เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 25 สือเสี่ยวไป๋ที่ถูกเพ่งเล็ง

บทที่ 25 สือเสี่ยวไป๋ที่ถูกเพ่งเล็ง

บทที่ 25 สือเสี่ยวไป๋ที่ถูกเพ่งเล็ง


บทที่ 25 สือเสี่ยวไป๋ที่ถูกเพ่งเล็ง

 

แสงแดดกระทบเส้นผมสีเงินของหนุ่มน้อยรูปงาม สะท้อนเป็นประกายแสงอันอบอุ่นนวลตาให้ความรู้สึกอบอุ่นอ่อนโยน ทว่าคำพูดประโยคนี้ของหนุ่มน้อยผมเงินไม่เพียงทำให้รู้สึกแสบรำคาญแก้วหู แต่ยังชวนให้หนาวเหน็บอีกด้วย

 

“สือเสี่ยวไป๋ ไม่ใช่ความหวังของทีมสีแดง”

 

หนุ่มน้อยผมเงินคล้ายกับกำลังบรรยายความจริงที่ไม่อาจปฏิเสธได้เท่านั้น แววตาสงบราบเรียบและน้ำเสียงที่ราบเรียบยิ่งกว่า แต่ในความราบเรียบนี้กลับมีพลานุภาพในการทำร้ายมากกว่าอารมณ์ใดๆ ทั้งสิ้น

 

แม้สือเสี่ยวไป๋จะตกใจกับการปรากฏตัวอย่างไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ยของหนุ่มน้อยผมเงินอยู่บ้าง แต่เมื่อได้ยินคำพูดดูแคลนตัวเองเช่นนี้ จู่ๆ ก็รู้สึกว่าศักดิ์ศรีแห่งราชาได้รับการหมิ่นประมาท ไหนเลยจะสามารถอดทนได้อีกต่อไป

 

เพียงแต่พอสือเสี่ยวไป๋จะเปิดปากปฏิเสธ หนุ่มน้อยผมเงินกลับพูดอีกประโยคหนึ่งออกมา ทำเอาสือเสี่ยวไป๋ปิดปากแทบไม่ทัน

 

“สือเสี่ยวไป๋ คือความหวังของมนุษย์ทุกคน”

 

หนุ่มน้อยผมเงินพูดออกมาเช่นนี้ แม้ว่าน้ำเสียงจะดูราบเรียบ แต่ไฟในแววตากลับลุกโชน

 

สือเสี่ยวไป๋งงเป็นไก่ตาแตกอยู่ชั่วขณะ เป็นครั้งแรกที่รู้สึกว่าควรชาร์ตพลังให้กับสมองของตัวเองบ้างดีไหม นี่มันเรื่องอะไรกัน เรื่องราวมันเปลี่ยนแปลงเร็วเกินไปแล้วมั้ง? เมื่อกี้ไม่ได้เรียกเขาว่าเป็น ‘ผู้อ่อนแอ ‘ไร้ความสามารถ’ หรอกเหรอ? ทำไมจู่ๆ ก็เทิดทูนให้เป็น “ความหวังของมวลมนุษย์” ได้ล่ะ’ แต่แล้วก็ได้ยินเสียงงึมงำของเย่เจียเฉวียน “ข้าก็คิดว่าหัวหน้าสือเสี่ยวไป๋คือความหวังของมวลมนุษย์! แต่ว่าหลิงฉุน ข้าว่าครั้งนี้นายพูดผิดนะ! ข้าคิดว่าหัวหน้าสือเสี่ยวไป๋จะต้องช่วยทีมสีแดงได้อย่างแน่นอน! ข้าเชื่อมั่นในตัวเขา!”

 

หนุ่มน้อยผมเงินที่ถูกเรียกว่า “หลิงฉุน” หัวเราะทีหนึ่งกล่าวว่า “เจ้าทึ่มเย่ ตัวฉันเองเคารพนับถือสือเสี่ยวไป๋มาก และเชื่ออย่างแน่วแน่ว่าวันหน้าสือเสี่ยวไป๋จะเติบโตเป็นฮีโร่ระดับ S ที่แข็งแกร่งที่สุด สามารถต่อต้านภัยพิบัติจากโลกปีศาจ ต่อต้านการรุกรานของมนุษย์ต่างดาว ปกป้องมนุษยชาติ จวบจนถึงวาระ ‘อวสานโลกครั้งที่สี่’ ที่ไม่รู้ว่าจะมาถึงเมื่อไร ฉันเชื่อว่าสือเสี่ยวไป๋จะต้องเป็นดวงอาทิตย์ที่สว่างสดใสที่สุด!”

 

สือเสี่ยวไป๋ได้ฟัง เลือดพลันสูบฉีดเดือดพล่าน ในสมองจินตนาการถึงภาพที่เหล่ามวลมนุษย์ร้องเพลงสรรเสริญในความกล้าหาญช่วยกอบกู้โลกของเขา สายตาที่มองยังหนุ่มน้อยผมเงินก็เปลี่ยนเป็นอ่อนโยนอย่างที่สุด ในใจคิดว่าหนุ่มน้อยผมเงินคนนี้สามารถนำเรื่องราวในอนาคตมาบรรยายได้อย่างถูกต้องแม่นยำเช่นนี้ หรือว่าเขาจะเป็นศาสดาพยากรณ์ผู้ยิ่งใหญ่ในตำนาน?

 

ขณะที่สือเสี่ยวไป๋กำลังล่องลอยอยู่ในห้วงจินตนาการ หลิงฉุนกลับเปลี่ยนคำพูดอย่างฉับพลัน ถอนหายใจก่อนกล่าวว่า “แต่พวกเราต้องยอมรับความจริงที่ไม่อาจปฏิเสธได้ว่า สือเสี่ยวไป๋ยังเป็นแค่คนอ่อนแอ เขายังไม่เติบโต เขายังเป็นเพียง ‘ทารก’ ที่เปราะบางคนหนึ่ง! ตามข้อมูลที่รู้มาเมื่อ 11 วันก่อน สือเสี่ยวไป๋ยังไม่ได้เริ่มฝึกพลังจิต แม้สือเสี่ยวไป๋จะเป็นอัจฉริยะ แต่ในเวลา 11 วัน อย่างมากก็ทำได้ถึงแค่ขั้นปฐมจิตชั้นหนึ่ง การมาเยือนของสือเสี่ยวไป๋ช่วยเสริมพลังให้กับทีมสีแดงได้เพียงน้อยนิด แต่ไม่สามารถเปลี่ยนชะตากรรมที่ทีมสีแดงจะต้องแพ้ให้ทีมสีฟ้าไปได้!”

 

คำพูดของหลิงฉุนเพิ่งจะจบลง น้ำเสียงเร่งรีบของเย่เจียเฉวียนพลันดังขึ้น “ข้า...ข้าพูดไม่ชนะเจ้า! แต่ข้าก็แค่รู้สึกว่าหัวหน้าสือเสี่ยวไป๋จะสามารถนำทีมสีแดงให้มีชัยต่อทีมสีฟ้าได้!”

 

ใบหน้าหล่อเหลาดั่งปีศาจน้อยของหลิงฉุนเผยสีหน้าเอือมระอา สองมือยัดเข้ากระเป๋ากางเกง ยักไหล่ก่อนกล่าวว่า “เจ้าทึ่มเย่ ถึงนายจะดื้อดึงไม่ยอมรับ ฉันก็ต้องบอกเรื่องโหดร้ายให้นายฟัง ถึงสือเสี่ยวไป๋จะปรากฏตัว ไม่เพียงจะไม่สามารถเพิ่มพลังให้ทีมสีแดงแข็งแกร่งได้ กลับจะทำให้ทีมสีแดงยิ่งอ่อนแอลง!”

 

“นายพูดเหลวไหล! ข้าไม่เชื่อ!” ใบหน้าของเย่เจียเฉวียนพลันบวมแดง พ่นลมหายใจฮึดฮัด ราวกับว่าคำพูดของหลิงฉุนไปสะกิดต่อมโมโหเข้าเสียแล้ว

 

สือเสี่ยวไป๋มองเหตุการณ์นี้ก็รู้สึกสลดใจ ฝั่งหนึ่งก็ศรัทธาอย่างคลั่งไคล้ อีกฝั่งก็ศรัทธาอย่างมีปัญญา แต่ทั้งคู่ต่างก็ศรัทธาในตัวเขา ทั้งสองต้องทะเลาะกันก็เพราะเขา แล้วเขาควรจะเข้าข้างใครดี

 

“นี่คงเป็นการปะทะกันระหว่างความศรัทธาและความศรัทธาสินะ! มาเถอะ ให้ราชาเช่นข้าได้ดูว่าเจ้าทั้งสองใครมีความศรัทธาที่แรงกล้ากว่ากัน!”

 

สือเสี่ยวไป๋เงียบลงเพราะตั้งใจจะรอดูอยู่ข้างสนาม แต่คล้ายกับว่าเย่เจียเฉวียนและหลิงฉุนก็จมดิ่งอยู่ในโลกของคนสองคนตั้งนานแล้ว หลิงฉุนน่ะตั้งแต่แรกถึงตอนท้ายก็ไม่ได้เห็นสือเสี่ยวไป๋อยู่ในสายตา เรื่องนี้ทำให้สือเสี่ยวไป๋ตลกอยู่ไม่น้อย

 

“ระยะห่างที่ไกลที่สุดบนโลกใบนี้ ก็คือข้ามายืนอยู่ตรงหน้าพวกนายแล้ว แต่พวกนายกลับไม่มีใครรู้เลย!”

 

สือเสี่ยวไป๋นึกขำอยู่ในใจ แต่หูกลับตั้งผึ่ง แม้ว่าเขาจะไม่ค่อยชอบใจกับคำพูดของหลิงฉุนเท่าไรนัก แต่ก็อดอยากรู้ไม่ได้

 

ว่าทำไมการปรากฏตัวของสือเสี่ยวไป๋ แล้วพลังของทีมสีแดงจะลดลง?

 

หลิงฉุนถอนหายใจเฮือก หันมาเผชิญหน้ากับเย่เจียเฉวียนก่อนพูดว่า “เจ้าทึ่มเย่ นายลืมเรื่อง ‘การต่อสู้รักษาตำแหน่งหัวหน้าทีม’ ที่อาจารย์ซีซือเคยบอกไปแล้วหรือไง?”

 

เย่เจียเฉวียนได้ฟังก็ชะงัก ครู่หนึ่งถึงได้พึมพำกับตัวเอง “ข้า...ข้าจำไม่ได้แล้ว”

 

หลิงฉุนทำท่าทางฉันว่าแล้ว พร้อมกล่าวว่า “ตอนที่อาจารย์ซีซือกำหนดให้สือเสี่ยวไป๋เป็นหัวหน้าทีมสีแดง คนของกลุ่มซ่งเซียวได้ออกปากคัดค้าน อาจารย์ซีซือถึงได้ตั้งกฎ ‘การต่อสู้รักษาตำแหน่งหัวหน้าทีม’ ขึ้น ผู้ที่แข็งแกร่งที่สุดสามคนในทีมสีแดงต่างก็มีโอกาสคนละ 1 ครั้งในการท้าดวลกับหัวหน้าคนปัจจุบัน!”

 

“หากสือเสี่ยวไป๋ปรากฏตัวก็จะต้องรับคำท้าดวลของซ่งเซียว การเผชิญหน้ากับซ่งเซียวขั้นปฐมจิตชั้นสามนั้น สือเสี่ยวไป๋จะต้องแพ้อย่างไม่ต้องสงสัย ถึงตอนนั้นตำแหน่งหัวหน้าทีมจะต้องตกอยู่ในมือของซ่งเซียวแน่นอน ซ่งเซียวเป็นคนยังไง เจ้าทึ่มเย่น่าจะรู้ดีที่สุด นายคิดว่าทีมสีแดงภายใต้แกนนำของซ่งเซียวจะเปลี่ยนเป็นแข็งแกร่งหรือเปลี่ยนเป็นอ่อนแอล่ะ?”

 

เย่เจียเฉวียนฟังคำพูดของหลิงฉุนจบ ก็รู้สึกเสียศูนย์ขึ้นมา ในใจไม่อยากยอมรับความจริงนี้ แต่ก็ไม่สามารถคัดค้านได้ ทำได้เพียงอดกลั้นจนหน้าแดง แล้วพูดงึมงำ “เรื่องนี้...เรื่องนี้...”

 

หลิงฉุนเห็นสภาพก็ได้แต่ส่ายหน้ายิ้มเยาะ พลางกล่าว “อีกอย่างเหมือนว่านายจะลืมเรื่องกลไกการกำจัดที่อาจารย์ซีซือเคยบอกไว้”

 

เย่เจียเฉวียนกล่าวเสียงตกตะลึง “ไม่ใช่ว่าจับสลากกันในทีมหรอกเหรอ?”

 

หลิงฉุนแสดงอาการเอือมระอาอย่างอดไม่ได้ ยักไหล่ขึ้นสูงก่อนกล่าว “จับสลากในทีมนั้นเป็นเรื่องชั่วคราวเท่านั้น ก็เพราะสือเสี่ยวไป๋ไม่อยู่! กลไกกำจัดที่อาจารย์ซีซือประกาศจริงๆ แล้วคือ หัวหน้าทีมเป็นผู้เลือกกำจัดแต่เพียงผู้เดียว! เข้าใจไหม? ถ้าสารเลวนอกรีตอย่างไอ้ซ่งเซียวนั่นชิงตำแหน่งหัวหน้าทีมมาได้ นายคิดว่าคนแรกที่มันจะกำจัดออกจะเป็นใครล่ะ?”

 

“เขาจะต้องเลือกกำจัดสือเสี่ยวไป๋ก่อนแน่! ถึงแม้ว่าสือเสี่ยวไป๋จะเป็นอัจฉริยะที่ทุกคนในไกอาควรปกป้องดูแล ทว่าอาจารย์ซีซือเป็นใคร? คนโรคจิตที่ทำผิดกฎระเบียบขององค์กรมานับไม่ถ้วน แต่ยังคงอยู่ในตำแหน่งสูงได้! ในเมื่อเขากล้าออกกฎแบบนี้ได้ เป็นที่ประจักษ์ว่าเขากล้าพอที่จะเตะสือเสี่ยวไป๋กระเด็นออกจากทีมฝึกอบรมเด็กใหม่ ดังนั้นถ้าหากสือเสี่ยวไป๋ปรากฏตัวขึ้นจริง ไม่เพียงแต่จะทำให้คนในทีมสีแดงแตกแยก แต่ยังเป็นการทำลายตัวเองด้วย แน่นอนว่าการที่อัจฉริยะแบบสือเสี่ยวไป๋ต้องกระเด็นออกไป คนที่ต้องร้องไห้เสียใจต้องเป็น [ไกอา] อยู่แล้ว ถึงเวลานั้นน่าจะมีหัวหน้าระดับสูงออกโรงแก้ไข แต่สือเสี่ยวไป๋ก็คงเสียหน้าจนไม่เหลือชิ้นดีแล้ว”

 

ถ้อยคำเป็นชุดของหลิงฉุน เป็นการวิเคราะห์สถานการณ์ได้อย่างชัดเจนที่สุด ต่อให้เย่เจียเฉวียนจะโง่เขลาเพียงใดก็ยังฟังเข้าใจ เขากล่าวด้วยใบหน้าที่อยากจะร้องไห้ “เรื่องนี้...ไม่ยุติธรรมกับสือเสี่ยวไป๋เอามากๆ! ทำไมขะ-ข้าถึงรู้สึกว่าอาจารย์ซีซือกำลังเพ่งเล็งหัวหน้าสือเสี่ยวไป๋ล่ะ?”

 

สือเสี่ยวไป๋เองก็รู้สึกว่าตัวเองถูกครูผู้ฝึกลึกลับคนนี้เพ่งเล็งอยู่ กฎบ้าบอพวกนี้บีบให้เขาอยู่บนทางเลือกที่ไร้ทางเลือก จะหลบซ่อนตัวไม่ปรากฏออกมา หรือจะถูกชิงตำแหน่งหัวหน้าทีมทันทีหลังปรากฏตัวแล้วจากนั้นก็ต้องถูกกำจัดออก

 

“พวกมนุษย์ต่ำช้าเอ้ย เพ่งเล็งราชาจะเป็นการต่อต้านครั้งสุดท้ายของพวกเจ้าแล้ว?”

 

ในใจของสือเสี่ยวไป๋รู้สึกไม่ยินดีนัก เขาไม่คาดคิดมาก่อนว่าจะถูกกำจัดออกง่ายดายขนาดนี้ จะให้เขาหลบซ่อนตัวต่อไปก็เห็นว่าจะเป็นไปไม่ได้แล้ว

 

เขาจะจัดการกับสถานการณ์แบบนี้ได้อย่างไร?

 

“อาจารย์ซีซือก็ไม่ใช่ว่าจะเพ่งเล็งสือเสี่ยวไป๋ นี่เป็นเพียงการเล่นเกมเท่านั้น อาจารย์ซีซือเป็นเพียงคนบ้าที่มองทุกอย่างเป็นเกม ผลักให้สือเสี่ยวไป๋อยู่ในสถานการณ์เช่นนี้ สำหรับเขาแล้วก็เป็นเพียงเกมที่น่าสนุกเท่านั้น”

 

ใต้เส้นผมสีเงิน บนใบหน้าหล่อเหลาไร้ที่เปรียบ กลับมีรอยยิ้มแห่งความมั่นใจผุดขึ้นมา หลิงฉุนกล่าวเสียงเบา “แต่ว่าไม่ว่าจะเป็นเกมอะไร ผู้สร้างเกมมักจะเหลือช่องทางชนะไว้ไม่ว่าจะตั้งใจหรือไม่ก็ตาม และฉันก็รู้ด้วยว่าทางเส้นนั้นควรเดินอย่างไร!”

 

 

 

ในเวลานี้หลิงฉุนก็ยกมือขวาที่เอาแต่ซุกอยู่ในกระเป๋าขึ้นมาใช้นิ้วโป้งชี้เข้ากลางหน้าอกของตัวเอง

 

----------------------------------------------------------------------------------------------------------

 

จบบทที่ บทที่ 25 สือเสี่ยวไป๋ที่ถูกเพ่งเล็ง

คัดลอกลิงก์แล้ว