เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Money Monster Episode XVI [สัญญาสีทมิฬ]

Money Monster Episode XVI [สัญญาสีทมิฬ]

Money Monster Episode XVI [สัญญาสีทมิฬ]


Money Monster

Episode XVI

[สัญญาสีทมิฬ]

“.....”

ชายหนุ่มสองคนยืนนั่งงันไปทันทีเมื่อได้ยินประโยคเมื่อสักครู่ สายตานับสิบรอบๆ มองรุมเร้ามาที่พวกเขาเป็นตาเดียวกัน ให้ความรู้สึกอึดอัดและขุ่นมัวอย่างถึงที่สุดจนแทบจะพุ่งเข้าไปกระชากคอไอ้คนพูดเสียเหลือเกิน

“ไลท์! แจ๊สเปอร์” ครอสซ์ยิ้มโบกมือเรียกตะโกนชื่อของชายหนุ่มทั้งสองต่อหน้าผู้คนที่ยืนมุงดูอยู่ เปรียบเสมือนการมัดมือชกว่า[หนีไม่พ้นแล้วนะ!] เพราะเมื่อครอสซ์เสนอตัวแล้วเรียกพวกตนว่า[เพื่อน]พร้อมกับคนอื่นกำลังจับตาดูพวกเขาอยู่ หากปฏิเสธไปไม่โดนกล่าวหาเป็นปีศาจซาตานเห็นแก่ตัวหรือ

ขอยืนอยู่เฉยๆ ได้ไหม!

ไลท์เป็นคนแรกที่เคลื่อนไหว สับฝีเท้าเข้าไปใกล้ก่อนที่เขาจะทำบางสิ่งที่ถึงกับทำทุกคนต้องเหวอจนอ้าปากค้าง ชายหนุ่มเหวี่ยงกำปั้นซัดเข้าที่หน้าท้องของครอสซ์อย่างแรงจนอีกฝ่ายทำตาเหลือก ทรุดเข่ากุมท้องด้วยความทรมาน ส่งผลให้เด็กสาวผมทองข้างๆ ทำหน้าถอดสีตกใจสุดขีด

“ชะ..ชก..ฉัน..ทำ..ไมเนี่ย”

“ยังจะถามอีก! นี่ซื่อบื้อหรือโง่กันแน่ รู้จักกันแค่วันเดียวคิดว่าสนิทมาตั้งแต่ชาติปางก่อนงั้นเรอะ แจ๊สเปอร์ยิ่งแล้วใหญ่ ไม่กี่ชั่วโมงด้วยซ้ำมั้ง จะพูดน่ารำคาญหรือตีสนิทเท่าไหร่ฉันไม่สน แต่รู้จักกันแค่นี้ก็คิดจะลากคนอื่นไปยุ่งกับเรื่องเงินๆ ทองๆ ขอตั้นหน้าอีกสักหมัดได้ไหม” ไลท์ลั่นออกมาเป็นฉอดๆ ต่างหน้าธารกำนัลโดยไม่สนว่าอีกฝ่ายจะมองเขาเป็นยังไงต่อ แม้แต่แจ๊สเปอร์ที่กำลังอึ้งอยู่ก็เป็นต้องทำตาค้างต่อการกระทำของเขา

คติของบ้านลินสตอร์มคือ ทำตัวมีปัญหาอย่างไรข้าไม่สน แต่เป็นเรื่องเงินมีสู้ตาย!

“ชิ หงุดหงิดเป็นบ้า ทีฉันติดอยู่ในบ่อยังคิดว่าจะช่วยดีไหม ทีเห็นผู้หญิงน่ารักมีปัญหาวิ่งมาเสนอหน้าเชียวนะ อึ๋ย! หงุดหงิดโว้ย” ไลท์แสดงท่าทีเดือดดาลออกมาอย่างชัดเจน ราวกับเก็บกดมาเนิ่นนาน

“ขะ..ขอโทษที” ครอสซ์เบนสายตาหนีเล็กน้อย

“อะ..เอ่อ” เด็กสาวที่ยังจับต้นชนปลายไม่ถูกได้แต่ยืนอึ้งเพียงอย่างเดียว มองซ้ายมองขวากะพริบตารัวๆ พยายามหาจุดเชื่อมโยงอยู่

“อา..โทษที พอดีฉันมีเรื่องกับเจ้านี่นิดหน่อย ไม่เกี่ยวกับเธอหรอก”

“เอาน่า ครอสซ์เองคราวหน้าก็ช่วยคิดหน้าคิดหลังบ้างเถอะ ไม่อย่างนั้นจะทำให้คนอื่นไม่พอใจนะ” แจ๊สเปอร์เดินเข้ามาช่วยไกล่เกลี่ย

“อะ..อืม เข้าใจแล้ว”

“ส่วนไลท์เองก็ไม่ควรไปต่อยครอสซ์เหมือนกัน เรื่องแค่นี้พูดกันเฉยๆ ก็ได้ แถมตรงนี้มีคนดูอยู่ตั้งเยอะ มันทำให้ครอสซ์สีหน้ามากนะ”

“อืม..ก็จริง ขอโทษด้วยละกัน” ไลท์คิดตามแล้วก็พยักหน้าเข้าใจ ยื่นมือไปคว้าครอสซ์ที่กำลังนั่งจุกอยู่บนพื้นให้ลุกขึ้น

“ขอโทษด้วยนะที่เพื่อนๆ ของฉันทำอะไรบ้าๆ ให้ดูนิดหน่อย”แจ๊สเปอร์ลูบหลังศีรษะเบาๆ คุยกับเด็กสาวที่กำลังยืนอยู่อย่างงุมงง เธอแสดงท่าทีลุกลี้ลุกลนเมื่อเขายื่นหน้าเข้าไปใกล้

“ไม่หรอกค่ะ”

“อืม..ครอสซ์เองก็เสนอตัวคิดจะช่วยเธอจริงๆ ใช่ไหม”

“โอ้!”

“งั้นครอสซ์ก็จัดการเองไปก่อนนะ ลำบากตรงไหนยังไงค่อยตกลงกัน”

“โอ๊ส!” ครอสซ์ยิ้มหนึ่งทีก่อนจะเข้าไปคุยกับเด็กสาว หากเจ้าตัวมีความต้องการจะช่วยจริงๆ พวกแจ๊สเปอร์ย่อมไม่ขัดคุยกันทีหลังก็ได้ แต่ที่ไม่ชอบเพราะดึงพวกเขาไปร่วมด้วยโดยไม่ได้บอกสักคำซะมากกว่า

เด็กสาวมีชื่อว่าลูน่า อายุสิบเจ็ดปีการ์ดที่เธอต้องการมีชื่อว่า[แฟรี่ไนท์] เป็นการ์ดหายากระดับแรร์ที่มีราคาประมาณหนึ่งแสนเหรียญ นับว่าเป็นราคาที่ค่อนข้างแพง ลูน่าเธอสามารถซื้อการ์ดใบนี้ได้ทันทีที่ต้องการเลยแต่ติดตรงที่เงินของเธอจะไม่เหลือ

โบรกเกอร์ทุกคนจะได้รับเงินตั้งตัวมาคนละหนึ่งก้อนเพื่อนำไปใช้สร้างตัวอยู่แล้ว ยิ่งหนี้สินมากเท่าไหร่มาม่อนก็จะให้เงินก้อนนั้นมากขึ้นตามไปด้วย แต่ก็ไม่ได้มากพอที่จะใช้สุรุ่ยสุร่าย แต่ลูน่าก็มีความต้องการการ์ดใบนี้มากจึงไม่ยอมแพ้ ยืนต่อราคากับพนักงานมาค่อนชั่วโมงตามที่ได้เห็น

แต่สิ่งที่ไลท์รู้สึกตะขิดตะขวงที่สุดก็คือเหตุผลที่ลูน่าอยากได้การ์ดใบนั้น

“เพราะว่าน่ารักมากค่ะ! เลยอยาก ได้” ลูน่ายิ้มบ้องแบ้วให้สามหนุ่มเมื่อถูกถามเหตุผลที่อยากได้ถึงขั้นนั้น

“ไม่ใช่เพราะใช้งานได้แต่เพราะมันน่ารัก..เหรอครับ” แจ๊สเปอร์ที่มีอารมณ์และวุฒิภาวะมากสุดเป็นคนทวนคำตอบอีกรอบ

“ค่ะ! แฟรี่ไนท์แค่ดูภาพก็รู้แล้วว่าน่ารักมาก ฉันก็อยากได้ แต่เพราะว่าเธอเป็นการ์ดแรร์และมีประโยชน์ราคาเลยค่อนข้างแพง”

“อา..” แจ๊สเปอร์เกาแก้มพลางยิ้มเจื่อนให้เด็กสาวก่อนจะหันมามองไลท์กับครอสซ์ที่ยืนอยู่ข้างๆ ครอสซ์เตรียมเงินในกระเป๋ารอแล้วแต่ไลท์ยังเคาะนิ้วมองมาที่เด็กสาวด้วยสายตาราบเรียบ

“เอาไงดี?”

“ราคาแสนกว่า หารสี่ก็พอได้แต่ให้ยืมนะ แล้วต้องมีดอกเบี้ยด้วย”

“อืม..เข้าท่าดี ลูน่าล่ะ พวกฉันจะให้ยืมเงินแต่ต้องทยอยจ่ายทีหลังนะ”

“ค่ะ!”

“เดี๋ยวก่อน” ไลท์เอ่ยดักคอทำให้ทุกคนหันมามองเขาเป็นตาเดียว

“มีหลักประกันอะไรว่าเธอจะไม่เบี้ยว”

“ไม่เอาน่าไลท์! อย่าดุไปหน่อยเลย”

“หุบปากไปเลย! ฉันไม่ยอมทำอะไรฟรีๆ หรอก ถ้าไม่ใช่ญาติพี่น้องก็อย่าหวังว่าฉันจะช่วยเหลือแบบฟรีๆ เรื่องเงินฉันพอมีให้แต่ฉันจะมั่นใจได้ยังไงว่าจะได้เงินคืนทุกเหรียญ เธอเป็นเด็กมัธยมใช่ไหม รู้รึยังว่ากรีดมันชอบออกมาให้ล่าตอนกลางคืน เธอจะจัดการเวลาเรียนพร้อมกับสู้กับกรีดไปด้วยกันไหวไหม”

“เอ่อ..คือว่า น่าจะไหว..นะ” ลูน่ายิ้มจางๆ ทำหน้าคล้ายจะร้องไห้ สามหนุ่มเริ่มร้อนรนในทันทีก่อนจะหันสายตาไปตำหนิไลท์ที่พูดจากดดันเธอจนเกินไป

“อา..โทษทีๆ” ไลท์ยกมือขึ้นก่ายหน้าผาก คิดหาทางไปต่อก่อนจะนึกอะไรขึ้นได้บางอย่างจึงหยิบบัตรMMCออกมาจากกระเป๋าและชูขึ้นบน

“อเดมัส”

“มีอะไรให้รับใช้หรือครับ นายท่านของกระผม” นายธนาคารแห่งความมืดปรากฏขึ้นเคียงข้างของผู้เป็นนายในทันทีที่ถูกเรียกขานชื่อ ทุกคนสงสัยว่าอเดมัสโผล่มาตั้งแต่เมื่อไหร่แต่ไลท์ก็ไม่สนใจ รีบเข้าเรื่องในทันที

“มีวิธีอะไรไหมที่จะทำให้คนที่ยืมเงินเราไปจ่ายเงินเราแน่นอน”

“มีสิครับ แสนง่ายดายด้วย” อเดมัสเอ่ยก่อนจะเสกแผ่นกระดาษสีดำขึ้นจากอากาศ แล้วยื่นให้ไลท์ได้รับ

“นี่คือแผ่นกระดาษปีศาจครับ เป็นสิ่งที่มักถูกนำไปใช้ในการทำสัญญากับปีศาจ แต่สำหรับที่วอลสตรีทเราสามารถเขียนสัญญาปีศาจขึ้นได้ ซึ่งจะไม่มีทางขัดขืนสิ่งที่ระบุในสัญญาได้อย่างแน่นอนครับ”

“อา ตอนฉันเซ็นกับมาม่อนก็เป็นกระดาษสีดำเหมือนกัน”

“ครับ ที่เหลือท่านก็แค่ระบุลงไปเป็นลายอักษร ให้ชำระหนี้ท่านผ่านระบบของMoney Monter เช่น ทุกครั้งก่อนที่ส่งเงินรายเดือนให้ท่านมาม่อน จะต้องได้รับบิลสำหรับการชำระมาเสียก่อนเสมอ ระบุในสัญญาให้เพิ่มจำนวนเงินที่ต้องชำระในบิล เวลาที่ลูกหนี้จ่ายเงิน เงินบางส่วนจะถูกหักโอนเข้ามาในบัญชีท่านอัตโนมัติครับ”

“เยี่ยมยอด! เอาตามนี้แหละ ขอบใจมาก อเดมัส”

“ด้วยความยินดีครับ นายท่านของกระผม” เมื่อทำธุระเสร็จร่างของอเดมัสก็อันตรธานหายไป ไลท์หันมาคุยกับอีกสามคนและบอกเกี่ยวกับสัญญาออกไป แจ๊สเปอร์พยักหน้าเข้าใจก่อนจะแปลให้ทั้งคู่เข้าใจอย่างเรียบง่ายจึงได้ข้อสรุปกัน

ทั้งสี่วางกระดาษบนตู้กระจกก่อนจะเริ่มลงมือเขียนสัญญาลงไป โดยไลท์ที่เป็นเจ้าของจึงมีสิทธิในการเขียนจึงถามเธอเพื่อความแน่ใจว่า

“แน่ใจแล้วนะว่าจะกู้เงินพวกเราไปซื้อการ์ดใบเดียวจริงๆ มันแพงมากเลยนะ เป็นภาระให้ตัวเธอเองเปล่าๆ ไว้เก่งขึ้นหาเงินได้มากขึ้นค่อยกลับมาซื้อไม่ดีกว่าหรือ”

“ไม่ค่ะ! แฟรี่ไนท์ปกติก็เก่งอยู่แล้ว ถือซะว่าเป็นการลงทุนในอนาคตและได้ผลประโยชน์ทางใจด้วย”

“ยืนยันแล้วสินะ” ไลท์กล่าวก่อนจะเริ่มลงมือจับปากกาเขียนลงไปบนแผ่นกระดาษสีดำ เมื่อสัญญาถูกร่างขึ้นก็พลันเริ่มเปล่งแสงสีขาวจางๆ ออกมาทีละน้อย ทั้งสี่ลงนามตนเองก่อนที่กระดาษจะคัดลอกออกมาเป็นสี่แผ่นให้แต่ละคนเก็บเอาไว้กับตัว

เงินในบัญชีของครอสซ์ ไลท์ แจ๊สเปอร์ถูกโอนเข้าไปในบัญชีของลูน่าอัตโนมัติเมื่อสัญญาเริ่มแสดงผล เด็กสาวยิ้มร่าก่อนจะวิ่งเข้าไปซื้อการ์ดแฟรี่ไนท์ที่เธอต้องการแล้วจึงวิ่งกลับมาหาชายหนุ่มทั้งสามคน

“ขอบคุณมากเลยค่ะ” ลูน่ากล่าวขอบคุณกับทั้งสามพลางโน้มศีรษะลงเล็กน้อย

“ด้วยความยินดี!”

“ไม่เป็นไร หาดอกเบี้ยมาใช้ให้ฉันก็พอ” ไลท์เน้นย้ำเรื่องดอกเบี้ยทำให้เด็กสาวเริ่มเหงื่อตก

“ลูน่ายังไม่มีคนรู้จักอื่นใช่ไหม ถ้าไม่รังเกียจมาอยู่กับพวกเราก็ได้นะ” แจ๊สเปอร์ยิ้มชักชวนเด็กสาว ครอสซ์พยักหน้าเห็นด้วยเป็นอย่างยิ่ง จะมีก็แต่ไลท์คนเดียวที่แอบผงะอยู่ลึกๆ

“เดี๋ยวก่อน! พอเสร็จธุระที่ร้านการ์ดนี่ฉันจะแยกไปอยู่คนเดียวแล้วนะ อย่าคิดเองเออเอง-” ไลท์รีบโพล่งเสียงขึ้น

“คิดดูสิ ครอสซ์เองก็เหมือนกับตบตีเก่ง ลูน่าก็มีการ์ดดีๆ ใช้ แถมเธอก็ติดหนี้พวกเราด้วย ถ้าเธอมาอยู่ด้วยจะได้เฝ้าจับตาดูได้ง่ายไง แถมน่ารักด้วย” แจ๊สเปอร์กระซิบ

“อา..ก็จริงแฮะ แต่ว่า” ไลท์เริ่มมีน้ำสีตะกุกตะกักหันไปเหลียวมองครอสซ์กับลูน่าที่กำลังคุยกันอย่างสนุกสนาน ชายหนุ่มเกาศีรษะแรงๆ หนึ่งทีแล้วค่อนปล่อยลมหายใจออกมาคล้ายกับเป็นเรื่องที่ช่วยไม่ได้

“เอาเถอะ บางทีอาจดีกว่าที่คิดก็ได้”

 

“เอาล่ะ! มาแนะนำตัวกันใหม่อีกรอบกันเถอะพวกเรา” เสียงของครอสซ์ดังขึ้นรอบโต๊ะ ขณะนี้ทั้งสี่เดินออกมาจากร้านขายการ์ดแล้วตรงมายังโต๊ะนั่งหินอ่อนที่อยู่ใต้ร่มไม้ โดยตรงหน้าเต็มไปด้วยอาหารที่ซื้อหยิบติดไม้ติดมือมาจากร้านอาหารแผงลอยใกล้ๆ

“เริ่มจากฉันก่อน ครอสซ์ แสวนไฮม์ อายุยี่สิบปีจบแค่มัธยมต้นและก็ไม่ได้เรียนต่ออีกเลย ก่อนทำสัญญามีอาชีพเป็นนักมวยอิสระ”

“แจ๊สเปอร์ ดิแลนด์นี่ อายุยี่สิบปี เรียนมหาวิทยาลัยการเกษตร ที่บ้านเป็นชาวไร่”

“ไลท์ ลินสตอร์ม อายุยี่สิบปี เรียนมหาวิทยาลัยการค้า เป็นครอบครัวชั้นแรงงานธรรมดา”

“ลูน่า แครอน อายุสิบเจ็ดปี เรียนอยู่ที่โรงเรียนสตรีโรเซนเบิร์กค่ะ” ลูน่ายิ้มบางๆ พร้อมกล่าวแนะนำตัวก่อนจะหันไปสบสายตากับชายหนุ่มทั้งสาม

‘อา รู้จักแปลกๆ จัง อายุน้อยสุดไม่พอเรายังเป็นผู้หญิงคนเดียวด้วย’ ลูน่าคิดในใจ

“ลูน่าอยู่โรงเรียนสตรีงั้นเหรอ? แบบนี้คงไม่คุ้นชินกับผู้ชายแบบพวกเราสินะ” แจ๊สเปอร์เอ่ยถามราวกับรู้ความในใจของเด็กสาว เธอส่ายหน้าเล็กน้อยก่อนจะตอบกลับไป

“ไม่หรอกค่ะ ที่โรงเรียนเองก็พอจะมีอาจารย์ผู้ชายอยู่บ้าง แถมก่อนจะเข้ามัธยมต้นก็อยู่โรงเรียนสหมาก่อน ก็แค่ไม่ค่อยชินเท่าไหร่ที่เป็นผู้หญิงคนเดียวน่ะค่ะ”

“งั้นไปหาผู้หญิงมาอีกสักคนดีกว่า! ลูน่าจะได้สบายใจขึ้น ไปกันเลย!” ครอสซ์ลุกขึ้นยืนพรวดเตรียมจะวิ่งแจ้นออกไปแต่กลับถูกไลท์กระชากเสื้อดึงมานั่งลงเก้าอี้ในทันควัน

“พอทีเถ้อ! อย่าให้มีผู้เคราะห์ร้ายไปมากกว่านี้เลย”

“ผู้เคราะห์ร้าย? หมายความว่ายังไงล่ะนั่น”

“เรื่องนั้นช่างมันก่อน เอาเป็นว่าตอนนี้เรารู้จักกันแล้ว ถึงอาจฉุกละหุกไปหน่อยแต่ฉันคิดว่าการที่พวกเรารวมตัวกันต้องมีประโยชน์มากขึ้นแน่ๆ อย่างแรกเรามารวบรวมข้อมูลกันก่อน หนึ่งวันมานี้มีใครเก็บข้อมูลอะไรมาได้บ้าง” แจ๊สเปอร์เอ่ยขึ้นพร้อมกวาดสายตามองไปรอบโต๊ะ

“ข้อมูลอะไรเหรอ?” ครอสซ์เอียงคอไร้เดียงสาไม่ต่างจากเด็กน้อยทำให้แจ๊สเปอร์ยิ้มจางๆ

‘ก็หวังข้อมูลกับเขาไมได้อยู่แล้วล่ะนะ’ แจ๊สเตอร์คิดในใจ

“เมื่อวานฉันเที่ยวเล่นไปทั่วศูนย์อบรมเลยค่ะเลยยังไม่ได้ทำอะไรเป็นชิ้นเป็นอันเลยค่ะ”

“เข้าใจแล้ว ไลท์ล่ะ” แจ๊สเปอร์หันสายตามามองที่ไลท์

“หลังสู้กับกรีดสีขาวจบฉันก็หาข้อมูลทั้งวัน แจ๊สเปอร์ก็เหมือนกันใช่ไหม จากที่สังเกตดูเหมือนจะเป็นคนประเภทเดียวกับฉัน”

“ใช่ แสดงว่าเรารู้เท่ากันสินะ”

“อืม” ไลท์พยักหน้าถึงแม้ในความเป็นจริงข้อมูลที่เขามีจะได้รับการกลั่นกรองและเสริมโดยเมซูลมาแล้วแต่ก็ยังไม่อยากจะแบ่งปันข้อมูลมีค่าให้แก่คนที่เพิ่งรู้จัก จึงทำเป็นเงียบเอาไว้

“เอาเถอะ ตอนนี้เรามาทวนสิ่งที่จำเป็นต้องทำกันดีกว่า” แจ๊สเปอร์ว่าจึงหยิบกระดาษแผ่นหนึ่งออกมาจากกระเป๋าแล้วแผ่วางบนพื้นโต๊ะให้ทุกคนในที่นี้ได้เห็นชัดๆ มันคือแผ่นกระดาษที่ศูนย์อบรมได้แจกให้เมื่อวานก่อนจะปล่อยให้กลับบ้าน มันเต็มไปด้วยตารางกิจกรรมที่ต้องทำจนกว่าการฝึกอบรมจะจบลง

“เรามีเวลาหนึ่งสัปดาห์สำหรับการค้นคว้าด้วยตนเองก่อนจะได้รับการเรียนภาคทฤษฏีควบคู่ไปกับการฝึกฝนสองสัปดาห์ และมีเวลาเตรียมตัวหนึ่งสัปดาห์ก่อนที่การสอบอบรมจะเริ่มต้นขึ้น เป็นช่วงที่เก็บคะแนนได้มากที่สุด”

“เก็บคะแนน?” ครอสซ์และลูน่าเอ่ยขึ้นพร้อมกัน

“ไม่รู้เรื่องงั้นเหรอ?” ไลท์กับแจ๊สเปอร์กล่าวถามทั้งคู่ ก่อนที่จะถูกพยักหน้าตอบกลับมาทำให้พวกเขาต้องหันหน้ามามองกันพลางถอนหายใจเบาๆ คล้ายกับว่า ต่อจากนี้คงต้องเหนื่อยเพิ่มขึ้นอีกหน่อย

“คะแนนจะเป็นตัววัดศักยภาพของโบรกเกอร์ในศูนย์ฝึก ไม่ว่าจะเป็นคะแนนการเรียนรู้ คะแนนการต่อสู้ ทุกอย่างจะถูกเก็บไว้เป็นสถิติอ้างอิง คนที่มีคะแนนสูงๆ จะได้รับรางวัลจากทางศูนย์ฝึก” ไลท์อธิบายก่อนจะพลิกหน้ากระดาษเพื่อเผยให้ดูตารางการเก็บคะแนน

คะแนนภาคทฤษฏี30คะแนน

          คะแนนต่อสู้จากห้องจำลองการต่อสู้ 30คะแนน

          คะแนนสอบอบรม 40คะแนน

“จำไว้ให้ดี คะแนนภาคทฤษฏีกับการต่อสู้รวมกันเป็น60คะแนน สองอันนี้เราต้องใช้เวลาเกือบเดือนในการเก็บเเต่การสอบอบรมมีแค่วันเดียวแต่มากถึง40คะแนน เพราะงั้นมันถึงสำคัญมาก” ไลท์กล่าว

“พวกเราต้องแบ่งเวลากันให้ได้ ตามที่เขียนในนี้เราต้องแบ่งเวลาเรียนภาคทฤษฏีออกไปใช้ในห้องจำลองการต่อสู้ด้วย” แจ๊สเปอร์เสริม

“ห้องจำลองการต่อสู้ใช่ห้องที่เราไปสู้กับปีศาจที่ฉันยืมปืนนายใช่ไหม?” ครอสซ์ถามไลท์เขาจึงพยักหน้าตอบ

“ห้องจำลองการต่อสู้เราสามารถเข้าไปได้มากสูงสุดสามครั้ง ครั้งหนึ่งกรีดจะโผล่ออกมาให้เราสู้ด้วยหนึ่งชั่วโมงก่อนมันจะหายไป ในหนึ่งชั่วโมงนั้นเราต้องกำจัดมันให้ได้ถึงจะได้รับหนึ่งคะแนน วันหนึ่งจะได้คะแนนสูงสุดแค่หนึ่งคะแนนเท่านั้น”

“หมายความว่า ในบรรดาสามครั้งเราต้องฆ่ากรีดให้ได้สักครั้งหนึ่งถึงจะได้หนึ่งคะแนน” แจ๊สเปอร์ย่อข้อความของไลท์ให้เข้าใจง่ายยิ่งขึ้นทำให้ครอสซ์และลูน่าผงกศีรษะเบาๆ เป็นการเข้าใจ

“เดี๋ยวก่อนนะ ไลท์มีปืนเหรอ” แจ๊สเปอร์เพิ่งจับสังเกตคำพูดของครอสซ์ได้หันไปมองชายหนุ่มผมสีทองคำขาว เด็กสาวก็เบิกตากว้างด้วย

“ใช่..”

“ว้าว! ขอยืมหน่อยจะได้ไหมคะ ฉันอยากจะใช้ปืนต่อสู้กับสัตว์ประหลาดดูสักครั้ง”

“ฉันก็ด้วย อยากลองสักหน่อยว่าอาวุธระยะไกลกับใกล้ต่างกันขนาดไหน”

“อ่า..อืม” ไลท์ยิ้มเจื่อนยอมตกลงอย่างว่าง่าย ก่อนที่ทั้งสี่จะพากันไปเข้าห้องจำลองการต่อสู้เพื่อผลัดกันเปลี่ยนใช้ปืนต่อสู้กับกรีด ยังดีที่กระสุนที่ใช้ต่อสู้ได้รับมาฟรีจากศูนย์ฝึกอบรม ทำให้เขาไม่ต้องเสียเงินซื้อกระสุนเลยสักนิด มิเช่นนั้นกระเป๋าเงินคงแห้งเหือดไม่มีชิ้นดีอย่างแน่นอน

จบบทที่ Money Monster Episode XVI [สัญญาสีทมิฬ]

คัดลอกลิงก์แล้ว