- หน้าแรก
- สโมสรอัจฉริยะ
- บทที่ 193 คนขับรถแท็กซี่
บทที่ 193 คนขับรถแท็กซี่
บทที่ 193 คนขับรถแท็กซี่
เรื่องนี้จะมีตอนฟรีทั้งหมด 1-200 ตอน และ....ถ้ายอดกดไลก์เพิ่ม 100 ก็จะแถมให้ฟรี 20 ตอนครับ (ปล.เริ่มนับจาก 8700 นะ เช่นขึ้นไป 8800 ก็บวกให้ 20 ตอน ถ้ายอดมันขึ้นยันจบเรื่อง ก็เปิดให้ฟรีหมดอะ)
*ครบหมื่น แถม 100 ตอนไปอีก เอาเป็นว่าจำกัดวันด้วยแล้วกัน เพราะงี้ถ้าเกิดครบขึ้นมาแบบ 2 ปีต่อมาลืมแหง เอาถึง 1/4/2568 นะครับ ก็คือ 1 เมษายน*
แฟนเพจกดไลก์ได้ที่ ยักษาแปร | Facebook
บทที่ 193 คนขับรถแท็กซี่
ปัง!!
โจวต้วนหยุนเดินออกจากบ้าน แล้วปิดประตูบานเลื่อนแรง ๆ
เสียงดังสนั่นหวั่นไหว หลังจากนั้น ประตูบานเลื่อนบาง ๆ ก็เด้งกลับมาครึ่งหนึ่ง…
โจวต้วนหยุนเดินจากไปอย่างรวดเร็วในสนาม เสียงฝีเท้าค่อย ๆ ห่างออกไปเรื่อย ๆ
สายลมเย็นชื้นของเกาะสี่ประเทศพัดเข้ามา ทำให้จี้หลินรู้สึกว่าเสื้อผ้าที่ตัวเองใส่บางเกินไป
เขาลุกขึ้น เดินไปที่ประตู แล้วค่อย ๆ ปิดประตูบานเลื่อนลง
เสียงลมอื้ออึงจึงถูกปิดกั้นไว้ด้านนอก กระแสลมในบ้านอ่อนโยนลง เงียบสงบลง เหลือเพียงเขาคนเดียวที่พิงผนังไม้ หลับตาครุ่นคิด
ก่อนหน้านี้ ก่อนที่เขาจะติดต่อกับตะกละ
เขาสรุปได้เกือบ 99% ว่า หลินเสวียน คือคนที่ทำให้ประวัติศาสตร์วุ่นวาย
ถึงแม้จะไม่มีหลักฐานโดยตรง ไม่มีหลักฐานที่แน่ชัด…แต่การสรุปฝ่ายเดียวยังไม่ใช่การฟ้องร้อง จึงไม่จำเป็นต้องพิสูจน์อย่างเข้มงวดขนาดนั้น
หลินเสวียนมีจุดน่าสงสัยมากเกินไป ถ้าคนทำให้ประวัติศาสตร์วุ่นวายไม่ใช่เขา หลาย ๆ เรื่องก็อธิบายไม่ได้
อย่างไรก็ตาม ความมั่นใจนี้ก็ยังคงอยู่ที่ 99%
เพราะลึก ๆ ในใจจี้หลิน ยังคงมีความหวังอยู่บ้าง…
หวังว่าตัวเองจะเดาผิด
หวังว่าความจริงจะเป็นเพียง 1% ที่เหลืออยู่น้อยนิด
แต่เขารู้ว่า ปาฏิหาริย์ที่มีโอกาสน้อยนิดแบบนี้คงไม่เกิดขึ้น
ตั้งแต่เด็กจนโต เขาไม่เคยทำโจทย์คณิตศาสตร์ผิดเลยสักข้อเดียว นับตั้งแต่วันที่เย่อหยิ่งบอกเขาว่าพ่อแม่เป็นนักคณิตศาสตร์ เขาก็ฝังตัวเองอยู่ในโลกของโจทย์คณิตศาสตร์ทุกวัน ทำโจทย์ ทำโจทย์ ทำโจทย์…
เกมคณิตศาสตร์ที่เขาชอบที่สุด คือ ซูโดกุ
ตอนเล่นซูโดกุ เขาจะรู้สึกเหมือนถูกตัวเลขล้อมรอบ ราวกับอยู่ในอ้อมกอดอบอุ่นของพ่อแม่ที่เขาไม่เคยมีอยู่ในความทรงจำ
เขาเชื่อมั่นมาตลอดว่าตัวเองมีพรสวรรค์ด้านการวิเคราะห์ทางคณิตศาสตร์อย่างแน่นอน
และข้อเท็จจริงมากมายก็ยืนยันเรื่องนี้
อย่างน้อยก็เกมซูโดกุ ไม่ว่าจะเป็นแบบไหน ยากแค่ไหน เขาก็ไม่เคยทำผิดสักข้อเดียว ยิ่งกว่านั้น ในเรื่องความเร็วหลายครั้งเขายังทำได้เร็วกว่าสถิติโลกอีก
ครั้งเดียวที่เขาทำซูโดกุไม่ได้……
นั่นคือซูโดกุใน 《นิตยสารคณิตศาสตร์ฉบับเดือนพฤศจิกายน ปี 2022 เกมซูโดกุในส่วนเสริม》
เขายังจำซูโดกุแผ่นนั้นได้ดี
เพราะมีข้อผิดพลาดในการพิมพ์ โจทย์เลยผิด จึงทำไม่ได้
แต่เห็นได้ชัดว่า……
โจทย์ของหลินเสวียนครั้งนี้ ไม่ใช่โจทย์ผิด และเขาก็ไม่ได้ทำผิด
คืนนี้เขาขับเฟอร์รารี่มาปรากฏตัวที่เกิดเหตุเพียงลำพัง……นั่นก็พอจะบอกได้ว่าเขารู้ล่วงหน้าแล้วว่าลียงจะตาย
ช่วงค่ำก่อนหน้านี้ เขาโทรไป “สอบถามความเป็นไป” เพื่อนร่วมงานในทีมสืบสวนคดีพิเศษ สวี่หยุน ถามถึงการเตรียมการ ถามว่าหลินเสวียนอยู่ในทีมไหน
จนกระทั่งเกือบจะถึงตีหนึ่ง หลินเสวียนก็ยังคงปฏิบัติหน้าที่อยู่ในห้องทำงาน
นาทีนั้น เขาคิดว่าตัวเองอาจจะพลาดจริง ๆ สักที
อาจจะเป็นเพราะเขาเข้าใจหลินเสวียนผิดไป
แต่โชคไม่ดี……
สุดท้ายก็พิสูจน์แล้วว่า เขารู้คำตอบที่ถูกต้องมาตั้งแต่แรก
เหมือนกับทุกโจทย์คณิตศาสตร์ที่เขาเคยทำมา
น่าเบื่อ
และไม่มีความท้าทาย
เขาเปิดมือถือขึ้นมา แล้วแตะแอปพลิเคชันสั่งซื้อสินค้าออนไลน์
ตะกร้าสินค้าออนไลน์เต็มไปด้วยของตกแต่งงานวันเกิดสารพัดชนิด ตั้งแต่ปากกา ลูกโป่ง เกมกระดาน ไปจนถึงของใช้สำหรับงานเลี้ยงอื่น ๆ อีกมากมาย…
เขาไม่เคยจัดงานวันเกิดมาก่อน จึงไม่รู้จะเริ่มต้นอย่างไรดี
วิธีเดียวที่ทำได้คือ ลอกแบบ เลือกซื้อของตกแต่งจากเว็บไซต์ตามธีมงานวันเกิดของฉู่อันฉิงในวันนั้น
จริง ๆ แล้วงานนี้ควรจ้างบริษัทจัดงาน ให้มืออาชีพจัดการ จะเร็วกว่าและได้ผลดีกว่านี้แน่นอน
แต่สุดท้าย จี้หลินตัดสินใจจัดการทุกอย่างด้วยตัวเอง
นี่เป็นงานเลี้ยงวันเกิดครั้งแรกในชีวิตเขา
อายุ 22 ปีแล้วถึงเพิ่งจัดงานวันเกิดครั้งแรก อาจจะช้าไปบ้าง
แต่สำหรับเขา มันยังคงเป็นเรื่องใหม่และน่าตื่นเต้น
「เฮ้อ……」
จี้หลินถอนหายใจเบา ๆ
ติ๊ง! ติ๊ง! ติ๊ง! ติ๊ง! ติ๊ง! ติ๊ง! ติ๊ง! —
เสียงเรียกเข้าโทรศัพท์ดังขึ้นอีกครั้ง ผู้โทรคือ【เย่อหยิ่ง】
จี้หลินกดรับสาย เสียงแหบพร่าของจี้ซินสุ่ยดังขึ้นมา:
「ริษยาโทรมาบอกแล้ว ว่าเขาได้หลักฐานยืนยันว่าหลินเสวียนก่อความวุ่นวายทางประวัติศาสตร์แล้ว」
「ปากไวจริง ๆ นะ」
จี้หลินหัวเราะเบา ๆ :
「เขาอยากให้หลินเสวียนตายไปเสียพรุ่งนี้เลย แค่เรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ ตอนเรียนมัธยมปลาย ดันมาแค้นกันถึงทุกวันนี้… ผมเลยบอกคุณไปแล้วไง ว่าผมไม่ชอบริษยา เขาโรคจิตสุด ๆ เรียกว่าคนยังไม่ถูกเลย」
「สองคนนี้ก็อย่าไปว่ากันเลย」
ปลายสายอีกฝั่ง จี้ซินสุ่ยเริ่มหงุดหงิดขึ้นเรื่อย ๆ เขาเบื่อหน่ายเหลือเกินกับการต้องทำตัวเป็นพี่เลี้ยงคอยไกล่เกลี่ยความขัดแย้งระหว่างจี้หลินกับโจวต้วนหยุน:
「โลกนี้ไม่ใช่ทุกคนจะต้องเป็นเพื่อนกัน ถึงฉันจะบอกให้เธอพยายามเข้ากับริษยา แต่นั่นก็เพื่อเรื่องงาน ตอนนี้เรื่องงานจบแล้ว ความสัมพันธ์ของพวกเธอก็ไม่สำคัญแล้ว」
「ดังนั้น ตอบฉันมาสิ จี้หลิน เมื่อไหร่จะจัดการหลินเสวียน?」
จี้หลินเม้มริมฝีปาก เงียบไป
「จี้หลิน?」
ปลายสายอีกฝั่ง จี้ซินสุ่ยถึงกับแปลกใจ:
「เธอจะยังไม่ได้วางแผนเอาไว้เลยหรือไง? ไม่เหมือนเธอเลย…ปกติถ้าฉันถามว่าเมื่อไหร่จะฆ่าใคร เธอก็วางแผนมาอย่างละเอียดแล้ว อย่าบอกนะว่าตอนนี้ยังกำหนดเวลาไม่ได้」
「คืนวันที่ 3 พฤษภาคม」 จี้หลินกระซิบเบา ๆ :
「ก็คือ ตี 00:42 ของวันที่ 4 พฤษภาคม」
จี้ซินสุ่ยคิดในใจ:
「อีก 20 กว่าวันสินะ…ก็ดี สถานการณ์ของหลินเสวียนต่างจากคนอื่น ต้องวางแผนอย่างรอบคอบ เดี๋ยวส่งแผนที่ให้ด้วยนะ ช่วงเวลาสำคัญขนาดนี้ ฉันต้องไปดูด้วยตาตัวเองว่าเขาตาย」
「แต่ก่อนเธอก็ไม่เคยพิถีพิถันขนาดนี้สักหน่อย」
「หลินเสวียนไม่เหมือนคนอื่นหรอกนะ……」จี้ซินสุ่ยหัวเราะเบา ๆ
「เขาเป็นเป้าหมายที่ฉันค้นพบด้วยตัวเองเลย……มีความหมายยิ่งใหญ่กว่าสิ่งใด」
พูดจบ จี้ซินสุ่ยก็จะวางโทรศัพท์
「เย่อหยิ่ง...」
จี้หลินเรียกเขาไว้
「วันที่ 3 พฤษภาคม คุณไม่คิดว่ามันเป็นวันที่พิเศษหรือไง?」
ทางปลายสาย จี้ซินสุ่ยลังเลอยู่ครู่หนึ่ง
「เท่าที่ฉันจำได้ มันไม่ใช่เทศกาลหรือวันรำลึกอะไร แต่บางที… ต่อไปนี้อาจจะเป็นวันที่เราจดจำไปตลอดชีวิตก็ได้」
จี้หลินหัวเราะในลำคอเบา ๆ แล้วก้มหน้าลง
「อืม」
……
บรืนนน!
รถแท็กซี่และเฟอร์รารี่พุ่งทะยานจากถนนในเมืองสู่ถนนสายหลักชานเมืองด้วยความเร็วสูง
ถนนสายหลักยามค่ำคืน คือสมรภูมิของบรรดารถบรรทุกพ่วง
ต่างจากถนนในเมืองที่โล่งโปร่ง ถนนสายหลักแห่งนี้ไม่มีที่ว่างให้รถที่ขับช้า ๆ ทุกคันต่างเป็นราชาแห่งถนน
ขับเร็วเกินกำหนด ขนของเกินน้ำหนัก ฝุ่นคลุ้งป้ายทะเบียน ฝ่าด่านไม่จอด… แทบจะเป็นวิชาติดตัวมาตั้งแต่เกิดของเหล่าคนขับรถบรรทุกพ่วง
ไม่ว่าเฟอร์รารี่จะทรงพลังแค่ไหน ต่อหน้ารถบรรทุกพ่วงหลายสิบตัน ก็เป็นได้แค่เด็กน้อย
ดังนั้นหลินเสวียนจึงต้องลดความเร็วลงพร้อมกับรถแท็กซี่ เพื่อหลบเหล่าพี่ใหญ่รถบรรทุกพ่วง
ดูเหมือนว่า…
เหมือนกับที่ฉันเดาไว้ อาจจะเป็นไปได้ว่ารถที่ก่อเหตุครั้งก่อน หายไปได้อย่างเหลือเชื่อ เพราะพวกมันร่วมมือกันแสดงละคร “รถหายไปอย่างมหัศจรรย์”
รถแท็กซี่คันหน้าเลี้ยวลดไปมาท่ามกลางรถบรรทุกพ่วงที่วิ่งสวนกัน เหมือนกำลังค้นหาอะไรบางอย่าง
หลินเสวียนไม่ได้รีบร้อนไล่ตาม เขาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเตรียมโทรหาฉู่ซานเหอ——
บูมมมมมมมมมมมมมม!!!!!!!
จู่ ๆ !
ด้านหน้าเกิดเพลิงไหม้โหมกระหน่ำอย่างรุนแรง!
รถบรรทุกพ่วงถูกแรงระเบิดพุ่งชนจนหมุนคว้างขวางถนน! รถแท็กซี่คันหนึ่งที่อยู่ใกล้เคียงถูกแรงระเบิดพุ่งขึ้นสูงกว่าสิบเมตร! ไฟลุกท่วมอย่างรวดเร็ว รถแตกเป็นสองท่อน ตกกระแทกลงไปในคูน้ำข้างทาง!
เอี๊ยดด——————
หลินเสวียนหักพวงมาลัยหลบอย่างฉับพลัน เฟอร์รารี่หยุดได้อย่างปลอดภัยห่างจากจุดเกิดเหตุพอสมควร
เขาตรวจสอบซ้ายขวาว่าปลอดภัยแล้วจึงจอดรถข้างทาง เปิดไฟฉุกเฉิน แล้วลงจากรถ……
ระเบิด?
หลินเสวียนสูดดมกลิ่นควันคุ้นเคยในอากาศ……
กลิ่นนี้ เขาเคยได้กลิ่นมาแล้วหลายครั้งในธนาคารตอนเหตุการณ์ครั้งแรก มันมากจากระเบิด C4 ที่อยู่กับพวกพี่แมวอ้วนนั่น
ทำไมรถแท็กซี่คันนั้นถึงระเบิดขึ้นมาอย่างกะทันหัน?
หรือว่า……
นี่เป็นแผนการของจี้หลินตั้งแต่แรก?
พวกเขาคำนวณไว้ล่วงหน้าแล้วว่าเขาจะมา หรือตั้งใจจะฆ่าคนขับแท็กซี่คันนี้ เพื่ออำพรางศพ?
หลินเสวียนไม่โทรหาฉู่ซานเหออีกแล้ว ตอนนี้มันไร้ประโยชน์
แต่ทั้งหมดนี้เป็นเพียงครึ่งแรกของแผนของหลินเสวียนเท่านั้น ครึ่งหลังยังคงต้องอาศัยความร่วมมือจากฉู่ซานเหอ……
การที่ฉันยังไม่เปิดเผยแผนลับที่วางไว้กับฉู่ซานเหอตอนนี้ นับว่าเป็นเรื่องดี เพราะมันคือไพ่ตายอีกใบที่ยังไม่ได้ใช้ เอาไว้เผชิญหน้ากับจี้หลินในอนาคต
หลินเสวียนวิ่งลงไปตามคูน้ำชลประทานข้างทางหลวง…
รถแท็กซี่ที่ตามล่าเขาอยู่ตลอด ตอนนี้แตกเป็นสองท่อนแล้ว
ส่วนท้ายรถกำลังลุกไหม้ในคูน้ำอย่างรุนแรง ส่วนหัวรถอยู่ห่างออกไปไม่กี่เมตรในนาข้าว มีควันไฟลอยฟุ้งออกมาเบา ๆ
กระจกหน้ารถแตกละเอียด ตัวรถไหม้เกรียมไปทั้งคัน
คนขับรถที่สวมหมวก แว่นกันแดด และหน้ากากอนามัย นอนตะแคงอยู่ข้างรถ ทรุดลงกับพื้น ไม่มีลมหายใจแล้ว
หลินเสวียนสูดหายใจเข้าลึก ๆ แล้วค่อย ๆ เดินไปหาคนขับรถ
เขาเดินช้ามาก
ไม่ใช่เพราะกลัวคนขับรถจะลุกขึ้นมาเป็นผี… หลังจากระเบิดอย่างรุนแรงขนาดนั้น แค่เหลือศพให้เห็นก็ถือเป็นปาฏิหาริย์แล้ว นี่ไม่ใช่หนังฮอลลีวู้ด โอกาสที่จะลุกขึ้นมาได้มีน้อยมาก
ลมหายใจของหลินเสวียนเริ่มหอบถี่…
ควันดำจากน้ำมันที่กำลังลุกไหม้ และกลิ่นควันไฟที่ตลบอบอวล ทำให้รู้สึกอึดอัดในจมูก เหมือนกำลังหายใจเอาโคลนตมเข้าไป เหนียวหนืดและน่าขยะแขยง
ในอากาศยังมีกลิ่นเนื้อไหม้ปนอยู่ กลไกการป้องกันที่ฝังอยู่ในดีเอ็นเอ ทำให้หนังหัวหลินเสวียนรู้สึกชา ร่างกายส่งสัญญาณเตือนภัยออกมาอย่างสัญชาตญาณ
ก้าวหนึ่ง สองก้าว สามก้าว
หลินเสวียนเดินเข้าไปใกล้ศพคนขับรถที่นอนหงายอยู่บนพื้นมากขึ้นเรื่อย ๆ
แว่นกันแดดของคนขับรถเอียงไปด้านข้าง เหลือเพียงหน้ากากอนามัยและหมวกที่ยังปิดบังใบหน้าของเขาอยู่
มองแขนแกร่งนั้น...หลินเสวียนนึกเปรียบเทียบกับเจิ้งเฉิงเหอที่เพิ่งพบกันเมื่อเช้านี้ รูปร่างกำยำของทั้งคู่ช่างคล้ายคลึงกันเหลือเกิน
เจิ้งเฉิงเหอ
จะเป็นนายหรือเปล่า?
ในหัวของหลินเสวียน ภาพรอยยิ้มบริสุทธิ์สะอาดของเจิ้งเซียงเยว่ผุดขึ้นมา:
“พี่ชายไม่ได้ไม่รู้จักโตหรอกนะคะ พี่เขาทำเพื่อปกป้องหนู! พี่เขาเป็นฮีโร่!”
“หนูอยากฝากพี่ชายไว้ว่า พอหนูตายแล้ว...ฝังหนูไว้บนดวงจันทร์ด้วยนะคะ!”
“เพราะพี่ชายบอกว่า พ่อกับแม่อยู่ที่นั่น...หนูอยากเจอพวกท่านจังเลยค่ะ”
“พี่ชายมักจะบอกว่า ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว โลกนี้มันก็เป็นอย่างนี้จริง ๆ ด้วย!”
“หวังว่าพี่ชายเขา...จะหาตั๋วไปดวงจันทร์ได้นะคะ”
……
เจิ้งเฉิงเหอ
นี่คือสิ่งที่นายเล่าให้กับน้องสาวฟัง...เรื่องทำชั่วได้ชั่วอย่างนั้นเหรอ?
กึก
หลินเสวียนเดินไปหยุดอยู่ตรงหน้าศพคนขับรถ
เขาก้มลง หยิบหน้ากากอนามัยบนใบหน้าศพออก—
ผิวสีดำคล้ำ เปื้อนเลือดไปทั่ว
ริมฝีปากหนา จมูกใหญ่ ผิวสะท้อนแสงจันทร์ เรียบเนียนเป็นพิเศษ ไม่มีแม้แต่รอยแผลเป็น
ดวงตาไร้วิญญาณ ม่านตาขยายออก ไม่มีสัญญาณชีพใด ๆ เหลืออยู่แล้ว
“นี่มัน…”
หลินเสวียนเบิกตาโพลง
นี่มันคนผิวดำ…
ไม่ใช่คนจากประเทศจีน และไม่ใช่เจิ้งเฉิงเหอผู้มีใบหน้าเต็มไปด้วยรอยแผลเป็น และใบหน้าที่แสดงถึงความอ่อนน้อมถ่อมตนคนนั้น!
หลินเสวียนหันกลับมาอย่างรวดเร็ว มองกลุ่มคนที่กำลังรวมตัวกันบนถนนสายหลักด้านหลัง… เขารู้สึกถึงความผิดปกติบางอย่าง ผิดปกติอย่างมาก ถ้านกขมิ้นพาเขาไปที่ตึกผู้ป่วยของโรงพยาบาล แล้วจุดประสงค์ไม่ใช่เพื่อบอกใบ้ว่าฆาตกรคือเจิ้งเฉิงเหอ… แล้วนั่นเธอก็ต้องการจะสื่ออะไรกันแน่? หรือว่าตั้งแต่แรกฉันก็เข้าใจผิดมาตลอด? เบาะแสที่นกขมิ้นต้องการบอกจริง ๆ … มันอยู่ที่เจิ้งเซียงเยว่?
……
「ขอบคุณครับที่ใช้บริการ กรุณารับใบเสร็จด้วยครับ」 ถนนบาร์ เจิ้งเฉิงเหอยื่นใบเสร็จจากมิเตอร์ให้ผู้ชายที่นั่งข้าง ๆ
「ไม่ต้องทอนครับ!」 ชายหนุ่มหล่อเหลาโยนแบงก์ร้อยสีแดงลงไป จากนั้นก็โอบกอดสองสาวที่แต่งหน้าจัดเต็ม หัวเราะคิกคักแล้วเดินเข้าไปในย่านบันเทิงยามค่ำคืน
「พี่คะ! ตรงนี้ ๆ !」 รถแท็กซี่แถวถนนบาร์คึกคักมาก ลูกค้าคันก่อนเพิ่งลงไป ก็มีสาว ๆ สวมชุดรัดรูป เมาแอ๋ หลายคนโบกมือเรียกเจิ้งเฉิงเหออยู่แล้ว เขาโบกมือตอบรับ แล้วขับรถไปจอดด้านหน้า รอให้สาว ๆ ทุกคนขึ้นรถ ก่อนจะกดมิเตอร์
「ไปไหนครับ?」
「พี่คะ! ไปถนนจวี้ลู่!」 สาวที่นั่งข้าง ๆ หน้าแดงก่ำ เมาจนมึน หัวเราะพลางโยกตัวไปมา มองเจิ้งเฉิงเหอ
「พี่ครับ! นี่พี่จะไปปล้นธนาคารหรือไงคะ! ปิดบังมิดชิดขนาดนี้! กลางคืนแบบนี้ใส่แว่นกันแดด พี่จะมองเห็นทางไหมคะเนี่ย?」
เจิ้งเฉิงเหออมยิ้ม พยักหน้าขอโทษ
「กลางคืนรถเปิดไฟสูงเยอะ ใส่แว่นกันแดดจะปลอดภัยกว่าครับ」
「โอ๊ย! ฉันไม่ทันสังเกตเลยค่ะ คุณพี่! กล้ามเนื้อนี่สุดยอดไปเลยนะคะเนี่ย!」
สาวบนรถเพิ่งจะสังเกตเห็นว่าคนขับรถคนนี้รูปร่างล่ำบึกมาก แขนใหญ่ล่ำ กล้ามเนื้อปูดโปน ดูแข็งแรงเหลือเชื่อ!
ยิ่งกว่านั้น ไหล่กว้างมาก ดูแล้วแข็งแกร่งกว่าเทรนเนอร์ในฟิตเนสเสียอีก!
“ตอนเด็ก ๆ ผมโดนแกล้งบ่อย เลยต้องฝึกฝนตัวเองเพื่อปกป้องน้องสาวครับ” เจิ้งเฉิงเหอตอบด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน
“อ๋อ เพื่อปกป้องน้องสาวนี่เองเหรอคะ!”
สาวที่นั่งข้างคนขับชูหัวแม่โป้งขึ้น:
“คุณพี่คงเป็นพี่ชายที่ดีมากเลยนะคะ ฉันอิจฉาน้องสาวคุณจังเลย! คุณพี่ต้องรักน้องสาวมากแน่ ๆ ใช่ไหมคะ?”
“แน่นอนอยู่แล้วครับ”
เมื่อพูดถึงน้องสาว เจิ้งเฉิงเหอยิ้มอย่างมีความสุข:
“น้องสาวคือความหมายของชีวิตผม คือทั้งหมดของชีวิตผมเลยครับ”