- หน้าแรก
- ยุคสมัยแห่งเซียนไซเบอร์
- ตอนที่ 6 ได้ที่หนึ่ง
ตอนที่ 6 ได้ที่หนึ่ง
ตอนที่ 6 ได้ที่หนึ่ง
"แค่สองอย่างนี้ ไป๋อี้ก็เข้าสถาบันชั้นหนึ่งได้แบบนอนมาแล้ว"
"เหล่าหลี่ ไม่จริงใจเลยนะ ห้องแกซ่อนอัจฉริยะแบบนี้ไว้ได้ยังไง!"
"พวกแกว่า เจ้าหนูไป๋อี้นี่ถ้าบ่มเพาะต่ออีกหน่อย ปีนี้เมืองหลานซานเราจะมีต้นกล้าที่ผ่านรอบคัดเลือกของสี่สถาบันสิบวังได้สักคนไหม?"
ท่ามกลางฝูงชน อาจารย์ประจำชั้นอาวุโสคนหนึ่งครุ่นคิดแล้วกล่าวขึ้น
เมื่อสิ้นเสียง ทุกคนก็เงียบไปครู่หนึ่ง แม้จะไม่อยากยอมรับ แต่ถึงสถาบันชั้นหนึ่งกับสี่สถาบันสิบวังจะดูเหมือนห่างกันแค่ระดับเดียว แต่ช่องว่างนั้นกลับกว้างใหญ่ราวฟ้ากับเหว
เมืองหลานซานซึ่งเป็นหนึ่งในเมืองระดับสามหลายพันแห่งของสมาพันธ์เซียน ในแต่ละปีก็พอจะมีอัจฉริยะที่สอบเข้าสถาบันชั้นหนึ่งได้หนึ่งหรือสองคน
แต่สี่สถาบันสิบวัง...
แค่รอบคัดเลือก เมืองหลานซานก็ไม่มีใครผ่านได้มาสิบปีแล้ว และต้นกล้าที่ผ่านรอบคัดเลือกเมื่อสิบปีก่อนก็เป็นเพียงลูกหลานตระกูลใหญ่จากเมืองระดับสองที่ย้ายโรงเรียนมาสอบเท่านั้น
"เพิ่มรางวัลของครั้งนี้ขึ้นอีกสองระดับ ส่วนที่เกินมาฉันจะจ่ายเอง"
อาจารย์ใหญ่มองข้อมูลการผ่านบนหน้าจอทั้งสี่ แล้วหันมาพูดกับทุกคน
………
…
【การทดสอบสิ้นสุดลง, รหัสนักเรียน 100869527 ไป๋อี้ อันดับรวมปัจจุบัน: 1】
【ขอให้เส้นทางเซียนของท่านราบรื่น!】
ไป๋อี้มองข้อมูลบนโปรเจกต์ ในใจรู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย เดิมทีคิดว่าแค่เพลงกระบี่สายลมเบาที่บรรลุแก่นแท้แห่งเต๋าขั้นสมบูรณ์จะทำให้ติดอันดับห้าอันดับแรกได้ก็พอแล้ว
ไม่คิดว่าเผลอแวบเดียวจะก้าวกระโดดจากอันดับสามสิบกว่าของระดับชั้นมาเป็นอันดับหนึ่งได้
"ดูเหมือนว่าเป้าหมายที่ฉันตั้งไว้ตอนแรกจะต่ำไปหน่อย"
ไป๋อี้ส่ายหัว เพราะในการสอบเทอมก่อนหน้านี้ สามคนแรกนั้นนำหน้าคนอื่นแบบทิ้งห่าง
ดังนั้นหลังจากที่เพลงกระบี่สายลมเบาบรรลุแก่นแท้แห่งเต๋าขั้นสมบูรณ์แล้ว ตอนแรกเขาคิดว่าคงจะทำได้แค่ทัดเทียมกับสามคนนั้น แต่ตอนนี้ดูเหมือนว่าเขาจะประเมินอานุภาพที่แก่นแท้แห่งเต๋าขั้นสมบูรณ์มอบให้กับวิชาต่ำไป
และที่สำคัญ รุ่นนี้ก็ถือเป็นรุ่นที่โดดเด่นที่สุดในรอบสิบปีของเมืองหลานซานแล้ว
ไป๋อี้กดความคิดฟุ้งซ่านลงชั่วคราว แล้วรีบเดินไปยังแท่นวาร์ปทางออก
ความรู้สึกวิงเวียนหายไป ยังไม่ทันที่ไป๋อี้จะลืมตา เสียงตะโกนจอแจก็ดังก้องอยู่ในหู
"หัวหมิงไม่ใช่อันดับหนึ่งเหรอ?!"
"ไป๋อี้? ไป๋อี้ห้องสองเหรอ? ฉันจำได้ว่าสอบครั้งที่แล้วเขาได้อันดับสามสิบกว่าเองไม่ใช่เหรอ!"
"บ้าไปแล้ว!! อันดับพุ่งขึ้นทีเดียวสามสิบกว่าอันดับ?!! นี่มันสัตว์ประหลาดอะไรกันวะ!"
"ฉันอันดับสามร้อยกว่าจะขยับขึ้นอันดับเดียวยังยากแทบตาย!"
นักเรียนที่ออกมาก่อนหน้านี้ที่ลานกว้างหลังเขา มองอันดับผลสอบที่เด้งขึ้นมาบนเทอร์มินัลส่วนตัวที่ข้อมือ ใบหน้าเต็มไปด้วยความตกตะลึงและประหลาดใจ
กว่าสองปี ผ่านการสอบมานับสิบครั้ง แม้อันดับหนึ่งจะมีการเปลี่ยนแปลงบ้าง แต่สามอันดับแรกก็ยังคงเป็นสามคนนั้นเสมอ
รากปราณสี่ธาตุ, ทายาทสายตรงของตระกูลใหญ่, ความเข้าใจดีเยี่ยม...
ในเมืองหลานซานซึ่งเป็นเมืองระดับสาม สามคนนี้ถือว่าเป็นอัจฉริยะที่ไม่ธรรมดาแล้ว
และไป๋อี้ก่อนหน้านี้แม้จะโดดเด่นพอสมควร แต่เมื่อเทียบกับสามคนนี้ก็ยังห่างชั้นอยู่
ใครจะคิดว่าในการทดสอบก่อนรอบคัดเลือกของสี่สถาบันสิบวังครั้งนี้ ไป๋อี้จะสามารถแซงหน้าหัวหมิงและอีกสองคนไปได้
"ออกมาแล้ว สี่คนสุดท้ายออกมาแล้ว"
ท่ามกลางฝูงชน นักเรียนสองสามคนพูดกันเสียงเบาๆ จากนั้นสายตาของทุกคนก็จับจ้องไปที่แท่นแม่เหล็กลอยฟ้าสี่แท่นที่ปรากฏขึ้นเป็นกลุ่มสุดท้าย
ตรงกลาง ชายหนุ่มในชุดยาวสีขาวเหลือบแสง ผมยาวไว้จอนแบบโบราณมีสีหน้าเคร่งขรึม สายตากวาดมองซ้ายขวาอย่างรวดเร็ว แล้วก็ไปหยุดอยู่ที่ไป๋อี้ซึ่งสะพายกระบี่บินอยู่บนหลัง
ข้างๆ เขา เด็กสาวผมมัดจุกในชุดสีม่วงและชายหนุ่มผิวคล้ำกล้ามเป็นมัดก็อดไม่ได้ที่จะมองไปยังไป๋อี้บนแท่นลอยฟ้าด้านขวาสุด
ไป๋อี้...
ทั้งสองคนคิดในใจ ก่อนหน้านี้ได้ข่าวว่าวิชายันต์เพลิงไหลของหัวหมิงใกล้จะบรรลุแก่นแท้แห่งเต๋าขั้นสูงแล้ว แถมยังได้รับการฝังชุดสมาร์ทบอร์ดอักขระโอเวอร์คล็อกที่ทำจากหินผลึกทองอัคคีอีกด้วย
พวกเขาเลยหมดหวังกับอันดับหนึ่งไปนานแล้ว ไม่คิดว่าในอันดับผลสอบสุดท้ายจะมีชื่อที่ไม่คุ้นเคยแซงหน้าหัวหมิงไปได้
ไป๋อี้รู้สึกได้ถึงสายตาของทั้งสามคน เขาจ้องมองหัวหมิงที่เต็มไปด้วยความไม่ยอมแพ้อยู่สองสามวินาที แล้วก็ไม่ได้สนใจอะไรอีก
ถ้าบอกว่าก่อนหน้านี้สามคนนี้คือเป้าหมายที่เขาต้องไล่ตาม แต่ตอนนี้เมื่อเขา...ปลดล็อกพรสวรรค์มากขึ้น เป้าหมายของเขาก็ไม่ได้อยู่ที่โรงเรียนมัธยมเต๋าที่สองอีกต่อไปแล้ว
เมื่อทุกคนกลับมาที่ลานกว้าง อาจารย์ใหญ่ก็นำทุกคนออกมาประกาศรายชื่อยี่สิบคนที่ได้เข้ากลุ่มหัวกะทิ
"หลิวซิน... เฉินซ่าง..."
"จางซิงหมิง, กัวชิงชิง, หัวหมิง..."
อาจารย์ใหญ่พยักหน้าให้ทั้งสามคนในฝูงชนอย่างพึงพอใจ จากนั้นสายตาก็ไปหยุดอยู่ที่ไป๋อี้ซึ่งกลับไปอยู่กับห้องสองแล้ว
"ผู้ที่ได้อันดับหนึ่งในการทดสอบครั้งนี้คือ นักเรียนไป๋อี้จากห้องบ่มเพาะเต๋า 2!"
แม้จะรู้ผลอันดับจากโปรเจกต์บนเทอร์มินัลส่วนตัวแล้ว แต่เมื่ออาจารย์ใหญ่ประกาศออกมา
นักเรียนทุกคนในห้องสองรวมถึงอาจารย์หลี่ ก็ยังคงรู้สึกมึนงงอยู่บ้าง
หลิวเทียนที่แย่งชิงอันดับหนึ่งของห้องกับไป๋อี้มาตลอด ในหัวยิ่งมีแต่เสียงหึ่งๆ
ที่แท้การสอบก่อนหน้านี้ ไป๋อี้ก็แค่เล่นๆ กับเขาเท่านั้นเองเหรอ
"ผู้ที่ได้อันดับหนึ่งถึงยี่สิบในการทดสอบครั้งนี้จะได้ยาเม็ดอี้ชี่คนละหนึ่งเม็ด"
"ห้าอันดับแรกสามารถเลือกเคล็ดวิชาชั้นสูงระดับปราณก่อเกิดได้หนึ่งเล่มจากห้องคัมภีร์ของโรงเรียน"
"อันดับหนึ่งจะได้ศาสตราวิเศษระดับหนึ่งขั้นสูงหนึ่งชิ้น"
เมื่ออาจารย์ใหญ่ประกาศจบ นักเรียนมากมายที่ลานกว้างต่างก็สูดลมหายใจเข้าลึกๆ ช่วยลดภาวะโลกร้อนไปคนละเฮือก
"ยาเม็ดอี้ชี่, เคล็ดวิชาชั้นสูง แล้วยังมีศาสตราวิเศษระดับหนึ่งขั้นสูงอีก!"
เมื่อได้ยินคำพูดของอาจารย์ใหญ่ ไป๋อี้ก็ตาเป็นประกายด้วยความดีใจ
ยาเม็ดอี้ชี่ (益气丹) แม้จะต่างกับยาอี้ชี่ (益气丸) แค่คำเดียว แต่ก็ไม่ได้ผ่านกระบวนการผลิตทางอุตสาหกรรม เป็นยาที่เฉพาะนักปรุงยาที่เก่งกาจและมีใบอนุญาตเท่านั้นจึงจะมีสิทธิ์ปรุงได้(เอาเป็นว่ายาที่กินก่อนหน้าคืออย่างหลัง)
ราคาก็สูงถึงห้าหมื่นเหรียญปราณ เพียงแค่เม็ดเดียวก็เทียบเท่ากับเงินเดือนเกือบครึ่งปีของพ่อเขาแล้ว
ไม่ต้องพูดถึงเคล็ดวิชาชั้นสูงและศาสตราวิเศษระดับหนึ่งขั้นสูงที่ตามมาอีก
เมื่อคิดได้ดังนี้ ไป๋อี้ก็ลูบกระบี่บินที่อยู่ด้านหลัง
กระบี่บินรุ่นพื้นฐานซีรีส์ชิงเฟิง S-9011 ของกลุ่มบริษัทกวงหมี่ที่พ่อให้มาหลังจากที่เขาบรรลุระดับปราณก่อเกิดขั้นที่ 3 นั้น เริ่มจะตามไม่ทันระดับวิชากระบี่ของเขาที่สูงขึ้นแล้ว
อีกทั้งหลังจากที่เพลงกระบี่สายลมเบาบรรลุแก่นแท้แห่งเต๋าขั้นสมบูรณ์แล้ว เขาก็ต้องการเคล็ดวิชากระบี่เล่มใหม่เช่นกัน
เมื่ออาจารย์ใหญ่ประกาศเสร็จ นักเรียนทุกคนก็แยกย้ายกันไปตามอาจารย์ประจำชั้นของตนเองออกจากลานกว้างหลังเขา
เหลือเพียงยี่สิบคนที่ผ่านการทดสอบกลุ่มหัวกะทิไว้ที่เดิม
อาจารย์ใหญ่พลิกฝ่ามือ ขวดแก้วใสยี่สิบขวดที่เปล่งประกายแสงและมีตัวเลขแสดงค่าบางอย่างกำลังกระพริบอยู่ก็ลอยขึ้นบนฝ่ามือเขา
เขาพลิกฝ่ามืออีกครั้ง ขวดทั้งยี่สิบขวดที่บรรจุยาเม็ดอี้ชี่ก็บินไปยังหน้าของแต่ละคนอย่างแม่นยำ
"สองเดือนหลังจากนี้ เวลาที่พวกเธอใช้ห้องฝึกตนในโรงเรียนจะเพิ่มขึ้นเป็นสี่ชั่วโมง"
"ถ้ามีข้อสงสัยอะไรในการบ่มเพาะก็มาหาฉันได้โดยตรง"
ความประหลาดใจที่ถาโถมเข้ามาไม่หยุดทำให้ไป๋อี้เผลอกำหมัดแน่น
อาจารย์ใหญ่ซึ่งเป็นผู้บ่มเพาะระดับรากฐานก่อตั้ง ปกติก็หาตัวจับยากอยู่แล้ว ไม่ต้องพูดถึงการได้รับคำชี้แนะเลย
ส่วนประโยชน์ของห้องฝึกตนสี่ชั่วโมงนั้นก็เห็นได้ชัดเจน
บวกกับรางวัลก่อนหน้านี้ เขาก็ยิ่งมีความมั่นใจในการทดสอบรอบแรกของสี่สถาบันสิบวังมากขึ้นไปอีก
เมื่ออาจารย์ใหญ่จากไป ไป๋อี้ก็ไม่ได้สนใจหัวหมิงที่เดินเข้ามาอย่างรวดเร็ว กระบี่ชิงเฟิงหลังเขาออกจากฝัก เขาขี่กระบี่บินมุ่งหน้าไปยังทิศทางของห้องคัมภีร์โรงเรียน