- หน้าแรก
- ฉันกินเทพเจ้าเป็นอาหาร
- บทที่ 61 ชายผู้อยู่บนจุดสูงสุดของห่วงโซ่อาหาร
บทที่ 61 ชายผู้อยู่บนจุดสูงสุดของห่วงโซ่อาหาร
บทที่ 61 ชายผู้อยู่บนจุดสูงสุดของห่วงโซ่อาหาร
"ไม่สนใจครับ" หลินไป๋สือปฏิเสธ
การเป็นนักแสดงจะสนุกเท่ากับการเป็นนักล่าเทพเจ้าหรอ?
แม้อาชีพนี้จะอันตราย แต่ผลตอบแทนก็สูงมาก
เซี่ยหงเย่าเคยบอกว่า นักล่าเทพเจ้าสามารถดูดซับพลังเทพจากหินดาวตกอย่างต่อเนื่อง เพื่อเสริมสร้างร่างกายจนถึงขั้นที่ทนต่อระเบิดนิวเคลียร์ได้
ภูมิคุ้มกันเพิ่มขึ้น ไม่ป่วยเป็นเวลาหลายปี ดูวิดีโอเล่นเกม 24 ชั่วโมงโดยสายตาไม่เสื่อม กินจุโดยไม่ต้องกังวลเรื่องความดัน ไขมัน น้ำตาล หรือโรคเกาต์...
แม้แต่นักล่าเทพเจ้ามือใหม่อย่างหลินไป๋สือ ก็มีร่างกายที่แข็งแกร่งกว่าคนทั่วไปแล้ว
"เอ่อ..." คำตอบที่ชัดเจนของหลินไป๋สือทำให้เฟิ่งอี้งงไปชั่วขณะ
คนส่วนใหญ่เมื่อได้ยินว่ามีโอกาสเป็นนักแสดง แม้จะไม่สนใจมากนัก ก็มักจะบอกว่าขอคิดดูก่อน แต่คนนี้กลับปฏิเสธอย่างไม่ลังเล
"งั้น...แอดเพื่อนกันไหม? ช่วงนี้ที่มหาลัยการละครไห่จิงมีละครเวทีหลายเรื่อง ซ้อมมาดีมาก เธอมาดูได้นะ จะได้พัฒนารสนิยมและเปิดหูเปิดตา"
เฟิ่งอี้ยิ้มพลางโบกโทรศัพท์ ถ้าไม่ใช่เพราะหลินไป๋สือมีรูปร่างหน้าตาโดดเด่นมาก เซ็นสัญญากับเขาแล้วคือกำไรแน่นอน เขาคงเดินจากไปทันที
"เธอรู้ไหมว่ามีคนมากมายแค่ไหนที่อยากเข้ามหาลัยการละครไห่จิงแต่เข้าไม่ได้?"
"ไม่ดีกว่าครับ ผมไม่สนใจละครเวที" หลินไป๋สือยังคงปฏิเสธ
ฉ้ายจื้อเหิง ตาค้าง
เถาหยุน ตาค้าง
ครั้งนี้เฟิ่งอี้หมดคำพูดจริงๆ เขาก็มีหน้ามีตาเหมือนกันนะ โดนปฏิเสธติดๆ กันสองครั้งทำให้เขาไม่พอใจ "งั้นก็ขอให้น้องโชคดีนะ!"
พูดจบ เฟิ่งอี้ก็เดินจากไปอย่างรวดเร็ว ไม่อยากอยู่ที่นี่แม้แต่วินาทีเดียว
"เฮ้ย ไอ้น้องหลิน เก่งนะเนี่ย โอกาสดีๆ แบบนี้ยังทิ้งอีก?" ฉ้ายจื้อเหิงช็อคมากถึงขั้นหลุดคำหยาบออกมา "รู้ไหมที่มหาลัยการละครไห่จิงมีสาวสวยเพียบ รู้ไหมว่าหน้าโรงเรียนนั่นทุกวันมีรถหรูมาจอดกี่คัน?"
"ไม่อยากมีแฟนเป็นดาราเหรอ?" เถาหยุนแปลกใจ
"ไม่อยากครับ!"
หลินไป๋สือนึกถึงรูปที่คิมยองจินส่งมาให้ดูทุกคืน พร้อมข้อความว่า 'นี่คือสิ่งที่ฉันดูได้ฟรีเหรอ?'
สาวเกาหลีคนนี้สวยยิ่งกว่าดาราดังระดับแถวหน้าที่มีอยู่ตอนนี้เสียอีก
อ้อใช่ หลินไป๋สือจำได้ว่าคิมยองจินเคยบอกว่าแม่ของเธอมีบริษัทบันเทิงชื่อดัง และมีเด็กเทรนมากมาย
พวกนั้นล้วนเป็นไอดอลที่เตรียมเดบิวต์!
"น่าทึ่ง!" ฉ้ายจื้อเหิงคิดว่าหลินไป๋สือคงมาจากต่างจังหวัด ไม่รู้จักชื่อเสียงของมหาลัยการละครไห่จิง พอรู้เข้าต้องเสียใจแน่
"มีความกล้ามาก." เถาหยุนรู้สึกว่าหลินไป๋สือเป็นคนที่คบได้ ไม่เหมือนผู้ชายคนอื่นที่พยายามทุกวิถีทางเพื่อจะได้แฟนเป็นนักศึกษามหาลัยการละครไห่จิง
เพราะพาออกไปไหนมาไหนก็มีหน้ามีตาจริงๆ
นักศึกษาที่อยู่แถวนั้นเห็นเหตุการณ์นี้ต่างก็มีความคิดแตกต่างกันไป
เฟรชชี่คิดว่าพวกเขาก็จะได้โอกาสของตัวเองเช่นกัน ส่วนรุ่นพี่คิดว่าหลินไป๋สือดูทึ่มๆ น่ารักๆ
หน้าตาดีอยู่หรอก แต่สมองคงใช้งานไม่ค่อยได้
ชีวิตคนเราจะมีโอกาสดีๆ สักกี่ครั้ง พอเจอแล้วก็ควรคว้าไว้ให้มั่น
มหาวิทยาลัยไห่จิงก็ดีอยู่ แต่แม้แต่บัณฑิตจบใหม่สาขายอดนิยม เงินเดือนก็แค่หมื่นกว่าหยวน อย่างมากก็สองหมื่น
แต่เป็นดารามันไม่เหมือนกัน
เคยมีนักแสดงที่เล่นบทเดินผ่านในซีรีส์ดังเผยว่า เขาเคยว่างงานเกือบปี พอเช็คยอดเงินในบัญชีเหลือแค่ล้านกว่าหยวน ตอนนั้นกลัวมาก
ดาราหาเงินได้เร็วจริงๆ แถมยังสบายด้วย
[มีคนมากมายคิดว่าเจ้าโง่ ฮึ พวกมันไม่เข้าใจความพิเศษของเจ้าหรอก เจ้าต่างหากที่เป็นผู้ล่าระดับสูงสุดบนห่วงโซ่อาหาร ทำลายมิติเทพเจ้า กินซากเทพ นั่นต่างหากคือสิ่งที่เจ้าควรทำ!]
[พวกหนอนต่ำช้าพวกนี้ แม้แต่สิทธิ์ที่จะคลานอยู่แทบเท้าเจ้าและสวดสรรเสริญนามอันยิ่งใหญ่ของเจ้าก็ยังไม่มี!]
[ในเมืองนี้ มีกลิ่นอายของเทพเจ้า!]
[อย่าเสียเวลาคุยกับพวกแมลงพวกนี้อีกเลย ขึ้นรถบัสไปพักผ่อนเถอะ เตรียมตัวสำหรับการล่าเทพเจ้า]
เทพนักชิมพูดมากมายในคราวเดียว ข้อมูลมหาศาลที่เปิดเผยออกมาทำให้หลินไป๋สือปวดหัว
เรื่องห่วงโซ่อาหารกับผู้ล่า ถือว่าเป็นการพูดเล่น แต่ประโยคที่ว่าในเมืองมีกลิ่นอายของเทพเจ้านั้น ค่อนข้างน่ากลัว
"ตามที่ฉันรู้ ไห่จิงและบริเวณรอบๆ ไม่มีมิติเทพเจ้านี่? แล้วเทพเจ้ามาจากไหน?"
หลินไป๋สือถาม
อย่างไห่จิง ซังจิง เยว่จิง เมืองใหญ่ระดับท็อปพวกนี้ ล้วนมีสาขาของสำนักงานความมั่นคง มีมังกรปราบประจำการจำนวนมาก
หากมีดาวตกใกล้ๆ ก่อให้เกิดมิติเทพเจ้า มังกรปราบจะออกปฏิบัติการทันที เข้าไปสำรวจ เก็บกู้ซากเทพ ไม่ให้ซากเทพแพร่กระจาย
เทพนักชิมเงียบ
"เทพเจ้าคืออะไรกันแน่?"
หลินไป๋สือสงสัย
เทพนักชิมไม่ตอบ ราวกับหลับไปแล้ว
หลินไป๋สือไม่ได้ใส่ใจ เขาก็ไม่ได้หวังจะได้คำตอบจากเทพนักชิมอยู่แล้ว
ส่วนการปฏิเสธโอกาสที่อาจจะได้เป็นนักแสดง หลินไป๋สือไม่แคร์เลย
ไม่ต้องพูดถึงว่าอาจารย์จากมหาลัยการละครไห่จิงคนนั้นจะเชื่อถือได้หรือไม่ แม้เขาจะเชื่อถือได้ หลินไป๋สือได้โอกาส แต่การไต่เต้าขึ้นไปจะยากแค่ไหน?
อีกฝ่ายคงไม่มีอำนาจพอที่จะจัดการให้เขาได้เล่นเป็นตัวประกอบสำคัญตั้งแต่แรกหรอก
ส่วนบทพระเอกนั้นไม่ต้องคิดเลย!
ถ้ามีโอกาสจริง ทำไมไม่ดันคนของตัวเองที่รู้จักกันดีล่ะ?
พูดตรงๆ อาจารย์คนนั้นก็เหมือนแมวมองที่เห็นหลินไป๋สือหน้าตาดี ก็เลยทอดแหลองดู ถ้าหลินไป๋สือดังได้ เขาก็ได้เงิน ถ้าไม่ดัง เขาก็ไม่เสียอะไร
ถ้าหลินไป๋สืออยากจะเป็นนักแสดงจริงๆ ไม่สู้ไปหาคิมยองจินดีกว่า เธอเป็นถึงคุณหนูตระกูลใหญ่ที่มีบริษัทบันเทิงเป็นของตัวเอง
ทั้งมีเงินและมีเส้นสาย!
"อย่างน้อยผมก็กำลังจะมีรายได้ปีละ 600,000 หยวน ได้รับโควต้า 120 เหรียญดาวตก เป็นเจ้าหน้าที่สำนักงานความมั่นคงเก้ามณฑล* เงินเดือนสูงขนาดนี้ คบกับรุ่นพี่ เล่นเกมข้ามคืน ตื่นตอนไหนก็ได้ ใช้ชีวิตนักศึกษาสี่ปีอย่างมีความสุข มันไม่ดีกว่าเหรอ?"
(*ผมจะใช้เก้ามณฑลแทนจิ่วโจวเป็นส่วนใหญ่ หลังจากนี้นะครับ)
นี่คือชีวิตที่เขาจะได้รับในตอนนี้ หลินไป๋สือพอใจมาก เขาจะไม่มีวันทิ้งมันไปเพื่อโอกาสที่อาจจะได้เป็นดาราในวงการบันเทิง
พอคิดถึงตรงนี้ หลินไป๋สือก็ขมวดคิ้วเล็กน้อย
แม้เซี่ยหงเย่าจะให้คำมั่นกับเขา แต่คนที่ตัดสินใจคือผู้อำนวยการสำนักงานความมั่นคง ถ้าเขาไม่เห็นด้วย...
ไม่เป็นไร ฉันยังมีเงินรางวัลล้านหยวนอยู่นี่
หลินไป๋สือหยิบโทรศัพท์ออกมา เปิดฟอรั่มแล้ว ล็อกอินเข้าบัญชี หากระทู้ที่เขาตอบเมื่อเช้า
เจ้าของกระทู้ยังไม่ได้ตอบ ดูท่าคงต้องรออีกสองสามวัน
หนึ่งตัวอักษรหนึ่งหมื่นหยวน ได้มาง่ายๆ แต่การรอคอยนี่ทรมานจริงๆ
หลินไป๋สือคุยกับฉ้ายจื้อเหิงและเถาหยุนอีกสิบกว่านาที มีนักศึกษาใหม่มาอีก พวกเขาสองคนต้องไปต้อนรับ หลินไป๋สือจึงขึ้นรถบัสไป.
แถวหน้าสุดของรถบัส ที่นั่งริมหน้าต่างด้านซ้าย มีอาจารย์หนุ่มคนหนึ่งกำลังงีบหลับ เขารับผิดชอบคุมงานวันนี้
แต่งานต้อนรับนักศึกษาใหม่ง่ายมาก ให้นักศึกษาทำก็พอ
หลินไป๋สือหาที่นั่งตรงกลาง นั่งลง แล้วท่องเว็บบอร์ดต่อ
นักศึกษาใหม่ทยอยขึ้นมา ประมาณครึ่งชั่วโมง รถบัสเต็มเกือบครึ่ง มีคนเกือบสี่สิบคน ในที่สุดก็ออกเดินทาง
"น้องหลิน มีอะไรโทรหาพี่นะ!"
เถาหยุนตะโกนบอกหลินไป๋สือ
"ครับ พี่!"
หลินไป๋สือโบกมือให้เถาหยุน พอรถบัสออกจากสถานีรถไฟ เขาก็มองทิวทัศน์ของเมืองผ่านหน้าต่าง
สมกับเป็นมหานคร ถนนกว้างขวาง รถราพลุกพล่าน รถสปอร์ตที่ไม่เคยเห็นในกว่างชิง ที่นี่เห็นวิ่งผ่านบ่อยๆ
หลินไป๋สือเรียกชื่อรถไม่ถูก แต่ดูจากรูปลักษณ์ก็รู้ว่าไม่ใช่ของถูก
ผู้หญิงบนถนนแต่งตัวทันสมัยและกล้าแสดงออก บางคนใส่ชุดทำงาน แผ่กลิ่นอายของหญิงสาววัยทำงานในเมืองที่เฉียบคมและมีความสามารถ
พืชในแนวกันชนเขียวชอุ่ม แต่บนพื้นแทบไม่มีใบไม้ร่วงและขยะ สภาพแวดล้อมสะอาดมาก เห็นคนงานทำความสะอาดทำงานไม่หยุด
ติ๊ง!
มีข้อความในวีแชทเข้ามา
น้องน้องปลาน้อย: น้องหลิน ถึงหรือยัง?
จันทร์ใต้พุ่มไผ่: อยู่บนรถบัสกำลังไปมหาวิทยาลัยครับ
น้องปลาน้อย: น่ารำคาญจัง คณบดีเรียกคุย ฉันอาจจะไปเจอเธอช้าหน่อยนะ.
จันทร์ใต้พุ่มไผ่: ถ้ายุ่งก็ไม่ต้องมาก็ได้ครับ.
น้องปลาน้อย: ไม่ได้! เธอเพิ่งมาไห่จิง ฉันเป็นรุ่นพี่ต้องดูแลเธอให้ดี ไม่ต้องห่วง ถ้าคณบดีพูดมากเกินไป ฉันจะปิดประตูเดินออกมาเลย ไม่เอาใบปริญญากับใบรับรองวุฒิแล้ว
จันทร์ใต้พุ่มไผ่: อย่าพูดแบบนั้นสิ แล้วที่เขาเรียกไปไม่มีเรื่องใหญ่อะไรใช่ไหม?
ในความคิดของหลินไป๋สือ การถูกผู้บริหารโรงเรียนเรียกไปที่ห้องทำงาน ปกติไม่ใช่เรื่องดี
น้องปลาน้อย: ไม่มี ฟังจากที่อาจารย์ที่ปรึกษาบอก คณบดีคงอยากใช้ตัวฉันที่เป็นเน็ตไอดอลในการประชาสัมพันธ์เกี่ยวกับนักศึกษาดีเด่นของโรงเรียน
หัวเยว่ยวี๋รู้สึกรำคาญมาก เพราะเป็นคณบดีออกหน้า จึงปฏิเสธไม่ได้ ไม่งั้นเธอคงมาที่มหาวิทยาลัยไห่จิงหาหลินไป๋สือนานแล้ว
น้องปลาน้อย: ฉันไปทำธุระก่อนนะ เดี๋ยวเจอกัน!
ตามด้วยสติ๊กเกอร์แมวโบกมือลา น่ารักมาก
จันทร์ใต้พุ่มไผ่: เดี๋ยวเจอกันครับ.
คนขับรถน่าจะมีประสบการณ์ขับรถสามสิบปี ขับรถบัสเร็วมาก แต่พอถึงถนนฟู่อันที่มหาวิทยาลัยไห่จิงตั้งอยู่ ความเร็วก็ลดลง
เพราะมีผู้ปกครองมาส่งลูกเยอะ ทำให้การจราจรบนถนนติดขัด รวมกับการรอไฟแดง รถบัสใช้เวลาประมาณสิบกว่านาทีกว่าจะมาถึงประตูหน้า
ประตูมหาวิทยาลัยไห่จิงดูสง่างาม หน้าประตูอัตโนมัติกว้างขวาง มีรูปปั้นหินฮวงจุ้ยขนาดใหญ่ สลักตัวอักษร "มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีไห่จิง"
ลายเส้นสวยงามน่าดู
รถบัสค่อยๆ เคลื่อนตัว ขับไปตามถนนหลักในมหาวิทยาลัย มาถึงหน้าตึกเรียน A
หน้าตึกมีลานกว้าง ตอนนี้แขวนป้ายผ้าหลายผืน วางโต๊ะสามสิบกว่าตัว มีนักศึกษาใหม่และผู้ปกครองมากมาย
"ถึงแล้ว!"
คนขับตะโกน เปิดประตูรถ
นักศึกษาใหม่เหมือนเพนกวินที่เพิ่งออกจากขั้วโลกเหนือเข้าสู่โลกใหม่ มองอะไรก็รู้สึกแปลกใหม่ ทุกคนตื่นเต้นและประหม่า ระวังภาพลักษณ์ของตัวเองมาก กลัวว่าจะทำอะไรน่าอายในวันรายงานตัววันแรก
"ทุกคนถือสัมภาระให้ดี แล้วไปรายงานตัวที่จุดรับสมัครของคณะตัวเอง รับอุปกรณ์เครื่องใช้ในการดำรงชีวิต ส่วนค่าเล่าเรียน กรุณาไปจ่ายที่จุดชำระเงินที่ตึกตะวันตกภายในหนึ่งสัปดาห์"
"บัตรนักศึกษาก็ทำที่จุดชำระเงิน ทั้งการกินข้าวที่โรงอาหาร อาบน้ำที่ห้องอาบน้ำ เติมน้ำที่ห้องกรองน้ำ ล้วนต้องใช้บัตรนักศึกษา พอได้รับแล้วโปรดเก็บรักษาให้ดี!"
หลังรถบัสจอด มีรุ่นพี่คนหนึ่งพาอาสาสมัครสภานักศึกษามาช่วยนักศึกษาใหม่ขนสัมภาระลงจากรถ บอกทาง และแจ้งข้อควรระวังต่างๆ
"ขอบคุณครับ!"
หลินไป๋สือรับกระเป๋าลากของเขา แล้วไปต่อแถวที่จุดรับสมัครของคณะวิศวกรรมไฟฟ้า
ตัวเลือกอันดับหนึ่งของเขาคือวิศวกรรมซอฟต์แวร์ที่มหาวิทยาลัยไห่จิง
และเขาก็สอบติด.
(จบบทที่ 61)