- หน้าแรก
- ฉันกินเทพเจ้าเป็นอาหาร
- บทที่ 60 พรสวรรค์ที่พระเจ้าประทานมา
บทที่ 60 พรสวรรค์ที่พระเจ้าประทานมา
บทที่ 60 พรสวรรค์ที่พระเจ้าประทานมา
ที่ลานกว้างหน้าสถานีรถไฟ ผู้คนมากมายหลั่งไหลกันมา เนื่องจากเป็นช่วงเปิดเทอมของมหาวิทยาลัยต่างๆ จึงมีนักศึกษามหาวิทยาลัยอยู่เป็นจำนวนมาก
ใบหน้าอันเปี่ยมด้วยพลังของคนหนุ่มสาว สะท้อนความมีชีวิตชีวาและความมุ่งมั่นของวัยเยาว์
ความเป็นหนุ่มสาวคือทุน
มีสิทธิ์ที่จะใช้เวลาอย่างสุดเหวี่ยง มีสิทธิ์ที่จะเพลิดเพลินกับวัยหนุ่มสาว
รถบัสจากมหาวิทยาลัยต่างๆ ที่มารับนักศึกษาใหม่ ต่างติดป้ายชื่อสถาบันและข้อความต้อนรับ มีรุ่นพี่อาสาสมัครยืนรอต้อนรับอยู่
นักศึกษาใหม่ไม่ต้องกังวลว่าจะขึ้นรถผิดคัน
เมื่อหลินไป๋สือลากกระเป๋าเดินทางมาถึง เหล่ารุ่นพี่ที่ยืนอยู่หน้ารถบัสต่างหันมามองเขาทันที
"โอ้แม่เจ้า หล่อมากเลย!"
รุ่นพี่ผู้หญิงผมสั้นคนหนึ่งที่ติดกิ๊บรูปกระต่าย เมื่อเห็นหลินไป๋สือเดินเข้ามาใกล้ ก็รีบชี้ทางอย่างกระตือรือร้น "รถบัสของมหาลัยการละครไห่จิงอยู่ทางโน้นนะคะ!"
"มหาลัยการละครไห่จิง?"
หลินไป๋สือไม่เข้าใจ แต่ก็มองตามนิ้วที่ชี้ของรุ่นพี่คนนั้น
หน้ารถบัสสีเขียวคันนั้น เหล่านักศึกษาอาสาสมัครที่กำลังคุยกันเล่นอย่างเบื่อๆ ต่างหันมามองเขา ด้วยสีหน้าตื่นตะลึง
"โอ้โห หล่อมาก มีลุ้นแย่งตำแหน่งเดือนประจำปีหนึ่งแน่ๆ!"
"ต้องลุ้นด้วยเหรอ? ดูรูปร่างเขาสิ กล้ามเนื้อ เส้นเลือด เห็นชัดว่าเล่นกล้ามมา ปีนี้ปีหนึ่ง อาจจะมีคนหน้าตาดีเท่าเขา แต่รูปร่าง? ขอโทษนะ แพ้กระเจิงหมด!"
"ใช่เลย สภาพร่างกายดีมาก!"
"นี่แหละพรสวรรค์ที่พระเจ้าประทานมา อิจฉาไม่ได้หรอก!"
มหาลัยการละครไห่จิง หรือเรียกสั้นๆ ว่าไห่สี้* เป็นหนึ่งในสามสถาบันภาพยนตร์ชั้นนำของจิ่วโจว ดาราดังหลายคนที่ผู้คนคุ้นหูคุ้นตาล้วนจบจากที่นี่
(ชื่อจีนของมหาลัยการละครคือไห่จิง สี้จื่อ เฉว่เยี่ยน เรียกสั้นๆเลยเป็นไห่สี้ครับ)
อาจกล่าวได้ว่าการเข้าเรียนที่ไห่จิงเปรียบเสมือนการได้ขึ้นรถด่วนสู่การเป็นดารา
แต่การจะเป็นดารา อย่างน้อยต้องมีหน้าตาสวยงาม รูปร่างโดดเด่น
แน่นอนว่าถ้ามีฐานะหรือมีเงินทุน ก็ไม่ใช่ว่าจะเล่นเป็นงานอดิเรกไม่ได้ เพียงแต่โอกาสประสบความสำเร็จค่อนข้างต่ำ
อาสาสมัครเหล่านี้ล้วนเป็นนักศึกษาชั้นปีที่สามและสี่ของไห่จิง ผ่านการฝึกฝนทั้งรูปลักษณ์ภายนอกและการพัฒนาคุณภาพภายใน อีกทั้งยังมีหน้าตาดีกว่าคนทั่วไป เมื่อยืนอยู่ตรงนั้น จึงโดดเด่นสะดุดตา
นักศึกษาใหม่ที่นั่งรออยู่บนรถบัส ต่างแอบมองพวกเขาเป็นระยะ
ใครจะไม่อยากฝันว่าตัวเองจะสง่างามโดดเด่นเช่นนั้น แค่ยืนเฉยๆ ก็กลายเป็นจุดสนใจของฝูงชน
แต่เมื่อชายหนุ่มร่างสูงกว่าหนึ่งร้อยแปดสิบเซนติเมตรคนนั้นมาถึง รุ่นพี่ของไห่จิงเหล่านั้นก็ถูกบดบังทันที
ไม่ใช่แค่หน้าตาและรูปร่าง แต่รวมถึงบุคลิกด้วย
หลินไป๋สือผ่านการฝึกฝนความเป็นและความตายจากวัดหลงชาน และหลังจากสังหารกลุ่มของฉลามดำรุ่นสามสองคนแล้ว เขาก็มีบุคลิกที่สงบนิ่ง เยือกเย็น และไม่หวั่นไหวต่อการเปลี่ยนแปลง
อีกทั้งในไม่เกินสองเดือนก็จะมีเงินเข้าบัญชีหนึ่งล้าน ทำให้เขาแผ่ความมั่นใจออกมาจากภายในสู่ภายนอก
หลินไป๋สือเห็นชื่อสถาบันที่ติดอยู่บนรถบัส จึงยิ้มพลางส่ายหน้า "พี่ครับ ผมไม่ได้เรียนมหาลัยการละครไห่จิงครับ!"
"หา?"
รุ่นพี่ผมสั้นชะงัก
ในความเข้าใจของเธอ ผู้ชายที่เรียนเก่งส่วนใหญ่มักไม่หล่อ เป็นเด็กเนิร์ด แต่ชายหนุ่มตรงหน้าหล่อขนาดนี้ เกรดคงไม่ดีแน่ๆ
"ผมเป็นนักศึกษาปีหนึ่งมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีไห่จิงครับ!"
หลินไป๋สือยิ้มน้อยๆ บุคลิกสดใสเป็นธรรมชาติ เขาลากกระเป๋าเดินไปทางรถบัสของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีไห่จิง
"เกิดอะไรขึ้น?"
"ไม่ได้เรียนไห่สี้เหรอ?"
"เสียดายหน้าตาแบบนี้จริงๆ!"
นักศึกษาต่างพากันวิพากษ์วิจารณ์
รุ่นพี่ของไห่สี้งงไปครู่หนึ่ง ไม่คิดว่านักศึกษาใหม่คนนั้นจะไม่ใช่นักศึกษาของพวกเขา แต่แล้วก็รู้สึกดีใจขึ้นมา
เยี่ยมเลย
คู่แข่งที่แข็งแกร่งน้อยลงไปแล้วหนึ่งคน
"พวกนายดีใจบ้าอะไรกัน แค่หน้าตาแบบนั้น เขาก็ได้ออดิชั่นเป็นพระเอกแล้ว ไม่ต้องมาแย่งบทตัวประกอบกับพวกนายหรอก"
รุ่นพี่ปีสี่ที่เป็นหัวหน้าทีมเริ่มด่า
เธอไม่รู้ว่าทำไม แต่รู้สึกหงุดหงิดมาก
"อาจจะเพราะเสียดายที่ไม่ได้รุ่นน้องที่เจ๋งมาเป็นเพื่อนร่วมสถาบันมั้ง!"
รุ่นพี่พึมพำ
"หน้าตาดี ก็ไม่ได้แปลว่าจะได้เป็นพระเอกนะ!"
รุ่นพี่คนหนึ่งบ่นอย่างขมขื่น
แต่แม้แต่ตัวเขาเองก็ไม่เชื่อคำพูดนี้ วงการบันเทิงสมัยนี้ ถ้าอยากดัง ไม่เหมือนสมัยก่อนที่ต้องมีผลงานเด่นๆ เดี๋ยวนี้แค่หน้าตาดีพอ บริษัทที่เซ็นสัญญาด้วยยอมทุ่มเงินซื้อกระแส จ้างพวกปั่นยอด คนๆ นั้นก็ดังได้แล้ว หาแฟนคลับได้ และเก็บเกี่ยวผลประโยชน์
ผู้ชายคนนั้น มีภาพลักษณ์หมาป่าน้อยชัดเจน รับรองไม่ขาดคุณนายหรือเศรษฐินีที่จะทุ่มเงินดันเขาแน่นอน
บนรถบัส อาจารย์ของไห่สี้ที่นำทีมนั่งเปิดแอร์เล่นมือถืออยู่ เมื่อเห็นหลินไป๋สือ ตาก็เป็นประกาย นึกในใจว่าหนุ่มหล่อประจำปีมาแล้ว
แค่ชายหนุ่มคนนี้ไม่ได้โง่เรื่อง EQ และมีความสามารถพิเศษผ่านเกณฑ์ บริษัทใหญ่ๆ ก็ต้องแย่งตัวกันแน่ แต่ไม่คิดว่าเขาจะเป็นเด็กสายวิทย์
"น่าเสียดาย!"
อาจารย์ส่ายหน้าอย่างเสียดาย กำลังจะดูวิดีโอต่อ แต่เมื่อเห็นนักศึกษาบนรถและบริเวณใกล้เคียงต่างจ้องมองชายหนุ่มคนนั้น เขาก็เกิดความคิดขึ้นมา จึงลงจากรถ
อาจจะขอเบอร์โทรเขาไว้ แนะนำให้คณบดี
ลูกสาวคณบดีเปิดบริษัทบันเทิง บางทีอาจจะเซ็นสัญญากับเขาก็ได้
การแสดงเป็นเรื่องที่ต้องดูพรสวรรค์ติดตัวมาด้วย หน้าตาดีถือเป็นข้อได้เปรียบมหาศาล ยิ่งชายหนุ่มคนนี้รูปร่างก็ดีเยี่ยมด้วย
ตอนนี้บริษัทการบันเทิงดำเนินการยังไง?
เมื่อเห็นนักศึกษาคนไหนมีศักยภาพ ก็รีบเซ็นสัญญาก่อน ไม่ต้องใช้เงินมาก แค่ให้ค่าครองชีพรายเดือนก็พอ จากนั้นค่อยจัดหางานให้ทำ ได้เป็นตัวประกอบก็ถือว่าดีแล้ว บริษัทที่ไร้ยางอายบางแห่งอาจให้สาวสวยไปนั่งดื่มเหล้าด้วยซ้ำ.
แค่นักแสดงใหม่ดังนิดหน่อย บริษัทก็ไม่ขาดทุนแล้ว บางคนหาโอกาสอื่นเจอเอง แต่ติดสัญญาอยู่ จะทำยังไง?
ก็ต้องควักกระเป๋าจ่ายเงินเพื่อยกเลิกสัญญา บริษัทก็ได้กำไรอีกก้อน
การขายคน ก็เป็นการดำเนินงานปกติของบริษัทเล็กๆ พวกนี้แล้ว
อีกอย่าง ชายหนุ่มจากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีไห่จิงคนนั้นรูปร่างดีขนาดนี้ เป็นนายแบบก็ได้ ไม่ขาดงานแน่นอน บริษัทบันเทิงเซ็นสัญญากับเขาก็มีแต่ได้กำไร
ถ้าเรื่องนี้สำเร็จ ตัวเองก็จะได้แสดงตัวต่อหน้าคณบดี เก็บน้ำใจไว้สักหน่อย
......
"หา? เป็นนักศึกษาของพวกเราเหรอ?"
รุ่นพี่ปีสามที่นำทีมปรับแว่นพลางมองหลินไป๋สือด้วยความแปลกใจ นายหล่อขนาดนี้ ยังเป็นเด็กเรียนเก่งอีก จะให้คนอื่นอยู่ยังไง?
มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีไห่จิงติดอันดับห้าในบรรดามหาวิทยาลัยทั้งหมดในไห่จิง คะแนนสอบเข้าไม่ใช่น้อยๆ เลย
"ครับ!"
หลินไป๋สือพยักหน้า
"งั้น... งั้นขึ้นรถไป..."
รุ่นพี่ปีสามยังพูดไม่ทันจบ รุ่นพี่ผู้หญิงข้างๆ ก็พูดแทรกขึ้นมา
"ขึ้นไปรอบนรถก่อนนะคะ รอคนครบแล้วค่อยออกเดินทาง!"
รุ่นพี่หยิบน้ำดื่มขวดหนึ่งจากถุงบนพื้น ยื่นให้หลินไป๋สือ
"ไม่เป็นไรครับ"
หลินไป๋สือไม่รับ
"ไม่ต้องเกรงใจค่ะ เป็นสวัสดิการสำหรับนักศึกษาใหม่ ทุกคนได้หมด!"
รุ่นพี่อยากขอวีแชทหลินไป๋สือ แต่เกรงว่าจะเสียภาพลักษณ์
เธอไม่ให้โอกาสหลินไป๋สือปฏิเสธอีก ยัดน้ำน้ำดื่มตราน่งฟูซานเฉวียนใส่มือเขา "รีบขึ้นไปรอบนรถเถอะค่ะ ตรงนี้ร้อน!"
"ขอบคุณพี่ๆ ครับ"
พูดจาหวานๆ ไว้ก็ไม่เสียหาย
หลินไป๋สือไม่ได้รู้สึกว่าตัวเองเหนือกว่าใคร แม้จะเป็นนักล่าเทพเจ้าที่มีพรอันทรงพลังก็ตาม
"น้อง ให้พี่ถือกระเป๋าให้นะ!"
รุ่นพี่แว่นปีสามคนนั้นตอนนี้ก็ตั้งสติได้แล้ว ยิ้มพลางเดินไปหยิบกระเป๋าเดินทางของหลินไป๋สือ เพื่อเก็บเข้าช่องเก็บสัมภาระด้านขวาของรถบัส
"ไม่เป็นไรครับ ผมทำเองได้!"
หลินไป๋สือไม่ชอบรบกวนคนอื่น
"ไม่ต้อง ไม่ต้อง ให้พี่จัดการเอง น้องนั่งรถมาทั้งวัน คงเหนื่อยแล้ว"
รุ่นพี่แว่นกระตือรือร้นมาก ยืนกรานจะช่วยหลินไป๋สือจัดการกระเป๋าเดินทาง หลังจากเก็บเรียบร้อยก็หยิบมือถือออกมา "น้อง แอดวีแชทกันมั้ย? ถ้าต่อไปมีอะไรไม่เข้าใจ หรือปัญหาเรื่องการใช้ชีวิต มาหาพี่ได้เลย!"
"เก่งมาก พี่ฉ้าย!"
รุ่นพี่เถาหยุนแอบชื่นชม แล้วรีบหยิบมือถือออกมาบ้าง "น้อง แอดพี่ด้วยคนนะคะ ถ้าหาแฟนไม่ได้ พี่ช่วยหาให้!"
บนรถบัส มีนักศึกษาใหม่นั่งอยู่ราวยี่สิบกว่าคนแล้ว พวกเขาเห็นรุ่นพี่สองคนที่ปกติใจดีกับพวกเขา กลับยิ่งใจดีเป็นพิเศษกับนักศึกษาใหม่ที่เพิ่งมาถึง ถึงได้เข้าใจว่า ที่แท้พวกเขายังมีความใจดีที่มากกว่านี้
แต่เป้าหมายไม่ใช่พวกเขา
"ครับ!"
หลินไป๋สือหยิบมือถือออกมา เปิดวีแชท
[ฉ้ายจื้อเหิง ปีหน้าขึ้นปีสี่ เป็นกรรมการสโมสรนักศึกษา อย่าเห็นว่าใส่แว่นแล้วดูซื่อๆ จริงๆ แล้วมีเล่ห์เหลี่ยมนิดหน่อย ที่เขาแอดเพื่อน เพราะเห็นนาฬิกาโรเล็กซ์บนข้อมือเจ้านะ!]
[เขามีแฟนอยู่ต่างเมือง แต่ความสัมพันธ์ไม่ค่อยดี น่าจะเลิกกันเร็วๆ นี้!]
หลังจากหลินไป๋สือสแกนคิวอาร์โค้ดแอดฉ้ายจื้อเหิงเป็นเพื่อนแล้ว เทพนักชิมก็เริ่มวิเคราะห์
[เถาหยุน แค่เห็นว่าเจ้าหล่อ สมองเลยช็อตชั่วขณะ อยากแอดเพื่อนเฉยๆ]
[เรียนมหาวิทยาลัยมาสามปี ไม่เคยมีแฟน ชอบดื่มน้ำเย็น จึงประจำเดือนมาไม่ปกติบ่อย ถ้าเป็นแบบนี้ต่อไป จะมีปัญหาเรื่องการตั้งครรภ์]
[เธอมาจากพื้นที่ยากจนในชนบท รู้ว่าความรู้เปลี่ยนชีวิตได้ เลยอยู่ห้องสมุดทุกวัน ใช้เวลาว่างสอบใบรับรองได้ห้าใบแล้ว กำลังพยายามหางานที่เงินเดือนดีๆ]
หลินไป๋สือรู้สึกเคารพอย่างจริงใจ
คนที่พยายาม ควรได้รับความเคารพ
รอจังหวะเหมาะๆ จะบอกเธอว่าอย่าดื่มน้ำเย็น
ที่นี่ทุกคนเป็นเพื่อนร่วมสถาบัน หลินไป๋สือไม่สามารถหลอกเหมือนตอนที่หลอกป้าเบาหวานที่สถานีรถไฟว่าเขาเป็นนักศึกษาแพทย์ได้
หลินไป๋สือไม่รีบขึ้นรถ ถือโอกาสที่บรรยากาศกำลังดี สอบถามเรื่องมหาวิทยาลัยสักหน่อย เพื่อเตรียมใจไว้
แต่คุยได้ไม่กี่ประโยค ชายวัยสามสิบกว่าๆ คนหนึ่งก็เดินเข้ามา
"น้องๆ พี่เป็นอาจารย์จากมหาลัยการละครไห่จิง แซ่เฟิ่ง ชื่อเฟิ่งอี้ พี่เห็นว่าน้องมีบุคลิกดี พูดจาฉะฉาน มีเสน่ห์มาก เคยผ่านการฝึกฝนมาหรือเปล่า?"
อาจารย์เฟิงยิ้มพลางยื่นมือขวาให้หลินไป๋สือ
"สวัสดีครับอาจารย์เฟิ่ง ผมไม่เคยฝึกมาครับ!"
หลินไป๋สือจับมือเฟิงอี้ แม้อีกฝ่ายจะไม่ใช่อาจารย์ของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีไห่จิง แต่เขาก็ยังเรียกอาจารย์
ยิ่งมีมารยาทก็ไม่เสียหาย
"อ้อ? งั้นน้องคงมีพรสวรรค์มากเลยนะ!"
เฟิ่งอี้ชมอีกสองสามประโยค เพื่อลดความรู้สึกแปลกหน้าของหลินไป๋สือ จากนั้นก็เริ่มคุยเรื่องหนังดังสองเรื่องล่าสุด บอกว่าพระเอกหนุ่มหน้าใสบางคนในเรื่องเป็นศิษย์เก่าของไห่สี้.
ฉ้ายจื้อเหิงกับเถาหยุนไม่รู้ว่าอาจารย์เฟิ่งคนนี้จะทำอะไร กำลังงงๆ อยู่ ก็ได้ยินเขาชวนหลินไป๋สือไปเยี่ยมชมมหาลัยการละครไห่จิง
"น้องสนใจการแสดงไหม? มาลองเข้าเรียนสักสองสามคาบดูมั้ย?"
เฟิ่งอี้ถือตัวว่าเป็นคนมีการศึกษา ไม่ได้พูดตรงๆ ว่า 'อยากได้เธอ' แต่ก็สื่อความหมายออกมาชัดเจน
โดยทั่วไปแล้ว ถ้าอีกฝ่ายไม่โง่เกินไป ก็น่าจะเข้าใจ
เถาหยุนตาโต แอบเอานิ้วจิ้มฉ้ายจื้อเหิง พึมพำเบาๆ "น้องหลินโดนแมวมองมาทาบแล้วเหรอ?"
ฉ้ายจื้อเหิงพยักหน้า รู้สึกเปรี้ยวในใจ เหมือนเพิ่งกินมะนาวสดๆ ไป
คนหล่อนี่มีโอกาสเยอะจริงๆ!
แต่ฉ้ายจื้อเหิงก็รู้ว่า อาชีพดาราสมัยนี้ มีความสามารถด้านการแสดงหรือไม่ไม่สำคัญ แต่ต้องหน้าตาดี พอมีเจ้าทุนทุ่มเงิน ซื้อกระแส ดันยอดวิว ก็ดังได้
นี่แหละพรสวรรค์ที่พระเจ้าประทานมา
(จบบท)