เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Money Monster Episode XXXIV [ความเสียหาย]

Money Monster Episode XXXIV [ความเสียหาย]

Money Monster Episode XXXIV [ความเสียหาย]


Money Monster Episode XXXIV [ความเสียหาย]

ชายหนุ่มผมสีขาวราวกับหิมะเอ่ยขึ้นก่อนที่ฟักทองลูกโตจะลอยกลางอากาศมาบินอยู่เบื้องหน้า มันระเบิดออกเป็นควันสีเหลืองกลายเป็นเด็กชายหมวกสวมหมวกพ่อมดสวมหน้ากากฟักทองยืมยิ้มพร้อมแผ่เปลวเพลิงสีทองอร่ามออกมา

“หึ!” โทมัสพ่นลมหายใจออกทางจมูก ปลดปล่อยพลังคลื่นความร้อนพุ่งเข้าไปโจมตีจูดัสจนกลายเป็นลำแสงสีแดงเถือก

“พัมพ์กิ้นเมจิกเชี่ยน(Pumpkin Magician)” จูดัสเอ่ยชื่อคู่หูของเขา ดวงตาของพัมพ์กิ้นเมจิกเชี่ยนพลันส่องประกายขึ้น ยกมืออันอ่อนนุ่มกางพลังป้องกันสีเหลืองส้มเอาไว้อย่างทันท่วงที ส่งผลให้พลังความร้อนทั้งหมดกระจายออกไปรอบๆ

“คุณคนนั้นน่ะ” จูดัสหันไปมองที่กองขยะเป็นภูเขากลุ่มหนึ่ง อันมีร่างของครอส์จุ่มอยู่ภายใน

“ใครฟะ! เสียงนี้มัน ไอ้คนไม่น่าไว้ใจนั่นนี่ มาที่นี่ได้ยังไงฟะ หา!” ครอสซ์ดิ้นอย่างแรงจนหลุดออกมาจากกองขยะได้สำเร็จ เมื่อได้เห็นหน้าของจูดัสพลันรู้สึกไม่สบอารมณ์ขึ้นมาชอบกลจนต้องกระตุกคิ้ว

“รีบพาคุณไลท์ไปโรงพยาบาลทีสิครับ ผมจะถ่วงเวลาเอาไว้ให้เอง”

“หา?” ครอศซ์ทำหน้างุนงงก่อนจะกวาดมองไปทั่ว เมื่อเห็นร่างของเพื่อนที่เต็มไปด้วยแผลไฟไหม้พลันตกใจสุดขีด เบิกตากว้างรีบวิ่งเข้าไปประคองร่างขึ้นมาดูอาการในทันที

“เฮ้ย! ไลท์ ทำใจดีๆ ก่อนนะเฮ้ย”

“รีบพาเขาไปโรงพยาบาลครับ แต่ต้องเป็นโรงพยาบาลของวอลสตรีทเท่านั้นนะ เพราะโรงพยาบาลในโลกนี้คงรักษาไม่ได้”

“คิดว่าข้าจะปล่อยไห้ทำงั้นรึ โบรกเกอร์คนนั้นเป็นรางวัลของข้า!” โทมัสไม่ยอมให้ทำง่ายๆ ยกมืออีกข้างเล็งไปจุดที่ครอสซ์กับไลท์อยู่ แต่ในวินาทีนั้นเองก็มีฟักทองขนาดเท่าลูกปิงปองพุ่งเข้ามาใส่แล้วระเบิดเข้าที่แขนเข้าอย่างจัง

ตูม!

อมนุษย์ร่างดำทำหน้าเขียวด้วยความกริ้วโกรธ หันไปมองจูดัสในทันที

“ไม่ได้นะครับ คุณต้องสู้กับผมก่อน”

“ชิ..”

“เร็วเข้าสิครับ มัวยืนเซ่ออะไรอยู่” จูดัสรีบเร่งรัด ครอสซ์ข่มฟันด้วยความตื่นตะหนกพลันยกร่างของไลท์ขึ้นวิ่งออกจากพื้นที่นี้โดยเร็วที่สุด โดยหวังว่าจะส่งเพื่อนให้ทันการรักษาก่อนจะตายด้วยพิษของบาดแผลเสียก่อน

จูดัสเห็นร่างของครอสซ์หายไปพลันยกยิ้มขึ้นจางๆ สะบัดมือเสกฟักทองเพลิงสีทองขึ้นเต็มอากาศ

“อา..เรียกขึ้นมาเยอะไปแฮะ แย่ล่ะสิ แบบนี้ผมก็ขาดทุนสิครับ แย่จริงๆ”

“ก่อนอื่นมาคุยเรื่องของเราก่อนดีกว่า” โทมันเอ่ยก่อนจะดึงพลังคลื่นความร้อนกลับมา

“นั่นสินะครับ”

มาแสดงละครด้วยกันเถอะ

มือซ้ายชวาโบกสะบัดควบคุมฟักทองนับสิบออกไปด้วยความเร็วสูง พวกมันแล่นออกไปรายล้อมประชิดติดกับโทมัสภายในชั่วพริบตา

ตูม!

ครอสซ์ที่วิ่งหอบร่างของเพื่อนออกมาได้สักระยะได้ยินเสียงระเบิดตูมดังจากข้างหลัง เสมือนกับเป็นการปิดฉากชีวิตของกรีดเลเวลสามลงได้อย่างงดงาม

1วันผ่านไป

ในเวลานั้นเสมือนกับรอบกายเป็นสีดำทมิฬ มันทั้งหนาวเหน็บ ทรมานและเปล่าเปลี่ยวจนเหงาหงอยเสียเหลือเกิน ร่างกายเบาหวิวราวขนนก มีเพียงประกายแสงเล็กๆ ที่ส่องสว่างท่ามกลางความมืดมิด เขาพยายามเดินเข้าไปขวนขวายมัน

เปลือกตาของชายหนุ่มเบิกกว้างขึ้นอย่างเชื่องช้า ภาพแรกที่เห็นคือเพดานสีขาวโพลน เขาสะดุ้งเฮือกขึ้นพร้อมลมหายใจที่หอบระรัวคล้ายเพิ่งตื่นจากฝันร้าย ดวงตาสีทองตวัดมองไปทั่วพบว่าตนเองมาอยู่ที่ใดก็ไม่รู้

“ที่นี่ที่ไหน”

“โรงพยาบาลไง!” เสียงอันคุ้นเคยเป็นคนตอบ ไลท์หันไปที่ต้นทางเสียงพบครอสซ์กับแจ๊สเปอร์ที่กำลังนั่งอยู่โซฟาพร้อมกับจูดัสที่ยืนอิงกำแพงอยู่ข้างๆ

“โรงพยาบาล..”

“ใช่ นายเกือบตายแล้ว จำได้ไหม พวกเราสู้กับกรีดเลเวลสามแล้วเอาตัวไม่รอดกัน นายถูกแผลไฟไหม้ระดับห้า ในความเป็นจริงควรตายไปแล้ว” แจ๊สเปอร์เป็นตัวแทนในการกล่าว เขาทำท่าทีสุขุมยิ่งขึ้นพลางลุกขึ้นเดินเข้าไปใกล้ไลท์

ไลท์ทำทีหน้าตะลึงงันเมื่อชายหนุ่มผมเทายื่นกระดาษใบหนึ่งให้เขา เมื่อเปิดข้อความออกมาอ่านก็ต้องสะพรึง

ค่ารักษาพยาบาล2,589,190 เหรียญ

“บ้าน่า! สองล้านกว่าเลยงั้นเรอะ” ไลท์ตวาดเสียงดังเมื่อทราบตัวเลข เขาขยำกระดาษปาลงถังขยะในทันทีอย่างไม่สบอารมณ์ ชายหนุ่มหอบหายใจรัวมากกว่าเดิมคล้ายความกดดันกำลังขึ้น แจ๊สเปอร์มองมาที่เขาด้วยสายตาเวทนา

“เงินสองล้านกว่าแต่สามารถช่วยชีวิตเอาไว้ได้ ฉันว่ามันถูกมากเลยนะ เพราะบาดแผลระดับนี้ไม่มีโรงพยาบาลไหนรักษาได้แล้ว นอกจากที่วอลสตรีท”

“.....” เมื่อได้ยินคำพูดเมื่อครู่เขาพลันรู้สึกหมดแรง ล้มตัวหงายแผ่กายบนเตียงสีขาวที่เต็มไปด้วยกลิ่นยาฆ่าเชื้อ มืออันหยาบกระด้างกุมขึ้นที่หน้าผากราวกับความเครียดเริ่มถาถมเข้ามาในหัวไม่หยุดยั้ง

“บ้าเอ้ย”

“ใช่..ไลท์ ฉันรู้ว่านายฉลาดแต่นายน่าจะหัดรับฟังคนอื่นบ้าง.. ถ้าฉันไม่ส่งสัญญาณขอความช่วยเหลือล่ะก็ นายตายไปแล้ว”

“ใช่แล้วล่ะครับ” จูดัสเอ่ยขึ้นด้วยรอยยิ้มก่อนจะก้าวเดินมาด้านหน้า

“ผมบังเอิญผ่านไปแถวนั้นพอดีเลยเข้าไปช่วยได้ทันและจัดการกรีดเลเวลสามได้ คุณควรขอบคุณผมนะครับ คุณไลท์”

“ขอบใจ..” ไลท์เอ่ยขอบคุณไปแบบขอไปทีก่อนจะดันคิดขึ้นได้เมื่อสมาชิกในกลุ่มไม่ครบ เพราะเด็กสาวเพียงคนเดียวได้หายไป

“ลูน่าล่ะ?” ทันทีที่ไลท์เอ่ยชื่อนี้ออกไปดวงตาของแจ๊สเปอร์พลันหรี่ลงอย่างเชื่องช้า

“ร่างกายไม่ร้ายแรงอะไรมาก แต่สภาพจิตใจนี่สิ”

“....”

“ไลท์..ในฐานะที่ฉันอายุมากที่สุดและเฝ้ามองทุกคนด้วยตาของตัวเอง ฉันมีบางสิ่งอยากจะเตือน ไลท์เป็นคนเก่ง มุ่งมั่นและเข้มแข็ง แต่ชอบลืมมองคนอื่นอยู่ตลอดนะ” แจ๊สเปอร์เริ่มปริปากเอ่ย ชายหนุ่มจึงรับฟังอย่างตั้งใจ

“ฉันบอกหลายครั้งแล้วว่าลูน่ายังเป็นเด็ก เธอไร้เดียงสาเป็นเด็กสาวทั่วไป ไม่เคยลำบากมาก่อน เธอรับมือกับสถานการณ์บีบคั้นไม่ได้ ยิ่งเรื่องเมื่อวันก่อนยิ่งทำให้เธอฟุ้งซ่านที่ต้องต้านพลังกับกรีดเลเวลสามด้วยตัวคนเดียว”

“ฉัน..ไม่ได้ตั้งใจ” หัวใจของไลท์ถูกบีบคั้นเข้าอย่างหนัก เขานึกและทบทวนตามสิ่งที่แจ๊สเปอร์พูด ซึ่งมันตรงทั้งหมด หลายครั้งหลายคราวที่เขาตัดสินใจแทนคนอื่นในกลุ่มโดยไม่ได้คำนึงถึงความรู้สึกเลย

แบบนี้ไม่ต่างจาก..ใช้คนอื่นเป็นหมากเลย

“ลูน่าอยู่ไหน”

“ห้องข้างๆ นี้เอง” ทันทีที่ได้ทราบตำแหน่งไลท์ลุกขึ้นพรวด เดินออกไปจากห้องเร็วจี๋ แจ๊สเปอร์กับครอสซ์พยักหน้าให้กันหนึ่งทีก่อนจะค่อยตามไปแอบดูอย่างเงียบๆ ทิ้งให้จูดัสอยู่ในห้องเสมือนกับเขาไม่เคยมีตัวตนอยู่อีกเลย

ชายหนุ่มผมสีขาวราวหิมะยิ้มละไมขึ้นก่อนจะหยิบโทรศัพท์มือถือในมือขึ้น

‘ได้เวลาทำตามแผนการแล้ว’

ไลท์เปิดประตูออกอย่างเชื่อช้าพบเด็กสาวกำลังนั่งเหม่อลอยออกไปนอกหน้าต่างอย่างโดดเดี่ยว เขาถือวิสาสะผลักประตูเข้าไปในห้องแล้วมองใบหน้าเธอด้วยความรู้สึกผิด ลูน่าหันมามองที่เขาก่อนจะพยักหน้าเบาๆ ให้

ไลท์คิดว่ามันเป็นสัญญาณจึงเดินเข้าไปนั่งที่เก้าอี้ข้างขอบเตียงด้วยท่าทีสุภาพเรียบร้อย เมื่อประจำเข้าสู่ตำแหน่งลูกผู้ชายจึงเอ่ยออกไปอย่างตรงไปตรงมา

“ฉันขอโทษ”

“....”

“ฉันไม่ดีเอง ฉันน่าจะเข้าใจความรู้สึกของเธอให้มากกว่านี้”

“คุณแจ๊สเปอร์เล่าให้ฟังหรือคะ?” ลูน่าเอียงคอถามอย่างไร้เดียงสา

“ใช่”

“ไม่ต้องคิดมากหรอกค่ะ คุณแจ๊สเปอร์แกก็ห่วงไปเรื่อย ฉันไม่ได้อาการหนักขนาดนั้นสักหน่อย ฮะๆๆ” เด็กสาวหัวเราะพูดด้วยน้ำเสียงสดใสราวกระดิ่งแก้ว ดูไม่เหมือนคนที่จิตใจได้รับผลกระทบเสียหายสักเท่าไหร่ แต่บนแววตาสีสั่นคลอนคู่นั้นคงมิอาจหลอกลวงได้

“พอจะรับฟังเรื่องราวไร้สาะะเล็กๆ น้อยๆ ได้ไหมคะ คุณไลท์น่าจะสบายใจยิ่งขึ้น”

“อืม ว่ามาสิ” ไลท์ผงกศีรษะ เธอจึงเริ่มเอ่ยขึ้น

“ว่ากันตามตรง ตอนฉันเจอคุณไลท์ครั้งแรกพร้อมกับพวกคุณครอสซ์ ฉันคิดว่าคุณไลท์น่ากลัวมากเลยนะคะ”

“เหอะๆ” ไลท์หัวเราะแห้ง

“แต่ว่า พอรู้จักกันนานเข้าฉันก็เคารพคุณไลท์พอๆ กับคุณแจ๊สเปอร์ที่คอยเอาใจใส่ฉัน เหมือนมีพี่ชายเพิ่มขึ้นมาพร้อมกันตั้งสามคนเลยล่ะค่ะ โดยเฉพาะตอนที่ฉันได้รู้จำนวนหนี้สิ้นและความปรารถนาที่คุณไลท์ขอ ฉันเลยคิดว่า ฉันอยากจะเติบโตและเก่งเหมือนคุณไลท์บ้าง แต่เหมือนจะไม่ไหวสินะคะ”

“ทำไมถึงอยากเป็นเหมือนฉันล่ะ?”

“เพราะฉันทำอะไรก็ไมได้เรื่องน่ะค่ะ” ลูน่าพูดแล้วถอนหายใจเฮือกหนึ่ง

“ฉันเป็นน้องสาวคนเล็กของบ้าน คุณพ่อกับคุณแม่ก็ค่อนข้างทำงานดีๆ มีฐานะ เลยถูกตามใจจากทั้งพวกท่านและพี่สาวน่ะค่ะ พอรู้สึกตัวอีกทีก็ทำอะไรไม่เป็นเอาแต่พึ่งพาคนอื่นตลอด การเรียนก็ใช้ไม่ได้ ความฝันและเป้าหมายก็ไม่มี ล้มเหลวสุดๆ ไปเลยล่ะค่ะ พอมาเทียบกับคุณไลท์ที่มีเป้าหมายชัดเจนแถมฉลาด มุ่งมั่นฉันก็อยากเอาเป็นแบบอย่างบ้าง”

“.....”

“ส่วนความปรารถนาของฉัน..ก่อนหน้านี้พ่อแม่ฉันหย่ากันค่ะ คุณแม่ไปมีสามีใหม่ คุณพ่อก็ไปแต่งงานใหม่ ฉันเข้ากับพ่อเลี้ยงไม่ได้แถมพี่สาวคนอื่นๆ ก็พากันเหม็นขี้หน้าคุณแม่จนย้ายออกไปอยู่หอกันหมด ฉันไม่ชอบบรรยากาศแบบนั้นเลยทำสัญญากับมาม่อนให้ครอบครัวกลับมาอยู่กันแบบมีความสุขอีกครั้ง ตลกดีใช่ไหมล่ะคะ”

“ไม่หรอก..มันเป็นความปรารถนาที่บริสุทธิ์มาก” ไลท์เอ่ยขึ้น

“ฉันว่าที่เธอพูดว่าเป็นคนทำอะไรไม่ได้ มันไม่จริงหรอกนะ เพราะตอนนี้เธอก็ทำให้ครอบครัวกลับมีรักใคร่กลมเกลียวกันเหมือนเดิมใช่ไหมล่ะ”

“นั่นก็จริงค่ะ..แต่ยังไงฉันก็เป็นคนไม่ได้เรื่องอยู่ดี”

“ไม่หรอก ของแบบนี้มันฝึกกันได้ ฉันตอนเด็กเองก็ทำอะไรไม่ได้เหมือนกัน”

“อย่างนั้นเหรอคะ?”

“ใช่ ช่วงเศรษฐกิจตกต่ำพ่อแม่ฉันทำงานหนักมาก ฉันอยากจะช่วยพวกท่านแต่ก็ทำอะไรไม่ได้เลยสักอย่าง จนค่อยๆ เรียนรู้และเลียนแบบพวกผู้ใหญ่ ตั้งแต่การเดินไปจ่ายตลาด ปั่นจักรยานส่งของ หรือค้าขาย ทุกอย่างเริ่มต้นจากศูนย์ทั้งนั้น แต่เพราะว่ามีการสังเกตและเรียนรู้ คนเราถึงพัฒนาขึ้นมาได้ ฉันเองก็ยังไม่สมบูรณ์แบบโดยเฉพาะเหตุการณ์ครั้งนี้”

“ต้องขอโทษด้วยนะคะ เพราะฉันมันอ่อนแอเลยทำให้คุณไลท์กับคนอื่นต้องเดือดร้อน”

“ไม่ล่ะ ความผิดฉันเองที่ห้าวไม่เข้าเรื่อง สองล้านกว่าที่เสียไปมันน่าเสียดายก็จริงแต่ถือว่าเป็นค่าโง่ที่ฉันต้องจ่าย นับตั้งแต่วันนี้ฉันจะปรับปรุงและพัฒนาตัวเองให้ดียิ่งขึ้น”

“ค่ะ ฉันเองก็จะพยายามให้ดียิ่งขึ้นเหมือนกัน จะได้เลิกเป็นตัวถ่วงของกลุ่มสักที” ลูน่ายิ้มและหัวเราะออกมา ไลท์พลันรู้สึกอบอุ่นเล็กๆ ไปด้วย เสมือนกับมีน้องสาวเพิ่มขึ้นมาหนึ่งคนไม่มีผิด

บทสนทนาและสิ่งที่เกิดขึ้นทั้งหมดล้วนอยู่ในสายตาของสองหนุ่มที่แอบฟังอยู่นอกห้อง น้ำตาลูกผู้ชายเริ่มปริ่มออกมาทีละนิดด้วยความปลื้มปิติ

“ชักรู้สึกคึกขึ้นมาแล้วสิ! แจ๊สเปอร์นายสนใจวิ่งรอบเมืองกับฉันสักร้อยรอบไหม”

“จะบ้าเรอะ! จะเวอร์เกินไปไหม”

“ไม่รู้ล่ะ! ฉันไม่รู้อะไรเลยแต่รู้สึกดีสุดๆ อยากออกอาละวาดไปปลดปล่อยพลังงานส่วนเกินสุดๆ เลยเฟ้ย ต่อให้มีสัตว์ประหลาดโผล่มาสักร้อยตัวฉันก็ไม่หวั่น พ่อจะซัดให้หงายเรียงตัวเลยคอยดูเถอะ”

“เดี๋ยวก่อนนะ! อย่าพูดอะไรให้เป็นลางนักสิ เจอเป็นร้อยก็ไม่ไหวนะ” แจ๊สเปอร์รีบค้าน คำพูดของอีกฝ่ายชวนให้รู้สึกขนลุกวูบวาบอย่างบอกไม่ถูก

“สองคนนั้นจะยืนอยู่หน้าประตูอีกนานไหมคะ มีอะไรก็เข้ามาเลยสิ” ลูน่าหรี่ตามองสองหนุ่มที่อยู่หน้าห้อง เหมือนตัวตนของพวกเขาจะไม่เป็นความลับเอาซะเลย เมื่อไม่มีความจำเป็นต้องแอบแล้วทั้งคู่ก็เข้าไปด้วย

พูดคุยด้วยกันและปรึกษาหารือเกี่ยวกับสิ่งที่ต้องทำต่อไปอีก

จูดัสที่แอบมองอยู่ด้านนอกมาตลอดลอบยิ้มขึ้นก่อนจะถือวิสาสะเปิดประตูเข้าไป ทันทีที่ชายหนุ่มผมขาวราวหิมะเข้าไปก็ถูกสายตาสี่คู่จดจ้องมาคล้ายกับว่าไม่เป็นที่ต้อนรับเสียเท่าไหร่ เขายิ้มขึ้นแล้วเปิดโทรศัพท์มือถือขึ้น

“ผมมีข่าวดีและข่าวร้ายมาแจ้งให้ทราบ ข่าวร้ายคือดูเหมือนพวกคุณอาจต้องรีบออกจากโรงพยาบาลแล้ว”

“หา?”

“ข่าวดีคือ มีคนในเครือข่ายของเรากำลังดูแลชิพเตอร์อยู่ เป็นเทศกาลเก็บเกี่ยวผลประโยชน์ครั้งสำคัญที่น่าลงทุน พวกคุณสนใจจะไปกับผมไหม” ทันทีที่ถูกเอ่ยชวนทุกคนก็หันมามองที่ไลท์เป็นตาเดียวกัน

ไลท์หลับตาลงอย่างเชื่องช้าก่อนจะยิ้มจางขึ้นๆ ชายหนุ่มหันไปมองเด็กสาวข้างๆ แล้วถามว่า

“ถามเธอเถอะ”

“ฉันเหรอคะ?”

“ใช่ ถ้ามีชิพเตอร์อยู่ด้วยก็จะล่ากรีดได้ง่ายขึ้นมาก แต่ก็น่าจะมีตัวเก่งๆ ระดับสูงโผล่ออกมา ฉันให้ลูน่าตัดสินใจว่าจะไปรึเปล่า”

“ไปค่ะ” ลูน่าพยักหน้ากล่าวพลางขมวดคิ้วขึ้น

“ฉันอยากเติบโตขึ้นค่ะ ฉันอยากไปด้วยค่ะ”

“ตามนั้นแหละ พวกเราขอไปด้วย” ไลท์เอ่ยกับจูดัส

“ถ้างั้นช่วยไปเตรียมตัวกันภายในห้านาทีด้วยนะครับ เพราะเรามีเวลาไม่มาก” จูดัสเอ่ยทิ้งท้ายก่อนจะเดินออกไปนอกห้อง ทั้งสี่หันมาสบตากันก่อนจะแยกย้ายกันไปเตรียมตัว

และมุ่งหน้าสู่การต่อสู้ที่ดุเดือดซึ่งมีอมนุษย์นับร้อยรอคอยอยู่ข้างหน้า

หลังจากเหตุการณ์ครั้งนั้นผ่านไปแจ๊สเปอร์ก็ได้คิดขึ้นได้ว่า อา..มันต้องเป็นเพราะคำพูดของครอสซ์แน่ๆ

จบบทที่ Money Monster Episode XXXIV [ความเสียหาย]

คัดลอกลิงก์แล้ว