เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 3 : ราชันย์ในเงา

บทที่ 3 : ราชันย์ในเงา

บทที่ 3 : ราชันย์ในเงา


บทที่ 3 : ราชันย์ในเงา

ทันทีที่หลินอี้เดินออกมาจากป่าสไลม์ สิ่งที่ปรากฏอยู่เบื้องหน้าของเขาก็คือภูเขาสูงตระหง่านลูกหนึ่ง

ณ บริเวณตีนเขา หมูป่าปีศาจเลเวล 6 ที่มีลำตัวดำทะมึนและเขี้ยวยาวสองซี่ กำลังวิ่งเพ่นพ่านไปมาอย่างต่อเนื่อง

ในตอนนั้นเอง หลินอี้ก็ได้เปิดหน้าต่างสถานะของตนเองขึ้นมาดู

ตัวละคร: เฟิงหัว

เลเวล: 3

ค่าประสบการณ์: 45/500

อาชีพ: จอมเวทขั้นต้น

ค่าพลังชีวิต: 160/160

ค่าพลังเวท: 225/225

ค่ากายภาพ: +5

ค่าความแข็งแกร่ง: +5

ค่าสติปัญญา: +25

ค่าความว่องไว: +5

พลังโจมตีกายภาพ: 5-15

พลังโจมตีเวทมนตร์: 30-75

พลังป้องกันกายภาพ: 36

พลังป้องกันเวทมนตร์: 18

ค่าโชค: 5

….

หลินอี้ในเลเวล 3 นอกจากจะมีสกิล ‘ลูกไฟ’ แล้ว ยังมีสกิลเพิ่มขึ้นมาอีกหนึ่งสกิล นั่นก็คือ: ลูกไฟยักษ์ (Great Fireball)

สกิลลูกไฟยักษ์ก็คือเวอร์ชันอัปเกรดของสกิลลูกไฟนั่นเอง เมื่อความเสียหายเพิ่มขึ้น พลังเวทที่ใช้และเวลาร่ายก็เพิ่มขึ้นไม่น้อยเช่นกัน

นอกเหนือจากนั้น อุปกรณ์ที่หลินอี้สวมใส่อยู่ในปัจจุบันก็น่าจะเรียกได้ว่าครบครันที่สุดแล้ว ได้แก่:

เสื้อคลุมหลวม Lv1—ธรรมดา

กางเกงผ้าฝ้าย Lv0—ธรรมดา

คทาปราชญ์ Lv3—หายาก

ถุงมือหนัง Lv1—ธรรมดา

เข็มขัดหนังกวาง Lv0—ธรรมดา

หมวกคลุมชำรุด Lv0—ธรรมดา

รองเท้าผ้าฝ้าย Lv0—ธรรมดา

แหวนแตกร้าว Lv1—ธรรมดา

สร้อยคอหยาบ Lv2—ธรรมดา

คทาปราชญ์ คืออุปกรณ์ระดับหายากชิ้นแรกที่หลินอี้ตีได้ ค่าสติปัญญา +5 ที่ติดมากับอุปกรณ์ชิ้นนี้ แทบจะเทียบเท่ากับพลังโจมตีที่เพิ่มขึ้นมาจากการอัปเลเวลเต็มๆหนึ่งระดับเลยทีเดียว

เพราะอย่างไรเสีย เกมนี้ทุกครั้งที่เลเวลอัป ก็จะได้แต้มสถานะอิสระมาเพียงแค่ 5 แต้มเท่านั้น

ส่วนอุปกรณ์ชิ้นอื่นๆก็เป็นเพียงอุปกรณ์ระดับธรรมดา จึงไม่มีอะไรน่าพูดถึงเป็นพิเศษ

สำหรับมอนสเตอร์เลเวลต่ำอย่างสไลม์ การที่ดรอปอุปกรณ์ระดับหายากออกมาถึงสองชิ้น ก็ทำให้หลินอี้รู้สึกเหลือเชื่อมากพอแล้ว

หลินอี้กวาดตามองดูภูมิประเทศโดยรอบ ก่อนจะเลือกหาจุดที่มีมอนสเตอร์น้อย แล้วมองไปยังฝูงหมูป่าปีศาจที่กระจายอยู่เต็มภูเขา

ณ เวลานี้ หมูป่าปีศาจเหล่านี้ในสายตาของหลินอี้ ได้กลายสภาพเป็นคลังแสงเคลื่อนที่ไปเสียแล้ว เพราะหมูป่าเกือบทุกตัวล้วนมีเงาจางๆของอุปกรณ์หนึ่งถึงสองชิ้นปรากฏอยู่บนตัว

ทว่าท่ามกลางเงาเหล่านั้น ประกายแสงสีฟ้ากลับดูโดดเด่นสะดุดตาเป็นพิเศษ

อุปกรณ์ระดับหายาก แถมยังเป็นผ้าคลุมซึ่งมีอัตราการดรอปที่ค่อนข้างต่ำอีกด้วย

เมื่อเห็นดังนั้นหลินอี้ก็ไม่ลังเลอีกต่อไป เขาค่อยๆหลบหลีกสายตาของหมูป่าปีศาจเหล่านี้อย่างระมัดระวัง แล้วตรงไปยังพื้นที่โล่งกว้างแห่งหนึ่ง ก่อนจะเริ่มร่ายสกิลลูกไฟยักษ์

ลูกไฟขนาดเท่าแตงโมลูกหนึ่ง ลากหางเปลวเพลิงอันร้อนระอุ พุ่งเข้าใส่ร่างของหมูป่าปีศาจตัวนั้นอย่างจัง

ปัง!

“-79”

“-2”

“-2”

“-2”

เพียงแค่สกิลเดียวก็ทำให้พลังชีวิตของหมูป่าปีศาจลดฮวบไปเป็นแถบ เมื่อสัมผัสได้ถึงการยั่วยุของมนุษย์ หมูป่าปีศาจตัวนั้นก็คำรามลั่นแล้ววิ่งตรงมายังหลินอี้ทันที

และในจังหวะที่หมูป่าปีศาจกำลังจะเข้าใกล้ตัว แถบร่ายของสกิลลูกไฟก็เสร็จสิ้นลงพอดี

ปัง!

“-40”

“-1”

“-1”

“-1”

หลังจากที่ต้องรับสกิลของหลินอี้ไปเต็มๆถึงสองสกิล พลังชีวิตของหมูป่าปีศาจก็เริ่มกระพริบเป็นสัญญาณเตือน

ทว่าด้วยความเร็วของหมูป่าปีศาจ เห็นได้ชัดว่ามันคงไม่เปิดโอกาสให้หลินอี้ได้ร่ายเวทอีกต่อไป

และแล้วในจังหวะที่หมูป่าปีศาจกำลังจะพุ่งเข้าชนหลินอี้ เขาก็เพียงแค่ขยับตัวหลบอย่างดูเหมือนสบายๆทว่ากลับเป็นการหลบการโจมตีของหมูป่าปีศาจไปได้อย่างฉิวเฉียดในเสี้ยววินาที

เนื่องจากมันออกแรงมากเกินไป หมูป่าปีศาจที่พลาดเป้าจึงยังคงพุ่งถลันต่อไปอีกระยะหนึ่งกว่าจะหยุดลงได้

หมูป่าปีศาจที่รู้สึกเหมือนถูกหยอกล้อก็โกรธจัดขึ้นมาทันที ถึงขนาดที่ว่าหลินอี้สามารถมองเห็นควันสีเขียวที่พวยพุ่งออกมาจากจมูกของมันได้อย่างชัดเจน

แต่ทว่าหลินอี้กลับไม่ใส่ใจแม้แต่น้อย สกิลลูกไฟลูกหนึ่งได้ร่ายเสร็จสิ้นแล้ว

ปัง!

“-42”

“-1”

“-1”

“-1”

หมูป่าปีศาจคำรามออกมาอย่างไม่ยินยอมเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนจะล้มลงกับพื้นอย่างแรง และดรอปผ้าคลุมสีฟ้าที่หลินอี้เห็นออกมา

ผ้าคลุมซิลวี (Sylvie's Cloak)

ประเภท: เกราะ

คุณภาพ: หายาก (Rare)

พลังป้องกันกายภาพ: 12

พลังป้องกันเวทมนตร์: 15

ค่าพลังชีวิต: +20

เลเวลที่ต้องการ: 3

คุณสมบัติเพิ่มเติม 1: ค่ากายภาพ +5

คุณสมบัติเพิ่มเติม 2: เมื่อถูกโจมตี มีโอกาส 10% ที่จะใช้งานพรแห่งซิลวี ฟื้นฟูพลังชีวิต 10 หน่วยต่อวินาที เป็นเวลา 5 วินาที

คำอธิบาย: ผ้าคลุมที่ซิลวีเคยใช้ในวัยเยาว์ แต่ดูเหมือนว่าเมื่อกาลเวลาผ่านไป มันก็ได้สูญเสียความรุ่งโรจน์ในอดีตไปแล้ว

…..

เมื่อมองดูอุปกรณ์ชิ้นนี้ตรงหน้า ดวงตาของหลินอี้ก็พลันสว่างวาบขึ้นมาทันที นี่มันไม่เพียงแต่จะเป็นอุปกรณ์ระดับสุดยอดที่มีคุณสมบัติสองอย่าง แต่กลับยังมีความสามารถในการฟื้นฟูติดมาด้วยอีกต่างหาก

ถึงแม้ว่าคำว่า ‘โอกาส’ สองคำนั้นจะดูกำกวมและไม่น่าไว้ใจ แต่ในบางครั้ง สิ่งที่เรียกว่า ‘โอกาส’ นี่แหละที่อาจจะสร้างผลลัพธ์ที่เหนือความคาดหมายขึ้นมาก็เป็นได้

เพียงแต่ว่าสำหรับหลินอี้แล้ว คุณสมบัตินี้จะมีหรือไม่มีก็ไม่ต่างกันเท่าไหร่นัก

เพราะว่าในเกมนี้ มีคำศัพท์คำหนึ่งที่เรียกว่า: การฟาร์มมอนสเตอร์โดยไม่ได้รับบาดเจ็บ

ขั้นตอนการสังหารหมูป่าของหลินอี้เมื่อครู่นี้ดูเหมือนจะทำไปอย่างสบายๆแต่แท้จริงแล้ว ทั้งหมดนั้นคือผลลัพธ์ที่ผ่านการคำนวณอย่างละเอียดถี่ถ้วนของหลินอี้มาแล้ว

กล่าวอีกนัยหนึ่งก็คือ ทั้งหมดนี้ล้วนอยู่ในความคาดหมายของหลินอี้ทั้งสิ้น

ไม่ว่าจะเป็นอาชีพไหนก็ตาม ตราบใดที่ไม่ใช่การโจมตีแบบล็อกเป้า โดยพื้นฐานแล้วก็สามารถหลบหลีกสกิลและหลีกเลี่ยงความเสียหายได้ด้วยการเคลื่อนที่หรือวิธีการอื่นๆ

อย่างเช่นมอนสเตอร์ระดับล่างอย่างหมูป่านี้ ถึงแม้จะดูดุร้าย แต่แท้จริงแล้วกลับเชื่องช้าและอุ้ยอ้าย

ดังนั้นหากตั้งใจจริงๆการหลบหลีกการโจมตีของหมูป่าก็เป็นเรื่องง่ายดาย อย่างน้อยก็สำหรับหลินอี้ล่ะนะ

แน่นอนว่า สถานการณ์เช่นนี้จะใช้ได้ก็ต่อเมื่อเป็นการต่อสู้แบบหนึ่งต่อหนึ่งเท่านั้น

ถ้าหากเป็นการต่อสู้แบบหนึ่งต่อสองหรือมากกว่านั้น สำหรับจอมเวทที่มีร่างกายบอบบางแล้ว การจะฟาร์มมอนสเตอร์โดยไม่ได้รับบาดเจ็บเช่นนี้ เห็นได้ชัดว่าเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้เลย

จากการคำนวณ ในสภาพที่พลังเวทเต็มหลอด หลินอี้สามารถสังหารหมูป่าปีศาจติดต่อกันได้สี่ตัว ก่อนที่จะต้องนั่งสมาธิเพื่อฟื้นฟูพลังเวทหนึ่งครั้ง

และตามค่าประสบการณ์ที่ได้จากหมูป่าปีศาจ อย่างน้อยที่สุดเขาต้องฟาร์มอยู่ที่นี่ให้ครบ 11 ตัว ถึงจะสามารถเลื่อนระดับต่อไปได้

พอมีเป้าหมายแล้ว หลินอี้จึงได้เริ่มต้นภารกิจเก็บเลเวลอันยิ่งใหญ่ของตนเอง

และเนื่องจากมีความสามารถในการมองทะลุ หลินอี้ย่อมไม่ปล่อยให้เจ้าอ้วนดำที่แบกอุปกรณ์เดินเตร็ดเตร่อยู่บนเนินเขาไปอย่างแน่นอน เรียกได้ว่าเป็นการเก็บเลเวลและหาของไปพร้อมกันเลยทีเดียว

สิ่งเดียวที่รู้สึกว่ายังไม่สมบูรณ์แบบก็คือ มองไปทางไหนก็มีแต่อุปกรณ์ระดับขาวและวัตถุดิบจิปาถะที่แทบจะไม่มีค่าอะไรเลย

เวลาค่อยๆผ่านไปทีละน้อยท่ามกลางการฟาร์มมอนสเตอร์อย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อยของหลินอี้

และแล้วในตอนที่หลินอี้เพิ่งจะเลเวลอัปเป็น 4 ในใจของเขาก็พลันรู้สึกถึงอะไรบางอย่าง

มีโจร!

แถมยังเป็นโจรที่เรียนรู้สกิลล่องหนแล้วด้วย

เรื่องนี้ทำให้หลินอี้ถึงกับประหลาดใจเป็นอย่างมาก

สกิลล่องหนไม่ใช่สกิลที่อาชีพโจรจะเรียนรู้ได้หลังจากเปลี่ยนอาชีพตอนเลเวลสิบหรอกหรือ?

ในขณะที่คนส่วนใหญ่ยังคงอยู่ที่เลเวล 2 แต่กลับมีคนเรียนรู้สกิลล่องหนได้แล้ว

นี่ถึงแม้จะเป็นตัวเขาที่ย้อนเวลากลับมาเกิดใหม่ ก็ยังไม่สามารถทำอะไรที่มันผิดหลักวิทยาศาสตร์ขนาดนี้ได้เลยนะ

ณ ข้างก้อนหินใหญ่ก้อนหนึ่งซึ่งอยู่ไม่ไกลจากหลินอี้

ชายคนหนึ่งที่ซ่อนตัวอยู่ในเงามืด ก็กำลังมองดูชายหนุ่มที่ยืนอยู่ท่ามกลางซากศพของหมูป่าปีศาจด้วยสีหน้าตกตะลึงเช่นกัน

ในขณะที่คนอื่นยังคงต่อสู้แย่งชิงกวางเพียงตัวเดียวอย่างเอาเป็นเอาตาย แต่คนคนนี้กลับสามารถโซโล่มอนสเตอร์เลเวล 6 ที่นี่ได้แล้ว

เรื่องแบบนี้ถ้าไม่ได้เห็นกับตาตัวเอง เกรงว่าต่อให้มีคนพูดก็คงไม่มีใครเชื่อ

เฟิงหัว?

ดูเหมือนว่าจะไม่เคยได้ยินชื่อนี้ในเกมอื่นมาก่อน

หรือว่าจะเป็นยอดฝีมือในวงการเกมที่ซ่อนชื่อเสียงเอาไว้กันนะ?

ยุ่งไม่ได้เด็ดขาด ยุ่งไม่ได้เลย

และในตอนที่อาคาฮิโตมิ (เนตรสีชาด) กำลังจะถอยจากไปอย่างเงียบๆเสียงหนึ่งก็พลันดังขึ้น

“ไม่ต้องหลบแล้ว ออกมาเถอะ”

เท้าของอาคาฮิโตมิที่กำลังจะก้าวออกไปพลันหยุดชะงัก

หลอกฉันอยู่ใช่ไหม?

เขาจะมองเห็นตัวเองที่อยู่ในสถานะล่องหนได้อย่างไรกัน

ทว่าก็ด้วยเหตุนี้เอง ที่ยิ่งทำให้ความตั้งใจที่จะจากไปของอาคาฮิโตมิแน่วแน่ยิ่งขึ้น

เพราะว่าความสามารถในการรับรู้ที่เฉียบแหลมเช่นนี้ ไม่ใช่สิ่งที่ผู้เล่นทั่วไปจะสามารถมีได้…คนผู้นี้จะต้องเป็นผู้เล่นระดับเทพที่มากประสบการณ์อย่างแน่นอน

สำหรับบุคคลเช่นนี้ อาคาฮิโตมิไม่อยากจะเข้าไปมีปฏิสัมพันธ์ใดๆด้วยทั้งสิ้น

แต่ถึงอาคาฮิโตมิจะไม่อยาก ก็ไม่ได้หมายความว่าหลินอี้จะไม่อยาก

“นายคงจะหลบอยู่หลังศิลาจารึกสองก้อนนั้นสินะ?” หลินอี้ตะโกนออกไปอย่างมั่นใจเต็มเปี่ยม

คราวนี้อาคาฮิโตมิถึงกับตะลึงไปจริงๆ

ณ ด้านหลังศิลาจารึกสองก้อนที่ดูธรรมดาๆพลันปรากฏเงาร่างผอมบางร่างหนึ่งขึ้นมา

ในขณะนี้ดวงตาของอาคาฮิโตมิเต็มไปด้วยความสงสัยและความไม่เข้าใจ

“นาน...พบฉันได้อย่างไร?”

“อาคาฮิโตมิ!”

คราวนี้กลับเป็นฝ่ายหลินอี้ที่มองดูชายร่างผอมบางด้วยความประหลาดใจแทน

หากจะถามว่าในชาติก่อน ตลอดระยะเวลาสามปีที่ 《ความรุ่งโรจน์แห่งเทพเจ้า》 เปิดให้บริการ จนกระทั่งเข้าสู่แพตช์เสริม 《สงครามของพระเจ้า》 นั้น ใครคือผู้ที่โดดเด่นและรุ่งโรจน์ที่สุด?

ก็คงไม่ใช่ ‘เชิ่งซื่อจุ้ยกุ่ย’ หัวหน้ากิลด์อันดับหนึ่งผู้ครอบครองฉายาเทพสงครามพิฆาตมาร และก็ไม่ใช่ ‘จิ้ง’ หญิงสาวผู้มีรูปโฉมงดงามราวกับเทพธิดาที่ปรากฏตัวขึ้นมาครองอันดับหนึ่งบนทำเนียบโฉมสะคราญอย่างกะทันหัน

หากแต่เป็นชายหนุ่มผู้ดูภายนอกผอมบางคนนี้ ซึ่งแท้จริงแล้วกลับแข็งแกร่งอย่างหาที่เปรียบมิได้

เขาคือผู้ที่ได้รับการขนานนามว่า ราชันย์ในเงา : อาคาฮิโตมิ (เนตรสีชาด)

(จบตอน)

จบบทที่ บทที่ 3 : ราชันย์ในเงา

คัดลอกลิงก์แล้ว