- หน้าแรก
- พ่อค้าหมื่นโลก
- บทที่ 40 การอำลา
บทที่ 40 การอำลา
บทที่ 40 การอำลา
บทที่ 40 การอำลา
วันใหม่ได้มาถึง
ซูลั่ววางสายโทรศัพท์ สิ้นสุดการสนทนากับจางจื้อคุน
อุบัติเหตุรถยนต์เมื่อวานนี้ได้รับการแก้ไขแล้ว
คนขับได้รับบาดเจ็บไม่หนัก ดูเหมือนว่าสาเหตุของปัญหาจะมาจากระบบเบรก
ด้วยการเข้ามาแทรกแซงของจางจื้อคุน ทางโรงงานจึงจ่ายเงินชดเชยจำนวนมากเป็นการส่วนตัว
ส่วนพลังที่บังคับให้รถหยุดนั้น คนขับมองเห็นไม่ชัดเจนนัก ส่วนจางจื้อคุนและพวกก็ยืนกรานเป็นเสียงเดียวกันว่าในช่วงเวลาสำคัญรถได้เบรกอัตโนมัติ
ทางโรงงานก็ยอมรับเหตุผลนี้อย่างยินดี และถือโอกาสนำรถคันดังกล่าวส่งไปทำลายทิ้งโดยตรง
ส่วนสาเหตุที่แท้จริงนั้น แทบไม่มีใครสนใจ
และมีคนไม่กี่คนที่เชื่อว่ารอยบุบรูปฝ่ามือบนหน้ารถคือสาเหตุที่ทำให้รถหยุด
หลังจากนัดหมายว่าอีกสองวันอีกฝ่ายจะมาเยี่ยมเยียนที่บ้านแล้ว ซูลั่วก็เปิดประตูโรงเตี๊ยม เตรียมต้อนรับแขกที่จะมาถึง
ผู้ที่ก้าวเข้ามาในประตูเป็นคนแรกคือองค์หญิงแห่งต้าฉิน อิ๋งอินม่าน
หลังจากนำอาหารเช้าที่เตรียมไว้มาให้ซูลั่วแล้ว อิ๋งอินม่านก็มองไปยังรายการสุราของวันนี้
หนึ่งในงานที่สำคัญที่สุดของนางที่มาโรงเตี๊ยมทุกวันก็คือการช่วยจิ๋นซีฮ่องเต้คอยดูว่ามีสุราใหม่เข้าร้านหรือไม่
หากสามารถเป็นที่ต้องตาของเจ้าของร้านผู้ลึกลับผู้นี้ได้ รับตนเองเป็นสาวใช้ หรือกระทั่งก้าวหน้าไปกว่านั้น ก็คงจะดีไม่น้อย
อิ๋งอินม่านไม่ได้ต่อต้านการจัดการของพระบิดา ตรงกันข้ามกลับค่อนข้างคาดหวัง
ท้ายที่สุดแล้ว การได้อยู่เคียงข้าง “เทพเซียน” ย่อมดีกว่าการแต่งงานเชื่อมสัมพันธ์กับพวกขุนนางเหล่านั้นมากนัก
“เอ๊ะ มีสุราใหม่จริงๆ ด้วย”
เมื่อเห็นสุราโลหิตอันสมบูรณ์แบบที่ราคาห้าพันเหรียญมิติเวลา อิ๋งอินม่านก็ตะลึงไปครู่หนึ่ง
แต่เมื่อเห็นสรรพคุณของมันอย่างชัดเจนแล้ว นางก็ขมวดคิ้ว
“หลอมรวมสายเลือดแวมไพร์และมนุษย์หมาป่า, ผสานสรรพคุณของสุราอสูรโลหิตและสุรามุนษย์หมาป่า...”
นางส่ายหน้าในใจ รู้สึกว่าความคุ้มค่าต่ำเกินไป
สุรามุนษย์หมาป่ารุ่นที่หนึ่งที่ราคาลดหลั่นลงมาสามพันเหรียญกลับทำให้นางตาเป็นประกายขึ้นไม่น้อย
แต่เมื่อเห็นว่าสามารถเสริมสร้างร่างกายได้เพียงหกเท่า และเพิ่มอายุขัยได้สองร้อยห้าสิบปี นางก็เผยสีหน้าเสียดายออกมา
ของสิ่งนี้ความคุ้มค่าก็ไม่สูงเช่นกัน
เมื่อคิดถึงตรงนี้ นางก็พลันนึกถึงภาพตอนที่อิ๋งเจิ้งกลับถึงวังหลวงเมื่อวานนี้
หลังจากดื่มสุราอสูรโลหิตรุ่นที่สาม อิ๋งเจิ้งก็เปลี่ยนจากชายวัยกลางคนอายุสี่สิบกว่าปีกลายเป็นชายหนุ่มวัยยี่สิบปีในทันที จนกระทั่งเมื่อกลับถึงพระราชวังอาฝาง ไม่ว่าจะเป็นนางกำนัล ขันที หรือขุนนางในราชสำนัก ก็ไม่มีใครจำเขาได้ นึกว่าเป็นองค์ชายองค์ใดที่พลัดพรากไปอยู่ข้างนอก จนเกือบจะเกิดความวุ่นวายครั้งใหญ่
จนกระทั่งอิ๋งเจิ้งสามารถปราบกองทหารองครักษ์ได้อย่างง่ายดายแบบหนึ่งต่อร้อย และเล่าความลับต่างๆ ออกมา จึงทำให้คนเชื่อเรื่องที่เขากลับสู่ความเยาว์วัยได้
เรื่องนี้เป็นที่โจษจันไปทั่วทั้งเมืองเสียนหยาง หลายคนเชื่อว่าต้าฉินได้รับการคุ้มครองจากเทพเซียน
เมื่อเช้านี้ตอนที่นางมาที่โรงเตี๊ยม ยิ่งได้เห็นผู้เฒ่าชราจำนวนมากรออยู่ที่นอกพระราชวังอาฝางเพื่อรอการเข้าเฝ้า
ผู้เฒ่าเหล่านี้ล้วนเป็นผู้มีอำนาจตัดสินใจที่แท้จริงของตระกูลขุนนางต่างๆ ในอดีตนางเคยได้ยินพระบิดาตรัสมากกว่าหนึ่งครั้งว่าคนเหล่านี้ทั้งแก่ทั้งเจ้าเล่ห์ ต่อหน้ามะพลับลับหลังตะโก ตอนนี้กลับกระตือรือร้นเช่นนี้ ความหมายย่อมชัดเจนในตัวมันเอง
เมื่อคิดถึงตรงนี้ อิ๋งอินม่านก็พลันรู้สึกว่าสุราเสริมพลังอสูรโลหิตรุ่นที่สามที่ราคาค่อนข้างต่ำนั้นเป็นของที่ดีมากทีเดียว
หลังจากทักทายซูลั่วแล้ว นางก็กอดแท็บเล็ตในอ้อมแขนแล้วเตรียมจะกลับไป
“เดี๋ยวก่อน” ซูลั่วเรียกนางไว้
“มีอะไรหรือคะ ท่านสุภาพบุรุษ?” อิ๋งอินม่านสงสัย
ซูลั่วชี้ไปที่กล่องเหล่านั้นที่กองเต็มมุมหนึ่งของโรงเตี๊ยมแล้วกล่าวว่า “ของของปีเตอร์ก็มาส่งแล้ว”
อิ๋งอินม่านเหลือบมอง แล้วก็เข้าใจความหมายของซูลั่วทันที
นางมีสีหน้ายินดี กล่าวขอบคุณแล้วก็หันหลังกลับไปทันที
เรื่องเช่นนี้นางต้องรีบไปแจ้งพระบิดา
ผู้ที่เข้ามาก่อนอิ๋งเจิ้ง กลับเป็นเซียวเหล่งนึ่ง
เมื่อทราบว่าแฮร์รี่ได้นำปืนและกระสุนตามที่ตกลงกันไว้มาส่งแล้ว เซียวเหล่งนึ่งก็ค่อนข้างดีใจ
ส่วนสุราใหม่ๆ ที่เพิ่มขึ้นมาอีกหลายชนิดนั้น นางเพียงแค่มองดูอยู่สองสามแวบ ก็ไม่ได้ให้ความสนใจมากนัก
ท่านย่าไม่ต้องกังวลเรื่องอายุขัยจะหมดลงในเร็ววันนี้ ส่วนความแข็งแกร่งของนางเองในโลกเดิมก็ไร้เทียมทานแล้ว ย่อมไม่สนใจของเหล่านี้มากนัก
นอกจากปืนและกระสุนตามที่ตกลงกันไว้แล้ว แฮร์รี่ยังมีชุดเกราะเบาแบบพิเศษแถมมาให้ด้วย
ส่วนของที่ปีเตอร์นำมาให้จิ๋นซีฮ่องเต้นั้น มีเครื่องยิงจรวดประทับบ่าอยู่หนึ่งลัง เห็นได้ชัดว่าเขาไปหามาจากพ่อค้าอาวุธใต้ดินคนนั้น
หลังจากที่ทั้งสองทยอยขนปืนและกระสุนเหล่านี้ออกไปแล้ว อิ๋งเจิ้งก็กลับมาที่โรงเตี๊ยม ใช้สามพันเหรียญมิติเวลาซื้อสุราเสริมพลังอสูรโลหิตรุ่นที่สองไปสิบชุด แล้วจึงจากไป
ในชั่วพริบตา ในโรงเตี๊ยมก็กลับมาว่างเปล่าอีกครั้ง
ซูลั่วนั่งอยู่หน้าบาร์ เล่นโทรศัพท์มือถืออยู่ครู่หนึ่ง รู้สึกเบื่อ จึงเปิดหน้าต่างสถานะของโรงเตี๊ยมขึ้นมา
「ชื่อ: โรงเตี๊ยมมิติเวลา」
「โมดูลเสริม: ไม่มี」
「ระดับ: 1 (18560/100000)」
「ฟังก์ชัน: หมักสุรา (0/10)」
「วัตถุดิบหมักสุรา: โลหิตอันสมบูรณ์แบบ, สายเลือดมนุษย์หมาป่า (รุ่นที่สอง), ‘วิชาเต๋าเหมาซาน’ (ฉบับไม่สมบูรณ์)...」
「โลกที่เชื่อมต่อแล้ว: ต้าฉิน, มังกรหยก, สไปเดอร์แมน, ฉางอันสามหมื่นลี้, ผีกัดอย่ากัดตอบ, ตำนานรัตติกาล」
ได้รับโรงเตี๊ยมมาเกือบสองเดือนแล้ว แต่ยังห่างไกลจากการเลื่อนระดับอยู่มาก
เมื่อมองดูค่าประสบการณ์ตรงระดับ ซูลั่วก็แอบส่ายหน้า
บังเอิญมีคนเข้ามาทางประตูอีกครั้ง
ครั้งนี้เป็นหลี่ไป๋และเกาซื่อ
ทั้งสองคนมาครั้งนี้เพื่อกล่าวอำลา
หลังจากมีพลังที่ไร้เทียมทานในใต้หล้าแล้ว หลี่ไป๋ก็ตั้งใจจะออกเดินทางท่องเที่ยวทั่วหล้าทันที
เกาซื่อหลังจากครุ่นคิดอย่างถี่ถ้วนแล้ว ก็ตัดสินใจว่าจะไปเข้าร่วมกองทัพตอนนี้เลย
ด้วยสุราวิชากายาวัชระอมตะที่หลี่ไป๋มอบให้ บวกกับสุราวิชาเดียวดายข้ามแม่น้ำที่อิ๋งเจิ้งเลี้ยงเมื่อวันก่อน ถึงแม้จะเพิ่งเริ่มต้น แต่ความแข็งแกร่งในตอนนี้ของเขาก็ไม่ใช่สิ่งที่คนธรรมดาจะเทียบได้
เมื่อทราบแผนการของทั้งสองแล้ว ซูลั่วก็ทำได้เพียงอวยพรให้พวกเขาเดินทางโดยสวัสดิภาพ
เขารู้ดีว่าในช่วงเวลาสั้นๆ นี้ ทั้งสองคนคงจะไม่ก้าวเข้ามาในโรงเตี๊ยมอีกแล้ว
เมื่อคิดถึงตรงนี้ ในใจของซูลั่วก็เกิดความคิดหนึ่งขึ้น
“การเดินทางของทั้งสองท่านครั้งนี้ยาวนานและเต็มไปด้วยอันตราย เช่นนั้นก็เลือกสุราอำลาคนละจอกเถิด” เขาเอ่ยขึ้น
คำพูดของเขาทำให้หลี่ไป๋และเกาซื่อต่างก็ตะลึงไป มองหน้ากันไปมา
“ฉันเลี้ยงเอง” ซูลั่วกล่าวอีกครั้ง
อย่างไรเสียวันนี้ก็ผ่านไปครึ่งวันแล้ว เขาเพียงแค่ขายสุรารุ่นลิมิเต็ดแบบใช้ครั้งเดียวที่ไม่นับรวมในโควตาสิบจอก เหตุใดจะไม่สร้างบุญคุณเล็กๆ น้อยๆ เล่า?
ท้ายที่สุดแล้ว สองคนนี้ก็จนเกินไป และซูลั่วก็ไม่อยากจะเห็นแขกที่เดินออกจากโรงเตี๊ยมไปตายอนาถอยู่ข้างนอก
หลี่ไป๋และเกาซื่อเข้าใจความคิดของซูลั่วอย่างชัดเจน
หลังจากกล่าวขอบคุณแล้ว หลี่ไป๋ก็มองไปที่ชั้นวางสุราแล้วยิ้มกล่าว “ไม่ปิดบังท่าน ข้าอยากได้สุราไท่ไป๋นั่นมานานแล้ว แต่น่าเสียดายที่ในกระเป๋าไม่มีเงิน ท่านพอจะให้ข้าสักสองขวดได้หรือไม่?”
เมื่อมองดูหลี่ไป๋ที่มีสีหน้าปกติ ซูลั่วก็พยักหน้าเบาๆ “เช่นนั้นก็ให้เจ้าหนึ่งลัง”
สุราไท่ไป๋ชนิดนี้ผลิตในมณฑลนี้เอง หนึ่งลังราคาก็แค่ไม่กี่พันหยวน ไม่สามารถนำมาประเมินค่าเป็นเหรียญมิติเวลาได้เลย
“ขอบคุณท่านสุภาพบุรุษ” หลี่ไป๋ประสานมือแล้วยิ้มกล่าว “ความสามารถของข้าป้องกันตัวเองได้เพียงพอแล้ว เช่นนี้ก็ไม่ต้องกังวลว่าระหว่างทางจะไม่มีสุราดื่ม ท่านช่วยแก้ปัญหาใหญ่ให้ข้าแล้ว!”
ซูลั่วยิ้มๆ
นิสัยของหลี่ไป๋ไม่ยึดติดกับเรื่องเล็กน้อย แต่ก็ไม่ใช่คนที่ไม่รู้จักความควรไม่ควร
เขาหันไปมองเกาซื่อแล้วเตือนว่า “ในสนามรบสถานการณ์อันตราย ท่านคิดดีแล้วหรือยัง”
“ไม่ต้องช่วยข้าประหยัดเงินหรอก” เขากล่าวพลางยิ้ม
เกาซื่อพยักหน้า ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วกล่าวว่า “ท่านสุภาพบุรุษ ข้าขอสุราเสริมพลังแมงมุมหนึ่งจอก”
สุรารุ่นลิมิเต็ดชนิดนี้ได้มาจากเลือดสามร้อยมิลลิลิตรที่ปีเตอร์ขายไปเมื่อวันก่อน แต่ละชุดราคาเพียงหนึ่งร้อยเหรียญมิติเวลา
ถึงแม้มันจะเพิ่มร่างกายได้เพียงห้าเท่า ห่างไกลจากสุราพลังสไปเดอร์แมนฉบับดั้งเดิมอยู่มาก แต่ข้อดีคือราคาถูกพอ และไม่ต้องเสี่ยงโชค
หากตนเองขอสุราพลังสไปเดอร์แมน แล้วสุ่มได้แค่ความสามารถในการเกาะติด แบบนั้นคงได้ร้องไห้จริงๆ
“ได้” ซูลั่วพยักหน้า
เขาโบกมือ สุราจอกหนึ่งก็ลอยออกมา ตกลงไปในมือของเกาซื่อ
หลังจากดื่มสุราจอกนี้แล้ว กล่าวขอบคุณซูลั่วอีกครั้ง ทั้งสองคนก็เดินทางจากไปพร้อมกัน