เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Money Monster Episode XVII [หมี่เหลืองแล้วพี่น้องเอ้ย]

Money Monster Episode XVII [หมี่เหลืองแล้วพี่น้องเอ้ย]

Money Monster Episode XVII [หมี่เหลืองแล้วพี่น้องเอ้ย]


Money Monster

Episode XVII

[หมี่เหลืองแล้วพี่น้องเอ้ย]

หลายวันต่อมา ณ ห้องจำลองการต่อสู้

“แกตาย!” เสียงของอมนุษย์สีขาวดังเข้ากระแทกโสตประสาทของผู้คนที่ได้ยิน มันบังคับร่างกายอันแข็งแรงพุ่งเข้าใส่เป้าหมายอย่างรวดเร็วไม่ต่างจากกระสุนปืนใหญ่ ส่งผลให้ชายหนุ่มผมสีทองคำขาวต้องตื่นตัวในที่สุด

“ตาย!” กรีดเทียมตวาดเสียงก่อนจะเหวี่ยงแขนอันใหญ่โตเข้าใส่ ในพริบตานั้นไลท์ก็เสียบการ์ดใบหนึ่ง

[Summon Card : หุ่นกระบอกเศษเหล็ก 3,200 Coin]

“เช็ค”

[Payout Completeชำระเสร็จสิ้น)] สิ้นเสียงสังเคราะห์พลันบังเกิดเงาร่างหนึ่งขึ้นกลางอากาศ เป็นหุ่นกระบอกที่ทำขึ้นจากเหล็กที่เต็มไปด้วยสนิมขนาดเท่ามนุษย์จริงๆ มันพุ่งเข้าสกัดกั้นกรีดเทียมที่อยู่ตรงหน้าและล็อคแขนล็อคขาเพื่อหยุดการเคลื่อนไหว

ไลท์วิ่งทิ้งระยะห่างก่อนจะสังเกตการ์ดที่มี เขายิงกระสุนปืนออกไปพุ่งเข้าใส่บริเวณหน้าอกของมันหนึ่งนัดเพื่อเตรียมการอะไรบางอย่าง ก่อนจะเสียบการ์ดสองใบทำการใช้งาน

[Attack Card : กระสุนบอลเพลิง(เล็ก) 3,500 Coin]

คุณสมบัติ: เปลี่ยนลูกกระสุนทั้งหมดในปืนให้กลายเป็นกระสุนธาตุไฟ เมื่อยิงออกไปจะกลายเป็นลูกบอลไฟขนาดเล็ก

[Attack Card : ยิงย้ำจุด 5,500 Coin]

คุณสมบัติ: ภายในห้าวินาทีกระสุนทุกนัดจะพุ่งเข้าใส่จุดเดียวกับกระสุนที่ถูกยิงก่อนหน้า

[Combo! Discount 5% (สร้างคอมโบ รับส่วนลด%]

“เช็ค”

[Payout Completeชำระเสร็จสิ้น)]

ที่ปากกระบอกปืนเริ่มมีควันลอยออกมาจากเชื่องช้า ไลท์เบิกตามองไปยังจุดที่กรีดสีขาวถูกตรึงพันธนาการเอาไว้อยู่ อมนุษย์สีขาวเริ่มคลุ้งคลั่งใช้พละกำลังมหาศาลที่มีสลัดหุ่นกระบอกเศษเหล็กให้ปลิวลอยกระเด็นขึ้นไปบนท้องฟ้า มันแยกเขี้ยวสีเงินใส่ชายหนุ่มและกระโดดพุ่งเข้ามาออย่างรวดเร็ว

“!” ไลท์กระโดดกลิ้งม้วนตัวหลบการโจมตี ฝ่าเท้าของมันกระแทกลงพื้นก่อให้เกิดรอยร้าวบนพื้นคอนกรีต เขากลืนน้ำลายแล้วรีบลุกขึ้นยืนก่อนจะถูกมันโจมตีเข้าที่เผลอ

‘ตอนนี้แหละ!’ ไลท์กล่าวในใจพร้อมกับเล็งปากกระบอกปืนไปที่เป้าหมายและเหนี่ยวไกล

กระสุนปืนหลายนัดถูกยิงออกมาพร้อมกับควันสีขาวที่พวยพุ่งตรงไปยังหน้าอกของอมนุษย์สีขาวตามความสามารถของการ์ดยิงย้ำจุด กระสุนที่ถูกยิงออกไปก่อนหน้าเปรียบเสมือนแม่เหล็กที่คอยดึงดูดระสุนนัดอื่นที่จะตามมาให้เคลื่อนที่มาตำแหน่งเดียวกับที่มันอยู่

ในชั่วพริบตาก่อนจะถึงเป้าหมายผลความสามารถของการ์ดกระสุนบอลเพลิง(เล็ก)ก็ทำงาน กลายเป็นลูกบอลไฟขนาดเล็กเข้าจู่โจมเป้าหมาย เกิดแรงระเบิดขนาดเล็กขึ้นในจุดเดียวกันอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้หน้าอกของกรีดสีขาวเกิดบาดแผลไหม้ไม่น่าดูชม

‘หยุดซะงักแล้ว ตอนนี้แหละ’ ไลท์ไม่ปล่อยให้อีกฝ่ายได้มีโอกาสพักฟื้น เขากดปุ่มปลดปลอกกระสุนทิ้งก่อนจะใส่ปลอกกระสุนใหม่เข้าไปแทนที่ เล็งเข้าที่ศีรษะของกรีดสีขาวซึ่งขณะนี้ไม่ต่างจากเป้านิ่งดีๆ นี่เอง

ปัง!ปัง!ปัง!ปัง!ปัง!ปัง!ปัง!

เสียงปืนดังลั่น กระสุนมากมายพุ่งเข้าใส่ศีรษะของอมนุษย์สีขาวในระยะประชิด

“อ้ากกก!!!! ตาย ตาย แกต้องตาย อ้ากก!!!” มันกรีดร้องออกมาก่อนจะลงไปนอนดิ้นอย่างทุรนทุราย ร่างกายสีขาวค่อยๆ แตกสลายไปทีละนิดจนกระทั่งเหลือเพียงฝุ่นผง ไลท์มองภาพตรงหน้าพลางถอนหายใจเฮือกโต

[โหมดจำลองการต่อสู้สิ้นสุดลง ไลท์ ลินสตอร์ม หนึ่งคะแนน] เสียงสังเคราะห์ของห้องกล่าวย้ำชัยชนะของไลท์ ก่อนจะปรากฏคะแนนที่ไลท์ทำได้ ประตูห้องจึงเปิดออกเผยให้เห็นเหล่าพรรคเพื่อนที่ก้าวเข้ามา

“ชนะอีกแล้วนะ!” ครอสซ์ยิ้มเฉ่งก่อนจะตบบ่าไลท์

“เกือบไปแล้วเหมือนกัน”

“เกือบไปแล้วเหมือนกันทุกครั้งล่ะน่า! ภูมิใจหน่อยสิ ขนาดเทพๆ อย่างฉันยังพลาดไปตั้งห้าครั้งเชียวนะ”

“เหอะๆ” ไลท์หัวเราะแห้งก่อนจะหันมามองแจ๊สเปอร์กับลูน่า

“พอใช้ได้ไหม”

“อืม..โอเคมากเลย ว่าแล้วเชียว มีปืนนี่มันดีจริงๆ”

“เท่มากเลยค่ะคุณไลท์ ฉันอยากถ่ายคลิปคุณไปลงเน็ตจริงๆ รับรองแฟนคลับตรึมแน่นอน”

“ถ้าอย่างงั้นต้องเสียใจด้วยนะสาวน้อย ที่ไม่มีอะไรเอาออกจากวอลสตรีทได้ยกเว้นอาหารน่ะ หึหึ” ไลท์หัวเราะแห้งก่อนจะหันกลับมาเป็นฝ่ายคนดูบ้าง

หลังจากที่ทุกคนได้รู้จักกันเมื่อหลายวันก่อนก็พากันเข้ามาในห้องจำลองการต่อสู้อย่างขยันขันแข็งหวังจะกอบโกยคะแนนกลับไปให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ แต่ยังดีที่เมื่อไม่นานมานี้มีการเปิดเรียนภาคทฤษฏีขึ้นตามตารางการฝึกที่ได้รับมา ส่งผลให้ก้าวหน้าขึ้นทีละน้อย

ไม่ว่าจะเป็นเทคนิคการใช้พลังรูปแบบอื่น ข้อมูลเกี่ยวกับกรีด วิธีการรับมือ รายละเอียดของอาวุธชนิดต่างๆ และอีกเยอะแยะมากมายที่จะเป็นประโยชน์ในอนาคต แต่ส่วนมากทุกคนจะให้ความสนใจวิธีการจัดการกรีดเทียมให้ได้ซะมากกว่า เพราะมีความจำเป็นเร่งด่วนกับมัน

เนื่องจากส่วนใหญ่ไม่ได้มีอาวุธหรือการ์ดที่ดีตั้งแต่เริ่มเหมือนกับไลท์ จึงพบกับปัญหาสารพัดร้อยแปดที่ถาถมเข้ามา ที่เห็นชัดมากที่สุดก็น่าจะเป็นเพื่อนใหม่สามคนของไลท์อย่างครอสซ์ แจ๊สเปอร์และลูน่า

ครอสซ์เป็นคนที่ชอบต่อสู้โดยสัญชาตญาณเป็นหลักจึงไม่ค่อยพึ่งพาพลังของการ์ดลงทุน แม้จะมีความสามารถในการชกต่อยที่จัดว่าร้ายกาจแต่ก็ไม่ได้มากพอที่จะกำจัดศัตรูได้ง่าย ส่งผลให้กว่าจะเอาชนะได้ก็กินเวลาไปมากหรือกลายเป็นฝ่ายเสียท่าไปเสียก่อน”

ลูน่าช่วงแรกที่ค่อนข้างตื่นกลัวและเกรงมากเมื่อต่อสู้แต่ก็ยังดีที่มีคทาเวทเป็นอาวุธ จึงมีระยะการโจมตีที่ค่อนข้างไกลในระดับหนึ่งจึงพอต่อสู้ได้บ้าง แต่ก็ไมได้ดีมากเมื่อเสียบกับโบรกเกอร์คนอื่นๆ เพราะเธออ่อนประสบการณ์และควบคุมสมาธิไม่ได้

คนที่น่าหนักใจมากที่สุดในกลุ่มก็คือแจ๊สเปอร์ ดูภายนอกเขาเป็นคนที่ดูพึ่งพาได้มากที่สุดคนหนึ่งแต่ถ้าเรื่องการต่อสู้ถือว่าตรงกันข้าม เพราะอาวุธของเขาคือทวน เป็นอาวุธโจมตีระยะกลางที่มีความยากในการใช้แถมการ์ดค่อนข้างอ่อนแอ เมื่อถึงเวลาสู้จริงจึงไม่มีประสิทธิภาพและมีอาการร้อนรน ทำให้เขาเป็นคนที่มีคะแนนน้อยที่สุดในขณะนี้

และในบรรดาสี่คนไลท์คือคนที่แตกต่างที่สุด เพราะตั้งแต่วันแรกที่เข้ามายังศูนย์ฝึกอบรมยังไม่มีวันไหนเลยที่เขาพลาดท่าให้แก่กรีดเทียมพวกนั้น บัดนี้เขาจึงเป็นผู้มีคะแนนเป็นลำดับต้นๆ อย่างไร้ข้อกังขา

 

เมื่อพากันออกจากห้องจำลองการต่อสู้พวกไลท์ก็มุ่งหน้าไปยังศูนย์อาหารด้วยอาการหมดเรี่ยวหมดแรง แต่ละคนพยายามกันอย่างหนักแต่ผลลัพธ์กลับไม่เป็นไปตามที่หวัง ความเจ็บปวดทางใจจึงหนักหนาสาหัสมากกว่า

“เฮ้อ..จะทำยังไงดีล่ะ” แจ๊สเปอร์ทำท่าคอตกพร้อมกับดูดน้ำอัดลมที่ซื้อมาด้วยสีหน้าอิดโรยเต็มที

“คะแนนของฉันตอนนี้คือศูนย์ ขืนเป็นแบบนี้ต่อไปต้องแย่มากแน่ๆ จะทำยังไงดีนะ”

“นั่นน่ะสิ! เจ้ากรีดนั่นก็อึดเป็นบ้า ถ้าไม่ซัดเข้าที่หัวมันก็ไม่ยอมล้มสักที แต่ยิ่งสู้มันก็ยิ่งป้องกันกว่าจะชนะก็เหนื่อยลากเลือด แถมบางวันก็ชนะไม่ได้เลยด้วย”

“เหนื่อยมากเลยค่ะ สู้สุดตัวทุกครั้งแต่กว่าจะชนะสักครั้งก็รู้สึกร่างกายเริ่มทนไม่ไหว ฮือ จะทำยังไงดีล่ะ”

ทั้งสามบ่นออกมาด้วยด้วยน้ำเสียงที่มืดมนและสิ้นหวัง ไลท์ที่อยู่คนละอารมณ์กับคนอื่นนั่งตักข้าวผัดที่เตรียมมาจากที่บ้านอย่างสบายอารมณ์ ไม่ใช่เพราะเขาไม่อยากจะช่วยแต่มันเป็นเรื่องที่ช่วยไม่ได้ต่างหาก

ส่วนหนึ่งก็คืออาวุธปืนที่ไลท์มีค่อนข้างมีประโยชน์และใช้ต่อสู้กับศัตรูได้ง่ายดายมากกว่าอาวุธชนิดอื่นจริงๆ แต่หากใช้อาวุธของผู้อื่นในการกำจัดศัตรูระบบจะไม่จ่ายคะแนนให้ ซึ่งหมายถึงการจะต้องต่อสู้โดยใช้อาวุธของตนเองเท่านั้น

ทางเลือกที่พอจะเห็นอยู่เลืองลางคือการซื้อการ์ดใหม่มาเสริมพลังรบที่ขาดอยู่ แต่เพื่อนๆ ของไลท์ไม่มีเงินมากขนาดนั้น เจ้าตัวเลยได้แต่เพียงทำสิ่งที่ทำได้ให้เต็มที่เท่านั้น

“อา นี่ขนาดอยู่ในศูนย์ฝึกยังลำบากขนาดนี้ ถ้าต้องออกไปสู้กับกรีดจริงๆ ฉันต้องไม่มีเงินส่งมาม่อนแน่” แจ๊สเปอร์เริ่มคร่ำครวญ เด็กสาวที่อยู่ข้างๆ ทำหน้าถอดสีเมื่อได้ยินคำพูดของชายหนุ่มผมเทา เธอคอตกและเอ่ยอย่างแผ่วเบาว่า ‘ทำยังไงดี’ อยู่หลายครั้ง สร้างบรรยากาศที่หดหู่ให้แก่บนโต๊ะ

“อย่างน้อยได้สักห้าสิบคะแนนก็ยังดีนะ ถ้าได้ห้าสิบคะแนนก็จะได้การ์ดหายากติดไม้ติดมือออกไปด้วย”

“เอาน่า! ก็แค่ทำให้เต็มที่ เนอะ” ครอสซ์เอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงสดใสไม่รับรู้ถึงความสิ้นหวังเลยแม้แต่น้อย

“ครอสซ์นี่ดีจังนะ บางทีถ้าฉันเป็นคนทึ่มอาจดีกว่านี้ก็ได้”

“นั่นสิคะ จะว่าไปคุณครอสซ์มีคะแนนเยอะกว่าฉันกับคุณแจ๊สเปอร์ซะอีก..สู้ๆ นะคะ”

“เอ่อ..เอ๊ะ” ครอสซ์กะพริบตาระรัวเมื่อผลลัพธ์ออกมาไม่เป็นดังตามที่หวัง ทำหน้างุมงงหันไปมองไลท์หวังอยากจะได้คำตอบ แต่เขาไม่สนใจแล้วตักข้าวทานต่อไป

“ถึงคะแนนต่อสู้จะไม่ได้แต่ก็ยังมีคะแนนภาคทฤษฏีกับการสอบอบรมอยู่ทำอีกสองอย่างให้เต็มที่ก็น่าจะพอแล้ว”

“คะแนนภาคทฤษฏีงั้นเหรอ” ลูน่าทวนคำพูดของไลท์อีกรอบ ทุกคนนิ่งเงียบไปราวสิบวินาทีก่อนจะเริ่มอ่อนระทวยกันเป็นรายคน

“ไม่ไหวหรอกค่ะ! สมองขี้เลื่อยแบบฉันจะได้สักกี่คะแนนเชียว”

“ไม่เป็นไรนะลูน่า!ฉันยังมียางลบเสี่ยงโชคอยู่ เดี๋ยวจะเอาให้ยืมนะ”

“มันเป็นข้อสอบอัตนัยนะ”

“อัตนัยคืออะไร?”

“ข้อเขียน”

“ง๊ะ!” เมื่อได้ยินคำตอบครอสซ์ก็ถึงกับทำปากค้างด้วยอาการตกตะลึง พลันรู้สึกเริ่มมืดมนตามสองคนก่อนหน้าไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว จะเอาอะไรมากกับคนที่จบแค่มัธยมต้นและไม่เรียนต่อ ข้อสอบอัตนัยจึงเปรียบเสมือนความว่างเปล่าที่ไม่มีวันถูกเติมเต็มโดยเด็ดขาด

‘อา ดีจริงๆ ที่เราไม่ต้องตกไปอยู่ในสภาพนั้น’ ไลท์คิดในใจอย่างโล่งอก พอคิดว่าต้องอยู่ในสถานะที่ต้องเจอกับปัญหาร้อยแปดแล้วรู้ว่าตัวเองแบกหนี้มหาศาล คงเป็นความรู้สึกที่สิ้นหวังจนอยากฆ่าตัวตายหนีปัญหาอย่างแน่นอน

ในระหว่างที่พวกเขากำลังรับประทานอาหารด้วยอารมณ์ที่หลากหลาย สายตาของผู้คนจำนวนมากหันมามองที่แผ่นหลังของไลท์เป็นตาเดียวกันอย่างมิได้นัดหมาย มันแฝงไปด้วยความรู้สึกด้านลบ คำถาม และความไม่พอใจ

โบรกเกอร์ทุกคนสามารถตรวจเช็ครายชื่อบนตารางจัดลำดับได้ว่าใครบ้างมีคะแนนเท่าไหร่ ผู้ใดสูงสุดและต่ำสุด โดยจะมีหน้าตาและข้อมูลประเภทอาวุธของคนๆ นั้น แต่จะไม่มีข้อมูลเกี่ยวกับการ์ดที่ครอบครองหรือวิดีโอการต่อสู้ ทว่า นั่นก็มากพอแล้วจะถูกเพ่งเล็ง

มนุษย์เป็นสิ่งมีชีวิตที่มีบาปอยู่ในตัว ความ[ริษยา]ก็เป็นหนึ่งในบาปที่อยู่ในตัวของทุกคน หลายคนเวลาเห็นคนที่ประสบความสำเร็จมากกว่าก็พลันรู้สึกไม่พอใจ หมั้นไส้ ในกรณีนี้ก็ไม่แตกต่างกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เมื่อมีความคิดที่ว่า[มันไม่สมควร]

ก็เหมือนกับที่เราทำงานหนักหาเช้ากินค่ำ ในขณะที่เพื่อนบ้านนอนสบายในห้องติดแอร์แต่มีเงินทองไหลมาเทมา แต่หากได้รู้ว่าที่จริงเขาเป็นนักลงทุนและใช้ความสามารถในการหาเงินแม้จะอยู่ในบ้าน ความไม่พอใจอาจน้อยลงหรือหายไปเลยก็ได้ แต่ตรงกันข้าม หากคนๆ นั้นอยู่แต่ในบ้านรอรับเงินโอนเข้ามาในบัญชีไม่ทำอะไรเลย ความไม่พอใจอาจสูงขึ้นถึงขั้นแตกหัก

แต่จะมีสักกี่คนที่ขุดคุ้ยว่าแท้จริงแล้วคนที่อยู่แต่ในบ้านผู้นั้นเป็นประเภทใดกันแน่? เพราะถึงอย่างไรก็มองแต่เปลือกนอกเป็นอย่างแรกอยู่แล้ว หากไม่พยายามทำความเข้าใจคงไม่มีวันได้รู้

ไลท์ที่มีคะแนนสูงก็อยู่ในสถานะเดียวกัน

กลุ่มชายหนุ่มตั้งแต่เด็กวัยรุ่นถึงผู้ใหญ่ราวสิบชีวิตพากันเดินเข้ามารายล้อมโต๊ะที่พวกไลท์กำลังกินข้าวอยู่ ปิดกั้นไม่ให้ใครเคลื่อนที่ออกไปไหนและแสดงความกดดันให้ได้รับรู้ ลูน่ากับแจ๊สเปอร์เริ่มมีลางสังหรณ์ที่ไม่ดีจึงแสดงท่าทีลุลี้ลุลน แต่ไลท์กลับมีสีหน้าเรียบเฉยเกินคาดราวกับคาดคะเนไว้อยู่ก่อนแล้ว

“เฮ้ย แกชื่อไลท์ ลินสตอร์มใช่ไหม” เสียงของชายห้าวผู้หนึ่งเอ่ยขึ้นพร้อมน้ำเสียงไม่สบอารมณ์ ไลท์แอบชำเลืองมองมาที่ชายผู้นั้นด้วยหางตา

เขาเป็นชายอายุราวยี่สิบต้นๆ สวมเสื้อผ้าขาดๆ แต่สะอาดเอี่ยมอ่องดูเป็นสินค้าแฟชั่น บนใบหน้าประดับไปด้วยตุ้มหู แหวนและเหล็กฝังไปตามจุดต่างๆ จนไม่อยากเข้าใกล้ เส้นผมสีไม้ชี้ตั้งเหมือนหัวเม่นกับดวงตาอาเรื่องเยี่ยงนักสู้ผ่านสังเวียน แผ่ออร่านักเลงใหญ่ออกมาครอบคลุมโต๊ะอย่างรวดเร็ว

“ใช่” ไลท์เอ่ย

“ลุกมากับพวกเราหน่อยเด๊ะ”

“เฮ้ๆ อะไรของพวกนาย ฉันกับเพื่อนๆ กำลังกินข้าวอยู่นะ ถ้าจะมาร่วมโต๊ะด้วยล่ะก็ขอโทษที เพราะโต๊ะเต็มแล้ว!” ครอสซ์ผู้ไม่ประสีประสายังคงพูดเหลวไหลออกมาเช่นเดิม แต่นั่นยิ่งทำให้ฝ่ายเข้ามาหาเรื่องเข้าใจผิดว่าเป็นการเยาะเย้ยกัน ทำให้ใบหน้าเขียวไปทั่วและบิดเบี้ยวจนน่าเกลียด

“ดูถูกกันงั้นเรอะ! ไอ้นี่”

“เฮ้ย! อย่าไปถูกมันข่มสิ เซลิเป้”

“ชิ!”

“เฮ้ย! แกเองก็อย่างเงียบสิวะ พวกเรากำลังคุยกับแกอยุ่นะเฮ้ย” ชายชื่อเซลิเป้เชิดหน้าสูงมองไลท์ด้วยสายตาเหยียดหยามเต็มที ชายหนุ่มแอบถอนหายใจก่อนจะตักข้าวผัดทานอย่างใจเย็น ส่งผลให้เส้นเลือดบูดจนเห็นได้ชัดบนใบหน้าของพวกเซลิเป้

‘จะดูถูกกันเกินไปแล้ว!’

“โทษที พอดีที่บ้านฉันสอนมารยาทว่าอย่าพูดคุยกันระหว่างทานอาหาร”

“กรอด..” พวกเซลิเป้เริ่มกัดฟันส่งเสียงดังกรอด ใบหน้าแดงก่ำไปด้วยความโมโหสุดขีดอยากจะหาอะไรสักอย่างมากะซวกแผงคอให้เต็มไปด้วยเลือด ถึงกระนั้นก็ยังคงบ้าจี้รอจนกว่าอีกฝ่ายจะทานข้าวผัดจนหมดจานก่อนจะเริ่มคุยกันต่อ

“แล้วสรุปมีธุระอะไรกับฉัน” ไลท์ถาม

“มากับพวกฉันหน่อย”

“คุยกันตรงนี้ก็ได้ ไม่เห็นต้องทำอะไรให้ยุ่งยาก”

“....”

“หรือเป็นเรื่องที่ต้องคุยเฉพาะที่ลับผู้คน? ไม่เอาล่ะ น่ากลัวจะตาย”

“....”

‘ไอ้หมอนี่ มันกำลังยั่วโมโหเราชัดๆ’ เซลิเป้คิดในใจด้วยอารมณ์ขุ่นเคืองพลางกำหมัดในมือแน่นจนเส้นเลือดปูด

‘ดูยังไงก็มาหาเรื่องกันชัดๆ อยู่ที่สาธารณะนี่แหละดีที่สุดอีกฝ่ายจะได้ลงมือทำอะไรลำบากขึ้น ขืนแยกตัวจากคนอื่นไปมีหวังโดนข่มแหง เฮ้อ..น่ารำคาญจริงๆ ให้ตายเถอะ’ ไลท์คิดในใจ ชายหนุ่มเอื้อมมือจะไปคว้าเอาน้ำที่อยู่ในแก้วแต่มือของเซลิเป้พุ่งเข้ามากระชากแขนของเขาเสียก่อน

“เฮ้ย แกน่ะ คิดว่าฉันโง่นักเหรอ”

“....” ไลท์ตวัดสายตาไปมองเจ้าของเสียง

“เฮ้ๆๆ ปล่อยเดี๋ยวนี้เลยนะแก” ครอสซ์หรี่ตาลงก่อนจะทำทีเป็นลุกขึ้น แต่ไลท์ยกมือขึ้นห้ามปรามเสียก่อน

“เอาสิ อยากทำอะไรก็ทำเลย..แต่อย่าลืมล่ะว่าถ้าก่อเรื่องเข้ามีสิทธิโดนตัดรายชื่อออกจากการสอบอบรมนะ”

“ชิ” เซลิเป้เดาะลิ้นและปล่อยแขนของอีกฝ่ายออกจากมือ ไลท์ลูบมือที่บริเวณพกช้ำเล็กน้อยอย่างอ่อนโยน

“อยากจะพูดอะไรก็พูดเลย ตรงไปตรงมาไม่อ้อมค้อม”

“เหอะ!”

“ให้ฉันเดาคงเป็นการรวมตัวของพวกรั้งท้ายที่ทนดูพวกแถวหน้าไม่ได้ใช่ไหม เปล่าประโยชน์ คะแนนมันโอนให้กันไม่ได้ แทนที่จะมาหาเรื่องฉันเอาเวลาไปหาทางรับมือกรีดไม่ดีกว่าไ-”

“หุบปากโว้ย! พูดมากซะจริง” เซลิเป้ตวาดเสียงออกมาส่งผลให้ผู้คนทั้งศูนย์อาหารมามองยังจุดที่พวกเขายืนอยู่อย่างสนอกสนใจ

“ฉันคือเซลิเป้ ชายที่ไม่เคยให้ใครมาหยามหน้า ไม่ใช่แค่แก แต่คนอื่นๆ ที่มีลำดับสูงกว่าฉันคือให้อภัยไม่ได้ โดยเฉพาะแก! ก็แค่มีอาวุธดีนิดหน่อย ถึงแซงหน้าเซลิเป้คนนี้ได้ก็เท่านั้นแหละ ฉันจะบดขยี้แกเป็นคนแรกและค่อยไปกระทืบพวกที่ลำดับสูงกว่าแกทีหลัง”

“โฮ” ไลท์เผยรอยยิ้มจางๆ ที่มุมปาก

“ไลท์/คุณไลท์” แจ๊สเปอร์กับลูน่าที่สัมผัสได้ถึงบรรยากาศที่ตึงเครียดได้เริ่มแสดงอาการเป็นห่วง แต่ไลท์ยังคงไม่มีท่าทีกระวนกระวายใดๆ ราวกับสามารถรับมือกับสถานการณ์ตรงหน้าได้สบายๆ

“ไม่ต้องห่วง ชีวิตลูกผู้ชายนานๆ ทีก็เจอเรื่องบ้าง โดยเฉพาะตอนมัธยมนี่แหละที่มีเพื่อนเวรชอบดูดตีนชาวบ้านเข้ามาหา” ไลท์กล่าวอย่างใจเย็นก่อนจะหันไปมองเซลิเป้

“ได้สิแต่ต้องสู้ด้วยระบบของMoney Monsterนะ”

“เออ”

“แต่สู้แบบธรรมดามันไม่ตื่นเต้นไป เรามาเดิมพันกันดีกว่า”

“?”

หลังจากนั้นไลท์ก็หยิบสำรับการ์ดขึ้นมาปึกหนึ่ง เขาเลือกการ์ดจำนวนสิบใบลงมาวางไว้บนโต๊ะให้ทุกคนได้เห็นชัดๆ ทุกใบล้วนมีตัวอักษรRตัวโตๆ ก่อนหน้าชื่อทั้งนั้นแสดงให้เห็นถึงระดับความหายากของพวกมัน

“การ์ดแรร์10ใบ รวมกับของทางนั้นเป็น20ใบใครชนะเอาไปได้หมด คิดว่าโอเคไหม”

“ไลท์!” แจ๊สเปอร์ขึ้นเสียงดัง

“ไม่เป็นไร! ถือซะว่าหากำไรเล็กๆ น้อยๆ ทางนั้นล่ะว่าไง” ไลท์หันมาพูดกับอีกฝ่าย

“อึก..”

“การ์ดแรร์..งั้นเรอะ” พวกของเซลิเป้พากันกลืนน้ำลายเฮือกโตลงคอก่อนจะหันไปมองที่ผู้นำของฝ่ายตน ชายหนุ่มมีเหงื่อไหลลงบนใบหน้าทั้งกำลังปั้นหน้ายิ้มอยู่ แต่ก็มิวายสังเกตเห็นตาซ้ายที่กำลังกระตุกบ่งบอกว่ากำลังใช้ความคิดอย่างหนัก

การ์ดแรร์มีราคาค่อนข้างแพงมากกว่าการ์ดทั่วไป แต่ก็ใช่ว่าจะซื้อไม่ได้ อย่างน้อยโบรกเกอร์ทุกคนก็ต้องมีการ์ดแรร์ติดสำรับเอาไว้คนละหนึ่งใบเป็นขั้นต่ำอย่างแน่นอน เซลิเป้พากันมาล้อมเป็นสิบแม้ลำพังการ์ดของเขาอาจไม่พอลงเดิมพัน แต่ก็รวบรวมจากเพื่อนๆ ได้เช่นกัน

เซลิเป้ไม่ได้รู้สึกว่าการ์ดแรร์สิบใบมันเป็นจำนวนที่มหาศาลจนหาไม่ได้แต่ก็ค่อนข้างขูดรีดขูดเนื้อ การที่อีกฝ่ายกล้าลงเดิมพันด้วยรอยยิ้มเสมือนกับไม่ได้มากมายอะไรแถวใช้คำพูดว่า[หากำไรเล็กๆน้อยๆ] หมายความว่ามีความมั่นใจสูงมาก

แถมตอนนี้พวกตนกำลังเป็นทีจับตาจากโบรกเกอร์คนอื่นในศูนย์อาหาร หากตนปฏิเสธไม่ลงเดิมพันด้วยคงเป็นการทำลายศักดิ์ศรีตัวเองให้ไม่เหลือซาก ยิ่งคิดมากเท่าไหร่ก็หงุดหงิดมากขึ้นเต็มที่

‘ชิ เพราะมีปืนงั้นเรอะ เพราะมีปืนเลยมั่นใจมากล่ะสิ เอาสิ ฉันจะฉีกความมั่นใจของแกลงมากระทืบแทบเท้าฉันให้ดู’

“ได้! ลงเดิมพันเพิ่ม การ์ดแรร์20ใบและซุปเปอร์แรร์หนึ่งใบกล้าไม่กล้า”

“เซลิเป้!” แม้แต่พรรคพวกยังช็อกกับสิ่งของที่เอามาใช้เดิมพันไม่ต้องพูดถึงคนนอกที่ได้ยินเข้า ทุกคนหันไปมองที่ไลท์เพื่อคาดหวังจะเอาคำตอบ

“ว่าไงล่ะ! กล้าไม่กล้า”

“หึหึ..” ไลท์หัวเราะแห้ง

‘เวรละ กลายเป็นฝ่ายโดนข่มเองซะแล้วแฮะเรา

จบบทที่ Money Monster Episode XVII [หมี่เหลืองแล้วพี่น้องเอ้ย]

คัดลอกลิงก์แล้ว