เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 42 - อัดสวีซานสือให้ยับ

บทที่ 42 - อัดสวีซานสือให้ยับ

บทที่ 42 - อัดสวีซานสือให้ยับ


บทที่ 42 - อัดสวีซานสือให้ยับ

✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿

ประตูอาคารเรียนสีขาวเปิดกว้าง ผนังทั้งสองด้านของโถงการเรียนการสอนอันโอ่อ่าเต็มไปด้วยเกียรติยศของสื่อไหลเค่อ เหล่านักเรียนใหม่ในชุดนักเรียนสีขาวทยอยกันเดินเข้ามา บนอกซ้ายของทุกคนมีตราสัญลักษณ์ปีศาจตัวน้อยสีเขียวของสถาบันสื่อไหลเค่อ

ชุดนักเรียนของแต่ละชั้นปีจะมีสีแตกต่างกันไป เหมือนกับสีของอาคารเรียน อาจเพื่อความสะดวกในการแยกแยะ หรืออาจเพื่อความสวยงาม อย่างไรก็ตาม สถาบันสื่อไหลเค่อไม่ขาดแคลนเงินทองอยู่แล้ว

หอพักนักเรียนชาย

"นี่ วันนี้เปิดเรียนแล้วนะ เจ้ายังจะมานั่งเหม่ออยู่ตรงนี้อีกหรือ" เสียงของหวังตงปลุกฮั่วอวี่เฮ่าให้ตื่นจากภวังค์ เขาเพิ่งทานอาหารเช้าเสร็จและกำลังเตรียมจะฝึกฝนต่ออีกครู่หนึ่ง

"เปิดเรียนแล้วหรือ" ฮั่วอวี่เฮ่าถามออกไปโดยไม่รู้ตัว นี่เป็นการสนทนาครั้งแรกของทั้งคู่นับตั้งแต่การต่อสู้ในวันนั้น

หวังตงไม่แม้แต่จะมองเขา กล่าวเพียงแผ่วเบา "เหลืออีกประมาณหนึ่งชั่วยาม"

"อ้อ" ฮั่วอวี่เฮ่าขานรับ ก่อนจะหลับตาลงและเริ่มทำสมาธิต่อ ด้วยความพยายามตลอดหลายวันที่ผ่านมา อย่างน้อยเขาก็ฝึกฝนวิชามหาเวทเสวียนเทียนได้คล่องแคล่วขึ้นมาก

ในหนึ่งชั่วยาม เพียงพอให้ฮั่วอวี่เฮ่าโคจรพลังวิชามหาเวทเสวียนเทียนได้หนึ่งรอบ แม้พลังวิญญาณจะเพิ่มขึ้นเพียงน้อยนิด แต่ผลลัพธ์เพียงเล็กน้อยนี้ เมื่อสะสมรวมกันก็จะยิ่งใหญ่ขึ้น

หวังตงไม่ได้ยินเสียงตอบกลับ เขาจึงหันไปมองฮั่วอวี่เฮ่า เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายเริ่มทำสมาธิอีกครั้ง เขาก็อดไม่ได้ที่จะพึมพำเสียงเบา "เจ้าบ้าจริงๆ" พูดจบ หวังตงก็เดินออกจากหอพักไปก่อนโดยไม่หันกลับมามอง

สองวันมานี้ หวังตงไม่เคยเห็นฮั่วอวี่เฮ่านอนหลับเลย เวลาทั้งหมดของเขาถูกใช้ไปกับการทำสมาธิฝึกฝน ราวกับว่าเขาอยากจะฝึกฝนตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมง

เมื่อฮั่วอวี่เฮ่าตื่นจากการทำสมาธิ ก็พบว่าหวังตงที่อยู่เตียงตรงข้ามได้ไปเข้าเรียนแล้ว เขาบ่นพึมพำ "จะไปเรียนไม่เรียกกันเลย" ก่อนจะรีบล้างหน้าล้างตาและวิ่งออกจากหอพักไป

เขาจำได้ว่าเมื่อหลายวันก่อนเย่หนานเซียวเคยเตือนเขา ว่าอาจารย์ประจำชั้นของเขาดุมาก ขนาดเย่หนานเซียวเองยังดูเกรงๆ ฮั่วอวี่เฮ่าจดจำไว้ในใจว่าห้ามทำให้อาจารย์ประจำชั้นไม่พอใจเด็ดขาด ทว่า วันนี้เขากำลังจะสายเสียแล้ว

เมื่อฮั่วอวี่เฮ่ารีบวิ่งมาถึงอาคารเรียนนักเรียนใหม่ ก็เป็นเวลาเดียวกับที่เสียงกริ่งดังขึ้นพอดี เขารีบพุ่งเข้าไป มองหาป้ายห้องเรียนปีหนึ่งห้องหนึ่งทางด้านซ้ายของชั้นหนึ่ง เมื่อเห็นแล้วเขาก็พุ่งเข้าไปโดยไม่ลังเล

ทันทีที่ฮั่วอวี่เฮ่าวิ่งเข้าห้องเรียนมาพร้อมกับเสียงกริ่ง เนื่องจากเขามาถึงช้าที่สุด ในห้องจึงแทบไม่มีที่นั่งเหลือแล้ว เขาพยายามอยู่นานจึงจะหาที่ว่างและนั่งลงได้

เพื่อนร่วมโต๊ะของเขาเป็นเด็กผู้หญิงที่หน้าตาสวยมาก ทว่าท่าทางของเธอกลับคล้ายกับหวังตงในตอนที่เขาเพิ่งเจอกันครั้งแรก เธอเชิดหน้าขึ้นอย่างหยิ่งยโส ไม่แม้แต่จะชายตามองเขา

หลังจากนั่งลง ฮั่วอวี่เฮ่าก็มีเวลาสังเกตสภาพแวดล้อมโดยรอบ ห้องเรียนนี้มีขนาดใหญ่มาก มีนักเรียนร่วมชั้นเดียวกับเขาเกือบร้อยคน หากเทียบกับจำนวนนักเรียนใหม่ทั้งหมดหนึ่งพันคน ก็น่าจะมีห้องเรียนประมาณสิบห้อง

ฮั่วอวี่เฮ่าได้ยินเสียงพูดคุยแผ่วเบาดังขึ้น เขาหันไปมองตามต้นเสียงก็เห็นหวังตงในทันที สาเหตุเป็นเพราะรูปร่างหน้าตาของหวังตงนั้นโดดเด่นเกินไป

รอบกายของหวังตง ทั้งด้านหน้า ด้านหลัง ด้านซ้าย และด้านขวา กลับมีแต่เด็กผู้หญิงนั่งอยู่เต็มไปหมด แถมเด็กผู้หญิงทุกคนยังน่ารักและสวยงาม พวกเธอคอยลอบมองหวังตงอยู่เป็นระยะ

ในขณะนั้นเอง ก็มีคนสองคนเดินเข้ามาทางประตูห้องเรียน ผู้นำหน้าเป็นหญิงชรา ผมของเธอกลายเป็นสีขาวโพลนเหมือนปุยไก่ถูกม้วนรวบไว้บนศีรษะ เธอสวมชุดคลุมยาวสีขาว รูปร่างปานกลาง สิ่งที่ดึงดูดสายตาที่สุดคือดวงตาของเธอ เธอมีดวงตาที่สุกสว่างอย่างยิ่ง ในนัยน์ตาสีดำนั้นมีประกายคมกล้าฉายออกมา

ส่วนคนที่เดินตามโจวอี้เข้ามา ทำให้ฮั่วอวี่เฮ่าได้ยินเสียงฮือฮาที่พยายามเก็บกดไว้ดังขึ้นทั่วทั้งห้อง

สำหรับคนด้านหลังน่ะหรือ

"พี่มาทำอะไรที่นี่" เย่หนานเซียวอ่านความหมายนั้นจากดวงตาของฮั่วอวี่เฮ่า ถูกต้องแล้ว คนที่ถูกโจวอี้จับมาใช้แรงงานทาสก็คือเย่หนานเซียวนั่นเอง โจวอี้คือศิษย์พี่หญิงของอาจารย์อวี๋ชู นางได้ยินชื่อเสียงของเย่หนานเซียวจากอาจารย์อวี๋ชูมานานแล้ว นี่ไง พอก้าวเข้าอาคารเรียนก็เจอเย่หนานเซียวที่กำลังเตรียมจะไปหาที่แอบอู้ โจวอี้เลยฉวยโอกาสจับตัวมา

"ว้าว รุ่นพี่ผมเงินคนนั้นหล่อจังเลย หูบนหัวนั่นก็น่ารักจัง" "ดูเหมือนจะหล่อกว่าหวังตงอีกนะ" "ภายในห้านาที ฉันต้องได้ข้อมูลทั้งหมดของรุ่นพี่คนนี้!"

เสียงซุบซิบของพวกเด็กผู้หญิงโดยรอบดังขึ้นไม่หยุด แม้แต่เด็กผู้หญิงท่าทางหยิ่งยโสที่นั่งข้างฮั่วอวี่เฮ่าก็ยังอดไม่ได้ที่จะลอบมองเย่หนานเซียวอีกหลายครั้ง

"เจ้าคนสารเลวนั่น!" หวังตงกัดฟันกรอดมองเย่หนานเซียว

เย่หนานเซียวพูดกับโจวอี้อย่างจนปัญญา "อาจารย์โจว ผมไปได้หรือยังครับ"

โจวอี้คนนี้ เขาไม่กล้าตอแยด้วยจริงๆ ไม่กล้าตอแย ข้าผู้น้อยขอหลบไปเอง

โจวอี้โบกมือไล่เย่หนานเซียวอย่างรังเกียจ เย่หนานเซียวรีบวางเอกสารลงและวิ่งหนีไปโดยไม่หันกลับมามอง

"หงุดหงิดชะมัด!" เย่หนานเซียวคิดขณะเดินออกมา "ทางห้องทดลองมีไช่โถวอยู่ อาจารย์ฟานอวี่ก็ไปช่วยดูช่วงนี้ วันนี้ไม่อยากไปดีกว่า กลับไปเข้าเรียนเถอะ"

คุณชายเย่เพิ่งจะเดินเข้าไปในห้องเรียน ก็เห็นสวีซานสือในชุดสีดำกำลังพูดคุยอยู่กับกลุ่มของเจียงน่านน่านและเป้ยเป้ย

"เจ้าเต่านี่!" ไฟโทสะไร้นามพลันลุกโชนขึ้นในใจเย่หนานเซียว อารมณ์ที่บุรุษเพศมักเป็นกัน ที่เรียกว่า 'ความหึงหวง'

วิญญาณยุทธ์ถูกปลดปล่อยออกมาอย่างเงียบเชียบ ร่างแยกหนึ่งร่างแยกตัวออกมา

ความคิดของเย่หนานเซียว เสี่ยวเย่หนึ่งย่อมเข้าใจ ทั้งสองสบตากันและยิ้มออกมา เป็นรอยยิ้มที่ 'โหดเหี้ยม'

เขาโบกมือให้เสี่ยวเย่หนึ่งแยกตัวไปก่อน เย่หนานเซียวประดับรอยยิ้มที่ดูแข็งทื่อเล็กน้อย ค่อยๆ เดินไปด้านหลังสวีซานสือ

เหล่านักเรียนที่กำลังส่งเสียงดัง เมื่อเห็นท่าทางเช่นนี้ของเย่หนานเซียวก็พากันเงียบกริบ ทำท่าทางเตรียมดูเรื่องสนุก เป้ยเป้ยเองก็เห็นเย่หนานเซียวเช่นกัน แต่เขาทำได้เพียงยิ้มอย่างจนใจ จะห้ามเย่หนานเซียวหรือ เป้ยคนนี้ยังสู้เขาไม่ได้

เจียงน่านน่านเห็นเย่หนานเซียว ใบหน้าของเธอก็เบิกบานด้วยรอยยิ้ม สวีซานสือที่ยืนอยู่ข้างๆ ถึงกับตะลึงค้างไปเลย เย่หนานเซียวถึงกับหัวร้อนขึ้นเครื่องหมายกากบาทสองอัน เขาตบไหล่สวีซานสือ อีกฝ่ายรีบหันกลับมา พอเห็นว่าเป็นเย่หนานเซียว หน้าก็เขียวขึ้นมาทันที

"พี่เซียว บังเอิญจังเลยครับ ฮ่าฮ่า คือว่าผมมีธุระต้องไปก่อน" สวีซานสือยังคงรู้สึกดีกับเจียงน่านน่านมาก แต่เจียงน่านน่านมีแฟนแล้ว สวีซานสือจึงทำได้เพียงหยุดความสัมพันธ์ไว้ที่เพื่อน ทว่าเขากับเป้ยเป้ยกลับถูกคอกันมาก

"ซานสือ วันนี้ดูว่างจังนะ นี่ไง ไม่ได้เจอกันตั้งนาน คิดถึงแทบแย่ ที่เขตประลองวิญญาณวันนี้วิวสวยนะ" เย่หนานเซียวยิ้มถาม

เมื่อเห็นรอยยิ้มจอมปลอมและแววตาคมกริบที่ไม่คิดจะปิดบังของเย่หนานเซียว สวีซานสือก็อยากจะรู้จริงๆ ว่าเขาไปทำอะไรให้เย่หนานเซียวขุ่นเคืองใจ ไม่อย่างนั้นทำไมทุกครั้งที่เจอกัน เย่หนานเซียวไม่เคยมีสีหน้าดีๆ ให้เขาเลย

"พี่เซียว วันนี้เป็นวันรับนักเรียนใหม่ เป็นวันมงคลนะครับ ทำไมต้องทำแบบนี้ด้วยล่ะ จริงไหมครับ" สวีซานสือพูดไปพลางก็ขยิบตาให้เป้ยเป้ยไม่หยุด

"จะสู้กันเหรอ เอารข้าด้วย!" เสิ่นฉือหยวนโผล่มาจากไหนไม่รู้ เอามือโอบไหล่เย่หนานเซียว พลางยิ้มมองสวีซานสือ ตั้งแต่ที่เขาถูกเย่หนานเซียวทำให้ตกตะลึง เสิ่นฉือหยวนก็อยากจะหาเรื่องประลองกับเย่หนานเซียวทุกวัน น่าเสียดายที่ถูกปฏิเสธตลอด

เย่หนานเซียวยังคงยิ้มและจ้องมองสวีซานสือ สีหน้าของเขาเหมือนกำลังพูดว่า 'แกกล้าปฏิเสธก็ลองดู'

"พี่เซียว ผม" สวีซานสือยังพูดไม่ทันจบก็ถูกเย่หนานเซียวขัดจังหวะ "อย่าเพิ่งสิ วันนี้คนรู้จักของนายที่เขตประลองวิญญาณยืนกรานว่าต้องให้นายไปหาให้ได้" เย่หนานเซียวตบไหล่สวีซานสือ เสียงดังตุบๆ

"ผมจะมีคนรู้จักที่เขตประลองวิญญาณได้ไง ก็แค่คิดจะอัดผมใช่ไหมล่ะ" เหงื่อเย็นผุดขึ้นบนหน้าผากของสวีซานสือ ถ้าไม่เป็นเพราะมือของเย่หนานเซียวที่วางอยู่บนไหล่เขา แรงกดนั้นทำให้สวีซานสือหนีไปไหนไม่ได้

"ใช่เลยฮะๆ พี่เซียว ไม่พูดผมนึกไม่ขึ้นเลย วันนี้ผมมีนัดกับคนรู้จักที่เขตประลองวิญญาณนี่นา งั้นผมไปก่อนนะครับ ว่างๆ ค่อยมาดื่มชา" สวีซานสือรู้ว่าเขาหนีไม่พ้นแล้ว ทำได้เพียงยอมไปที่เขตประลองวิญญาณแต่โดยดี

"รีบไปเถอะ อย่าให้คนอื่นรอนานล่ะ!" เย่หนานเซียวยิ้ม

เมื่อเห็นว่านัดสู้ไม่สำเร็จ เสิ่นฉือหยวนก็เดินจากไป แต่สายตาเฉียบคมของเขาสังเกตเห็นเกล็ดหิมะเล็กๆ กำลังลอยกระจัดกระจายออกไป

สวีซานสือเห็นดังนั้นก็รีบเดินออกไป ทันทีที่เขาเดินถึงประตู เขาก็รู้สึกถึงกลิ่นอายลึกลับที่ปกคลุมตัวเขา สวีซานสือตัวสั่นสะท้านขึ้นมาทันที เขานึกถึงสิ่งที่ผู้ใหญ่ในตระกูลเคยพูดถึงความรู้สึกนี้ได้ เขาก็ยิ้มขื่นและพูดเสียงเบา "ข้าโดนล็อกเป้าแล้วหรือ"

สวีซานสือหันกลับไปมองเย่หนานเซียวแวบหนึ่ง เย่หนานเซียวไม่ได้มองมาที่สวีซานสือเลย แต่สวีซานสือมั่นใจว่าคนที่ล็อกเป้าเขาคือเย่หนานเซียว

วันนี้เย่หนานเซียวต้องอัดสวีซานสือให้ได้ ไม่มีเหตุผลอื่นใด

สวีซานสือยิ้มขื่นและเดินมุ่งหน้าไปยังเขตประลองวิญญาณ เย่หนานเซียวยังคงนั่งอยู่ที่เดิม ปล่อยให้เจียงน่านน่านลูบหูจิ้งจอกของเขาเล่น

เจียงน่านน่านเป็นคนแรกที่สังเกตเห็นว่าอารมณ์ของเย่หนานเซียวไม่ดี เธอรีบปลอบโยนเขา พลางลูบผมของเย่หนานเซียวเบาๆ เหมือนกำลังปลอบแมวที่กำลังขนพอง

"เป็นอะไรไปคะ บอกฉันได้ไหม" เจียงน่านน่านโอบศีรษะของเย่หนานเซียวไว้ครึ่งหนึ่ง อยากให้เขาอารมณ์ดีขึ้น

เย่หนานเซียวซบใบหน้าลงกับเส้นผมบริเวณหน้าอกของเจียงน่านน่าน พลางหัวเราะคิกคัก

เมื่อสวีซานสือเดินมาถึงเขตประลองวิญญาณ เย่หนานเซียวก็ยืนรอเขาอยู่บนเวทีประลองแล้ว เป้ยเป้ยที่รู้สึกว่าท่าไม่ดีจึงรีบตามสวีซานสือมาที่เขตประลองวิญญาณด้วย เมื่อเห็นเย่หนานเซียว เขาก็ได้แต่ยิ้มขื่น

อีกด้านหนึ่ง ถังหย่ามองเย่หนานเซียวที่ยังคงนั่งอยู่ในที่นั่งก็ถอนหายใจอย่างโล่งอก อย่างน้อยสวีซานสือก็ไม่ต้องโดนอัดแล้ว

"เซียวเอ๋อร์ ข้าก็สงสัยเหมือนกันว่าทำไมเจ้าถึงเกลียดเจ้าหนูเต่านั่นนัก" จักรพรรดินีหิมะถามอย่างสงสัย

"ไม่มีอะไร การไม่ชอบหน้าใครสักคน ไม่จำเป็นต้องมีเหตุผล" เย่หนานเซียวตอบ

เขตประลองวิญญาณ

เป้ยเป้ยยิ้มขื่นพลางมองเย่หนานเซียวบนเวทีประลอง "หนานเซียว นายปล่อยทักษะวิญญาณออกมาตั้งแต่เมื่อไหร่"

เพราะเจียงน่านน่านยังอยู่ในห้องเรียน ดังนั้นเย่หนานเซียวที่อยู่ตรงหน้าย่อมเป็นเพียงร่างแยกทักษะวิญญาณ เสี่ยวเย่หนึ่งไม่สนใจเป้ยเป้ย แต่มองสวีซานสืออย่างเย็นชา "แค่ทำลายข้าให้ได้ก็พอ ไม่อย่างนั้นร่างจริงจะมาจัดการเจ้าด้วยตัวเอง"

สวีซานสือเดินขึ้นเวทีประลองด้วยสีหน้าเรียบเฉย เขารู้เรื่องที่เย่หนานเซียวมีร่างแยกทักษะวิญญาณเช่นกัน เขาเอ่ยปากถาม "ข้าไม่เคยไปล่วงเกินท่านมาก่อนใช่หรือไม่ พี่เซียว"

เสี่ยวเย่หนึ่งกล่าวอย่างเย็นชา "เจ้าคือนายน้อยแห่งนิกายเสวียนหมิง นิกายใหญ่โต ก็ย่อมมีคนสมองทึบอยู่บ้าง"

สวีซานสือพลันเข้าใจในทันที เป้ยเป้ยก็เช่นกัน

สวีซานสือตั้งท่าต่อสู้อย่างจริงจัง "พี่เซียว คนของข้าทำตัวไม่สะอาด ข้าในฐานะนายน้อยนิกายเสวียนหมิงย่อมมีส่วนรับผิดชอบ ข้ามีคำขอเดียว อย่าต่อยหน้าก็พอ!"

สิ้นเสียง โล่กระดองเต่าเสวียนหมิงของสวีซานสือก็ปรากฏขึ้น เหมือนกับในต้นฉบับ วิญญาณยุทธ์ของสวีซานสือในตอนนี้ยังวิวัฒนาการไม่สมบูรณ์

เสี่ยวเย่หนึ่งไม่ได้เคลื่อนไหว แต่กลับถามสวีซานสืออย่างเย็นชา "เจ้าคิดจะชดเชยให้เด็กผู้หญิงคนนั้นอย่างไร"

ดวงตาของสวีซานสือหดเกร็ง เขามั่นใจมากว่าเย่หนานเซียวกำลังพูดถึงเรื่องอะไร แต่เขาไม่คิดว่าเย่หนานเซียวจะรู้แม้กระทั่งเรื่องภายในของนิกายเสวียนหมิง เขาเผยยิ้มขื่น "ข้าจะชดเชยให้แน่นอน"

เสี่ยวเย่หนึ่งรวบรวมมวลไอเย็นไว้ในมือทั้งสองข้าง ขณะเดียวกัน เสาน้ำแข็งหลายสายก็พุ่งขึ้นมาจากพื้นใต้เท้าของสวีซานสือ กลายเป็นกรงน้ำแข็ง

เป้ยเป้ยหาที่นั่งดีๆ ได้แล้ว พลางคิดในใจอย่างจนปัญญา "ในที่สุดก็รู้สาเหตุแล้วสินะ ช่วยไม่ได้แล้วล่ะซานสือ"

ทันใดนั้นเป้ยเป้ยก็สังเกตเห็นลูกบอลกลมลูกหนึ่งลอยอยู่เหนือสนามประลอง เขาแสยะยิ้มออกมา "ไว้เมื่อไหร่ต้องไปขอวิดีโอวันนี้จากหนานเซียวซะหน่อย"

"สะเทือนเสวียนหมิง!!" สวีซานสือคำรามลั่น พลังสั่นสะเทือนระเบิดออกมาในกรงน้ำแข็ง ทำลายกรงน้ำแข็งจนแตกละเอียด ขณะเดียวกันพลังวิญญาณสีดำก็แผ่ออกมาพันรอบตัวสวีซานสือ "พลังแห่งเสวียนหมิง!"

เสี่ยวเย่หนึ่งไม่ได้คิดจะขัดขวางสวีซานสือนานอยู่แล้ว และเขาก็ไม่ได้ใช้พลังวิญญาณมากนักในการสร้างกรงน้ำแข็ง เขาคิดเพียงว่า จะล้มศัตรูในกระบวนท่าเดียว

วงแหวนน้ำแข็งที่หมุนด้วยความเร็วสูงปรากฏขึ้นในมือทั้งสองข้างของเสี่ยวเย่หนึ่ง เขามองสวีซานสือพลางยิ้ม "พลังของข้ามีเพียงครึ่งหนึ่งของร่างจริง ถ้ารับท่านี้ได้ก็ถือว่าจบ"

เสี่ยวเย่หนึ่งสะบัดมือ วงแหวนน้ำแข็งทั้งสองพุ่งออกไป โจมตีสวีซานสืออย่างต่อเนื่อง สวีซานสือจำต้องหยุดการพุ่งเข้าจู่โจม เรียกโล่ออกมาป้องกันการโจมตีของวงแหวนน้ำแข็ง

ไอเย็นที่แผ่ออกมาจากวงแหวนน้ำแข็งทำให้สวีซานสือตกใจ เขาจึงรีบควบคุมโล่เพื่อป้องกัน ขณะเดียวกันก็ใช้โล่กระดองเต่าเสวียนหมิงในมือฟาดออกไป พยายามใช้กำลังทำลายวงแหวนน้ำแข็งอันหนึ่ง

"เคร้ง!" โล่กระดองเต่าเสวียนหมิงปะทะเข้ากับวงแหวนน้ำแข็งอย่างจัง แต่ทำได้เพียงซัดวงแหวนน้ำแข็งให้กระเด็นออกไปเท่านั้น ไม่นานวงแหวนน้ำแข็งก็วกกลับมาโจมตีอีกครั้ง

สวีซานสือมองเสี่ยวเย่หนึ่งที่กำลังควบคุมวงแหวนน้ำแข็งทั้งสองอย่างสนุกสนาน เขาก็ตะโกนลั่น วงแหวนวิญญาณวงที่สองบนร่างของเขาสว่างวาบ

"กระบวนโล่เสวียนหมิง" โล่สีดำปรากฏขึ้นป้องกันรอบกายสวีซานสือ ก่อนจะพุ่งเข้าใส่เย่หนานเซียวอีกครั้ง

เสี่ยวเย่หนึ่งยืนนิ่งไม่ไหวติง ราวกับไม่เห็นสวีซานสือที่กำลังจะพุ่งเข้ามาถึงตัว วงแหวนน้ำแข็งทั้งสองที่เคยล้อมสวีซานสืออยู่ บินกลับไปรวมกันด้านหลังเสี่ยวเย่หนึ่ง กลายเป็นวงแหวนน้ำแข็งขนาดใหญ่สูงเท่าคน

"วงแหวนธารน้ำแข็ง"

เสี่ยวเย่หนึ่งชี้ไปที่สวีซานสือ วงแหวนธารน้ำแข็งพุ่งเข้าใส่สวีซานสือพร้อมกับไอเย็นอันน่าสะพรึงกลัว

"แย่แล้ว!" ไม่ต้องรอให้วงแหวนน้ำแข็งเข้ามาใกล้ สวีซานสือก็สัมผัสได้ถึงไอเย็นที่เสียดกระดูกจากมันแล้ว เขาพยายามหลบหลีกอย่างรวดเร็ว แต่วงแหวนธารน้ำแข็งภายใต้การควบคุมของเย่หนานเซียวกลับดูเหมือนว่าจะล็อกเป้าสวีซานสือไว้แล้ว

"เสี่ยงดูวะ ให้ตายเถอะ" สวีซานสือคำรามอย่างบ้าคลั่ง โล่กระดองเต่าเสวียนหมิงซ้อนกันเป็นชั้นๆ อยู่ด้านหน้าเขา พลังแห่งเสวียนหมิงสีดำแผ่พุ่งออกมาจากโล่ วงแหวนวิญญาณทั้งหมดบนร่างของเขาส่องสว่าง

"ตูม!" วงแหวนธารน้ำแข็งปะทะเข้ากับโล่กระดองเต่าเสวียนหมิงอย่างรุนแรงและระเบิดออก แรงปะทะมหาศาลซัดสวีซานสือกระเด็นลอยไป เป้ยเป้ยรีบพุ่งเข้าไปรับตัวสวีซานสือ

หลังจากที่เป้ยเป้ยรับสวีซานสือไว้ได้ เขาก็รีบตรวจสอบอย่างรวดเร็ว พบว่าสวีซานสือเพียงแค่มึนงงเล็กน้อยเท่านั้น ไม่ได้รับบาดเจ็บอะไร เมื่อหันกลับไปมอง เสี่ยวเย่หนึ่งก็ได้สลายกลายเป็นเกล็ดน้ำแข็งและหายไปแล้ว ลูกบอลกลมก็บินจากไป เป้ยเป้ยก็ได้แต่ยิ้มขื่นและส่ายหน้า พยุงสวีซานสือไปยังห้องพยาบาล

"อาเซียว มีเรื่องอะไรดีใจเหรอ" เจียงน่านน่านถามขณะหนุนตักเย่หนานเซียว เย่หนานเซียวอมยิ้ม "ไม่มีอะไร แค่นึกถึงเรื่องดีๆ น่ะ" เขาลูบหัวเจียงน่านน่านอย่างเอ็นดู ประคองใบหน้าอันงดงามของเธอขึ้นมา และฉวยโอกาสที่เธอยังไม่ทันตั้งตัว จุมพิตลงบนริมฝีปากแดงระเรื่อนั้น

"อื้อ! คนเยอะแยะเลย!" เจียงน่านน่านที่ยังหน้าบางอยู่รีบซบใบหน้าเข้ากับอ้อมอกของเย่หนานเซียว ไม่กล้ามองไปรอบๆ แต่มือเล็กๆ กลับกุมมือใหญ่ของเย่หนานเซียวไว้แน่น ประสานนิ้วสิบนิ้วเข้าด้วยกัน

"รู้ไหม ฉันอยากจูบเธอมากแค่ไหน" เย่หนานเซียวโน้มตัวไปกระซิบข้างหูเจียงน่านน่าน

"ฉันก็เหมือนกัน" เจียงน่านน่านเงยหน้าขึ้น จุมพิตลงบนริมฝีปากของเย่หนานเซียวแผ่วเบาราวกับแมลงปอแตะผิวน้ำ

ถังหย่าและหลินซูซูต่างพากันกลอกตามองบนใส่เย่หนานเซียว ทั้งสองคนมีภูมิต้านทานต่อพฤติกรรมโชว์หวานต่อหน้าสาธารณชนของเย่หนานเซียวแล้ว

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 42 - อัดสวีซานสือให้ยับ

คัดลอกลิงก์แล้ว