เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 552 ลุยแม่งเลยสิ! รออะไร! (ตอนจบ)

ตอนที่ 552 ลุยแม่งเลยสิ! รออะไร! (ตอนจบ)

ตอนที่ 552 ลุยแม่งเลยสิ! รออะไร! (ตอนจบ)


เช้าวันเสาร์ ซูเฉิน นอนแผ่อยู่บนโซฟาเหมือนมักกะโรนีต้มสุก เล่นเกมอย่างสบายอารมณ์

ติ๊ง!’ จู่ๆ ก็มีเสียงแจ้งเตือนของระบบดังขึ้นมา

ซูเฉิน ตาโตขึ้นมาทันที รีบกดเปิดระบบขึ้นมาดู

แต่เขากลับพบว่าระบบเหมือนจะรวนๆ เสียง ‘ซี่ๆ… ซ่าๆ…’ ดังไม่หยุด แล้วก็ค้างไปเป็นพักๆ

[ภ…ารกิจใหม่…กำลัง…ดำเนินการส่งมอบ!]

[สถานที่ตั้งแผงลอยสัปดาห์หน้า: เมืองคยองกี ประเทศเกาหลี เขตฮวาซอง!]

[ขอให้โฮสต์จำหน่าย ‘อาหารผัดสไตล์จีน’ ให้ได้จำนวน 5,000 ชุดภายในหนึ่งสัปดาห์ ไม่จำกัดเมนูอาหาร, ‘ตำราอาหารผัดฉบับสมบูรณ์’ ได้ถูกมอบให้แล้ว, เมื่อทำภารกิจสำเร็จจะได้รับรางวัลลึกลับ!]

หลังจากระบบอืดไปสักพัก ในที่สุดก็สามารถส่งภารกิจใหม่ออกมาให้จนได้

ซูเฉิน: ??? เขาถึงกับเบิกตากว้าง

“เห้ยเชี่ย!”

“เดี๋ยวนะๆ ประเทศเกาหลี? เอาจริงดิ?”

เขาแทบไม่อยากจะเชื่อ ต้องอ่านทวนซ้ำไปซ้ำมาหลายรอบ จนในที่สุดก็ยืนยันได้หนึ่งเรื่อง

ภารกิจใหม่ …ต้องไปประเทศเกาหลีจริงๆ

ไม่ใช่อะไรอย่าง ‘ถนนสไตล์ต่างประเทศ’ ในประเทศ แต่ต้องออกนอกประเทศจริงๆ

“โห แบบนี้มันเกินไปแล้ว! จะให้ฉันไปไหนเนี่ย? นี่ยังนับว่าอยู่ในประเทศรึเปล่า?”

ให้ไปตั้งแผงในต่างประเทศ มันดูยังไงๆ ก็เหมือนจะเล่นชีวิตคนเกินไปหน่อย

[เนื่องจากค่าความนิยมของโฮสต์ในปัจจุบัน การตั้งแผงลอยในประเทศสามารถทำสำเร็จได้อย่างง่ายดาย!]

[ดังนั้นระบบจึงทำการอัปเกรด ขยายขอบเขตการตั้งแผงจากภายในประเทศเป็นทั่วโลก!]

[ขอให้โฮสต์ช่วยเผยแพร่วัฒนธรรมอาหารจีนให้กว้างไกล!]

เสียงแจ้งเตือนอิเล็กทรอนิกส์ที่ไร้แววอารมณ์ดังขึ้นในหัวของ ซูเฉิน

ซูเฉิน: ???

“อะไรที่เรียกว่าง่ายดาย? ความสำเร็จทุกวันนี้ ฉันก้าวมาทีละขั้นอย่างมั่นคงนะเว้ย!”

เขาพูดอย่างหนักแน่น เชื่อมั่นสุดๆ เปิดสูตรโกงแล้วไงล่ะ ทำไม… มันไม่นับว่าเป็นความพยายามหรือไง?

ซูเฉิน รู้สึกว่าเขาก็เป็นคนที่พยายามมากเหมือนกัน ทั้งๆ ที่ตอนนี้เขามีสิทธิ์จะนอนเกาพุงเฉยๆ แล้วก็ได้เงินดอกเบี้ยในบัญชีธนาคารแต่ละวันเยอะมหาศาลแล้ว

แต่เขาก็ยังยืนหยัดตั้งแผงลอย ไม่ว่าจะลมพัดแดดออก จะหยุดก็แค่ช่วงเวลาพักที่จำเป็นเท่านั้น

แน่นอนว่า รางวัลที่ได้จากการตั้งแผงลอยจากระบบคือแรงผลักดันหลัก แต่ความชอบก็สำคัญไม่แพ้กัน แม้ตอนนี้ถ้าตั้งแผงแล้วไม่ได้รางวัล เขาก็ยังจะออกไปตั้งแผงอยู่ดี

เขาหลงรักความรู้สึกแบบนี้เข้าแล้ว อย่างมากก็แค่ไม่ออกไปบ่อยเหมือนเมื่อก่อนเท่านั้นเอง

นี่คือเรื่องจริงล้วนๆ

แต่อย่างไรก็ตาม ซูเฉิน ก็เข้าใจว่าทำไมระบบถึงทำตัวแปลกๆ แบบนี้ กระแสความนิยมของเขาตอนนี้เพิ่มขึ้นทุกวัน

เอาเถอะ… เดี๋ยวพอถึงเวลาก็มีทางออกเองนั่นแหละ ก็แค่ไปต่างประเทศไม่ใช่เหรอ?

ลุยแม่งเลยสิ! รออะไร!

มีความท้าทายนิดหน่อยก็ดีเหมือนกัน

ในไม่ช้า เมื่อได้รับข่าวจากเจ้านายของตัวเอง ทุกคนในบ้านก็พากันเบิกตากว้าง

“หา? อะไรนะ? สัปดาห์หน้าต้องไปต่างประเทศ?!”

“ได้ยินผิดรึเปล่าเนี่ย? ไกลขนาดนั้น…”

“ฉันอยู่มาตั้งนาน ยังไม่เคยออกนอกประเทศสักครั้งเลยนะ!”

ผู้จัดการติงและพวกป้าๆ แม่บ้านทั้งสองคน มองหน้ากันไปมา เจ้านายเคยตั้งแผงตามเมืองต่างๆ ก็จริง… แต่พักหลังอยู่ประจำที่กุ้ยโจวมานานแล้วนี่นา

จู่ๆ ก็เล่นใหญ่มากแบบนี้ ใครมันจะไปทันตั้งตัว

ว่าแต่… ‘ประเทศจอมขโมย(1)’ นี่มันมีบุญจริงๆ ว่ะ ได้รับความเมตตาจากเจ้านายซะด้วย!

เมื่อ ซูเฉิน ถามว่าพวกเขาอยากตามไปต่างประเทศไหม ทุกคนก็ตอบเป็นเสียงเดียวว่า ไป!

“ไปครับ ผมมีวีซ่าแล้ว!” ผู้จัดการติง ทุบหน้าอกตัวเอง ยืนยันว่าจะติดตามเจ้านายไปด้วย

สองคุณป้าแม่บ้านก็อยากออกไปเปิดหูเปิดตาในต่างประเทศเหมือนกัน

การได้ติดตามเจ้านายออกเดินทาง นั่นหมายความว่าเวลาออกจากบ้านก็มีรถส่วนตัวรับส่ง กินอยู่สบาย ไม่ต้องกังวลเรื่องเงินเลยแม้แต่นิดเดียว

คิดแค่นี้ก็รู้สึกตื่นเต้นแล้ว

“พวกเราก็จะไปด้วย ทำวีซ่าด่วนตอนนี้ยังทันใช่ไหม?” ทุกคนอยากไปกันหมด ซูเฉิน ก็รู้สึกว่าดีเหมือนกัน ไม่งั้นอยู่ต่างประเทศโดยไม่มีคนคุ้นเคย เขาก็คงเหงาเหมือนกัน

ในขณะนั้น ห่างออกไปแปดเมตร หนูน้อยตัวนุ่มนิ่มผู้แสนจะทำให้คนสบายใจ กำลังนั่งบนเก้าอี้แบบจีนโบราณขาเล็กๆ สั้นๆ สองข้างไขว่ห้างเหมือนผู้ใหญ่

ในมือเล็กๆ กำลังถือมะม่วงลูกโตที่ปอกเปลือกเรียบร้อยแล้ว ซึ่งมีขนาดเกือบครึ่งหนึ่งของใบหน้าเธอ

“อ้ามมม~~ อหย่อยจังเยย~~” หนัวหนัว เอนหัวเล็กๆ อ้าปากเล็กเท่า ‘ปากนกอินทรีจิ๋ว’ งับมะม่วงอย่างดุเดือดคำแล้วคำเล่า

ทั้งคาง แก้ม มือเล็กๆ รวมถึงเสื้อด้านหน้าของเธอ เต็มไปด้วยน้ำมะม่วงเหนียวเหนอะ…เห็นแล้วก็ช่างดูซื่อๆ ทึ่มๆ คล้าย ‘คุณหนูบ้านเศรษฐีผู้ซื่อบื้อ’

ทุกคนหันไปมองเธอเป็นตาเดียว และเป็น ผู้จัดการติง ที่เอ่ยขึ้นก่อน: “แล้วคุณหนูหนัวหนัวล่ะ? ถ้าเราไปต่างประเทศ แล้วเรื่องโรงเรียนของคุณหนูจะทำยังไงครับ?”

ซูเฉิน ค่อนข้างปล่อยวางกับเรื่องนี้ อย่างมากก็แค่ลาหยุดให้ก็สิ้นเรื่อง เจ้าตัวเล็กก็ไม่ใช่เด็กที่บ้าเรียนอะไรอยู่แล้ว

อย่างไรก็ตาม เพื่อความชัวร์ เขาก็ควรโทรไปสอบถามที่โรงเรียนอนุบาลดูก่อน ไม่คิดเลยว่าพอสอบถามแล้วกลับได้ข่าวดีเกินคาด ทางฝั่งเมืองคยองกี ประเทศเกาหลี มีโรงเรียนอนุบาลแห่งหนึ่งต้องการร่วมจัดโครงการแลกเปลี่ยนกับอนุบาลกังหันลมใหญ่พอดี

ในเบื้องต้นจะเป็นเด็กนักเรียนบางส่วนจากฝั่งโรงเรียนอนุบาลกังหันลมใหญ่ไปแลกเปลี่ยนที่ประเทศเกาหลีก่อน แล้วเดือนถัดไป ฝั่งประเทศเกาหลีก็จะมาเยี่ยมที่เมืองกุ้ยโจวในประเทศจีน

เรื่องราวดำเนินไปอย่างราบรื่นจน ซูเฉิน อดอุทานไม่ได้ว่าช่างประจวบเหมาะจริงๆ พอสืบสาวราวเรื่องถึงได้รู้ว่า ที่แท้เป็นเพราะผู้อำนวยการของโรงเรียนอนุบาลที่นั่นชื่นชมประเทศจีนมานานแล้ว จึงใช้โอกาสนี้ในการมาเยือน

หลังจากที่ผู้อำนวยการของโรงเรียนอนุบาลกังหันลมใหญ่ ทราบเรื่อง ก็ยิ้มจนปากแทบจะฉีกถึงหู

นี่มันคือกิจกรรมแลกเปลี่ยนระหว่างโรงเรียนอนุบาลนานาชาตินะ… ถึงตอนนั้น แค่หาช่องทีวีมาทำข่าวสักหน่อย รับรองว่าชื่อเสียงของโรงเรียนอนุบาล จะต้องเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดดแน่นอน

ซูเฉิน เองก็ดีใจไปด้วย เพราะเขามีหุ้นของกลุ่มโรงเรียนอนุบาลกังหันลมใหญ่ อยู่ถึง 20% แถมลูกสาวยังได้มีโอกาสไปเรียนรู้แลกเปลี่ยนแบบนี้ มีหรือจะไม่ยินดี

เช้าตรู่วันจันทร์ หนัวหนัว ยังไม่ตื่นดี เธอนอนหลับสนิทอยู่ในห้องนอน กอดตุ๊กตากระต่ายน้อยตัวโปรด ขนตายาวๆ ทอดเงาบางๆ ลงบนแก้มยุ้ยๆ ของเธอ บางครั้งก็ขยับปากจั๊บๆ ไม่รู้ว่ากำลังฝันว่าได้กินอะไรอร่อยๆ อยู่กันแน่…

“ตื่นได้แล้ว เจ้าขี้เซา~”

“อย่าลืมนะ วันนี้เราจะต้องไปประเทศเกาหลีกันนะ” ซูเฉิน โน้มตัวลงชิดเตียง ใช้นิ้วเขี่ยปลายจมูกของลูกสาวเบาๆ

“อืม…” หนัวหนัว ส่งเสียงครางเหมือนลูกแมวน้อย แต่ตาก็ยังไม่ลืม หายใจสม่ำเสมอเหมือนเดิม เพียงแค่ตอบสนองพ่อของเธอโดยอัตโนมัติเท่านั้น

ไม่กี่นาทีต่อมา หนูน้อยก็ถูกพาไปแต่งตัว ล้างหน้า แปรงฟัน กินข้าวเช้าอย่างมึนงง ระหว่างนั้นเธอก็มอง ผู้จัดการติงและคนอื่นๆ เช็กสัมภาระ

“Gogogo! ออกเดินทางแล้ว~!”

“เครื่องบินที่พวกเรานั่งวันนี้ เป็นเครื่องบินส่วนตัวของพ่อเองนะ บนเครื่องนั้นมีทุกอย่างเลย…”

สองวันที่ผ่านมานี้ หลังรู้ว่า ซูเฉิน ซื้อเครื่องบินส่วนตัว ผู้จัดการติง ก็จัดการหานักบิน พร้อมทั้งเช่าโรงเก็บเครื่องที่สนามบินไว้เรียบร้อย ปล่อยทิ้งไว้ก็เสียเปล่า ออกทริปซักหน่อยยังดีกว่า

วินาทีถัดมา นกน้อยตัวอุ่นพุ่งโผเข้ามากอดเขาอย่างร่าเริง เงยหน้าขึ้นมาฉีกยิ้มหวาน ก่อนจะมอบจุ๊บๆ ฟอดใหญ่ๆ เต็มแก้มเขา: “เย้เย้เย้! คุณพ่อเก่งที่สุด! ไม่เสียแรงที่คุณพ่อเป็นไอดอลของหนู!”

เมื่อสัมผัสได้ถึงอ้อมแขนอุ่นๆ และตัวนิ่มๆ เหมือนก้อนเมฆในอ้อมกอด ทำให้ ซูเฉิน รู้สึกตาแดงร้อนผ่าวขึ้นมา…

ที่แท้ความสุขมันก็มีอุณหภูมิของมันจริงๆ หากวันเวลาดำเนินต่อไปเช่นนี้เรื่อยๆ ชีวิต มันก็คงจะดีจริงๆ นั่นแหละ

— จบบริบูรณ์ —

………………………………….

(1)[ประเทศจอมขโมย (偷国, The Thief Nation) – เป็นคำที่ใช้โดยชาวเน็ตจีนหัวรุนแรงเพื่อเรียกประเทศเกาหลีใต้ คำกล่าวนี้ไม่ใช่คำเรียกที่เป็นทางการจากรัฐบาลจีน แต่เกิดขึ้นในบริบทของข้อพิพาททางวัฒนธรรมที่รุนแรง โดยมีสาเหตุหลักมาจากความรู้สึกของชาวจีนบางกลุ่มว่า เกาหลีใต้พยายามปฏิเสธหรืออ้างสิทธิ์ความเป็นเจ้าของในมรดกทางวัฒนธรรมที่มีรากฐานร่วมกันกับจีน เช่น กิมจิ (泡菜, Kimchi) และชุดฮันบก/ฮั่นฝู (韓服, Hanbok/Hunfu) ทำให้เกิดการกล่าวหาว่าเกาหลีใต้กำลัง ‘ขโมย’ วัฒนธรรม]

จบบทที่ ตอนที่ 552 ลุยแม่งเลยสิ! รออะไร! (ตอนจบ)

คัดลอกลิงก์แล้ว