เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 19 เจรจาเรื่องขนส่ง

บทที่ 19 เจรจาเรื่องขนส่ง

บทที่ 19 เจรจาเรื่องขนส่ง


หลังจากเหนื่อยมาทั้งวัน ทั้งสองคนก็กลับมาถึงเผิงเฉิง

หลินอีหมิงเปิดคอมพิวเตอร์ ดึงใบเสนอราคาของหลายๆ โรงงานออกมาเปรียบเทียบ

หลังจากตัดสินใจเลือกประเภทสินค้าเบื้องต้นได้แล้ว เขาก็ต่อรองราคากับอีกฝ่ายทางออนไลน์ต่อ

โรงงานในตอนนั้นยังแข่งขันกันไม่ดุเดือดเท่าไหร่ ถ้าคุณไม่มีปริมาณสั่งซื้อก็ไม่สามารถต่อรองราคาลงมาได้ เป็นราคาตามช่วงสั่งสิบชิ้นราคานึง, สั่งร้อยชิ้นราคานึง, สั่งพันชิ้นก็อีกราคานึง

ราคาสำหรับดรอปชิปแพงที่สุด คำนวณดูแล้วก็แทบจะไม่ต่างจากราคาปลีก

หลังจากชั่งน้ำหนักข้อดีข้อเสียซ้ำแล้วซ้ำเล่า หลินอีหมิงก็ตัดสินใจที่จะสั่งของมาประมาณหนึ่งหมื่นหยวนก่อนแล้วจัดส่งเอง

แบบนี้ราคาก็ยังถือว่ามีความได้เปรียบอยู่บ้าง โชคดีที่หมวดหมู่นี้มีอัตรากำไรค่อนข้างสูง ราคาขายโดยพื้นฐานแล้วเป็นหลายเท่าหรือสิบเท่าของราคาต้นทุน

คำนวณแบบนี้ก็ยังถือว่าพอไหว ถ้าปริมาณเพิ่มขึ้นแล้วต้นทุนต่ำลงอีก กำไรขั้นต้นก็ยังสามารถสูงขึ้นได้อีก

เมื่อเลือกสินค้าเสร็จแล้ว ขั้นตอนต่อไปก็คือการตกแต่งร้านค้า การตกแต่งร้านค้ามีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการทำการขายเชื่อมโยงทั้งร้าน

หลินอีหมิงไม่ได้ลังเล เขาซื้อฟีเจอร์วั่งพู่ของร้านค้าโดยตรงเลย ในตอนนั้นวั่งพู่ยังต้องเสียเงินซื้อ พอถึงปี 2023 วั่งพู่ก็กลายเป็นของฟรีไปแล้ว

หลังจากซื้อวั่งพู่แล้ว หลินอีหมิงก็ซื้อเทมเพลตตกแต่งต่อ การตกแต่งด้วยคลิกเดียวสะดวกและรวดเร็วดี

ชื่อร้านตั้งว่า “คืนสู่เหย้ากลางฤดูร้อน”ความหมายก็ชัดเจนในตัวเอง จากนั้นหลินอีหมิงก็จ่ายค่าประกันร้าน

ขั้นตอนต่อไปก็คือรอรับสินค้า แล้วถ่ายรูปขึ้นชั้นวางสินค้า

นอกจากเรื่องสินค้าแล้ว ยังมีอีกเรื่องหนึ่งที่หลินอีหมิงต้องแก้ไข นั่นก็คือปัญหาเรื่องค่าขนส่ง

ถ้าค่าขนส่งไม่ลดลง มันก็จะเป็นค่าใช้จ่ายก้อนใหญ่ แต่ในตอนนี้ยังไม่มีปริมาณสั่งซื้อ การจะต่อรองค่าขนส่งให้ถูกลงนั้นจะง่ายได้อย่างไร?

อย่าเป็นยักษ์ในคำพูด แต่เป็นคนแคระในการกระทำ หลินอีหมิงตรงไปหาเจ้าของจุดบริการขนส่งถึงที่

“เถ้าแก่ สวัสดีครับ ผมอยากจะถามหน่อยว่าค่าส่งของที่นี่คิดยังไงเหรอครับ?” หลินอีหมิงยังคงเหมือนเดิม เจอหน้าคนก็ยื่นบุหรี่ให้ก่อน

“น้องจะส่งไปที่ไหน?” เจ้าของร้านรับบุหรี่มาวางไว้บนโต๊ะทำงาน มือก็ยังคงคัดแยกพัสดุต่อไป เขาคิดว่าหลินอีหมิงมาส่งของย่อย

“ในมณฑล 8 หยวน, นอกมณฑลดูตามระยะทาง” เจ้าของร้านก้มตัวลงแล้วโยนพัสดุชิ้นหนึ่งไปไกลๆ

“เถ้าแก่ครับ ผมทำอีคอมเมิร์ซ” หลินอีหมิงพูด

“อีคอมเมิร์ซ?” เจ้าของร้านได้ยินดังนั้นก็ลุกขึ้นยืน

“นั่ง”

“น้องบอกว่าทำอีคอมเมิร์ซ วันหนึ่งส่งได้กี่ชิ้น?” เจ้าของร้านถามต่อ

“อืม...” หลินอีหมิงครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง “น่าจะหลายสิบชิ้นครับ”

อย่างไรเสียสิบเอ็ดชิ้นก็ถือว่าเป็นหลายสิบชิ้นเหมือนกัน หลอกให้ได้ราคามาก่อนแล้วค่อยว่ากัน

“หลายสิบชิ้นเหรอ...” เจ้าของจุดบริการขนส่งครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง หยิบไฟแช็กขึ้นมาจะจุดบุหรี่ แต่ก็ดับไฟลงอีกครั้ง ในร้านมีแต่กล่องกระดาษซึ่งเป็นวัตถุไวไฟ

หลินอีหมิงเห็นดังนั้นก็รีบพูดว่า “ข้างนอกเย็นสบายกว่า ไปคุยกันข้างนอกดีกว่าครับ”

ทั้งสองคนเดินออกมาหน้าร้านหาที่ร่มๆ หลินอีหมิงจุดบุหรี่มวนหนึ่ง แล้วก็ยื่นไฟแช็กให้เจ้าของจุดบริการขนส่ง

เจ้าของจุดบริการขนส่งสูดควันบุหรี่เข้าไปลึกๆ แล้วค่อยๆ พูด

“คุณลูกค้า บอกราคาตามจริงเลยนะ ถ้าหลายสิบชิ้นก็คิดให้ 6 หยวนต่อชิ้น เป็นตั๋วรวมทั่วประเทศ”

หลินอีหมิงรู้ว่าราคานี้ยังมีช่องให้กดลงได้อีก

พอถึงปี 2023 แหล่งรวมอีคอมเมิร์ซที่ส่งของหลายสิบชิ้นต่อวันโดยทั่วไปก็จะได้ราคาตั๋วรวมสามสี่บาท หรือแม้แต่ที่ไม่ใช่แหล่งรวมอีคอมเมิร์ซก็ยังได้ราคาตั๋วรวมทั่วประเทศ 5 บาท

“เถ้าแก่ครับ ผมไปที่ YTO Expressข้างๆ มาแล้ว เขาให้ผม 5 บาทตั๋วรวมทั่วประเทศครับ” หลินอีหมิงทำหน้าเคร่งขรึมแล้วพูด อาศัยประสบการณ์จากชาติที่แล้วเพื่อลองหลอกเจ้าของจุดบริการขนส่งดู

“คุณลูกค้า นี่ผมยังต้องส่งคนไปรับของที่นั่นทุกวันนะ ราคานี้ถือว่าถูกมากแล้วจริงๆ” เจ้าของจุดบริการขนส่งเริ่มโอดครวญ “ถ้าคุณส่งวันละร้อยชิ้น อย่าว่าแต่ 5 บาทเลย 4.5 บาทผมก็ให้”

หลินอีหมิงคิดอยู่ครู่หนึ่ง “ถ้างั้นถ้าผมเอาพัสดุมาส่งให้ถึงที่นี่ล่ะครับ?” ในหัวของหลินอีหมิงนึกถึงคนคนหนึ่งขึ้นมา — ไอ้ลิงเผือกโหวอวิ๋นเฟิง

“ถ้าน้องเอามาส่งเองก็คิดให้ 5 บาทต่อชิ้น ตั๋วรวมทั่วประเทศ” เจ้าของจุดบริการขนส่งคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วพูด

“เถ้าแก่ครับ ถูกกว่านี้อีกหน่อยได้ไหมครับ”

เจ้าของจุดบริการขนส่งก็เสนอขึ้นมาทันที “อย่างนี้แล้วกัน น้องใช้ใบปะหน้าอิเล็กทรอนิกส์เดี๋ยวพี่ขายเบอร์ให้เลย ขายขั้นต่ำพันใบ เบอร์ใช้ได้ตลอดชีพ ใบละ 4 บาท ดูว่าโอเคไหม?”

วิธีการแบบนี้ของเจ้าของร้านในยุคหลังค่อนข้างจะแพร่หลาย แต่ในปี 2015 การขนส่งส่วนใหญ่ยังคงใช้ใบปะหน้าแบบกระดาษอยู่ ในตอนนั้นหลายคนก็กลัวว่าจะเหมือนกับฟิตเนส จ่ายเงินไปแล้วก็ปิดร้านหนี

แต่หลินอีหมิงไม่กลัว บริษัทขนส่งเจ้านี้ในอนาคตจะเข้าตลาดหลักทรัพย์ได้ และจุดบริการแห่งนี้พอถึงปี 2023 ก็ยังคงอยู่

“ได้ครับ” หลินอีหมิงพูด

เจ้าของจุดบริการขนส่งประหลาดใจเล็กน้อย ไม่คิดว่าหนุ่มน้อยตรงหน้าจะใจถึงขนาดนี้ ถ้าเป็นลูกค้ารายอื่น ต่อให้พูดจนปากเปียกปากแฉะก็ไม่แน่ว่าจะยอม

“ถ้างั้นได้ เดี๋ยวกลับไปแล้วน้องส่งชื่อร้านกับเบอร์โทรศัพท์มาให้พี่นะ พี่จะเปิดระบบใบปะหน้าอิเล็กทรอนิกส์ให้”

“ค่าใบปะหน้าตอนนั้นน้องจะโอนมาให้พี่หรือให้เป็นเงินสดก็ได้” เจ้าของร้านเสริม

“ได้ครับ” หลินอีหมิงกับเจ้าของจุดบริการขนส่งแลกช่องทางติดต่อกัน

“อ้อ ที่อยู่ของน้องอยู่ที่ไหนนะ?” เจ้าของร้านถาม เพื่อที่จะได้ให้พนักงานของตัวเองไปรับของในอนาคต

“เยว่เป่าการ์เด้นครับ” หลินอีหมิงโพล่งออกมา

“บังเอิญจัง พี่มีลูกค้าอยู่ที่นั่นเหมือนกัน ตึก 8 ชั้น 8” เจ้าของร้านได้ยินว่าเยว่เป่าการ์เด้นก็พูดขึ้น โชคดีที่เมื่อกี้เรื่องที่ให้หลินอีหมิงมาส่งของเองไม่สำเร็จ ไม่อย่างนั้นก็ต้องไปที่เยว่เป่าการ์เด้นรับของอยู่ดี มันจะน่าอึดอัดขนาดไหน!

“โอ้ ถ้างั้นเถ้าแก่ต้องลดให้ผมอีกหน่อยแล้วสิครับ?” หลินอีหมิงยิ้มแล้วถาม

ว้ากฉวี่! เจ้าเล่ห์จริงๆ หาช่องเสียบได้ตลอด! เจ้าของจุดบริการขนส่งอุทานในใจ ภายนอกก็ทำหน้าพูดลำบากอย่างสุภาพ

“คุณหลินครับ ถูกมากแล้วจริงๆ ลดให้อีกไม่ไหวแล้วครับ!”

“ก็ได้ครับ ขอให้ความร่วมมือราบรื่นนะครับ!” หลินอีหมิงก็ไม่ได้คิดว่าจะให้เจ้าของร้านลดให้อีกได้ แต่ก็ลองดูสักหน่อย!

เท่านี้เรื่องขนส่งก็ถือว่าเรียบร้อยแล้ว ถ้าทุกอย่างเป็นไปอย่างราบรื่น ออเดอร์พันใบน่าจะไม่ถึงเดือนก็ใช้หมด

ถอยออกมาหมื่นก้าว ต่อให้ขายไม่ได้มากขนาดนั้นจริงๆ ใบปะหน้าก็ยังสามารถขายต่อในราคาถูกให้กับร้านค้าอีคอมเมิร์ซอื่นๆ ในบริเวณใกล้เคียงได้

หลังจากจัดการเรื่องขนส่งเสร็จแล้ว สุดท้ายก็คือรอสินค้ามาถึงแล้วถ่ายรูปขึ้นชั้นวาง

ฝีมือการถ่ายรูปของหลินอีหมิงเองนั้นห่วยแตกมาก แต่เขารู้ว่าในอินเทอร์เน็ตมีบริการถ่ายภาพสินค้าให้ใช้แทนได้

เขาหาในเน็ตเจอร้านหนึ่งที่รีวิวค่อนข้างดี ตกลงกันเสร็จเรียบร้อย พอถึงเวลาแล้วก็ส่งสินค้าตัวอย่างไปให้พวกเขาถ่ายรูปแล้วส่งรูปกลับมาให้หลินอีหมิง แถมยังสนับสนุนการถ่ายรูปแบบรีวิวจากผู้ซื้อได้อีกด้วย นี่มันสุดยอดไปเลย แน่นอนว่าจะไม่มีคนจริงๆ มาเป็นแบบ

เมื่อสินค้าจากทุกโรงงานเตรียมพร้อมแล้ว ตอนนี้บทบาทของพี่ยามในนิคมอุตสาหกรรมที่แอดไว้ก่อนหน้านี้ก็แสดงผลออกมา

“พี่ชายครับ ช่วยผมหน่อยได้ไหมครับ? ผมสั่งของไว้ที่นิคมของพี่กับนิคมข้างๆ ตอนนี้ของพร้อมแล้ว ผมเรียกรถฮั่วลาลาแล้ว รบกวนพี่ช่วยประสานงานให้หน่อยได้ไหมครับ?” หลินอีหมิงส่งข้อความไปหาพี่ยามที่แอดไว้ตอนแรก จากนั้นก็โอนเงินไปให้อีกสามสิบหยวนทันที

“คุณหลินเหรอครับ ได้ๆๆ แน่นอนครับ” ไม่นานหลินอีหมิงก็ได้รับข้อความตอบกลับ

ในคืนวันนั้น ฮั่วลาลาก็ได้นำสินค้ามาส่งถึงมือหลินอีหมิงแล้ว

ประเภทสินค้าไม่มากนัก ก็แค่ประมาณสิบกว่ารุ่น หลินอีหมิงจัดระเบียบเล็กน้อย แล้วหยิบสินค้าตัวอย่างสิบรุ่นส่งไปยังที่อยู่ของร้านค้าออนไลน์ที่รับถ่ายภาพ

จบบทที่ บทที่ 19 เจรจาเรื่องขนส่ง

คัดลอกลิงก์แล้ว