รู้จริง ๆ ว่าเจ้าฝึกทัศนคติในตัวเจ้าได้อย่างไรนี่ไม่ใช่สิ่งที่เด็ก ๆพูดกัน” จือฮงซิ่วมองดูหลี่ฟู่เฉินแม้ว่าพวกเขาจะรู้จักกันแค่ช่วงเวลาสั้น ๆ และแลกเปลี่ยนเพียงไม่กี่ประโยค แต่หลี่ฟู่เฉินก็ประทับใจในตัวนางอย่างมาก หลี่ฟู่เฉินมีบุคลิกค่อนข้างขัดแย้งมีความสุดโต่งและเต็มไปด้วยความมั่นใจในเวลาเดียวกัน

หลี่ฟู่เฉินยังคงนิ่งเฉย บางทีการอยู่ในภาวะกดดันเป็นเวลาหนึ่งปีก็เปลี่ยนบุคลิกเขาไปอย่างมาก แต่นี่เป็นเรื่องเล็กน้อย ตราบใดที่เขายังรักษาความเป็นตัวของตัวเอง

***

ศิษย์งานย่อยและศิษย์นิกายชั้นนอก ถูกนำไปยังเขตของตน

เขตนิกายชั้นนอกไม่ได้อยู่บนภูเขา แต่อยู่บนที่ดินขนาดใหญ่ตั้งอยู่ระหว่างยอดเขาหลายแห่ง ดินแดนแห่งนี้มีเส้นรอบวงประมาณ 7-8 ไมล์ โครงสร้างของพื้นผิวดินคล้ายกับเกล็ดปลาเป็นชั้น ๆ และขยายไปไกลที่ซึ่งตาไม่อาจมองเห็น

โถงประชุมศิษย์ชั้นนอก

“นี่คือเหรียญศิษย์นิกายชั้นนอกของพวกเจ้า ทุกคนจะมีคนละหนึ่งเหรียญและชื่อของเจ้าจะสลักอยู่ด้านหลังเหรียญ และนี้คือชุดคลุมของพวกเจ้าคนละสามชุดและดาบคนละหนึ่งเล่ม

ภายใต้คำแนะนำของผู้อาวุโส นักบวชและนักบวชฝึกหัดจำนวนหนึ่งเริ่มแจกจ่ายสิ่งของแก่ศิษย์ใหม่

เหรียญทำจากโลหะสีดำโดยมีชื่อของหลี่ฟู่เฉินสลักอยู่ด้านหลัง ศิษย์นิกายชั้นนอกสวมชุดคลุมสีน้ำเงินอ่อนที่เรียบร้อยและเรียบง่าย ส่วนดาบของศิษย์ทำจากไม้พิเศษและสามารถทนต่อแรงสักสองสามพันกิโลกรัม วัตถุประสงค์หลักเพื่อใช้ซ้อมภายในนิกายดังนั้นมันจึงไม่มีพลังสังหาร

ผู้อาวุโสเสี่ยวจางเฟิงกระแอมและเริ่มพูดว่า “ตอนนี้พวกเราได้จัดแจงที่พักอาศัยให้พวกเจ้า ทุกคนจะต้องมารวมตัวกันที่นี่ในเช้าวันรุ่งขึ้นและพวกเราจะแจกจ่ายเคล็ดวิชาเริ่มต้นของนิกาย”

“เคล็ดวิชาเริ่มต้น?”

หลี่ฟู่เฉินรู้สึกว่าหัวใจของเขาเต้นไม่ตรงจังหวะ เคล็ดวิชาเริ่มต้นของนิกายนั้นเป็นวิชาระดับเหลืองขั้นสูงทั้งหมด และมีอิสระในการฝึกบ่มเพาะ หากต้องการรูปแบบที่มีขั้นสูงขึ้น จำเป็นต้องมีการแลกแต้มคะแนน แต่สำหรับหลี่ฟู่เฉินวิชาระดับสีเหลืองชั้นสูงสุดนั้นเพียงพอแล้วสำหรับตอนนี้

ศิษย์นิกายชั้นนอกถูกแบ่งออกเป็น 3 กลุ่มในเขต แต่ละกลุ่มจากชั้นที่ 1 ถึงชั้นที่ 3

ศิษย์นิกายชั้นที่1 ตั้งอยู่ในพื้นที่ที่ลึกที่สุดของเขต ที่มีทิวทัศน์ที่สวยงามโดยเฉพาะอย่างยิ่งความสงบสุข แต่ละลานนั้นเป็นแนวรูปดาวจระเข้บนรูปกระดานหมากรุก และแต่ละลานกระจายออกกว้าง

หลี่ฟู่เฉินได้รับการจัดให้อยู่ในลานที่ตั้งอยู่ในมุมที่ห่างไกล เห็นได้ชัดว่าลานแห่งนี้ไม่ถูกจัดระเบียบเป็นเวลานานเนื่องจากมันเต็มไปด้วยฝุ่น

“พวกเจ้าอาจขอให้ศิษย์งานย่อย มาทำความสะอาดสถานที่แห่งนี้ให้ มันเป็นหนึ่งในสิทธิพิเศษของลูกศิษย์ชั้นปีที่ 1” นักบวชฝึกหัด,พี่เลี้ยงของหลี่ฟู่เฉินกล่าว

หลี่ฟู่เฉินตอบว่า “ข้าเข้าใจแล้วขอรับ”

ลานได้รับการบูรณะให้กลับสู่สภาพที่สะอาดอย่างรวดเร็วโดยศิษย์งานย่อยสองสามคนที่กำลังกวาดและปัดฝุ่น หลี่ฟู่เฉินคร่ำครวญถึงความยากลำบากในการบรรลุสำเร็จในนิกายสำหรับศิษย์งานย่อย ด้วยจำนวนงานที่ต้องทำอย่างไม่มีที่สิ้นสุดจึงไม่มีเวลาเหลือพอสำหรับฝึกบ่มเพาะ

แม้ว่าศิษย์งานย่อยมีงานที่น่าเบื่อให้ทำ แต่ก็ยังดีกว่าไม่ได้อยู่ในนิกาย ศิษย์งานย่อยได้รับแต้มสะสมทุกเดือนด้วยเช่นกันและหลังจากสะสมคะแนนมากพอพวกเขาสามารถแลกเปลี่ยนสินค้าหรือตำราที่ไม่สามารถใช้ได้กับบุคคลที่ไม่ได้เข้าร่วมนิกาย

เมื่อตอนเย็นมาถึงหลี่ฟู่เฉินสวมชุดศิษย์นิกายและมุ่งหน้าไปยังหนึ่งในหออาหารภายในเขตของนิกายชั้นนอก

หออาหารแห่งนี้ตั้งอยู่ในเขตของศิษย์นิกายชั้น 2 มีทั้งหมด 3 ชั้นและเต็มไปด้วยผู้คน ชั้นแรกให้บริการอาหารธรรมดาฟรี ชั้นสองให้บริการอาหารที่ต้องใช้เหรียญเงิน 1 เหรียญและชั้นที่สามให้บริการอาหารชั้นสูงสำหรับเหรียญทอง 1 เหรียญ

อาหารธรรมดาหมายถึงมื้ออาหารที่ดีกว่าครัวเรือนโดยทั่วไปเล็กน้อย เนื้อหนึ่งและผักหนึ่ง มีคุณค่าทางอาหารอยู่บ้างและอยู่ในมาตรฐานเดียวกันกับอาหารที่บ้านหลี่ฟูเฉิน สำหรับอาหารชั้นสูง หลี่ฟู่เฉินมีโอกาสได้ทานในช่วงโอกาสพิเศษเท่านั้น

หลังจากไตร่ตรองชั่วครู่ เขาตัดสินใจไปที่ชั้น 2 แม้ว่ามื้ออาหารธรรมดานั้นฟรี แต่มันมีคุณค่าทางอาหารน้อยเกินไปและเหมาะสำหรับคนทั่วไปเท่านั้น

หลังจากสั่งอาหาร หลี่ฟู่เฉินหาที่นั่ง ทันใดนั้นเขาก็ได้ยินเสียงซุบซิบจากโต๊ะอื่น

“เจ้าเคยได้ยินไหม กวนเซี่ยซึ่งเป็นหนึ่งใน 10 คนของผู้เปี่ยมยุทธ์นิกายชั้นนอกได้ฝึกฝนวิชาคลื่นขาวขั้นที่ห้า”

“เจ้าล้อเล่นใช่มั้ย นางไม่ได้เข้านิกายคังเหลียนเมื่อ 4 เดือนที่แล้วเหรอ?”

“ทำไมแค่ 4 เดือนเท่านั้น กวนเซี่ยมีโครงกระดูกน้ำระดับ 4 ดาวและการบ่มเพาะด้วยวิชารูปแบบน้ำปกติจะต้องใช้เวลาครึ่งนึงทีเดียว

“วิชาคลื่นขาว, ขั้นที่ห้า?” หลี่ฟู่เฉินประหลาดใจ เขาจำได้แม่นว่า กวนเซี่ยใช้เวลาเกือบ 1 ปีในการฝึกฝนวิชาธาราจันทราขั้นที่ห้า เป็นที่เข้าใจว่าวิชาธาราจันทราป็นวิชาระดับเหลืองขั้นสูง แต่มันจะเทียบเคียงได้กับวิชาธาราจันทราซึ่งเป็นวิชาเหลืองขั้นสูงสุดได้อย่างไร

“บางทีอาจเป็นเพราะวิชาธาราจันทราและวิชาคลื่นขาวเป็นวิชารูปแบบน้ำขั้นพื้นฐานและมีความคล้ายคลึงกันหลายอย่าง”

หลี่ฟู่เฉินไม่สามารถรู้ได้ว่าการรับรู้โดยธรรมชาติของกวนเซี่ยนั้นดีเพียงใด ทุกคนย่อมมีความลับ หากไม่ใช่เพื่อการแข่งขันอัจฉริยะจะไม่มีใครรู้ตำแหน่งการฝึกฝนและระดับทักษะดาบของบุคคลนั้น

หลังอาหารเย็น หลี่ฟูเฉินกลับไปที่ลานส่วนตัวของเขา ก่อนที่จะสายไปกว่านี้ หลี่ฟูเฉินเริ่มฝึกฝนวิชาดาบหยกแดงของเขาตามด้วยการฝึกฝนตามปกติของวิชาหยกแดง

***

เช้าวันรุ่งขึ้น หลี่ฟู่เฉินมาถึงห้องโถงใหญ่ของศิษย์นิกายชั้นนอก

เสี่ยวจางเฟิงผู้อาวุโสนิกายชั้นนอกยืนอยู่ด้านหน้าของทุกคนและชี้ไปที่โต๊ะยาว “นิกายคังเหลียนของข้า มีสิบเคล็ดวิชาเริ่มต้น เจ้าสามารถเลือกหนึ่งที่เจ้าชอบหรือมีลักษณะคล้ายกับวิชาบ่มเพาะก่อนหน้าของเจ้า จงคิดอย่างถี่ถ้วน ก่อนพิจารณาเลือกเคล็ดวิชาเริ่มต้น; มิฉะนั้นอาจทำให้เวลาของเจ้าล่าช้าในการบ่มเพาะ”

“เอาล่ะ จงรวมกันสิบคนต่อกลุ่มแล้วดำเนินการต่อในแต่ะกลุ่มของพวกเจ้า เมื่อพวกเจ้าเลือกเคล็ดวิชาเริ่มต้นแล้ว จงไปที่ห้องโถงด้านข้าง” เสี่ยวจางเฟิงกล่าวขณะยืนอยู่ด้านข้าง

หลังจากเข้าแถวเกือบชั่วโมงก็ถึงเวลาที่กลุ่มของหลี่ฟู่เฉินเลือกเคล็ดวิชาเริ่มต้น

“วิชาลมปราณสีม่วง บริสุทธิ์แต่ทรงพลัง”

“วิชาเขียวชอุ่ม สมดุลและสงบ”

“วิชาเปลือกหอยเหล็ก ทารุณดุร้าย”

“วิชาคลื่นขาว อ่อนโยนและปรับได้ดั่งน้ำ”

“วิชาเปลวเพลิงสีแดง รุนแรงและพุ่งพล่าน”

สิบวิชาที่แตกต่างกัน แต่ละแบบมีเอกลักษณ์ในแบบของตัวเอง หากมีการนำวิชาเหล่านี้ออกสู่สาธารณะมันจะกระตุ้นสงครามเลือดระหว่างตระกูลอย่างแน่นอน อย่างไรก็ตามในนิกายคังเหลียน เคล็ดวิชาเหล่านี้ถูกจัดอันดับเป็นเพียงรายการฟรีสำหรับทุกคนที่ต้องการฝึกฝน

หลังจากสำรวจทุกวิชาแล้ว หลี่ฟู่เฉินก็เลือกวิชาเปลวเพลิงสีแดง

มีเหตุผลสองประการที่ทำให้เขาเลือกวิชาเปลวเพลิงสีแดง

ประการแรกวิชาบ่มเพาะในปัจจุบันของเขา ใช้รูปแบบไฟเหมือนกัน, วิชาหยกแดง ดังนั้นมันจะช่วยลดความยุ่งยากของวิชาเปลวเพลิงสีแดง เนื่องจากมันคล้ายคลึงกัน

ประการที่สองนิกายคังเหลียนมีสองสุดยอดวิชา คือ เคล็ดสุดยอดวิชาคังเหลียน และเคล็ดสุดยอดวิชาไฟนรก หากเขาเลือกวิชาอื่น ๆ เส้นทางสู่การเรียนรู้เคล็ดสุดยอดวิชาไฟนรกจะถูกตัดออก แม้ว่าเขาจะยังห่างไกลจากความสามารถในการฝึกฝนก็ตาม…

จบบทที่ บทที่ 36 เคล็ดวิชาเปลวเพลิงสีแดง

คัดลอกลิงก์แล้ว