- หน้าแรก
- สโมสรอัจฉริยะ
- บทที่ 192 ฉันไม่ด้อยกว่าพวกแก
บทที่ 192 ฉันไม่ด้อยกว่าพวกแก
บทที่ 192 ฉันไม่ด้อยกว่าพวกแก
เรื่องนี้จะมีตอนฟรีทั้งหมด 1-200 ตอน และ....ถ้ายอดกดไลก์เพิ่ม 100 ก็จะแถมให้ฟรี 20 ตอนครับ (ปล.เริ่มนับจาก 8700 นะ เช่นขึ้นไป 8800 ก็บวกให้ 20 ตอน ถ้ายอดมันขึ้นยันจบเรื่อง ก็เปิดให้ฟรีหมดอะ)
*ครบหมื่น แถม 100 ตอนไปอีก เอาเป็นว่าจำกัดวันด้วยแล้วกัน เพราะงี้ถ้าเกิดครบขึ้นมาแบบ 2 ปีต่อมาลืมแหง เอาถึง 1/4/2568 นะครับ ก็คือ 1 เมษายน*
แฟนเพจกดไลก์ได้ที่ ยักษาแปร | Facebook
บทที่ 192 ฉันไม่ด้อยกว่าพวกแก
หลินเสวียนมองเจิ้งเฉิงเหอเงียบ ๆ ……
ความจริงแล้ว ใจหลินเสวียนกำลังวุ่นวายกับความคิดมากมายเกี่ยวกับชายรูปร่างสูงใหญ่ อ่อนโยนคนนี้
จนถึงตอนนี้ เขายังไม่เข้าใจเลยว่า นกขมิ้นตั้งใจล่อเขาไปโรงพยาบาลด้วยเหตุผลอะไร
แรกเริ่ม เขาสันนิษฐานว่า นกขมิ้นกำลังบอกใบ้ว่า เจิ้งเฉิงเหอคือคนขับรถชนสวี่หยุนและถังซินเสียชีวิต
แต่หลังจากฟังเจิ้งเซียงเยว่เล่าเรื่องราว เขารู้แล้วว่าตลอดคืนข้ามปี เจิ้งเฉิงเหออยู่กับเจิ้งเซียงเยว่ และมอบของขวัญปีใหม่ให้เธอเวลาเที่ยงคืนเป๊ะ
เขาไม่ได้มีวิชาแปลงกาย หรือเคลื่อนย้ายตัวเองได้ในพริบตา……
ดังนั้น ในทางกายภาพแล้ว เจิ้งเฉิงเหอเป็นไปไม่ได้ที่จะอยู่ที่โรงพยาบาลและที่เกิดเหตุรถชนสวี่หยุนพร้อมกัน
เพราะฉะนั้น คนที่ขับรถชนสวี่หยุนจนเสียชีวิตจึงไม่ใช่เขาแน่นอน
ก่อนหน้านี้ หลินเสวียนจึงตัดเจิ้งเฉิงเหอออกจากรายชื่อผู้ต้องสงสัยไปแล้ว
แต่……
มันดันบังเอิญเหลือเกิน
คืนนี้ ในช่วงเวลาสำคัญของ “การตัดสิน” เจิ้งเฉิงเหอ ดันมาเปลี่ยนเป็นขับรถกะกลางคืนเสียได้
เรื่องนี้ยากจะทำให้หลินเสวียนไม่สงสัยในตัวตนและเจตนาที่แท้จริงของเจิ้งเฉิงเหอ
ตั้งใจหรือเปล่า?
หรือเป็นเพียงความบังเอิญ?
ตัวหลินเสวียนเองก็ไม่แน่ใจ
แต่เอาเถอะ ไม่ว่าเจิ้งเฉิงเหอจะเป็นฆาตกรหรือไม่ ตอนนี้หลินเสวียนก็จะไม่ทำอะไรให้แตกตื่นไปกว่านี้
ครั้งนี้เขาเลือกที่จะเข้าไปพัวพันโดยตั้งใจตกเป็นเหยื่อ เพื่อล่อให้จี้ซินสุ่ย จี้หลิน และโจวต้วนหยุน ซึ่งเป็นเป้าหมายสำคัญทั้งสามคนนี้โผล่มา
ตอนนี้จับเจิ้งเฉิงเหอไปเลยจะมีประโยชน์อะไร?
จี้หลินฉลาดขนาดนั้น ย่อมจัดการทุกอย่างให้เรียบร้อยไปแล้ว
ถึงแม้จะจับเจิ้งเฉิงเหอได้ทันที และได้หลักฐานจากตัวเขา ก็คงไม่ทำให้จี้หลิน จี้ซินสุ่ย และโจวต้วนหยุน พ้นผิดไปได้
เจิ้งเฉิงเหอรับผิดชอบทุกอย่างคนเดียวอยู่แล้ว ส่วนเบาะแสที่ตามหามานานก็จะขาดสะบั้นลง
ยิ่งไปกว่านั้น น้องสาวของเจิ้งเฉิงเหอยังนอนรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาล ไม่ว่าเขาจะเป็นฆาตกรหรือไม่ ก็หนีไม่พ้นอยู่ดี ค่อยมาคิดบัญชีกันทีหลังก็ได้
ห้ามรบกวนแผนการคืนนี้เด็ดขาด…
“ดูแลตัวเองด้วยนะ”
หลินเสวียนไม่ได้พูดอะไรต่อ
เขาหยิบเสื้อโค้ทขึ้นมา แล้วเดินผ่านเจิ้งเฉิงเหอไปพลางตบไหล่เขาเบา ๆ
แล้วก็เดินออกจากห้องพักฟื้นไป
ถ้าเป็นไปได้...
เขาไม่อยากเจอเจิ้งเฉิงเหอที่ที่เกิดเหตุอาชญากรรมตอนกลางคืนหรอกนะ
เขาไม่ได้เกลียดพี่น้องคู่นี้ ยิ่งกว่านั้นเขายังสงสารพวกเขามากด้วย
เจิ้งเซียงเยว่พูดถึงพี่ชายของตัวเอง ดวงตาเป็นประกายระยิบระยับ มองเขาเหมือนเป็นวีรบุรุษ ผู้ยิ่งใหญ่
ถ้าหากเธอรู้ว่า พี่ชายของเธอเป็นฆาตกร...
นั่นอาจจะเป็นการกระแทกที่หนักหน่วงกว่าโรคหัวใจแต่กำเนิดเสียอีก
「หวังว่าจะไม่ใช่นายนะ เจิ้งเฉิงเหอ」
หลินเสวียนเดินออกมาจากตึกผู้ป่วยในโรงพยาบาล เปิดประตูรถเฟอร์รารี่ลาเฟอร์รารี่นั่งลง แล้วขับออกจากโรงพยาบาลมหาวิทยาลัยตงไห่ไป
นี่คือการต่อสู้ที่เสี่ยงเป็นเสี่ยงตาย เอาชีวิตเข้าแลก
หลังจากละครคืนนี้จบลง ไม่ว่าจะเป็นตัวเขาเอง หรือจี้หลิน ต่างก็ต้องรับบทบาท ปรากฏตัวบนเวทีหลัก
เมื่อวาน สมาชิกในทีมสอบสวนเสนอว่า ควรจะขอตัวเจ้าหน้าที่จากแผนกอื่นที่ไว้ใจได้ มาแฝงตัวอยู่รอบ ๆ นักวิทยาศาสตร์คนอื่น ๆ เพื่อป้องกันเหตุการณ์ไม่คาดฝัน
แต่หลินเสวียนก็ปฏิเสธด้วยข้ออ้างว่า "เสี่ยงต่อการถูกเปิดโปง"
ถ้ามีเป้าหมายให้เฝ้าคอยพร้อมกันหลายคนมากเกินไป...แล้วจะทำให้จี้หลินเชื่อมั่นได้อย่างไรว่าตัวเองตกหลุมพราง【กันแน่】
ถ้าฉันไม่หลงกล จี้หลินจะเลือกฉันเป็นเป้าหมายต่อไปได้ยังไงกัน? เวลา 00:42 น. คือเวลาที่แน่นอน ต้องผิดแผนไม่ได้เด็ดขาด
หลินเสวียนคิดว่า ตอนนี้ตัวเองคงยากที่จะถูกฆ่าได้ เขารู้พฤติกรรมและรายละเอียดการฆาตกรรมของอีกฝ่ายค่อนข้างชัดเจนแล้ว แถมยังระบุตัวคนสำคัญบางคนได้อีกด้วย ตอนนี้เขามีความได้เปรียบมากกว่าอีกฝ่ายอย่างเห็นได้ชัด
「ตอนนี้ เราทั้งคู่ไม่สามารถซ่อนตัวต่อไปได้แล้ว」
หลินเสวียนเปิดไฟเลี้ยว เฟอร์รารี่ลาเฟอร์รารี่สีแดงสดคันงาม แล่นเข้าสู่ทางด่วน
「มาต่อสู้กันแบบเปิดเผยเลยดีกว่า」
……
เที่ยงคืน
ที่สำนักงานตำรวจเมืองตงไห่ ห้องทำงานของทีมสืบสวนคดีพิเศษของสวี่หยุนว่างเปล่า สมาชิกทุกคนออกไปปฏิบัติหน้าที่
「ทีม A พร้อมแล้วครับ ติดตั้งตาข่ายกีดขวางแบบซ่อนเร้นเสร็จเรียบร้อย」
「ทีม B เข้าไปในห้องจัดเลี้ยงแล้วครับ เป้าหมายอยู่ในระยะเฝ้าระวัง」
หลินเสวียนนั่งเฝ้าห้องคนเดียว เสียงรายงานจากวิทยุสื่อสารดังขึ้น เขาไม่มีอำนาจในการบังคับใช้กฎหมาย ดังนั้นวันนี้จึงไม่มีภารกิจอะไร แค่มาเฝ้าระวังเหตุการณ์ที่คาดไม่ถึงเท่านั้น
นี่มันถูกใจเขาจริง ๆ
เข็มนาฬิกาเดินไปเรื่อย ๆ …
ในที่สุด
เข็มชั่วโมง เข็มนาที และเข็มวินาที มาบรรจบกันที่เลข 12
13 เมษายน 00:00
「ถึงเวลาออกเดินทางแล้ว」
หลินเสวียนเดินออกจากห้องทำงาน ขึ้นเฟอร์รารี่ลาเฟอร์รารี่ในลานจอดรถของสำนักงานตำรวจ
โครม——————
เสียงคำรามของเฟอร์รารี่แล่นฝ่าความมืดมิดไป
หลินเสวียนกำพวงมาลัยแน่น มุ่งตรงไปยังสโมสรที่ศาสตราจารย์ลียงอยู่
เขาศึกษาแผนที่บริเวณนั้นมาอย่างละเอียดแล้ว ไม่ว่าจะออกทางประตูหน้าหรือประตูหลัง รถทุกคันต้องผ่านทางแยกสามแพร่ง ดังนั้น เขาแค่จอดรถรอตรงนั้น ดูการแสดงของเหล่าฆาตกรก็พอ
หลินเสวียนไม่สนใจเลยว่าศาสตราจารย์ลียงจะตายหรือรอด เขาไม่ใช่คนดี ยิ่งไปกว่านั้นยังร่วมมือกับพวกจี้หลินด้วย ไม่มีเหตุผลอะไรที่จะต้องช่วย ยิ่งกว่านั้น การตายของศาสตราจารย์ลียงอาจช่วยให้คดีนี้คลี่คลายเร็วขึ้นก็ได้
แน่นอน สิ่งที่มีค่าที่สุดคือคนขับรถที่ขับชนศาสตราจารย์ลียงนั่นแหละ ในคดีของสวี่หยุนและถังซินสองครั้งก่อนหน้านี้ คนขับรถที่ก่อเหตุรอดตัวและหายตัวไปได้ทุกครั้ง หลินเสวียนไม่รู้ว่าพวกนั้นใช้เล่ห์กลอะไรถึงได้หายตัวได้ล่องหนลอยเอยขนาดนั้น ดังนั้น ครั้งนี้เขาไม่ไว้ใจที่จะมอบหมายภารกิจติดตามรถที่ก่อเหตุให้คนอื่นอีกแล้ว
「เรื่องขับรถเร็ว ฉันยังไม่เคยแพ้ใครเลยนะ」
หลินเสวียนหลับตาลง รับรู้ถึงแรงสั่นสะเทือนของเครื่องยนต์ที่เดินเบา ครั้งนี้เขาจะไล่ล่ารถที่ก่อเหตุด้วยตัวเอง เขาจะไม่ยอมให้ฆาตกรหนีไปได้อีกแล้ว ถ้าปล่อยให้หนีไป ประสบการณ์ขับรถสิบกว่าปีในความฝันนี้ก็เสียเปล่า
ยกข้อมือขึ้นดูเวลา
00:40
ที่ประตูข้างของสโมสร มีผู้ชายประมาณสามสี่คนเดินออกมา หัวเราะคิกคักอย่างสนุกสนาน ลินเสวียนมองเห็นชัดเจนจากกระจกมองหลัง
พวกเขาพูดคุยทักทายกันสักพัก ก่อนจะยกมือลากันและแยกย้ายกันไป สามคนเดินกลับเข้าไปในสโมสร ดูท่าทางเหมือนออกมาส่งแขก อีกสองคนแยกกันที่หน้าทางเข้า คนหนึ่งเดินไปที่ลานจอดรถ
อีกคน...เหลือบมองนาฬิกา จุดบุหรี่ แล้วเดินช้า ๆ ไปยังทางม้าลายริมถนน
รูปร่างแบบนี้...
หลินเสวียนหรี่ตาลงมองกระจกมองหลัง
ถึงจะมองไม่ค่อยชัด แต่จากรูปร่างหัวโล้นอ้วนป้อมนี่ ก็คงหนีไม่พ้นศาสตราจารย์ลียงแน่ ๆ
เขายกนาฬิกาขึ้นดูอีกครั้ง
00:41
ศาสตราจารย์ลียงเดินช้ามาก เหมือนตั้งใจเดินช้า ๆ สูบบุหรี่พลาง เดินพลาง จนกระทั่งมาถึงทางม้าลาย
เขาก้มหน้า เดินอย่างระมัดระวังอีกสองสามก้าว
แล้วก็เหมือนทำภารกิจสำเร็จ ยืดตัวเหยียดแขน นิ้วมือที่จับบุหรี่ก็เหยียดขึ้นไปเกาหัว –
บูมมมมมมมมมมมมม!!!!!!!!
ฉับพลันทันใด!
รถแท็กซี่คันหนึ่งที่ไม่เปิดไฟหน้า ปรากฏตัวขึ้นอย่างฉับพลันจากความมืดมิดของอีกฟากถนน! พุ่งชนศาสตราจารย์ลียงที่กำลังยืนอยู่บนทางม้าลายอย่างจัง!
รถแท็กซี่คันนั้นเร็วมาก! เร็วอย่างเหลือเชื่อ!
ไม่มีการหยุด ไม่มีการชะลอความเร็ว รถแท็กซี่คันนี้พุ่งตรงไปยังสามแยก!
ตุบ
ศพของศาสตราจารย์ลียงที่แหลกเหลว ตกลงสู่พื้นอย่างแรง เลือดไหลอาบ
ในขณะเดียวกัน รถแท็กซี่คันที่ไม่เปิดไฟหน้าก็ขับเฉียดเฟอร์รารี่ลาเฟอร์รารี่ไป
หลินเสวียนเตรียมพร้อม เขาเปิดกระจกรถ แล้วจ้องเขม็งไปที่แท็กซี่คันหนึ่งที่แล่นสวนมา
การฝึกฝนมาอย่างยาวนาน...ทำให้สายตาของเขาคมกริบ
ถึงแม้รถทั้งสองคันจะสวนกันเพียงเสี้ยววินาที
แต่หลินเสวียนก็มองเห็นใบหน้าคนขับได้อย่างชัดเจน——
หน้ากากอนามัย แว่นกันแดด หมวก!
เหมือนกับคนขับแท็กซี่ที่ฆ่าสวี่หยุนเป๊ะ ๆ !
ซู้ด!!
แท็กซี่พ่นควันดำและฝุ่นตลบไปตามถนน มุ่งหน้าฝ่าความมืดอย่างรวดเร็ว
บูม——————
เฟอร์รารี่ของหลินเสวียนลั่นท่อไอเสีย เครื่องยนต์เร่งรอบสุดขีด! พุ่งออกตัวทันที!
ไฟหน้ารถส่องสว่าง!
ไล่ตามแท็กซี่ที่กำลังหนีอย่างกระชั้นชิด!
หลินเสวียนเหยียบคันเร่งสุดแรง เฟอร์รารี่คันทรงพลังแล่นด้วยเส้นโค้งแปลก ๆ ไล่ติดแท็กซี่อย่างรวดเร็ว!
แท็กซี่ VS เฟอร์รารี่……
แน่ใจแล้วหรือว่าจะหนีพ้น?
บรืนนน!
แท็กซี่สีฟ้าและเฟอร์รารี่สีแดงพุ่งทะยานไปบนถนนชานเมืองตงไห่……
รถทั้งสองคันไม่สนใจกฎจราจรใด ๆ ไม่สนใจสัญญาณไฟจราจร แล่นส่ายไปมาบนถนนยามเที่ยงคืน
เฟอร์รารี่คันหลังไล่ติดแท็กซี่อย่างกระชั้นชิด เกาะติดอยู่ที่ท้ายรถ แต่ก็ไม่แซง ดูเหมือนกำลังรอจังหวะอะไรบางอย่างอยู่……
หลินเสวียนควบคุมรถอย่างเชี่ยวชาญ ติดตามแท็กซี่คันหน้าอย่างไม่คลาดสายตา
ด้วยความแตกต่างของสมรรถนะรถทั้งสองคัน การไล่ตามแท็กซี่คันนี้จึงไม่ใช่เรื่องยากเลย
ดังนั้นจึงไม่ต้องพูดอะไรมาก……
ครั้งก่อนที่โจวต้วนหยุนอ้างว่า “พลาดเป้าหมายกลางทาง” นั้น ล้วนเป็นเรื่องที่เขาจัดฉากขึ้นมาเองทั้งหมด
เวลาขนาดนี้แล้ว บนท้องถนนแทบไม่มีรถวิ่ง แค่ตามแท็กซี่สักคัน จะตามไม่ทันได้ยังไงกัน?
หลินเสวียนยังคงสงสัยว่ารถที่ก่อเหตุหายไปอย่างไร้ร่องรอย พวกเขาย่อมต้องมีเล่ห์กล ซ่อนตัวอยู่ที่ไหนสักแห่ง ในช่วงเวลาใดเวลาหนึ่ง
นี่จึงเป็นเหตุผลที่เขาไม่รีบร้อนตามแท็กซี่ไป
ไม่พลาดแน่……เขากำลังรอชมอยู่ว่า จี้หลินกับพวกมันจะทำให้รถพวกนี้หายไปอย่างไร้ร่องรอยได้ยังไง!
……
ประเทศญี่ปุ่น จังหวัดคางาวะ ภายในบ้านสไตล์ญี่ปุ่น
จี้หลินวางโทรศัพท์ลง เงียบขรึม
โจวต้วนหยุนก็เงียบเช่นกัน มองจี้หลินด้วยความสนใจ ราวกับกำลังรอชมอะไรสนุก ๆ อยู่
สุดท้าย
จี้หลินถอนหายใจยาว ลุกขึ้นจากโซฟา มองภาพพิมพ์ไม้ "อุคิโยะเอะ" ที่ติดอยู่บนผนัง:
「รถเฟอร์รารี่สีแดง กำลังไล่ตาม 'ราชาแห่งความตะกละ' 」
โจวต้วนหยุนหัวเราะเบา ๆ :
「หมายถึงลาเฟอร์รารี่ใช่ไหมล่ะ? นั่นคือรถของหลินเสวียน รถของเจ้านายหญิงเขา ตอนนี้สรุปได้แล้วใช่ไหม? ถ้าเขาไม่รู้ล่วงหน้าว่าจะเกิดอุบัติเหตุ ทำไมเขาถึงมาเฝ้ารออยู่คนเดียวล่ะ? 」
「นั่นแหละคือปัญหา」
จี้หลินพูดเสียงเบา:
「ทำไมเขาต้องมาคนเดียว? นี่ไม่ใช่เรื่องที่สมเหตุสมผลเลย」
「คุณจะไปสนใจเรื่องนี้ทำไมกันนัก!」
(ขอเปลี่ยนสรรพนามโจวต้วนหยุนเวลาคุยกับ จี้หลินนะครับ ให้ดูมีความเคารพหน่อย)
โจวต้วนหยุนเดินวนไปมาในห้อง เสียงฝีเท้ากระทบกับเสื่อทาทามิ ดังกึกกัก ๆ
「เอาล่ะ…ฆ่าเขาซะ! ระเบิดในรถแท็กซี่นั่นเลย! ฆ่าทั้งตะกละและหลินเสวียนให้ตายไปพร้อมกันเลย!」
「ไม่ได้」
จี้หลินส่ายหัว
「หลินเสวียนต้องตายตอน 00:42 และต้องเป็นอุบัติเหตุรถชน นี่คือสิ่งที่เย่อหยิ่งเน้นย้ำมาหลายครั้งแล้ว」
「พวกคุณบ้าไปแล้วหรือเปล่า? หรือว่าคิดว่าหลินเสวียนเป็นคนโง่กันแน่!」
โจวต้วนหยุนขมวดคิ้ว
「เขาคุ้นเคยกับวิธีการฆ่าคนของพวกเรามากขนาดนี้แล้ว ถึงขนาดเตรียมดักไว้ล่วงหน้าเลยนะ! คุณคิดว่าเขาจะให้โอกาสคุณฆ่าเขาตอน 00:42 จริง ๆ เหรอ? 」
จี้หลินหัวเราะเบา ๆ มองโจวต้วนหยุน
「คุณกล้าขัดคำสั่งของเย่อหยิ่งเหรอ? 」
「กลัวอะไรกันเล่า?」
「งั้นก็เชิญเลยสิ」จี้หลินส่งโทรศัพท์บนโต๊ะให้โจวต้วนหยุน
「กดเบอร์นี้ ระเบิดใต้รถของตะกละก็จะระเบิด ตอนนี้ระยะห่างระหว่างรถของหลินเสวียนกับตะกละ รับรองว่าถูกระเบิดตายพร้อมกันแน่นอน เอาเลย」
เขายื่นโทรศัพท์ไปทางโจวต้วนหยุนอีกครั้ง
อย่างไรก็ตาม…
โจวต้วนหยุนเพียงแค่ขมวดคิ้ว กัดฟันแน่น แต่ก็ไม่รับโทรศัพท์
「จี้หลิน……」
เขากล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นชา
「คุณนี่มันเป็นหมาชั้นดีของจี้ซินสุ่ยจริง ๆ ด้วย!」
「แล้วคุณล่ะ?」
จี้หลินมองโจวต้วนหยุน:
「แล้วคุณล่ะ โจวต้วนหยุน?คุณเป็นอะไรกัน?」
เขาหัวเราะเบา ๆ แล้วหันไปมองที่อื่น:
「ในสายตาผม คุณไม่มีสิทธิ์อิจฉาหลินเสวียนเลยสักนิด ถึงแม้หลินเสวียนจะเป็นคนที่เราต้องฆ่า แต่ผมก็ชื่นชมเขามาก ส่วนคุณล่ะ โจวต้วนหยุน?คุณแกล้งทำเป็นอวดดีขนาดนี้ ก็แค่เพื่อปกปิดความจริงที่ว่าคุณเป็นพวกหลอกลวงต้มตุ๋น เป็นพวกขี้แพ้ไร้ค่าเท่านั้นเอง」
ปัง!
โจวต้วนหยุนเตะโต๊ะชาจนล้มคว่ำ:
「นั่นมันไม่ใช่ตัวผมในตอนนี้!」
「ตัวคุณในตอนนี้เหรอ?」จี้หลินหัวเราะเยาะ:
「ตัวคุณในตอนนี้ยังมีชีวิตอยู่ ก็เพราะเย่อหยิ่งที่สงสารคุณนั่นแหละ ถ้าปราศจากเย่อหยิ่งนั้น…คุณไม่มีอะไรเลย」
「คุณถึงได้ยืนอยู่ตรงนี้ ระบายความคับข้องใจจากอดีต เอาคืนคนที่เคยเมตตาคุณ ทั้งหมดเป็นเพราะเย่อหยิ่งที่เคยสงสารคุณในอดีต」
……
อากาศเงียบกริบลงในทันที
น้ำชาที่หกกระจายไปทั่วเสื่อทาทามิ ทิ้งคราบสีเข้มไว้เบื้องหลัง
มีเพียงเสียงหายใจของโจวต้วนหยุนเท่านั้นที่ดังก้องอยู่ในความเงียบ ราวกับเครื่องเป่าลมเก่า ๆ เสียงดังน่ารำคาญ
「อย่าดูถูกคนอื่น จี้หลิน」
โจวต้วนหยุนจ้องเขม็ง ชี้มือไปที่จี้หลิน:
「ผมไม่ด้อยกว่าพวกคุณหรอก ผมไม่เคยด้อยกว่าพวกคุณเลย!」
「พวกคุณแค่โชคดี ที่เกิดมาในครอบครัวที่อย่างน้อยก็ปกติ อย่างน้อยก็มีกินมีใช้ อย่างน้อยก็สมบูรณ์! พวกคุณถึงได้ใช้ชีวิตที่สุขสบายราบรื่นขนาดนี้ นั่นเพราะพวกคุณโชคดี! เกิดมาในครอบครัวที่มีความสามารถที่จะทำให้พวกคุณมีความสุข! นี่ไม่ใช่สิ่งที่พวกคุณสร้างขึ้นมาด้วยความพยายามของตัวเอง!」
「พวกคุณตั้งแต่เด็ก ไม่ต้องห่วงเรื่องกินเรื่องใช้ ไม่ต้องเดือดร้อนเรื่องอาหารการกิน จะทำอะไรพ่อแม่ก็สนับสนุน พร้อมจะเสียเงินให้พวกคุณเสมอ คุณเขียนได้เก่ง นั่นก็เพราะตั้งแต่เด็กมีคนซื้อหนังสือให้คุณอ่าน! หลินเสวียนมีเพื่อนเยอะ นั่นก็เพราะครอบครัวของเขา เสื้อผ้าของเขา และพ่อแม่ของเขามีความสามารถทำให้เขามีความมั่นใจที่จะคบหาเพื่อน! ที่จะเลี้ยงเพื่อนกินขนม! ที่จะมีเงินซื้อของขวัญวันเกิดให้เพื่อนร่วมชั้น!」
「พวกคุณคิดว่านี่เป็นสิ่งที่พวกคุณสร้างขึ้นมาเองเหรอ? เหอะ! มันแค่พวกคุณโชคดีกว่าผมเท่านั้น! มันแค่พวกคุณมีจุดเริ่มต้นที่ดีกว่าผมเท่านั้น!」
จี้หลินพ่นลมหายใจออกมาเบา ๆ ด้วยท่าทีที่ดูถูกดูแคลน:
「อย่างน้อยคุณยังมีแม่ แต่ผมพ่อแม่ตายทั้งคู่」
「แล้วใครรับเลี้ยงคุณ จี้หลิน?」
โจวต้วนหยุนหัวเราะร่วน:
「เย่อหยิ่งไงล่ะ! เป็นจี้ซินสุ่ย เศรษฐีที่ร่ำรวยมหาศาลต่างหากที่รับเลี้ยงคุณ! ถ้าตั้งแต่เด็กผมเป็นคนรับเลี้ยงคุณ ทุกวันก็ได้แต่กินแต่ถั่วลิสง ถั่วลิสง ถั่วลิสง ใส่เสื้อผ้าขาด ๆ รู ๆ รองเท้าแตะเก่า ๆ วิชาพละก็ไม่กล้าเข้าเรียน เพื่อนทั้งห้องก็หัวเราะเยาะคุณ……คุณจะเขียนอะไรได้ล่ะ!」
「ดังนั้น คุณไม่มีสิทธิ์ดูถูกผม จี้หลิน」
โจวต้วนหยุนฉุดประตูบานเลื่อนเปิดออกแรง ๆ หันกลับมามองจี้หลินด้วยสายตาเรียวเล็ก
「ต่อให้คุณจะเปลี่ยนกลายมาเป็นผม ก็ยังไม่แน่ว่าจะมีชีวิตดีกว่าผมได้ด้วยซ้ำไป」