เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 35 ความทรมานอันไร้ที่สิ้นสุด

ตอนที่ 35 ความทรมานอันไร้ที่สิ้นสุด

ตอนที่ 35 ความทรมานอันไร้ที่สิ้นสุด


ณ หุบเขาหมื่นพฤกษา ภายในถ้ำขนาดใหญ่ แห่งหนึ่งภายในหุบเขา เล้งซาน กำลังนั่งกระทำการบางอย่าง ด้านหน้าของมันมีเศษซากสมุนไพรกว่า 47 ชนิดที่มีร่องรอยการเผาไหม้ จากการสกัดส่วนสำคัญในการปรุงโอสถ มือทั้งสองข้างของมันเปล่งประกายสีฟ้าจากปราณอัคคีแห่งมังกรออกมาอย่างต่อเนื่อง

ยางไม้ ใบไม้ รากไม้จำนวนมากลอยหมุนวนอยู่กลางอากาศด้วยการควบคุมของลมปราณ เปลวเพลิงสีฟ้าลุกไหม้ขึ้นเบาๆจากฝ่ามือ การหมุนวนของสมุนไพรค่อยๆถูกบีบอัด จนตอนนี้ส่วนสำคัญของสมุนไพรจำนวนมากถูกบีบอัดจนหลอมรวมกันเป็นเม็ดยา 4 เม็ดและถูกห่อหุ้มด้วยเปลวเพลิงสีฟ้า

"อย่าเสียสมาธิ สังเกตสีของสมุนไพรให้ดี อย่าเผาสกัดจนไหม้มิเช่นนั้นคุณภาพของตัวยาจะลดลงเกินไป "

เสียงของเฟรย่า ดังขึ้นเพื่อแนะนำตลอดเวลา

จากนั้นไม่นานการเผาไหม้ของเปลวเพลิงก็หยุดลง เม็ดยาโอสถสีเขียวอมฟ้า ก็ปรากฏตรงหน้าของเล้งซาน กลิ่นของสมุนไพรลอยฟุ้งหอมอบอวล ไปทั่วบริเวณถ้ำ เล้งซานแสยะยิ้มอย่างพอใจ

"เป็นอย่างไรบ้าง เฟรย่า"

"อืม...ดีมาก เม็ดยาจันทราครามทั้ง 4 เม็ด ถูกสกัดคุณภาพเต็มสิบส่วน หากมีหมอเทวดาของมนุษย์เห็นยาทั้ง 4 เม็ดนี้ ย่อมกราบเจ้าเป็นอาจารย์อย่างแน่นอน!!"

"ยอดเยี่ยม!! อย่างน้อย 6 เดือนมานี้ ก็ไม่ทำให้ข้าสูญเปล่า เม็ดยา 4 เม็ดนี้เพียงพอให้ข้าขึ้นสู่ชั้นลมปราณสีน้ำเงิน ยิ่งหากรวมเข้ากับการบ่มเพาะของบ่อโลหิตอสูรด้วยแล้ว ย่อมมิอาจคาดเดาว่าจะสามารถบรรลุได้ถึงขั้นใดในลมปราณชั้นสีน้ำเงินเป็นแน่!!"

"อืม...แต่อย่าลืมว่า เจ้าสามารถกลืนกินมันได้เพียงเดือนละ 1 เม็ดเท่านั้น มิเช่นนั้นร่างกายและเส้นลมปราณของเจ้าจะทนรับการเปลี่ยนแปลงของลมปราณที่เพิ่มขึ้นไม่ไหว"

ตอนนี้เวลาร่วงเลยมากว่า 6 เดือนแล้ว ความรู้วิชาการแพทย์และปรุงยากว่า 5 ใน 10 ส่วนของเฟรย่าถูกถ่ายทอดมายังเล้งซานโดยสมบูรณ์ แต่ด้วยสมุนไพรที่มีจำกัดในหุบเขาหมื่นพฤกษานี้ จึงทำให้เล้งซานไม่สามารถบรรลุความรู้ที่เหลือของเฟรย่า อีก 5 ส่วนที่เหลือต่อไปได้

เล้งซานยังคงอยู่ในชั้นลมปราณสีครามขั้นที่ 3 เฉกเช่นเดิม เพราะใช้เวลาทั้งหมด ครึ่งปีไปกับการศึกษาวิชาการแพทย์และปรุงยา ส่วนวิชาแปลงโฉมนั้นเล้งซานบรรลุตั้งแต่ 7 วันแรกของการฝึกฝนแล้ว

"เจ้าเด็กน้อย เจ้าพร้อมที่จะรับความทรมานจากบ่อโลหิตอสูรหรือยัง??"

คำถามนี้ทำให้เล้งซานกลืนน้ำลายตัวเองเล็กน้อย พลางมีเหงื่อที่ผุดออกจากหน้าผาก

"โธ่~ ไม่ว่าจะผ่านไปอีกสักร้อยปีข้าก็ไม่พร้อมหรอก แต่ข้าจำเป็นต้องลง!!"

"ฮิฮิ..อย่างไรซะด้วยสมุนไพรในป่า เราไม่สามารถสอนวิชาปรุงยาให้เจ้าได้มากกว่านี่แล้ว นอกเสียจากจะเดินทางไปยังที่ๆมีสมุนไพรมากมายกว่านี้ หากเจ้าพร้อม เราก็เริ่มการบ่มเพาะกันเลย"

เฟรย่าขบขันเล็กน้อย

เล้งซาน ได้เตรียมการสร้างบ่อโลหิตอสูรในทันที ตอนนี้มันไม่จำเป็นต้องให้เฟรย่าแนะนำใดๆ มันใช่เวลาตระเวนหาสมุนไพรกว่า 20 ชนิดใน 2 วันและจับสัตว์อสูรชั้นลมปราณสีครามขั้นกลางมา 1 ตัว ขั้นสูง อีก 1 ตัว จากนั้นก็เริ่มทำการขุดบ่อทันที ขั้นตอนทั้งหมดถูกสรรค์สร้างเป็นที่เรียบร้อย สิ่งเดียวที่ยังขาดอยู่คือ ความกล้าเท่านั้น!!

เล้งซาน ยืนจ้องมองบ่อโลหิตอสูรพลางหัวเราะอย่างขมขื่น

"เฟรย่า คงไม่มีเคยมีใครตายจากการลงบ่อโลหิตอสูรสีคราม ใช่หรือไม่??"

"เพียง 1 ใน 10 คน" เฟรย่าตอบด้วยน้ำเสียงที่เรียบเฉย

เล้งซานถอนหายใจเล็กน้อย

"อย่างน้อยข้าก็มีโอกาสรอด ถึง 9 ส่วน"

"เพียง 1 ใน 10 ที่รอดตังหากเล่าเจ้าโง่ ฮ่าๆๆ"

"มารดามันเถอะ!!"

ยิ่งยื้อเวลา ความกล้ายิ่งหดหาย เล้งซาน กัดฟันและโดดลงบ่อโลหิตอสูร ทันที จนกระทั่งเวลาผ่านไป สิบลมหายใจ การกัดกินที่เปรียบดังแมลงนับล้านตัวก็บังเกิดขึ้น!!

"อ๊ากกกก!!"

ใบหน้าที่แดงก่ำของเล้งซาน และเส้นโลหิตที่ปูดบวมทั่วร่าง บ่งบอกถึงความอดทนได้อย่างไม่ต้องการคำอธิบาย ความทรมานนั้นมากมายกว่าคราวก่อนอย่างมิต้องสงสัย ขนาดเล้งซานที่ร่างกายแข็งแกร่งจากพลังลมปราณที่เพิ่มขึ้นกว่าคราวก่อน ยังมิอาจหยุดยั้งความทรมานที่ได้รับลงแม้แต่น้อย

"โคจรปราณมังกรบรรพตสิ เจ้าโง่!!" เสียงเฟรย่าร้องตะโกนขึ้น

แต่เสียงนั้นมิได้เข้าหูของเล้งซาน แม้แต่นิด มันนั้นมิได้หลงลืมว่าปราณมังกรบรรพตจะช่วยให้มันลดการทรมานลงกึ่งนึง เพียงแต่มันในตอนนี้อย่าว่าแต่โคจรปราณมังกรบรรพตเลย แม้แต่จะหายใจเข้ายังเต็มไปด้วยความยากลำบาก!!

เวลาที่ผ่านไปเพียงสิบลมหายใจนั้นสำหรับเล้งซานยาวนานนับแรมปี แต่มันก็มิได้ขยับร่างออกจากบ่อโลหิตแม้แต่น้อย กลับยิ่งกัดฟันมุดหัวลงไปในบ่อเพื่อเพิ่มระดับความทรมานมากขึ้น โดยหวังจะให้เคยชินกับความทรมานให้เร็วที่สุด

จนเวลาผ่านไปราว 1 ก้านธูป มันจึงค่อยโผล่ศีรษะขึ้นมาด้วยร่างที่สั่นเทา แต่กระนั้นมันก็ยังคงมิได้โคจรปราณมังกรบรรพต

"เหตุใดเจ้าไม่โคจรปราณมังกรบรรพต??"

"หะ..หาก ข้ามิอาจ  ทะ...ทนความเจ็บปวดระดับนี้  นะ..ในอนาคตข้าย่อมมิอาจทนบ่อโลหิตอสูรชั้นสีน้ำเงิน  ละ...และชั้นสีเหลือง  ฉะ...ฉะนั้นแล้ว ข้าจะไม่โคจรปราณมังกรบรรพต หากไม่ถึงที่สุด"

ริมฝีปากของเล้งซานสั่นไปมา จากนั้นแสงประกายจากแหวนมิติก็สว่างวาบขึ้น เล้งซานดึงเม็ดยาจันทราคราม ออกมา 1 เม็ด

"อย่าทำเช่นนั้น!!" เสียงตื่นตระหนกของเฟรย่าร้องดังขึ้น

เล้งซานมิได้สนใจฟังแต่อย่างใด มันตบเข้าปากในทันที เม็ดยาหลอมละลายเป็นน้ำภายในปาก และค่อยๆไหลลงสู่ลำคอ อย่างรวดเร็ว

"อ๊ากกกก!! "

ความเจ็บปวดทวีคูณขึ้นอีกหลายเท่า การดูดซับพลังจากเม็ดยาเพื่อเพิ่มระดับชั้นลมปราณ ย่อมมีความทรมานมิแตกต่างจากบ่อโลหิตอสูร แม้เฟรย่ายังไม่คาดคิดว่าเล้งซานจะกระทำการทั้งสองอย่างโดยพร้อมกัน!!

ยังมิจบแค่นั้น...เล้งซาน ในตอนนี้ที่ดวงตาแดงก่ำด้วยเส้นเลือดที่ขึ้นมาแดงฉานจนแทบมองไม่เห็นสีขาวของลูกตา ตวัดมือโดยใช้ลมปราณเชือดเฉือนเนื้อของสัตว์อสูรและนำมากินในทันที!!

ภาพที่เฟรย่าเห็นนั้น สะท้านถึงความมุ่งมั่นที่ทะยานสูงเทียบฟ้าของเล้งซาน นางมิอาจหาคำพูดใดบรรยายสิ่งที่ผู้เยาว์อายุ 16 นี้กระทำลงไปได้

'เจ้าเด็กน้อย ความมุ่งมั่นของเจ้านี้ เหนือกว่าบุรุษทั้งปวงที่เราเคยพบเจอตลอดอายุ ช่างเป็นความมุ่งมั่นที่น่าหวาดหวั่นยิ่งนัก'

จวบจนเวลาผ่านไป 7 วัน เล้งซานยังคงมิได้ขยับร่างออกจากบ่อโลหิตแม้แต่ครั้งเดียว อาจพูดไว้ว่าประสาทรับรู้ความเจ็บปวดของมันนั้นด้านชาไปแล้ว แม้ในอดีตมีผู้รอดจากการบ่มเพาะพลังในบ่อโลหิตอสูรนี้มากมาย แต่ไม่เคยมีผู้ใดที่แช่ในบ่อเป็นเวลาเนิ่นนานหลายวัน โดยมิได้ขยับออกจากบ่อเลยแม้แต่ครั้งเดียว

ร่างของเล้งซาน สงบนิ่ง มิได้สั่นเทาแม้แต่น้อยมันยังคงบ่มเพาะพลังชั้นสีครามจนทะยานขึ้นอย่างมิอาจคาดเดา แต่แล้วมันก็ได้ลืมตาตื่นขึ้น แสงสว่างวาบขึ้นที่แหวนมิติของมันอีกครั้ง มันหยิบเอาเม็ดยาจันทราครามมาถือไว้ในมืออีก 1 เม็ด

"อย่าแม้แต่จะคิด!! เจ้าลืมคำเตือนของเราไปแล้วหรือ ว่าเม็ดยาจันทราครามนั้น ต้องเว้นระยะการดูดซับอย่างน้อย 1 เดือน!! มิเช่นนั้นเส้นลมปราณของเจ้าจะฉีกขาด จากพลังของเม็ดยา"

"ข้ารู้จักร่างกายของข้าเองมากกว่าผู้ใด!! เส้นลมปราณของข้านั้นผิดปรกติ มันมีความหนาและยืดหยุ่นกว่าคนปรกติหลายเท่า ข้ามั่นใจว่ามันสามารถรองรับพลังของเม็ดยาได้อย่างแน่นอน ขอเพียงข้าทนความเจ็บปวดได้ ย่อมไม่มีสิ่งใดที่ข้าทำไม่ได้!!"

เล้งซานตบเม็ดยาจันทราครามเข้าปากทันที!! เมื่อเม็ดยาละลายไหลเข้าสู่ลำคอ เล้งซานรู้สึกได้ถึงการสั่นสะเทือนของเส้นลมปราณในทันที การขยายตัวอย่างฉับพลันของเส้นลมปราณ ย่อมหมายถึงความทรมานของอวัยวะภายใน ความเจ็บปวดภายนอกย่อมมิอาจเทียบได้แม้แต่ 1 ใน 10 ส่วน!!

เล้งซานดิ้นพร่านภายในบ่อโลหิตอสูร อย่างบ้าคลั่ง แต่มิได้ร้องออกมาเลยแม้แต่น้อย ความอดทนของมันมิอาจสรรหาหรือบรรยายออกมาเป็นคำพูดได้!! แม้เส้นลมปราณจะขยายตัวมากขึ้นอีกหลายเท่า แต่ก็ไม่มีทีท่าว่าจะระเบิดออก ความทรมานจากการซึมซับตัวยายาวนานต่อเนื่องหลายวัน

จนเวลาบัดนี้เวลาร่วงเลยไปอีก ครึ่งเดือน ประกายแสงสีน้ำเงินค่อยๆกระจายออกจากร่างของเล้งซาน และสาดส่องไปทั่วภายในถ้ำ

'บรรลุชั้นลมปราณสีน้ำเงินขั้นที่ 1'

เล้งซานยิ้มที่มุมปากอย่างพอใจ จากนั้นก็หอบเอาร่างขึ้นมาจากบ่อโลหิตอสูรด้วยท่าทีอิดโรยอย่างมาก และค่อยๆทรุดตัวลง หมดสติอยู่ที่ข้างบ่อ...

............................................................

จบบทที่ ตอนที่ 35 ความทรมานอันไร้ที่สิ้นสุด

คัดลอกลิงก์แล้ว