- หน้าแรก
- ฉันมองเห็นไอเทมดรอปของมอนสเตอร์ทุกตัว
- บทที่ 46: กำเนิดเผ่าพันธุ์ใหม่
บทที่ 46: กำเนิดเผ่าพันธุ์ใหม่
บทที่ 46: กำเนิดเผ่าพันธุ์ใหม่
บทที่ 46: กำเนิดเผ่าพันธุ์ใหม่
"ท่านต้องการทำพันธสัญญาแห่งชีวิตเพื่อฟื้นคืนชีพหรือไม่?"
[ยืนยัน] [ยกเลิก]
ท่ามกลางความมืดมิดอันไร้ที่สิ้นสุด หลินอี้มองตัวเลือกเบื้องหน้า แล้วตัดสินใจเลือกอย่างเด็ดเดี่ยว: [ยกเลิก]
…………
ณ ค่ายของเผ่าปีศาจในทุ่งราบวายุสวรรค์ ซามาเอลจ้องมองร่างไร้ลมหายใจของนักบวชปีศาจและจอมเวทมนุษย์ที่นอนแน่นิ่งอยู่บนพื้น แววตาของเขาก็เต็มไปด้วยเปลวเพลิงแห่งความโกรธแค้นที่ไร้ขีดจำกัด
พอจอมเวทมนุษย์สิ้นใจลง ซามาเอลก็เบนเป้าหมายความเดือดดาลทั้งหมดไปยังทิศทางของเผ่ามนุษย์หมาป่า
"นักบวชทุกคน ฟังคำสั่ง!"
นักบวชปีศาจเจ็ดคนที่เหลืออยู่ขานรับอย่างพร้อมเพรียง
ซามาเอล: "ตั้งค่ายกล เตรียมใช้อาคมต้องห้ามกลืนวิญญาณ!"
"หา?"
"ท่านครับ นี่มัน..."
ซามาเอลไม่เปิดโอกาสให้ลูกน้องได้ถกเถียงแม้แต่น้อย เขาตวาดลั่นด้วยความเกรี้ยวกราด: "เตรียมตัว!"
"ขอรับ"
………………
หลังจากแสงสีขาวสว่างวาบจนแสบตา หลินอี้ก็ได้สติกลับคืนมาอีกครั้ง แล้วก็พบว่าตัวเองกลับมายังวิหารที่ผุพังแห่งนั้นแล้ว
หลินอี้มองภาพรอบกายราวกับหลุดมาจากอีกภพชาติหนึ่ง ความรู้สึกที่ยากจะบรรยายเอ่อล้นขึ้นมาเต็มหัวใจ
ประโยคที่ว่า "รอผมกลับมา!" ยังคงก้องกังวานอยู่ในหู แต่ทว่าเมื่อเขากลับมาจริงๆทุกสิ่งทุกอย่างกลับย้อนคืนสู่จุดเริ่มต้น...หรืออาจจะเป็นจุดจบกันแน่นะ?
ในขณะที่หลินอี้กำลังเหม่อลอยอยู่นั้นเอง พลันมีเสียงหนึ่งดังขึ้นข้างกาย
"เจ้ากลับมาแล้ว ข้ารอเจ้าอยู่นานแล้ว"
หลินอี้หันไปมองร่างโปร่งแสงนั้นด้วยความเหลือเชื่อ
"ท่าน..."
ในตอนนั้นเอง ร่างโปร่งแสงของศาสดาเผ่ามนุษย์หมาป่าก็เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงติดตลก:
"ไม่ว่าท้ายที่สุดแล้วจะสำเร็จหรือไม่...เจ้าก็คือสหายตลอดกาลของเผ่ามนุษย์หมาป่าของเรา!"
เปรี้ยง!
หลินอี้ราวกับถูกสายฟ้าฟาดกลางวันแสกๆเขายืนนิ่งงันอยู่กับที่
งุนงงไปหมด!
"นี่มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่?"
ศาสดาเผ่ามนุษย์หมาป่าส่ายศีรษะช้าๆ "บางเรื่องไม่จำเป็นต้องให้ข้าพูดหรอก ในอนาคตเจ้าก็จะรู้ได้ด้วยตัวเอง"
เมื่อพูดถึงตรงนี้ ศาสดาเผ่ามนุษย์หมาป่าก็มองมาที่หลินอี้ พลางลังเลอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะเอ่ยถาม: "ธงเรียกวิญญาณ...ได้มาหรือยัง?"
เมื่อมองเข้าไปในดวงตาของศาสดาเผ่ามนุษย์หมาป่าที่ฉายแววทั้งหวาดกลัวและคาดหวัง ในชั่วพริบตาหนึ่ง หลินอี้ก็พลันเห็นภาพซ้อนของเด็กหนุ่มคนนั้นในวัยเยาว์ ที่เคยยืนอยู่บนกำแพงเมืองแล้วส่งรอยยิ้มแห่งความคาดหวังมาให้เขา
หลินอี้หยิบธงเรียกวิญญาณที่เสี่ยงตายไปฉกมาจากนักบวชปีศาจออกมาจากช่องเก็บของ
"ไม่ทำให้ท่านผิดหวัง!"
"ยอดเยี่ยม!"
เมื่อเห็นธงเรียกวิญญาณในมือของหลินอี้ ใบหน้าชราภาพของศาสดาเผ่ามนุษย์หมาป่าก็เผยรอยยิ้มที่บริสุทธิ์ไร้เดียงสาราวกับเด็กน้อย
"ขอบคุณเจ้ามาก...สหายข้า"
พอเห็นรอยยิ้มที่ออกมาจากใจจริงของศาสดาเผ่ามนุษย์หมาป่า หลินอี้ก็เผลอยิ้มตามไปด้วย
"ตอนนี้ยังต้องการให้ผมทำอะไรอีกไหม?"
ศาสดาเผ่ามนุษย์หมาป่าไอดรา ชี้ไปยังแท่นบูชาที่เต็มไปด้วยฝุ่นบนยกพื้นสูงของวิหาร แล้วกล่าวว่า: "รบกวนเจ้าหน่อยนะสหายข้า ช่วยข้านำธงเรียกวิญญาณไปปักไว้บนนั้นที"
"อืม"
หลินอี้ไม่ได้พูดอะไรมาก เขาเก็บธงเรียกวิญญาณเข้าช่องเก็บของก่อน แล้วจึงไปหาผ้าผืนหนึ่งมาเช็ดฝุ่นรอบๆแท่นบูชาจนสะอาดเอี่ยม
หลังจากทำทุกอย่างเสร็จสิ้น ท่ามกลางสายตาที่เปี่ยมด้วยความขอบคุณของไอดรา หลินอี้ก็ได้นำธงเรียกวิญญาณปักลงไปบนแท่นบูชา
ทันใดนั้นเอง ร่างของศาสดาเผ่ามนุษย์หมาป่าไอดราก็สว่างวาบขึ้นมา พร้อมกับเสียงอันเลื่อนลอยที่ดังออกมาจากปากของเขา
"วิญญาณเอ๋ย...จงกลับคืนมา"
ในตอนนั้นเอง ช่องสนทนาโลกที่เคยเงียบสงบก็พลันส่องประกายสีทองอร่าม ทำให้ผู้เล่นทุกคนไม่ว่าจะกำลังทำอะไรอยู่ ต่างก็ต้องตกตะลึงจนอ้าปากค้าง
….
[พันธมิตรร้อยเผ่า]: ขอแสดงความยินดีกับผู้เล่น ‘เฟิงหัว’ ที่ทำภารกิจระดับตำนาน [การกลับมาของเผ่ามนุษย์หมาป่า] สำเร็จ, ได้รับรางวัลค่าเกียรติยศ: 100 คะแนน; เลเวลเพิ่มขึ้น 1 ระดับ; สุ่มรับรางวัลอุปกรณ์ระดับตำนาน 1 ชิ้น
[เหตุการณ์โลก]: เปิดเผ่าพันธุ์ใหม่: เผ่ามนุษย์หมาป่า ผู้เล่นทุกคนที่มีเลเวล 10 ขึ้นไปจะได้รับโอกาสในการเปลี่ยนเผ่าพันธุ์ 1 ครั้ง ในอนาคตจะมีการเปิดเผ่าพันธุ์อื่นๆเพิ่มเติมตามลำดับ โอกาสนี้มีเพียงครั้งเดียว โปรดเลือกอย่างระมัดระวัง
ในขณะที่ทุกคนกำลังคลั่งไคล้ไปกับประกาศทั้งสองนี้ หลินอี้กลับกำลังจ้องมองเหล่ามนุษย์หมาป่าด้านนอกวิหารด้วยความตกตะลึง เมื่อพวกมันค่อยๆเปลี่ยนจากมอนสเตอร์กลายเป็น NPC ที่มีชื่อเป็นของตัวเองทีละคนๆ
ท้องฟ้าที่เคยมืดครึ้มก็พลันสว่างไสวขึ้นมาในทันที และในสุดสายตาของหลินอี้ ต้นไม้ใหญ่เขียวชอุ่มก็ผุดขึ้นจากพื้นดิน ดอกไม้และต้นหญ้าก็เบ่งบานไปทั่วทั้งเทือกเขาต้องสาป
หลินอี้เปิดแผนที่เมืองชิงหลงขึ้นมาดู บนแผนที่เดิมที่เคยระบุว่าเป็น 《เทือกเขาต้องสาป》 บัดนี้ได้เปลี่ยนเป็น 《เทือกเขาออร์กริน》 แล้ว
และภายในเทือกเขาออร์กริน ซึ่งก็คือตำแหน่งที่หลินอี้อยู่ในขณะนี้ ได้ปรากฏหมู่บ้านแห่งใหม่ขึ้นมา: อาณาเขตเผ่ามนุษย์หมาป่า
"การทำลายล้าง...ก็หมายถึงการเกิดใหม่เช่นกัน"
เสียงที่แหบพร่าแต่แฝงไว้ด้วยความโล่งใจของศาสดาเผ่ามนุษย์หมาป่าดังเข้ามาในหูของหลินอี้
ในตอนนั้นเอง ด้านนอกวิหารก็มีฝูงมนุษย์หมาป่าจำนวนมหาศาลมารวมตัวกันอย่างหนาแน่น
โดยไม่จำเป็นต้องมีใคร หรือหมาป่าตัวไหนสั่งการ เหล่ามนุษย์หมาป่าเหล่านี้ต่างมารวมตัวกันด้านนอกวิหารที่ผุพัง แล้วคุกเข่าลงอย่างศรัทธา
"ขอบคุณเจ้ามาก...สหายข้า"
เมื่อเห็นเหล่าคนในเผ่าของตนได้สติกลับคืนมา ดวงตาของไอดราก็เต็มเปี่ยมไปด้วยความยินดี แต่ในขณะเดียวกันก็ฉายแววอาลัยอาวรณ์ออกมา
ในตอนนี้ หลินอี้กลับดูเหมือนจะลืมเป้าหมายที่มาที่นี่ไปเสียสนิท บนใบหน้าของเขาประดับด้วยรอยยิ้มอีกครั้งแล้วกล่าวว่า
"นี่คือสิ่งที่พวกท่านใช้ชีวิตของตัวเองแลกมาต่างหาก ท่านควรจะขอบคุณเหล่าพี่น้องร่วมเผ่าที่สละชีพในการต่อสู้ครั้งนั้นนะ"
ศาสดาเผ่ามนุษย์หมาป่าไอดรากล่าวอย่างซาบซึ้ง: "พวกเขาล้วนเป็นนักรบผู้กล้าหาญที่สุดของเผ่ามนุษย์หมาป่า"
"เวลแมน เข้ามา"
หลินอี้มองร่างที่เดินเข้ามาในวิหารด้วยความงุนงง ทำไมถึงรู้สึกคุ้นเคยอย่างประหลาดเช่นนี้นะ?
เวลแมน Lv.50
ผู้นำเผ่ามนุษย์หมาป่า
คำพูดต่อมาของศาสดาเผ่ามนุษย์หมาป่าไอดรา ก็ได้ไขข้อข้องใจของหลินอี้: "เวล...คือบิดาของเขา"
เวล!
หลินอี้ตกตะลึงจนอ้าปากค้าง
"เจ้าคือทายาทของเวลงั้นรึ?"
เวลแมนมองมาที่หลินอี้ ศีรษะที่ควรจะหยิ่งทะนง ในยามนี้กลับเต็มไปด้วยแววตาแห่งความเคารพนับถือ
"เวล...คือบิดาของข้าเองขอรับ"
หลังจากนั้นไอดราก็ได้อธิบายเรื่องราวบางส่วนที่เกิดขึ้นหลังจากหลินอี้ตายไป อาจกล่าวได้ว่ามนุษย์หมาป่าเหล่านี้ แท้จริงแล้วก็คือเหล่ามนุษย์หมาป่าที่ถูกดึงวิญญาณออกไปในเมืองคราวนั้นนั่นเอง
แม้ว่าเวลาจะผ่านไปเกือบพันปีแล้ว แต่ทว่าสำหรับพวกเขาที่สูญเสียวิญญาณไป มันกลับเป็นเพียงเหมือนฝันอันยาวนานครั้งหนึ่งเท่านั้น
เพียงแต่ว่า...ความฝันนี้มันยาวนานครอบคลุมประวัติศาสตร์ของสงครามต่อต้านปีศาจทั้งยุคเลยทีเดียว
หลินอี้ที่มีเลเวลเพียง 14 ในตอนนี้กลับมองผู้นำเผ่ามนุษย์หมาป่าเลเวล 50 คนนี้ ด้วยสายตาของผู้อาวุโสที่มองดูเด็กรุ่นหลัง เปี่ยมไปด้วยความรู้สึกยินดี
ถึงแม้ว่าหลินอี้จะได้ใช้เวลากับเวลไม่นานนัก แต่ในช่วงเวลาสั้นๆนั้นเอง เวลผู้เงียบขรึมก็ได้สร้างความประทับใจและความซาบซึ้งใจให้หลินอี้มากมายเหลือเกิน
สำหรับการตายของเวล จริงๆแล้วในใจของหลินอี้ก็เต็มไปด้วยความรู้สึกผิดและเสียใจ
มาบัดนี้เมื่อได้เห็นบุตรชายของเขากลายเป็นผู้นำคนใหม่ของเผ่า ก็ไม่รู้ว่านี่จะถือเป็นการปลอบประโลมดวงวิญญาณของเขาได้หรือไม่
"ข้าเองก็ควรจะรักษาสัญญาของข้าได้แล้ว"
ศาสดาเผ่ามนุษย์หมาป่าไอดราเอ่ยขึ้นมาอย่างกะทันหัน
หลินอี้ถึงเพิ่งนึกถึงเป้าหมายการมาของตนเองได้ นั่นก็คือการสืบทอดของศาสดาเผ่ามนุษย์หมาป่า หรือก็คืออาชีพ 'นักบวชศักดิ์สิทธิ์' นั่นเอง
ท่ามกลางสายตาสงสัยของหลินอี้ เหล่ามนุษย์หมาป่าทั้งหมดราวกับจะล่วงรู้ถึงอะไรบางอย่าง พวกเขาทุกคนรวมถึงเวลแมนต่างพร้อมใจกันหมอบลงกับพื้น
กระทั่งหลินอี้ยังได้ยินเสียงสะอื้นไห้ดังแว่วมาจากในฝูงหมาป่า
ในตอนนั้นเอง บนใบหน้าของไอดราก็ปรากฏรอยยิ้มอันอ่อนโยน
"ในฐานะที่เป็นบุตรแห่งเทพหมาป่า สุดท้ายก็ย่อมต้องกลับคืนสู่อ้อมกอดของเทพหมาป่าอยู่แล้ว"
"ลาก่อน...สหายข้า"
ทันใดนั้นเอง ลางสังหรณ์อันไม่เป็นมงคลอย่างยิ่งก็ถาโถมเข้ามาในใจของหลินอี้
หลินอี้รู้สึกว่าตนเองมองข้ามข้อมูลสำคัญอะไรบางอย่างไป แต่กลับคว้าเงื่อนงำนั้นไว้ไม่ได้เลย
ทันทีนั้น การแจ้งเตือนจากระบบก็ดึงสติของหลินอี้กลับมา
[ระบบ]: ขอแสดงความยินดี คุณทำภารกิจสำเร็จ ได้รับ "คัมภีร์พยากรณ์" (ไอเทมสืบทอด) 1 เล่ม; ได้รับ "ตราสัญลักษณ์เผ่ามนุษย์หมาป่า" 1 ชิ้น; เลเวลเพิ่มขึ้น 1 ระดับ
[ระบบ]: ขอแสดงความยินดี ค่าชื่อเสียงของคุณในเผ่ามนุษย์หมาป่าถึงระดับสูงสุด: ศรัทธา
[ระบบ]: ขอแสดงความยินดี คุณได้เปิดใช้งานระบบผู้บัญชาการ ได้รับความสามารถในการอัญเชิญเผ่ามนุษย์หมาป่า
….
ณ ตอนนี้ ใบหน้าของหลินอี้ไม่ได้มีความยินดีที่ทำภารกิจสำเร็จแม้แต่น้อย เขากลับจ้องมอง 'คัมภีร์พยากรณ์' อุปกรณ์ระดับเทพเจ็ดสีที่ลอยอยู่กลางอากาศอย่างเหม่อลอย
หลินอี้นึกออกแล้ว ว่าข้อมูลสำคัญที่เขามองข้ามไปคืออะไร
หากย้อนเวลากลับไปได้ หลินอี้จะไม่มีวันรับการสืบทอดนี้เด็ดขาด
เพราะว่าในโลกใบนี้...ศาสดาของเผ่ามนุษย์หมาป่าสามารถมีได้เพียงคนเดียวเท่านั้น
ในโลกแห่งความเป็นจริง หลินอี้ไม่รู้ตัวเลยว่าน้ำตาได้อาบแก้มของเขาไปแล้ว
"ลาก่อน...สหายของผม"
……………………