เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 57: ศึกอลหม่าน

บทที่ 57: ศึกอลหม่าน

บทที่ 57: ศึกอลหม่าน


บทที่ 57: ศึกอลหม่าน

เมื่อจักรพรรดินักดื่มตาย เขาก็มายืนอยู่หน้าประตูวิหารคืนชีพ

ไม่นานเขาก็ได้เห็นแสงสีขาวที่วาบขึ้นมาไม่หยุดหย่อนอยู่ด้านหลัง…สีหน้าของเขาก็มืดครึ้มจนแทบจะมีเลือดหยดออกมา

ในขณะที่ไอเทมที่ดรอปจากบอสกำลังจะตกอยู่ในกำมือของเขาอยู่แล้ว แต่กลับไม่มีใครคาดคิดว่าท่าไม้ตายวงกว้างของบอสจะทำลายแผนการและความหวังทั้งหมดลงอย่างสิ้นเชิง

ในฐานะนักรบ จักรพรรดินักดื่มย่อมต้องเป็นคนแรกที่รับเคราะห์ เขาไม่สามารถทนรับการโจมตีเพียงระลอกเดียวได้ จึงถูกสังหารในทันที

เมื่อต้องเผชิญหน้ากับบอสโลกเลเวล 15 จักรพรรดินักดื่มที่เพิ่งจะเลเวล 13 ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเลเวลหรืออุปกรณ์ ก็ยังมีความแตกต่างกันอย่างมหาศาล

เมื่อเห็นเลเวลของตัวเองลดลงเหลือ 12 จักรพรรดินักดื่มก็รู้สึกเจ็บปวดในใจราวกับมีดกรีด!

เขาพยายามข่มความโกรธที่กำลังจะปะทุออกมา แล้วเปิดช่องสนทนากิลด์ขึ้นมาถาม

“ตอนนี้ใครยังอยู่ในสนามรบบ้าง ฉันอยากรู้สถานการณ์ของบอส”

ข้างๆจักรพรรดินักดื่ม ผู้เล่นหลายสิบคนกำลังวิ่งสุดฝีเท้า ราวกับกำลังวิ่งมาราธอน บนใบหน้าของทุกคนเต็มไปด้วยอารมณ์ที่ซับซ้อน ทั้งตกตะลึงและร้อนรน

ณ ตอนนี้ สถานการณ์ในสนามรบนับว่าโกลาหลอย่างยิ่ง เสียงร้องโหยหวนและเสียงกรีดร้องดังระงมไปทั่ว

ส่วนบอสก็กำลังนอนหายใจรวยรินอยู่บนพื้น รอให้ผู้คนเข้ามาเก็บเกี่ยวเป็นคนสุดท้าย

เมื่อมองเห็นสมาชิกกิลด์ของตัวเองล้มตายไปกว่าครึ่งภายใต้ท่าไม้ตายของบอส…เทพวิหารคลั่งก็เบิกตากว้างอย่างโกรธเกรี้ยว

“ทุกคนที่ยังขยับได้! ระดมโจมตีบอสเต็มกำลัง! ไม่ต้องสนใจ...”

“ขีปนาวุธอาเคน”

ปัง!

“-561”

[ระบบ]: ท่านถูกสังหารโดยเฟิงหัว

เทพวิหารคลั่งยืนงงอยู่ที่จุดเกิด จากนั้นก็คำรามออกมาอย่างบ้าคลั่ง: “ไอ้เชี่ย!”

“เฟิง! หัว! ฉันกับเเกอยู่ร่วมโลกกันไม่ได้!”

….

ลั่วเสินหลิวเหนียนมองเหล่านักบวชที่โชคดีรอดชีวิตจากท่าไม้ตายของบอสด้วยความตกตะลึง แต่แล้วพวกเขาก็ถูกโจรที่จู่ๆก็ปรากฏตัวขึ้นมาเก็บตกไปทีละคน…ซึ่งในนั้นก็มีสมาชิกกิลด์ของเขาอยู่หลายคนด้วย

ความรู้สึกเย็นเยียบผุดขึ้นมาจากก้นบึ้งของหัวใจ

ลั่วเสินหลิวเหนียนเหมือนจะสัมผัสได้ถึงอะไรบางอย่าง เขาจึงหันไปมองทะนงฟ้าท่านขุน

“ทะนงฟ้าท่านขุน นี่มันหมายความว่ายังไง!”

ทะนงฟ้าท่านขุนยังคงรักษารอยยิ้มที่ไม่รู้ร้อนรู้หนาวไว้

“ลูกน้องฉันมันไม่รู้ความ เดี๋ยวกลับไปฉันจะสั่งสอนพวกมันให้หนักๆเลย”

“นาย...ดีมาก!”

เห็นได้ชัดว่าตอนนี้ไม่ใช่เวลามานั่งคิดบัญชีเรื่องเหล่านี้ ลั่วเสินหลิวเหนียนมองไปยังบอสที่กำลังหายใจรวยริน แล้วตะโกนสั่งคนที่ยังไม่ตาย

“บุกเข้าไปโจมตีบอส! ไม่ต้องสนใจเรื่องอื่นแล้ว! เร็วเข้า!”

และในขณะที่ลั่วเสินหลิวเหนียนกำลังดีใจที่โจรที่เขาพามาสี่ห้าคนยังไม่ตาย ทันใดนั้นนักรบโล่ของกิลด์ตระกูลดังและทะนงฟ้าก็รีบเข้ามาสร้างกำแพงมนุษย์ล้อมรอบบอสไว้

พอโจรคนหนึ่งเข้าไปใกล้ นักรบคนหนึ่งก็สังเกตเห็นความผิดปกติในทันที

“พุ่งชน!”

ปัง!

“-41”

โจรคนนั้นถูกกระแทกจนร่างปรากฏออกมา จากนั้นเวทมนตร์ระลอกหนึ่งก็ราวกับเตรียมการไว้แล้ว พุ่งเข้าใส่เขาอย่างจัง หลังจากรับความเสียหายเป็นชุด

...ตายทันที!

เมื่อเห็นภาพนั้น ลั่วเสินหลิวเหนียนก็รู้สึกใจหายวาบ

“พวกนาย!”

ณ ตอนนี้ เขาเพิ่งจะสังเกตเห็นว่าคนของกิลด์ตระกูลดังรอดชีวิตจากการโจมตีของบอสครั้งนี้ได้อย่างสมบูรณ์

“เป็นไปได้ยังไง!”

ยังไม่ทันที่ลั่วเสินหลิวเหนียนจะได้คิดอะไรมาก ประกายแสงเย็นเยียบก็วาบขึ้นมา

ลั่วเสินหลิวเหนียนเอี้ยวตัวหลบการโจมตีที่กะทันหันนั้นได้อย่างหวุดหวิด

เทียนซื่อปรากฏตัวขึ้นตรงหน้าลั่วเสินหลิวเหนียน…ณ ตอนนี้ บนใบหน้าของเทียนซื่อเผยให้เห็นร่องรอยของความประหลาดใจ

“น่าสนใจดีนี่!”

“เทียนซื่อ!”

ทันทีที่ลั่วเสินหลิวเหนียนเห็นเทียนซื่อ เขาก็รู้ได้ทันทีว่าไม่ดีแล้ว “นักบวช! เร็วเข้า! ฮีลให้ฉัน!”

น่าเสียดายที่ทุกคนในสนามรบต่างก็เอาตัวไม่รอด ไม่มีใครสังเกตเห็นสถานการณ์ของลั่วเสินหลิวเหนียนเลยแม้แต่น้อย

ท่ามกลางสายตาที่เต็มไปด้วยความไม่ยอมแพ้ของลั่วเสินหลิวเหนียน มีดสั้นเล่มหนึ่งก็ยังคงสร้างความเสียหายมหาศาลให้กับร่างกายของเขา

….

เทพวิหารคลั่งที่กำลังระบายความโกรธอยู่ที่จุดเกิด เมื่อเขาสังเกตเห็นการปรากฏตัวของหลิวเหนียน เขาจึงรีบเข้าไปถาม

“เกิดอะไรขึ้นกันแน่?”

เนื่องจากตอนนั้นเพิ่งจะผ่านพ้นท่าไม้ตายของบอสไป เทพวิหารคลั่งก็เลยยังไม่ทันได้เข้าใจสถานการณ์ก็ถูกหลินอี้ฆ่าตายไปเสียก่อน

นั่นจึงทำให้ตอนนี้เทพวิหารคลั่งไม่รู้เรื่องราวในสนามรบเลยแม้แต่น้อย

เมื่อนึกถึงความผิดปกติต่างๆที่เกิดขึ้นตอนตีบอสก่อนหน้านี้ ใบหน้าของลั่วเสินหลิวเหนียนก็เผยให้เห็นความบิดเบี้ยวที่น่าสะพรึงกลัว พร้อมกับความรู้สึกสิ้นหวัง: “จบสิ้นแล้ว”

ทันใดนั้น ลั่วเสินปีศาจเดินออกมาจากจุดเกิดในตอนนั้นพอดี: “พวกเราโดนหลอกแล้ว”

เมื่อมองไปยังลั่วเสินหลิวเหนียนที่มีสีหน้าย่ำแย่ถึงขีดสุด ลั่วเสินปีศาจก็ยังคงถามขึ้นมาประโยคหนึ่ง: “ยังจะไปอีกไหม?”

ลั่วเสินหลิวเหนียนมองไปยังทิศทางของบอส “ไป!”

และในตอนนั้นเอง เซี่ยไห่ถังและผู้เล่นกลุ่มหนึ่งจากกิลด์เมืองมายาเหมันต์ก็ปรากฏตัวขึ้นที่จุดเกิด

ข้างๆเซี่ยไห่ถัง นักบวชหญิงคนหนึ่งที่มีไอดีว่าฮ่วนเฉิงซวงเยว่ก็ถอนหายใจ: “กิลด์ตระกูลดังเก่งจริงๆ แผนการครั้งนี้มันเหนือความคาดหมายจริงๆ”

“พี่เวยเวย พี่หมายถึง?”

“คงไม่มีใครคาดคิดหรอกนะว่าบอสโลกตัวแรกนี้ กิลด์ตระกูลดังจะเป็นผู้ชนะที่ยิ่งใหญ่ที่สุด”

“แล้วเรายังจะไปอีกไหม?”

ฮ่วนเฉิงซวงเยว่หัวเราะ: “ยังจะไปทำอะไรอีก?”

“ตอนแรกก็แค่ไปดูสนุกๆไม่คิดว่าทุกคนจะโดน…กิลด์ตระกูลดังกับวิหารทะนงฟ้าหลอก”

“โชคดีที่พวกเราส่วนใหญ่เพิ่งจะเลเวลสิบ ถือซะว่าเสียค่าประสบการณ์เพื่อแลกกับความรู้แล้วกัน”

“ไปเถอะ กลับเมืองกัน”

“อืม เดี๋ยวฉันติดต่อเสี่ยวอิ่งหน่อย ดูสิว่าเธอเปลี่ยนอาชีพเป็นยังไงบ้างแล้ว”

…………

เมื่อมองเห็นพลังชีวิตของบอสลดลงเหลือเพียง 1% ทะนงฟ้าท่านขุนก็พูดขึ้นมาทันที: “หยุด!”

นักเวททุกคนของกิลด์วิหารทะนงฟ้าหยุดโจมตีในทันที พร้อมกับมองไปยังทะนงฟ้าท่านขุนด้วยความสงสัย

หล่อบรรลัยส่งสายตาขอบคุณไปยังทะนงฟ้าท่านขุน จากนั้นภายใต้การโจมตีอย่างบ้าคลั่งของสมาชิกกิลด์ตระกูลดัง…

[เหตุการณ์โลก] ลิซาร์ดคิงถูกกำจัดโดยกิลด์ “ตระกูลดัง” ภายใต้การนำของ “ตระกูลดังหล่อบรรลัย” ได้สำเร็จ ตระกูลดังหล่อบรรลัยได้รับรางวัลเกียรติยศ +30; อุปกรณ์ระดับมหากาพย์แบบสุ่มหนึ่งชิ้น; สมาชิกกิลด์ทุกคนได้รับรางวัลค่าประสบการณ์ +3000

ป้ายก่อตั้งกิลด์!

หล่อบรรลัยเก็บไอเทมที่โดดเด่นที่สุดในกองของที่ดรอปขึ้นมา พร้อม​กันนั้นทะนงฟ้าท่านขุนก็เดินเข้ามาแสดงความยินดีด้วยรอยยิ้ม

“คงไม่มีใครคาดคิดหรอกนะว่าคนที่สองที่ได้ป้ายก่อตั้งกิลด์จะเป็นกิลด์ตระกูลดังของนาย”

หล่อบรรลัยเก็บป้ายก่อตั้งกิลด์ แล้วพูดกับทะนงฟ้าท่านขุน: “ก็เหมือนกับที่ไม่มีใครคาดคิดว่าคนแรกที่ได้ป้ายก่อตั้งกิลด์จะเป็นกิลด์วิหารทะนงฟ้าของนายนั่นแหละ”

เมื่อนึกถึงความช่วยเหลือของทะนงฟ้าท่านขุนเมื่อครู่ หล่อบรรลัยก็แสดงความขอบคุณอย่างจริงใจ: “ครั้งนี้ ขอบคุณมาก!”

“นายขอบคุณผิดคนแล้ว”

ทะนงฟ้าท่านขุนชี้ไปยังเฟิงหัวที่กำลังเดินเข้ามาจากที่ไกลๆ “คนที่นายควรจะขอบคุณที่สุดคือเขาต่างหาก”

เทียนซื่อปรากฏตัวขึ้นข้างๆคนทั้งสอง: “ฉันก็มีส่วนไม่น้อยนะ ทำไมไม่มีใครขอบคุณฉันเลยล่ะ?”

“เทียนซื่อ!”

คนทั้งสองมองไปยัง “ตำนาน” ตรงหน้าด้วยความประหลาดใจ

ก่อนหน้าเกมนี้แทบทุกเกมกระแสหลัก จะต้องมีเงาของชายคนนี้อยู่เสมอ

ผู้เล่นอิสระ แต่กลับมีฝีมือในการเล่นเกมที่สูงส่ง พร้อมกับนิสัยที่หยิ่งผยองและไม่ยอมใคร

สำหรับคนในวงการเกมแล้ว ชื่อของเทียนซื่อถือว่าโด่งดังมาก!

คนทั้งสองไม่คาดคิดเลยว่าภารกิจครั้งนี้จะมีเขาร่วมอยู่ด้วย

และในขณะที่คนหลายคนกำลังทักทายกันอยู่ เสียงของหลินอี้ก็ดังมาจากข้างๆ “พวกนายดีใจเร็วเกินไปแล้ว”

ทุกคนชะงักไปครู่หนึ่ง

“ยังไม่รีบกลับเมืองอีก จะรอให้โดนฆ่ารึไง?”

ในตอนนั้นเอง หล่อบรรลัยกับทะนงฟ้าท่านขุนก็หันไปมอง กลับเห็นว่าโจรในกิลด์ของตัวเองที่ฆ่าคนมากเกินไป ชื่อของพวกเขาได้กลายเป็นสีแดงเลือดแล้ว

ในเกม «ความรุ่งโรจน์แห่งเทพเจ้า»: หลังจากฆ่าคนโดยไม่มีเหตุผลหนึ่งคน ชื่อจะกลายเป็นสีเหลืองอ่อน ถือเป็นการเตือน (บทลงโทษ: หลังจากตาย มีโอกาสดรอปอุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่ +10%)

หลังจากฆ่าสองคน ชื่อจะกลายเป็นสีเหลืองทอง ถือเป็นการเตือนอีกครั้ง (บทลงโทษ: หลังจากตาย มีโอกาสดรอปอุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่ +50%)

หลังจากฆ่าติดต่อกันสามคนขึ้นไป ชื่อจะกลายเป็นสีแดง (บทลงโทษ: หลังจากตาย มีโอกาสดรอปอุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่ +100% และสุ่มดรอปไอเทมในกระเป๋า หนึ่งชิ้น-ทั้งหมด; เมื่อซื้อของในร้านค้า จะต้องจ่ายเงินเพิ่มขึ้น 10%-200%)

ยิ่งฆ่าคนมากเท่าไหร่ ชื่อยิ่งแดงมากเท่าไหร่ บทลงโทษยิ่งหนักขึ้นเท่านั้น

จากการต่อสู้ที่วุ่นวายเมื่อครู่ อย่างน้อยก็มีคนหลายสิบคนที่ฆ่าคนไปเกิน 3 คน

ณ ตอนนี้ หล่อบรรลัยกับทะนงฟ้าท่านขุนก็ตระหนักได้ถึงความร้ายแรงของเรื่องนี้

“ทุกคนกลับเมืองเดี๋ยวนี้!”

จนกระทั่งทุกคนในสนามรบกลับเมืองไปหมดแล้ว จักรพรรดินักดื่มกับลั่วเสินหลิวเหนียนจึงค่อยๆมาถึง

เมื่อมองไปยังหนองน้ำที่รกร้างว่างเปล่า จักรพรรดินักดื่มก็ไม่สามารถข่มความโกรธในใจได้อีกต่อไป

“ไอ้พวกวิหารทะนงฟ้า!”

….

อีก​ด้าน

หลินอี้ที่กลับมาถึงเมืองมังกรครามแล้ว ก็กำลังมองดูคุณสมบัติของอาวุธของตัวเองพลางครุ่นคิด:

[ลูกแก้วลงทัณฑ์ (ผนึก)]

อาวุธพิเศษ

คุณภาพ: มหากาพย์

พลังโจมตีเวทมนตร์: 26-42

พลังป้องกันเวทมนตร์: 1-10

ความเสียหายคริติคอล: +20%

ความแม่นยำ: 5

เลเวลที่ใช้ได้: 10

คุณสมบัติเพิ่มเติม 1: สติปัญญา +20

คุณสมบัติเพิ่มเติม 2: เมื่อโจมตี มีโอกาส 30% ที่จะเกิดผลดูดเลือด เปลี่ยนความเสียหาย 10% เป็นพลังชีวิตของตัวเอง

คุณสมบัติเพิ่มเติม 3: สร้างความเสียหายเวทมนตร์เพิ่มขึ้น 10% ต่อผู้เล่นชื่อแดง

….

ว่ากันว่านี่คือสมบัติล้ำค่าของวิหารแห่งแสงที่สูญหายไปในทวีปนี้ในช่วงที่ร่วมมือกับร้อยเผ่าพันธุ์ต่อต้านการรุกรานของเผ่าปีศาจ แต่ทว่าดูเหมือนว่ามันจะถูกผนึกโดยพลังบางอย่าง ทำให้ไม่รุ่งเรืองเหมือนในอดีต

ความคืบหน้าการปลดผนึก: 40%

ไอ้ความคืบหน้าการปลดผนึก 40% นี่มันเพิ่มขึ้นมาตอนไหนกัน?

เหมือนจะนึกถึงอะไรบางอย่างได้ หัวใจของหลินอี้ก็สั่นไหวทันที

“ไม่จริงน่า”

เหมือนในช่วงเวลานี้ เขาไม่ได้ทำอะไรเลยนะ

แค่ฆ่าคนไปสี่คนเองเท่านั้นเอง

(จบตอน)

จบบทที่ บทที่ 57: ศึกอลหม่าน

คัดลอกลิงก์แล้ว