- หน้าแรก
- จุดสูงสุดแห่งอำนาจ เริ่มต้นจากผู้ถูกคัดเลือกเข้าส่วนกลาง
- บทที่ 21 ไปฝึกงานที่สำนักงานวิจัยนโยบายส่วนกลาง
บทที่ 21 ไปฝึกงานที่สำนักงานวิจัยนโยบายส่วนกลาง
บทที่ 21 ไปฝึกงานที่สำนักงานวิจัยนโยบายส่วนกลาง
ท่านคณบดีเฉียน อวี้ หมิน ยิ้มแก้มปริ ในใจยิ่งเบิกบาน เฉินเจี๋ยได้ใช้ผลงานอันไร้ที่ติของเขา เพื่อคว้าตั๋วเข้างานที่ล้ำค่าหาที่เปรียบมิได้มาให้ตนเอง และท่านในฐานะผู้ค้นพบและผู้เสนอชื่อเฉินเจี๋ย ก็ได้ประทับตราของตนเองไว้บนตั๋วใบนี้เช่นกัน
งานเลี้ยงสิ้นสุดลงท่ามกลางบรรยากาศอันอบอุ่น เฉินเจี๋ยถูกท่านคณบดีเฉียนและท่านเลขาฯ จางรั้งตัวไว้ พวกท่านกำชับและให้กำลังใจเขาอีกสองสามประโยค จึงค่อยปล่อยเขากลับ
ระหว่างทางกลับหอพัก ลมยามค่ำคืนพัดเย็นสบาย ช่วยปัดเป่าไออุ่นจากงานเลี้ยง เฉินเจี๋ยจูงมือซูฉิง แต่สมองของเขากลับปลอดโปร่งอย่างยิ่ง
ผลงานของเขาในคืนนี้ ประสบความสำเร็จในการสร้างความประทับใจอย่างลึกซึ้งไว้ในใจของผู้นำทั้งระดับมหาวิทยาลัยและระดับคณะ หรือแม้กระทั่งผู้นำในระดับที่สูงกว่านั้น
บนเส้นทางสู่การเป็นผู้ถูกคัดเลือกเข้าส่วนกลาง ในขั้นตอนที่สำคัญที่สุดอย่างการสังเกตการณ์ภายในและความประทับใจจากเบื้องบน เขาได้คะแนนเกือบเต็มแล้ว สิ่งที่ต้องทำต่อไป คือการรอคอย
...
สามวันต่อมา เฉินเจี๋ยได้รับโทรศัพท์จากอาจารย์ที่ปรึกษาจางเหว่ย บอกให้เขาไปที่ห้องทำงานคณบดี เขายืนอยู่หน้าประตูไม้มะฮอกกานีบานที่คุ้นเคย สูดหายใจลึก แล้วเคาะประตูเบาๆ
"เชิญเข้ามา" ท่านคณบดีเฉียน อวี้ หมิน กำลังนั่งอยู่หลังโต๊ะทำงานขนาดใหญ่ ตรวจสอบเอกสารอยู่ เมื่อเห็นเฉินเจี๋ยเข้ามา ท่านก็วางปากกาลง แล้วยิ้มพลางชี้ไปที่โซฟาฝั่งตรงข้าม "เฉินเจี๋ย มาแล้วเหรอ นั่งสิ"
"ท่านคณบดีครับ ท่านเรียกผม" เฉินเจี๋ยกล่าวอย่างนอบน้อม
"อืม นั่งเถอะ ไม่ต้องเกร็ง" ท่านคณบดีเฉียนพูดด้วยน้ำเสียงอบอุ่น "เวทีเสวนาครั้งนี้ เธอทำได้ดีมาก เสียงตอบรับจากทุกด้านก็ร้อนแรงอย่างยิ่ง เมื่อวาน ท่านหลัวยังอุตส่าห์โทรศัพท์มาหาฉันเป็นการส่วนตัว ชมเชยเธอไม่หยุดเลย บอกว่าเธอเป็นคนหนุ่มที่มีวิสัยทัศน์ในภาพรวมและมีศักยภาพในการปฏิบัติงานมากที่สุดเท่าที่ท่านเคยเห็นมาในรอบหลายปีนี้"
"ทั้งหมดเป็นเพราะท่านหลัวและท่านคณบดีช่วยชี้แนะสั่งสอนครับ" เฉินเจี๋ยกล่าวอย่างถ่อมตน
ท่านคณบดีเฉียนโบกมือ ร่างกายเอนมาข้างหน้าเล็กน้อย สีหน้าจริงจังขึ้น "เฉินเจี๋ย วันนั้นที่งานเลี้ยง เธอพูดถึงปณิธานของเธอ บอกว่าอยากจะมีส่วนร่วมในกระบวนการสร้างนิติรัฐของประเทศ คำพูดนั้น ฉันจำได้ไม่ลืม"
เฉินเจี๋ยใจกระตุกวูบ เรื่องสำคัญมาแล้ว
"ความรู้จากตำรานั้นตื้นเขินนัก หากอยากรู้แจ้งแท้จริงต้องลงมือทำ" ท่านคณบดีเฉียนกล่าวช้าๆ "การมีปณิธานอันยิ่งใหญ่เป็นเรื่องดี แต่ยิ่งกว่านั้นคือการต้องไปฝึกฝน ขัดเกลาในภาคปฏิบัติ การมีเพียงความรู้เชิงทฤษฎีและใจที่ร้อนแรงน่ะ มันยังไม่เพียงพอหรอก"
ท่านหยุดไปครู่หนึ่ง สายตามองเฉินเจี๋ยอย่างมุ่งมั่น "ตอนนี้ มันมีโอกาสหนึ่ง ไม่ใช่งานประจำอะไรหรอกนะ ถือว่าเป็นตำแหน่งฝึกงาน หรือผู้ช่วยวิจัยแล้วกัน"
"ที่สำนักงานวิจัยนโยบายส่วนกลางน่ะ เขามีคณะทำงานกลุ่มหนึ่งที่ทำวิจัยเรื่อง 'การปรับปรุงระบบและขีดความสามารถในการปกครองประเทศให้ทันสมัย' กำลังอยู่ในช่วงทำวิจัยสำรวจข้อมูลเบื้องต้นที่สำคัญมาก โครงการนี้ ระดับสูงมาก และก็มีความลับสูงมากเช่นกัน"
"ช่วงนี้คนของพวกเขาไม่ค่อยพอ เลยหวังว่าจะคัดเลือกคนหนุ่มสาวจากเยียนจิงของเรา ที่ 'มีจุดยืนทางการเมืองมั่นคง' 'พื้นฐานวิชาการแน่น' และ 'หัวไว' สักคนสองคน ไปช่วยงานหน่อย หลักๆ ก็คือไปช่วยจัดเรียงเอกสารข้อมูล ทำบันทึกการประชุม แล้วก็ร่างเอกสารเบื้องต้น"
น้ำเสียงของท่านคณบดีเฉียนไม่รีบร้อน แต่ทุกถ้อยคำกลับหนักแน่นดั่งขุนเขา สำนักงานวิจัยนโยบายส่วนกลาง! การปรับปรุงระบบและขีดความสามารถในการปกครองประเทศให้ทันสมัย!
คำศัพท์เหล่านี้ สำหรับเฉินเจี๋ยที่คลุกคลีอยู่ในระบบมาหลายสิบปีในชาติก่อน มันดังสนั่นหู! นั่นคือองค์กรคลังสมองระดับสูงสุดของประเทศ คือ "ศูนย์กลางอำนาจ" ที่แท้จริง! และ "การปรับปรุงระบบและขีดความสามารถในการปกครองประเทศให้ทันสมัย" ก็คือเป้าหมายหลักที่จะชี้นำการปฏิรูปพัฒนาประเทศทั้งหมดในอีกสิบกว่าปีข้างหน้า!
นี่มันจะเป็นการฝึกงานธรรมดาๆ ได้อย่างไร นี่มันคือขั้นตอน "การประเมินภาคสนาม" ที่เป็นแก่นกลางที่สุดและลับที่สุด ในกระบวนการคัดเลือกผู้ถูกคัดเลือกเข้าส่วนกลางชัดๆ!
ด้วยการส่งตัวผู้สมัครไปไว้ในองค์กรระดับสูงสุด เพื่อสังเกตการณ์อย่างใกล้ชิดและเข้มข้น เพื่อทดสอบความสามารถที่แท้จริง รูปแบบการทำงาน คุณภาพทางความคิด หรือแม้กระทั่งความสามารถในการรับแรงกดดันและการรักษาความลับ คนที่สามารถผ่านบททดสอบนี้ไปได้ ถึงจะนับว่าได้คว้าตั๋วเรือใบนั้นที่มุ่งหน้าสู่จุดสูงสุดแห่งอำนาจมาครองอย่างแท้จริง
"แน่นอนว่า" ท่านคณบดีเฉียนพูดต่อ น้ำเสียงแฝงการทดสอบ "ตำแหน่งนี้ หนักมากนะ บ่อยครั้งที่ต้องทำงานล่วงเวลา แล้วก็ไม่มีค่าตอบแทนใดๆ ยิ่งไม่ต้องพูดถึงเกียรติยศชื่อเสียงอะไร"
"พูดกันตรงๆ ก็คือ ไปเป็นลูกจ้างชั่วคราวที่ไม่มีใครรู้จัก ไปเป็นลูกมือเขา งานทั้งหมดที่เธอทำ สุดท้ายก็จะไม่มีชื่อเธอติดไปด้วย"
"หลายคนอาจจะรู้สึกว่ามันเป็นงานที่เหนื่อยเปล่า ไม่คุ้มค่า ไม่ยอมไป เพราะฉะนั้น ฉันอยากฟังความคิดจริงๆ ของเธอ ถ้าเธอมีเรื่องอื่นต้องคิด เช่น เตรียมสอบปอโท หรือหางาน ก็ปฏิเสธได้เลยนะ ฉันเข้าใจดี"
ท่านคณบดีเฉียนพูดจบก็ไม่กล่าวอะไรอีก เพียงแค่มองเฉินเจี๋ยอย่างสงบ รอคอยคำตอบของเขา นี่คือกับดักที่ออกแบบมาอย่างแยบยล และก็คือหินลับทองชั้นดีด้วย มีเพียงคนที่มีวิสัยทัศน์กว้างไกล มีปณิธาน และหนักแน่นพอเท่านั้น ถึงจะมองทะลุเปลือกนอกอันแสนธรรมดานี้ ไปเห็นโอกาสสู่สวรรค์ที่ซ่อนอยู่ได้
เฉินเจี๋ยแทบจะไม่ลังเลเลยแม้แต่วินาทีเดียว เขาลุกขึ้นจากโซฟา เพราะความตื่นเต้น ร่างกายจึงสั่นเทาเล็กน้อย แต่เขาก็รีบควบคุมอารมณ์ของตนเองไว้ โค้งคำนับอย่างสุดซึ้งให้ท่านคณบดีเฉียน "ขอบคุณครับท่านคณบดี ขอบคุณท่านที่มอบโอกาสอันล้ำค่านี้ให้ผม ผมยินดีไปครับ ผมยินดีร้อยเปอร์เซ็นต์เลยครับ!"
เขเงยหน้าขึ้น สบตาท่านคณบดีเฉียนอย่างแน่วแน่ "ผมไม่ต้องการค่าตอบแทนหรือชื่อเสียงใดๆ ทั้งสิ้น การที่มีโอกาสได้เข้าไปเรียนรู้ ได้ไปสัมผัส ในสถานที่ที่สูงส่งขนาดนั้น ได้ไปทำงานสนับสนุนขั้นพื้นฐานที่สุดเพื่อแนวนโยบายของประเทศ แค่นี้มันก็คือเกียรติยศสูงสุดที่ผมใฝ่ฝันมาตลอดแล้วครับ ประสบการณ์ช่วงนี้ จะเป็นสมบัติที่ล้ำค่าที่สุดในชีวิตของผม!"
"ขอให้ท่านวางใจครับ ผมจะทะนุถนอมโอกาสในครั้งนี้อย่างดีที่สุด ปฏิบัติตามกฎระเบียบอย่างเคร่งครัด ตั้งใจทำงานอย่างหนัก จะไม่ทำให้ท่านและองค์กรต้องผิดหวังอย่างเด็ดขาด!"
ท่านคณบดีเฉียนมองคนหนุ่มตรงหน้า ที่ตื่นเต้นจนหน้าแดงก่ำเพียงเพราะตำแหน่งลูกจ้างชั่วคราว บนใบหน้าก็ปรากฏรอยยิ้มอย่างพึงพอใจ ตนเองมองคนไม่ผิดจริงๆ คนหนุ่มคนนี้ มองโอกาสออก และคว้าโอกาสเป็น มีวุฒิภาวะที่ก้าวข้ามวัย แต่ก็ยังมีความมุ่งมั่นและไฟแรงอันเป็นคุณสมบัติของคนหนุ่มสาว
"ดี ดีมาก" ท่านคณบดีเฉียนพยักหน้าอย่างยินดี "มีคำพูดนี้จากเธอ ฉันก็วางใจแล้ว เธอกลับไปเตรียมตัวเถอะ วันจันทร์หน้า ก็ไปรายงานตัวที่สำนักงานวิจัยนโยบายส่วนกลาง บนถนนฝู่โย่วเจีย ข้างๆ จงไห่ ได้เลย เดี๋ยวจางเหว่ยเขาจะเอาข้อมูลติดต่อและจดหมายแนะนำตัวไปให้"
"ครับ ขอบคุณครับท่านคณบดี!" เฉินเจี๋ยโค้งเก้าสิบองศาอีกครั้ง
เขาเดินออกจากห้องทำงานของคณบดี ยืนอยู่ท่ามกลางแสงแดดปลายฤดูใบไม้ร่วง ถอนหายใจยาวเหยียด กลับมาแล้ว! ไม่เพียงแต่กลับมา... แต่เขาได้ใช้สติปัญญาและประสบการณ์สองชาติภพของตนเอง ดึงเส้นทางชีวิตของตนเองกลับคืนมาสู่ "ลู่แข่งทองคำ" ที่เขาเฝ้าใฝ่ฝันถึงในชาติก่อนได้สำเร็จ!
สำนักงานวิจัยนโยบายส่วนกลาง! ที่นั่น จะเป็นจุดเริ่มต้นที่แท้จริงของเขา ในการปีนป่ายสู่จุดสูงสุดแห่งอำนาจ!