- หน้าแรก
- ฉันกินเทพเจ้าเป็นอาหาร
- บทที่ 3 เกมของเทพเจ้า
บทที่ 3 เกมของเทพเจ้า
บทที่ 3 เกมของเทพเจ้า
ที่ประตูโค้งรูปจันทร์เสี้ยว มีตัวอักษรสี่ตัวเขียนว่า 'สวนดอกท้อโพธิ์' กลิ่นผลไม้ประหลาดโชยมาจากด้านใน
[ท้อวัยสิบแปดปี อวบอิ่มเต็มน้ำ ถึงเวลาสุกงอมพอดี!]
"จะเข้าไปไหม?"
คิมยองจินเขย่งปลายเท้าชะเง้อมองเข้าไปในสวนท้อ
หมอกจางลงอีกเล็กน้อย มองเห็นต้นท้อเตี้ยๆ เรียงรายเป็นป่าอยู่ห่างออกไปราว 40 เมตร บนกิ่งก้านเต็มไปด้วยผลท้อดกดื่น
"เข้าสิ!"
หลินไป๋สือเดินผ่านประตูโค้ง เหยียบย่างไปตามทางเดินที่ปูด้วยก้อนกรวด
การไม่มีอาวุธติดตัวทำให้รู้สึกไม่ปลอดภัย
หลินไป๋สือคิดจะหักกิ่งไม้มาทำเป็นอาวุธ แต่ลังเลครู่หนึ่งก็ล้มเลิกความคิดนั้น
หากบังเอิญไปเรียกพวกรูปปั้นพระประหลาดมาล่ะ?
"ท้อพวกนี้ใหญ่จัง!"
น้ำลายคิมยองจินสอ ใจอยากเด็ดสักลูกมาชิม
ท้อพวกนี้ไม่เพียงแต่ใหญ่ สีชมพูอมแดงไร้ตำหนิ ราวกับผิวเนียนนุ่มของสาวน้อยวัยแรกรุ่น ชวนให้น้ำลายสอ
"เธอรู้สึกว่าต้นท้อพวกนี้แปลกๆ ไหม?"
หลินไป๋สือขมวดคิ้วแน่น
ต้นท้อพวกนี้เตี้ยแคระ กิ่งก้านบิดเบี้ยวดูน่ากลัว เผินๆ ดูคล้ายกำลังเต้นรำเรียกวิญญาณ
"ในมิติเทพเจ้า ถ้าไม่แปลกประหลาด นั่นแหละน่าแปลก."
คิมยองจินหูกระดิก "ฉันได้ยินเสียงคนพูดนะ"
"ผมก็ได้ยินเหมือนกัน!"
หลินไป๋สือเร่งฝีเท้า
ที่ปลายทางเดินกรวด เขาเห็นกระท่อมหลังหนึ่ง หน้ากระท่อมมีลานเล็กๆ มีบ่อน้ำและซากสุนัขตัวหนึ่ง
ทางทิศตะวันออกเป็นแปลงผัก มองเห็นนกกระโดดเต้นอยู่
มีคนอยู่ที่นั่นราวสิบกว่าคน
เมื่อหลินไป๋สือและคิมยองจินปรากฏตัว พวกเขาต่างจ้องมองด้วยความตื่นตระหนก เมื่อเห็นว่าไม่ใช่สิ่งประหลาด จึงถอนหายใจโล่งอก
สายตาของผู้ชายทั้งหลายจับจ้องที่คิมยองจิน
หญิงสาวคนนี้ช่างงดงาม
หลินไป๋สือกวาดตามองรอบๆ แล้วเดินไปถามป้าๆ หกคนที่นั่งพักอยู่ที่โต๊ะหินในลาน
"คุณป้า สวัสดีครับ พบอะไรบ้างไหมครับ?"
ป้าทั้งหกคนอายุราวห้าสิบปี แต่งตัวทันสมัย ดูออกว่าเป็นพวกที่เกษียณแล้วชอบมารำในลานกว้าง
หนึ่งในนั้นสวมชุดกี่เพ้าสีฟ้าอ่อนปักลายดอกโบตั๋น ตอนนี้กำลังนั่งบนม้านั่งหินนวดเท้าที่ปวดเมื่อย พร่ำบ่นไม่หยุด
ป้าชุดกี่เพ้ากวาดตามองหลินไป๋สือแวบหนึ่ง ไม่ตอบ แต่ป้าคนหนึ่งที่สวมหมวกกันแดด เห็นหลินไป๋สือแล้วถูกชะตา จึงตอบสั้นๆ
"ที่นี่ไม่มีอันตราย หลบอยู่สักพักได้"
พวกเธอทั้งหกคนเป็นเพื่อนเล่นไพ่นกกระจอก ครั้งนี้นัดกันมาไหว้พระเที่ยวเล่น ไม่คิดว่าจะเจอเรื่องแบบนี้ ช่างน่าโมโห
"ขอบคุณครับ"
หลินไป๋สือกล่าวขอบคุณอย่างสุภาพ
[ป้าคนนี้มีโรงงานอาหาร มีทรัพย์สินเป็นหลายล้าน สามีตายมาห้าปีแล้ว เธอสนใจนายอยู่นิดหน่อย]
หลินไป๋สืองงงัน นี่หมายความว่าอะไร?
ฉันดูเหมือนคนที่จะไปเกาะผู้หญิงหรอ?
เขาเดินไปที่กระท่อม ตั้งใจจะดูว่าข้างในมีอะไรที่ใช้ได้บ้างไหม
"ไม่ต้องไปดูแล้ว พวกเราหาดูกันหมดแล้ว"
ลุงหน้ากลมคนหนึ่งเข้ามาใกล้ "มีบุหรี่ไหม?"
"ไม่มีครับ"
หลินไป๋สือส่ายหน้า
ลุงคนนี้อายุราวสี่สิบกว่า ท้วมเล็กน้อย มือซ้ายพันผ้าพันแผลห้อยอยู่ที่หน้าอก มือขวาถือเคียว แต่ไม่มีท่าทางดุร้าย ดูเหมือนพ่อบ้านมากกว่า
"ผมแซ่ซือหม่า เหมือนซือหม่าอี้ในสามก๊ก ชื่อมู่ พวกคุณชื่ออะไร?"
ซือหม่ามู่เป็นคนช่างคุย
(คนแปลขอใช้ซือหม่าแทนสุม้านะครับ)
"หลินไป๋สือ"
หลินไป๋สือเห็นคู่รักวัยรุ่นคู่หนึ่งกำลังทะเลาะกันอยู่ที่แปลงผัก
[ผู้หญิงคนนั้นมีโรคทางนรีเวชร้ายแรง เคยทำแท้งมาแล้ว แต่ไม่ใช่ลูกของหนุ่มคนนี้]
"......"
หลินไป๋สือตกตะลึง เสียงนี้มันอะไรกันแน่?
ถึงกับรู้ความลับส่วนตัวของคนอื่นด้วย?
"พี่คะ ไปหาอาวุธกันเถอะ"
คิมยองจินท่าทีเย็นชา ไม่อยากคุยกับคนอย่างซือหม่ามู่ที่มีสายตาไม่เรียบร้อย
"ซือหม่า เธอดูถูกนาย!"
มีชายหนุ่มคนหนึ่งเพิ่งปลดทุกข์เสร็จเดินออกมาจากหลังกระท่อม เห็นคิมยองจินเย็นชา จึงตั้งใจยุแหย่ "ไม่สั่งสอนเธอสักหน่อยหรือ?"
คิมยองจินหลบไปอยู่ข้างหลินไป๋สือ
พอฉุยเฟิงออกมา คู่รักคู่นั้นก็หยุดทะเลาะ ป้าทั้งหกคนก็ลุกขึ้นยืน
"พี่ฉุย จะทำยังไงต่อดี?"
ป้าชุดกี่เพ้าที่ใบหน้าต้องเสียเงินหลายพันเพื่อทำความงามทุกเดือนยิ้มประจบ
"พี่บ้านแกสิ ฉันแก่ขนาดนั้นเหรอ?"
ฉุยเฟิงถ่มน้ำลายข้นๆ
ป้าชุดกี่เพ้าถูกด่าจนเขินอาย แต่ไม่กล้าเถียง เพราะพวกเธออยากมีชีวิตรอด ต้องพึ่งชายหนุ่มคนนี้
"ผมอายุป่านนี้แล้ว จะไปถือสาเด็กผู้หญิงทำไม?"
ซือหม่ามู่แสดงความใจกว้าง
"แกคงไม่ได้กลัวหมอนี่หรอกนะ? วางใจเถอะ ฉันอยู่ข้างแกเอง!"
ดวงตาเล็กสามเหลี่ยมของฉุยเฟิงกลอกมองหลินไป๋สือ
หา!
ความสูงนี่... กล้ามเนื้อนี่... ดูท่าจะสู้ได้!
ถ้าเป็นเมื่อก่อน ฉุยเฟิงคงไม่กล้าหาเรื่อง แต่ตอนนี้...
ขอโทษที
ฉันสู้ได้ถึงสิบคน!
ฉุยเฟิงมีมีดฟันไม้เหน็บที่เอว มือขวาถือคบเพลิงยาวสามฟุตสองนิ้ว หนาเท่าข้อมือผู้ใหญ่ นี่คือความมั่นใจของเขา
"อปป้า เราไปกันเถอะ!"
คิมยองจินดึงชายเสื้อหลินไป๋สือ
[อาหารขยะชิ้นหนึ่ง ไม่คู่ควรกับกระเพาะของเจ้า แนะนำให้นึ่งแล้วเอาไปให้หมากิน!]
เสียงนั้นพูดถึงฉุยเฟิงอย่างชัดเจน
"ฮึ ไปเหรอ? ถามฉันหรือยัง?"
ฉุยเฟิงจ้องมองคิมยองจินด้วยสายตาชั่วร้าย
วัดหลงฉานกลายเป็นมิติเทพเจ้าอันน่าสะพรึงกลัว ทุกคนที่อยู่ในนี้วันนี้ต้องตาย แล้วเขาจะยังต้องระวังอะไรอีก?
สนุกสักหน่อยก่อนตายดีกว่า!
ลมพัดผ่าน หมอกจางลง ผลท้อบนต้นพลันสั่นไหว
แกรก! แกรก!
ท้อที่สุกงอมเหล่านั้นปริแยกออกเป็นช่อง ดูคล้ายปาก
"กินฉัน!"
"กินฉัน!"
"กินฉัน!"
ผลท้อพวกนั้นกรีดร้อง ร่วงหล่นจากกิ่ง งอกขายาวสี่ขาเหมือนแมงป่อง คืบคลานอย่างรวดเร็วมาทางหลินไป๋สือและคนอื่นๆ
"มีสัตว์ประหลาดมาแล้ว!"
ป้าชุดกี่เพ้าตกใจสุดขีด วิ่งหนี แต่สะดุดล้มหน้าคะมำ
"บ้าเอ๊ย นี่มันอะไรกันวะ?"
ฉุยเฟิงขนลุกซู่
ซือหม่ามู่แม้มือซ้ายจะพันผ้าอยู่ แต่วิ่งเร็วที่สุด แต่วิ่งได้แค่สิบกว่าเมตรก็ต้องหยุด
ท้อประหลาดที่งอกขาแมงป่องมีมากเกินไป นับพันลูก เคลื่อนที่เป็นฝูงเข้ามา ปิดกั้นเส้นทางหนีออกจากสวนท้อของทุกคน
"อย่าวิ่งเลย จะยิ่งยั่วโมโหพวกมัน!"
คิมยองจินรีบเตือน
ดูท่าต้นท้อพวกนี้เป็นวัตถุต้องมลทิน ทุกคนอยากมีชีวิตรอด ก็ต้องทำตามกฎของพวกมัน
ไม่มีใครวิ่งอีก
เพราะทุกคนกลัวตาย
"ตอนนี้จะทำยังไงดี?"
ป้าหมวกกันแดดหันไปถามคิมยองจินเสียงเบา
เธอฟังจากคำพูดของสาวเกาหลีคนนี้แล้ว ดูเหมือนเธอจะรู้เรื่องภายในที่คนอื่นไม่รู้
ทุกคนหยุดเคลื่อนไหว พวกท้อประหลาดก็หยุดไล่ล่า
สิบกว่าตัวคืบคลานอย่างรวดเร็วมาหยุดตรงหน้าป้าผมดัดคนหนึ่ง ร้องใส่เธอ
"กินฉัน!"
"กินฉัน!"
เสียงแหลมเล็ก เศร้าโศก เหมือนเสียงทารกที่หิวจัด
ป้าผมดัดตัวสั่น มองไปที่ฉุยเฟิง "ช่วย...ช่วยด้วย!"
ฉุยเฟิงไม่ขยับ เขาตั้งใจจะดูพฤติกรรมของสัตว์ประหลาดพวกนี้ก่อน แล้วค่อยตัดสินใจ
[กินท้อสวรรค์หนึ่งลูก ดีกว่ากินท้อเน่าทั้งตะกร้า ท้อที่เพิ่งสุกพอดีพวกนี้ หวานฉ่ำ รีบลองชิมเถอะ!]
จะชิมบ้าอะไร!
หลินไป๋สือรู้สึกแต่ความขยะแขยง
ดูขาแมงป่องสี่ขาบนท้อพวกนี้สิ ถ้ากินเข้าไป คงเป็นแผลใจไปชั่วชีวิต
"เธอลองกินสักลูกไหม?"
ซือหม่ามู่เสนอ
"ใครจะกล้ากินล่ะ?"
ป้าผมดัดส่ายหน้าดิก
"กินฉัน!"
"กินฉัน!"
ท้อประหลาดขนาดเท่ากำปั้นหลายสิบลูกล้อมรอบป้าผมดัด เร่งเร้าไม่หยุด เห็นเธอไม่ยอมขยับ ก็โมโห "เธอไม่กินฉัน งั้นฉันจะกินเธอ!"
พูดจบ ปากของพวกมันก็แยกออก ข้างในเต็มไปด้วยเขี้ยว มีของเหลวหยดลงมา ไม่รู้ว่าเป็นน้ำท้อหรือน้ำลาย พุ่งเข้าใส่ป้าผมดัด
กัดทีเดียวก็กินเนื้อได้เท่าฝ่ามือ
"กรี๊ด!"
ป้าผมดัดร้องด้วยความเจ็บปวด มือสะบัดไปมา พยายามป้องกันท้อประหลาดพวกนั้น
แต่ท้อประหลาดหลายสิบลูก เหมือนฝูงปลาปิรันยา กัดกินป้าผมดัดอย่างบ้าคลั่ง ชั่วพริบตาก็ทำให้เธอเลือดอาบไปทั้งตัว ไม่เหลือเนื้อดีสักส่วน
ไม่ถึงนาที ป้าผมดัดก็หยุดนิ่ง ถูกกัดตายทั้งเป็น
ท้อประหลาดพวกนั้นไม่ได้จากไป แต่ยังคงแทะกินศพของเธอต่อ
ทุกคนเห็นภาพนี้แล้วขนลุกชัน
ท้อหลายสิบลูกคืบคลานมาหยุดตรงหน้าป้าทำตาสองชั้นคนหนึ่ง
"กินฉัน!"
"กินฉัน!"
ป้าตาสองชั้นตัวสั่น "พี่ฉุย ช่วยด้วย!"
"เธอกินพวกมันเข้าไป น่าจะไม่ตาย!"
ฉุยเฟิงอยากดูว่าถ้าคนกินท้อพวกนี้เข้าไปจะเกิดอะไรขึ้น
ป้าตาสองชั้นหันไปมองท้อที่มีขายาว แหวะ! อาเจียนออกมา
เธอกินไม่ลง!
ทันใดนั้น
ป้าคนนี้ก็วิ่งสุดชีวิต พยายามหนี
การกระทำนี้เหมือนแหย่รังต่อ ท้อประหลาดพวกนั้นพุ่งตัวขึ้นพร้อมกัน ไล่ตามทันในระยะไม่ไกล ท่วมทับเธอจนมิด
ไม่กี่วินาทีต่อมา พวกท้อประหลาดก็จากไป เหลือเพียงโครงกระดูกขาวโพลนบนพื้น
ป้าคนอื่นๆ ตกใจจนไม่กล้าหายใจแรง
หลินไป๋สือหันไปถามคิมยองจินเสียงเบา "ทุกคนต้องผ่านการทดสอบนี้ใช่ไหม?"
"ในวงการนักล่าเทพเจ้า เราเรียกกฎที่มีพลังอำนาจเหนือธรรมชาติแบบนี้ว่า เกมของเทพเจ้า โดยทั่วไปทุกคนต้องผ่านการทดสอบ!"
คิมยองจินอธิบาย "เมื่อมนุษย์เผชิญหน้ากับวัตถุต้องมลทิน ไม่ปฏิบัติตามกฎของพลังเหนือธรรมชาติ มีจุดจบเดียว นั่นคือความตาย!"
ท้อประหลาดหลายสิบลูกก้าวขาแมงป่องออกมาอีก
"อย่าเลือกฉัน! อย่าเลือกฉัน!"
ไม่ใช่แค่ป้าชุดกี่เพ้าที่ภาวนา ทุกคนต่างพึมพำ
หลินไป๋สือสะดุ้ง ท้อประหลาดพวกนั้นกำลังคืบคลานมาทางเขา
จะทำยังไงดี?
จะต้องกินของประหลาดพวกนี้จริงๆ หรือ?
แต่ปัญหาคือ ใครจะรับประกันได้ว่ากินแล้วจะรอด?
ท้อประหลาดคืบคลานมาหยุดตรงหน้าหลินไป๋สือ.
(จบบทที่3)