เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 11 เจอเผ่าดาร์กเอลฟ์

ตอนที่ 11 เจอเผ่าดาร์กเอลฟ์

ตอนที่ 11 เจอเผ่าดาร์กเอลฟ์


วันต่อมา เมื่อซีมู่ตื่นขึ้น ซิลเวียก็ได้นำข่าวดีนี้มาบอกเขาในทันที

ซีมู่รู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่ง เขารีบนำสมบัติเงินทองทั้งหลายไปแลกเป็นเหรียญทองได้ถึงหนึ่งร้อยเหรียญตามมูลค่าของระบบ

เนื่องจากทองคำบางส่วนมีส่วนผสมเจือปนมากเกินไป จึงทำให้จำนวนเหรียญทองที่แลกมาได้ไม่มากนัก

แต่หนึ่งร้อยเหรียญทองสำหรับซีมู่ในตอนนี้ถือว่าไม่เลวเลยทีเดียว

สมบัติเงินทองทั้งหมดก่อนหน้านี้ของเขาถูกแคทรีนาขโมยไปจนหมดสิ้น แม้จะได้เพียงบางส่วน แต่ตอนนี้เขารู้สึกยินดีที่ได้ครอบครองมันอีกครั้ง

วันเวลาล่วงเลย เพียงพริบตาก็ผ่านไปครึ่งปี

ท้องของซิลเวียเริ่มใหญ่โตขึ้นเรื่อย ๆ

เพื่อให้ทารกในครรภ์เจริญเติบโตอย่างแข็งแรง ซีมู่ได้สั่งให้คริสหาอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการสูง ๆ มาให้มากขึ้น

คริสทุ่มเทอย่างหนักเพื่อทำตามคำสั่ง คิดหาวิธีพลิกแพลงหลายอย่าง บางครั้งก็ถึงกับพากองทหารเผ่าทุบกระดูกออกไปล่าสัตว์นอกเทือกเขาดอร์คาฟาร์เป็นครั้งคราว เพื่อนำอาหารที่ไม่มีในเทือกเขาดอร์คาฟาร์กลับมาบำรุงซิลเวีย

ในวันหนึ่ง

“ฝ่าบาทซีมู่ผู้ยิ่งใหญ่!”

คริสวิ่งเข้ามาในถ้ำด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยความปลื้มปิติ แสดงออกถึงความตื่นเต้นอย่างเห็นได้ชัด

“เกิดอะไรขึ้น คริส ทำไมเจ้าถึงดีใจขนาดนั้น”

ซีมู่ค่อย ๆ ลืมตาสีแดงเข้มขึ้นมามอง ขณะที่ซิลเวียเอนตัวพิงข้างกาย มืออ่อนโยนลูบเกล็ดมังกรของเขาเบา ๆ

“ข่าวดีขอรับฝ่าบาท หากพระองค์ต้องการหาคู่ครองเพิ่ม เมื่อวานข้านำเผ่าทุบกระดูกออกไปล่าสัตว์นอกเทือกเขาดอร์คาฟาร์ และได้พบกับกลุ่มดาร์กเอลฟ์เข้า ด้วยรสนิยมความชอบของท่าน ช้ามั่นใจมากว่าท่านจะต้องชอบพวกนางอย่างแน่นอน”

คริสคุกเข่าลงอย่างตื่นเต้น เล่าเหตุการณ์เมื่อวานให้ฟัง

เดิมที พวกโนลล์มักจะออกล่าสัตว์ในป่าลึก เพื่อจับสัตว์อสูรที่เรียกว่าหนอนดิน

อย่าได้ดูถูกว่าพวกมันเป็นเพียงแค่หนอนเด็ดขาด แท้จริงแล้วมันมีคุณค่าทางโภชนาการสูงมาก

พวกมันใช้เวลาส่วนใหญ่อาศัยอยู่ใต้ดิน ทำให้ได้กินรากสมุนไพรไปมากมาย จนกลายเป็นหนอนยาเดินได้

แต่ในขณะที่เผ่าทุบกระดูกกำลังออกล่าหนอนดินและเตรียมจะขนซากมันกลับไปนั้นเอง ก็ได้บังเอิญพบกับกลุ่มดาร์กเอลฟ์ที่อาศัยอยู่ในป่านั้นเข้า

เอลฟ์ส่วนใหญ่นับถือเทพธิดาแห่งธรรมชาติ แต่มีเอลฟ์บางส่วนที่ทรยศต่อความเชื่อนั้น กลายเป็นเอลฟ์ไร้ศรัทธา และนั่นคือจุดกำเนิดของดาร์กเอลฟ์

เอลฟ์ส่วนใหญ่เป็นเพศหญิง ดำเนินสังคมด้วยระบบสตรีเป็นใหญ่

ดาร์กเอลฟ์จัดอยู่ในประเภทชนกลุ่มวุ่นวายแต่ใจดี ที่แม้จะชอบทำตามความคิดของตนเอง แต่แก้นแท้ในใจยังคงม่ความดีงามอยู่ มักช่วยเหลืออสูรที่อ่อนแอ และปกป้องถิ่นฐานของตน

น่าเสียดายที่เพียงเพราะไม่ต้องการนับถือเทพธิดาแห่งธรรมชาติ พวกเขาจึงถูกเทพธิดาแห่งธรรมชาติสาปแช่งให้กลายเป็นดาร์กเอลฟ์

เมื่อกลุ่มดาร์กเอลฟ์เห็นพวกโนลล์ แน่นอนว่าพวกเขาไม่มีท่าทีเป็นมิตร

ฝ่ายหนึ่ง “วุ่นวายแต่ใจดี” อีกฝ่าย “วุ่นวายและชั่วร้าย” ทั้งสองอยู่คนละขั้วกันอย่างสิ้นเชิง

เทือกเขาดอร์คาฟาร์ไม่ใช่ดินแดนของเผ่าทุบกระดูก คริสจึงไม่ได้เลือกที่จะปะทะกับกลุ่มดาร์กเอลฟ์

หากเปิดศึกขึ้นมา คริสจะเสียเปรียบอย่างมาก เพราะโนลล์ที่เขาพามาด้วยเป็นเพียงแค่กลุ่มล่าสัตว์ จำนวนคนไม่อาจเทียบกับดาร์กเอลฟ์ได้ จึงหลีกเลี่ยงการปะทะไว้ก่อนเป็นการดีที่สุด

แต่ขณะที่คริสกำลังขนซากหนอนดินกลับ เขาก็นึกถึงเรื่องที่ซีมู่ต้องการหาคู่ครองขึ้นมาได้ ด้วยลักษณะหน้าตาของดาร์กเอลฟ์ที่คล้ายกับมนุษย์ คริสจึงเกิดความคิดบางอย่าง ไม่แน่ว่าบางที กลุ่มดาร์กเอลฟ์นี้อาจจะตรงสเปกของฝ่าบาทก็เป็นได้?

สำหรับเขาแล้ว ทั้งซิลเวียและกลุ่มดาร์กเอลฟ์นั้นน่าเกลียดทั้งคู่ มีเพียงพวกโนลล์ทหน้าตาดุร้ายอย่างพวกเขาเท่านั้นที่ดูดี

“ดาร์กเอลฟ์หรือ?”

ซีมู่พลิกดูบันทึกมรดกมังกรโบราณอย่างรวดเร็ว เพื่อหาข้อมูลเกี่ยวกับดาร์กเอลฟ์ ทันใดนั้นดวงตาของเขาพลันสว่างวาบด้วยความประหลาดใจ

รูปลักษณ์ของพวกเอลฟ์นั้นดีจริง ๆ แม้ว่าผิวของดาร์กเอลฟ์จะเป็นสีม่วงเข้ม แต่รูปร่างหน้าตาไร้ที่ติ

อย่างน้อยก็เป็นเอลฟ์ จะน่าเกลียดไปได้อย่างไร

“ขอรับ ฝ่าบาท หากท่านชอบดาร์กเอลฟ์ ข้าสามารถนำเผ่าทุบกระดูกไปจับพวกนางกลับมาได้”

เมื่อเห็นสีหน้าและแววตาของซีมู่ คริสไม่รอช้า รีบขออาสาไปทันที

ดูเหมือนว่าเขาจะเดาไว้ไม่มีผิด ลักษณะเช่นนี้แหละคือรสนิยมของฝ่าบาท

แม้ว่า...นายหญิงที่ฝ่าบาทต้องการจะน่าเกลียดไปหน่อย แต่ตราบใดที่ฝ่าบาทต้องการ เขาจะยอมทุกวิถีทางเพื่อจับมานำถวาย

อีกทั้งเดิมทีเขาก็ไม่ค่อยพอใจดาร์กเอลฟ์อยู่แล้ว พวกนั้นหยิ่งยโส กล้าขับไล่เผ่าทุบกระดูกของพวกเขา สมควรได้รับบทเรียนสักครั้ง

“เช่นนั้นก็ไปจัดการจับพวกนั้นมา อย่าทำให้ข้าผิดหวัง คริส ข้ามอบอำนาจให้เจ้าบัญชาการเผ่าพญาอินทรี”

เมื่อมีบริวารให้สั่งการ ซีมู่ก็ไม่จำเป็นต้องลงมือ เรื่องที่สามารถมอบหมายให้บริวารจัดการได้ เหตุใดเขาต้องทำเอง นี่แหละคือสิ่งที่จักรพรรดิมังกรควรทำ เว้นเสียแต่ว่าคริสจะจัดการไม่ได้จริง ๆ เมื่อนั้นเขาถึงค่อยลงมือ

เผ่าพญาอินทรีคือชื่อของเหยี่ยวแห่งพงไพร เป็นชื่อที่ดามาร์คิดขึ้นมาเอง

“โปรดวางพระทัย ข้าจะไม่ทำให้ท่านต้องผิดหวัง!”

คริสดีใจจนเนื้อเต้น ครั้งนี้ไม่เพียงแต่ได้รับโอกาสสร้างผลงานเท่านั้น แต่ยังได้รับสิทธิ์บัญชาการเผ่าพญาอินทรีอีกด้วย

นี่ไม่ได้หมายความว่าเผ่าทุบกระดูกอยู่เหนือกว่าเผ่าพญาอินทรีในสายตาซีมู่หรอกหรือ?

“ฝ่าบาท ยังต้องการอะไรอีกหรือไม่เพคะ?”

ซิลเวียเอ่ยถามเบา ๆ เนื่องจากนางตั้งครรภ์ จึงไม่สามารถปลดปล่อยความตึงเครียดทางอารมณ์ให้ซีมู่ได้

แต่ในฐานะมนุษย์ การปลดปล่อยให้มังกรนั้นมีได้มากกว่าหนึ่งวิธี

“มานี่สิ ซิลเวีย”

...

ด้านนอก คริสก้าวเดินออกมาอย่างองอาจ พร้อมกับส่งสายตาให้แนวหน้าโนลล์ที่อยู่ไม่ไกล

ผู้สู้แนวหน้าโนลล์เข้าใจความหมายได้ในทันที หยิบฮอร์นออกมาตั้งพร้อมเป่า

วู้ดดดดด!!!

เสียงฮอร์นดังกระหึ่มไปทั่วดินแดนโดยรอบ เรียกเหล่าสมาชิกโนลล์ของเผ่าทุบกระดูกออกมา

“ดามาร์!”

คริสตะโกนขึ้นไปบนท้องฟ้า

ใกล้ ๆ รังมังกรมีภูเขาอยู่ลูกหนึ่ง พญาอินทรีแห่งพงไพรทำรังอยู่บนนั้นเพื่อจับตาดูบริเวณโดยรอบ และป้องกันไม่ให้มีใครเข้าใกล้รังมังกรได้

แกร๊ก!!!

เสียงร้องทรงพลังของอินทรีกระเด็นก้องฟ้า หัวหน้าพญาอินทรีแห่งพงไพร ดามาร์ ค่อย ๆ ร่อนลงมาตามเสียงเรียก

หลังจากพักฟื้นมาครึ่งปี ในที่สุดขนของมันก็งอกขึ้นมาใหม่ฟูฟ่องอย่างที่ควรเป็น ไม่มีสภาพเปียกปอนเหมือนลูกนกตกน้ำเช่นก่อนหน้านี้อีกต่อไป

“ฝ่าบาทมีคำสั่งใหม่อะไรหรือ หัวหน้าคริส”

ดามาร์เดาได้ว่าคริสเรียกเขามาเพื่ออะไร

“ฝ่าบาทต้องการจับดาร์กเอลฟ์กลับมา พวกเจ้าเผ่าพญาอินทรีต้องร่วมมือกับเราเผ่าทุบกระดูก และต้องปฏิบัติตามคำสั่งของข้า”

คริสอธิบายอย่างรวดเร็ว

“ดาร์กเอลฟ์หรือ? ข้าเข้าใจแล้ว”

ดามาร์เคยได้ยินชื่อเสียงของดาร์กเอลฟ์มาก่อน แต่ก็ไม่เคยเห็นด้วยตาตัวเองสักครั้ง

เหตุเพราะไม่มีมรดกมังกรโบราณเช่นซีมู่ จึงไม่สามารถรู้ข้อมูลของอสูรได้มากมายนัก

หากไม่ใช่เพราะพญาอินทรีแห่งพงไพรได้รับข้อมูลมามากพอ ดามาร์คงไม่แม้แต่กระทั่งเคยได้ยินชื่อเผ่าพันธุ์ดาร์กเอลฟ์มาก่อน

“พวกลูกหมา หมดเวลาพักผ่อนกันแล้ว! ฝ่าบาทมีคำสั่งใหม่ ถึงเวลาที่จะงัดเขี้ยวให้คมสง่า!”

จบบทที่ ตอนที่ 11 เจอเผ่าดาร์กเอลฟ์

คัดลอกลิงก์แล้ว