- หน้าแรก
- ฉันไม่ใช่นักสืบอัจฉริยะ
- บทที่ 24 - อย่าหาว่าฉันไม่เตือน
บทที่ 24 - อย่าหาว่าฉันไม่เตือน
บทที่ 24 - อย่าหาว่าฉันไม่เตือน
"ไม่ได้เจอกันนานเลยนะ"
หานหลิงยิ้มทักทาย
ด้านหลัง จางซือเหล่ยที่เดินตามติดผู้บาดเจ็บไม่ห่าง มองหยางรุ่ยแวบหนึ่ง คาดเดาว่าอีกฝ่ายน่าจะเป็นเพื่อนร่วมรุ่นของหานหลิง
ในเมืองเดียวกัน ตำรวจกับตำรวจมักจะเป็นเพื่อนร่วมรุ่นกัน หรือไม่ก็เป็นรุ่นพี่รุ่นน้องในสถาบันเดียวกัน
เพราะการรับสมัครนักเรียนตำรวจจะเน้นรับคนในมณฑล อีกทั้งตอนรับสมัครตำรวจก็มีการจำกัดภูมิลำเนา คนในมณฑลก็ออกไปไหนไม่ได้ คนนอกมณฑลก็เข้ามาไม่ได้
จางซือเหล่ยรู้สึกอิจฉาขึ้นมาอีกแล้ว เสียดายที่ตัวเองไม่ได้สอบเข้าโรงเรียนตำรวจ
หานหลิงเบนสายตาไปมองผู้หญิงอีกคนในห้อง อายุราวๆ สามสิบกว่า
ห้องปฏิบัติการนิติเวชของกองบังคับการตำรวจภูธรเขตมีแพทย์นิติเวชสี่คน ชายสอง หญิงสอง
หยางรุ่ยแนะนำว่าอีกฝ่ายคืออาจารย์ของเธอ เป็นแพทย์นิติเวชหลักของห้องปฏิบัติการนิติเวช กองบังคับการตำรวจภูธรเขต
อาจารย์ผู้หญิงสอนลูกศิษย์ผู้หญิง ก็สมเหตุสมผลดี
"เขาคือผู้บาดเจ็บครับ พวกเราต้องออกไปข้างนอกไหม?" หานหลิงถาม พร้อมกับยื่นหนังสือส่งตัวตรวจพิสูจน์บาดแผลให้
หยางรุ่ยรับไป
แพทย์นิติเวชหลักเดินเข้ามา "ไม่ต้องหรอก เดี๋ยวเดียวก็เสร็จ ผู้บาดเจ็บมาทางนี้ นั่งตรงนี้"
การตรวจเริ่มขึ้น หานหลิงกับจางซือเหล่ยยืนรออยู่ข้างๆ
สิบกว่านาทีต่อมา
"อะไรนะ?! บาดเจ็บไม่สาหัส? พวกคุณตรวจผิดรึเปล่า!" พอผลออกมา ฮ่าวจื่อก็โวยวายทันที ชี้ไปที่หัวตัวเอง "หัวผมแตก! หูก็หูหนวก! แผลยาวตั้งสิบเซ็นนะ!"
แพทย์นิติเวชหลักเจอเรื่องแบบนี้มาจนชินแล้ว เธอเดินไปเขียนรายงานอย่างใจเย็น ปากก็พูด "หยางรุ่ย เธออธิบายให้เขาฟัง"
หยางรุ่ยพยักหน้า เริ่มอธิบาย "กะโหลกศีรษะร้าวเล็กน้อย แผลที่หนังศีรษะยาวเจ็ดเซ็นไม่ใช่สิบเซ็น แก้วหูทะลุจากแรงกระแทก ต้องใช้เวลาอย่างน้อยหกสัปดาห์ถึงจะหายเอง ส่วนอื่นไม่มีบาดแผล
เข้าข่ายมาตรฐานบาดเจ็บไม่สาหัส ไม่ถึงขั้นบาดเจ็บสาหัส"
ในปี 2009 การประเมินอาการบาดเจ็บแบ่งเป็น บาดเจ็บเล็กน้อย บาดเจ็บไม่สาหัส และบาดเจ็บสาหัส ยังไม่มีการแบ่งระดับหนึ่งระดับสอง ต้องรออีกห้าปีถึงจะเริ่มมีการแบ่งระดับ
หานหลิงไม่ค่อยรู้เรื่องวิชาชีพนิติเวชศาสตร์มากนัก แต่ความรู้ทั่วไปพวกนี้เขายังพอรู้
"เดี๋ยวก่อนสิ พวกคุณ..." ฮ่าวจื่อยังไม่ยอมแพ้ ยิ่งเขาเจ็บหนักเท่าไหร่ คนที่ตีเขาก็ยิ่งซวยเท่านั้น
หยางรุ่ยพูด "บาดเจ็บไม่สาหัสก็ถือเป็นคดีอาญาแล้ว อีกฝ่ายต้องรับผิดทางอาญา"
เครื่องพิมพ์เริ่มทำงาน ใบประเมินอาการบาดเจ็บออกมาแล้ว หยางรุ่ยหยิบขึ้นมาส่งให้หานหลิง "เรียบร้อยแล้ว กองพันสืบสวนอาชญากรรมอยู่ชั้นสอง"
บาดเจ็บไม่สาหัสถือเป็นคดีอาญา ตามปกติแล้วต้องเป็นหน้าที่ของกองพันสืบสวนอาชญากรรมของกองบังคับการตำรวจภูธรเขตรับไปจัดการ เธอเลยคิดจะบอกหานหลิงไว้ก่อน จะได้ไม่ต้องไปเสียเวลาถาม
ไม่นึกว่าแพทย์นิติเวชหลักจะตำหนิขึ้นมา "หยางรุ่ย ทำงานของตัวเองให้ดี เรื่องอื่นไม่เกี่ยวกับเธอ"
คดีของสถานีตำรวจจะส่งต่อให้กองพันสืบสวนอาชญากรรมหรือไม่ มันต้องดูตามสถานการณ์ กฎก็คือกฎ แต่ในทางปฏิบัติมันยืดหยุ่นได้มาก ทำยังไงสะดวกก็ทำอย่างนั้น
หยางรุ่ยหน้าเจื่อนเล็กน้อย "ค่ะอาจารย์"
หานหลิงกล่าวลา "รบกวนแล้วครับ ผมขอตัวไปโทรศัพท์ก่อน เชิญพวกคุณทำงานต่อเถอะ"
พูดจบ ทั้งสามคนก็เดินออกจากห้องปฏิบัติการนิติเวช
ที่โถงทางเดิน หานหลิงหยิบโทรศัพท์มือถือกดโทรออกหาจูเยว่ แจ้งผลการประเมินอาการบาดเจ็บให้เขาทราบ แล้วถามว่าจะต้องรายงานให้กองพันสืบสวนอาชญากรรมของกองบังคับการตำรวจภูธรเขตตอนนี้เลยไหม
จูเยว่ตอบว่าไม่ต้อง
คดีมันง่ายๆ ไม่ได้ก่อให้เกิดผลกระทบร้ายแรง รอแค่ผลการประเมินอาการบาดเจ็บก็สามารถรวบรวมสำนวนส่งให้กองพันกฎหมายของกองบังคับการตำรวจภูธรเขตตรวจสอบ แล้วส่งต่อให้อัยการได้เลย
ไม่ต้องผ่านกองพันสืบสวนอาชญากรรมให้เสียเวลา
กองพันสืบสวนอาชญากรรมงานยุ่งจะตาย ไม่มีเวลามาสนใจคดีเล็กๆ ที่ปิดไปแล้วแบบนี้หรอก
ส่วนเรื่องหนังสือยอมความ ก็ต้องดูท่าทีของทั้งสองฝ่าย จะเซ็นกันที่สถานีตำรวจเลยก็ได้ หรือจะไปตกลงกันที่สำนักงานอัยการก็ได้
"รับทราบครับ"
หานหลิงวางสาย
เขากำลังจะเดินจากไป แต่ด้านหลังก็มีเสียงตะโกนเรียก "หานหลิง!"
หานหลิงหันกลับไป พอเห็นว่าเป็นซุนอวี้เจี๋ย เขาก็บอกให้จางซือเหล่ยพาคนเจ็บออกไปรอก่อน
จางซือเหล่ยรู้ว่าอีกฝ่ายจะคุยกับเพื่อนร่วมรุ่น เลยพยักหน้าแล้วเดินจากไป
"ว่าไง มีคดีเหรอ?"
ซุนอวี้เจี๋ยยิ้มเดินเข้ามาหาหานหลิง พอเจอคนคุ้นหน้าก็รู้สึกเป็นกันเอง สถานีตำรวจในพื้นที่กับกองบังคับการตำรวจภูธรเขตมักจะต้องติดต่อประสานงานกันบ่อยๆ การเจอหานหลิงที่นี่จึงเป็นเรื่องปกติมาก
หานหลิงยิ้ม "คดีทำร้ายร่างกาย บาดเจ็บไม่สาหัส คนที่โดนตีก็เป็นผู้ต้องสงสัยเหมือนกัน ก็เลยต้องมานี่แหละ"
ซุนอวี้เจี๋ยพยักหน้ารับคำ คดีที่เขาเจอในห้องตรวจพิสูจน์ร่องรอยของกองบังคับการตำรวจภูธรเขต มันรุนแรงกว่าที่สถานีตำรวจเจอเยอะ
อย่าว่าแต่บาดเจ็บไม่สาหัสเลย บาดเจ็บสาหัสก็เจอบ่อยๆ เผลอๆ ก็มีคดีการตายผิดธรรมชาติโผล่มาด้วยซ้ำ
"เมื่อกี้นี้เป็นผู้ช่วยตำรวจเหรอ? ฉันเห็นชุดคล้ายๆ" เขาถาม
หานหลิงพยักหน้า "อืม ผู้ช่วยตำรวจ"
ซุนอวี้เจี๋ยประหลาดใจ "ไปได้สวยนี่นาที่สถานีตำรวจ หัวหน้าถึงกับให้นายที่เป็นตำรวจฝึกหัดคุมผู้ช่วยตำรวจมาที่กองบังคับการ ดูท่าทางเขาจะไว้ใจนายมากนะ ตอนนี้ฉันจะทำอะไรยังมีคนคอยสอนอยู่เลย"
หานหลิงหัวเราะ "หน่วยสืบสวนอาชญากรรมขาดคนน่ะ ก็เลยต้องจำใจต้องเอาขนมเปี๊ยะมาใช้ต่างข้าวสาร"
"ถ่อมตัวไปแล้ว" ซุนอวี้เจี๋ยตบแขนหานหลิง "สถานีตำรวจวั่งโหลวมีคนเป็นร้อย ยังไงก็ต้องหาตำรวจประจำมาสักคนได้อยู่แล้ว นี่แสดงว่าหัวหน้าเขาเห็นแววนายต่างหาก"
หานหลิง "ได้เลยๆ นายเรียกฉันไว้แค่เพื่อจะอวยฉันสินะ"
ซุนอวี้เจี๋ยหัวเราะฮ่าๆ "เราสองคนอยู่ฝ่ายน้ำเงินด้วยกันที่สตูดิโอถ่ายทำภาพยนตร์ ร่วมกันปราบ 'ศัตรู' ตอนนี้ก็ยังมาเป็นเพื่อนร่วมงานในเขตพื้นที่เดียวกันอีก มันก็ต้องสนิทสนมกันไว้หน่อยสิ"
เขาพูดถูก เพื่อนร่วมรุ่นที่จบมาพร้อมกัน ทำงานในเขตพื้นที่เดียวกัน อนาคตต้องได้ติดต่อกันบ่อยๆ แน่นอน ถ้าไม่มีอะไรผิดพลาด อนาคตน่าจะกลายเป็นเพื่อนที่ดีต่อกันได้
หานหลิงกำลังจะอ้าปากพูด แต่จังหวะนั้นประตูห้องปฏิบัติการนิติเวชก็เปิดออก หยางรุ่ยเดินออกมา สงสัยจะได้ยินเสียงคุยกันข้างนอก
พอเห็นหยางรุ่ย ซุนอวี้เจี๋ยก็หุบยิ้มลงเล็กน้อย ทำท่าทางจริงจังขึ้นมาหน่อย
รายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ แบบนี้แหละ ที่เป็นหลักฐานให้หานหลิงใช้ตัดสินว่าซุนอวี้เจี๋ยชอบหยางรุ่ย ความแม่นยำสูงมาก ไม่น่าพลาด
"หานหลิง เพื่อนร่วมรุ่นแถมยังเป็นเพื่อนร่วมงานกันอีก แลกเบอร์กันไว้หน่อยสิ จะได้ติดต่อกันสะดวก" หยางรุ่ยพูดพลางหยิบโทรศัพท์มือถือออกมา
หานหลิงไม่ปฏิเสธ ยื่นมือไปล้วงกระเป๋า
"เดี๋ยวก่อน!!"
ซุนอวี้เจี๋ยยิ้มไม่ออก ตะโกนเสียงดังลั่น ทำเอาหยางรุ่ยสะดุ้งตกใจ
"จะบ้าเหรอนายซุนอวี้เจี๋ย! เป็นบ้าอะไรรึเปล่า?" หยางรุ่ยไม่พอใจ "มาๆๆ เดี๋ยวฉันตรวจให้"
ซุนอวี้เจี๋ยทำหน้าแหยๆ อ้างว่ามีเรื่องส่วนตัวต้องคุยกับหานหลิงเดี๋ยวเดียว แล้วก็ดึงหานหลิงไปข้างๆ
"หานหลิง นายคิดจะทำอะไร?" ซุนอวี้เจี๋ยกระซิบถาม
หานหลิงแกล้งทำหน้างง "ทำไม? ฉันทำไมเหรอ?"
ซุนอวี้เจี๋ยหันกลับไปมองหยางรุ่ยแวบหนึ่ง แล้วพูด "นายจะขอเบอร์หยางรุ่ยทำไม?"
ถ้าพูดถึงหน้าตา เขยอมรับว่าตัวเองสู้หานหลิงไม่ได้ ถ้าพูดถึงความสามารถ หานหลิงก็สร้างวีรกรรมไว้ที่สตูดิโอถ่ายทำภาพยนตร์ แถมตอนนี้ยังทำงานได้ดีอีก ในจิตใต้สำนึกของเขา นี่คือคู่แข่งที่น่ากลัวมาก
หานหลิงทำหน้าประหลาดใจ "ฉันไม่ได้ขอซะหน่อย เธอต่างหากที่มาขอฉัน"
ซุนอวี้เจี๋ย "เขาขอนายก็ให้เหรอ? ฉันจะบอกให้นะ นายมีหลินหรงอยู่แล้วนะเว้ย ดาวโรงเรียนเลยนะ คนแบบนั้นขี้หึงจะตาย ต้องรู้จักหลีกเลี่ยงเรื่องน่าสงสัยบ้าง
นี่ถ้าหลินหรงรู้เข้าล่ะก็ อย่าหาว่าฉันไม่เตือนนายนะ"
หานหลิงถึงกับพูดไม่ออก "ฉันไปมีหลินหรงตอนไหน? นายเลิกพูดถึงเธอจะได้ไหม?"
"หา?" ซุนอวี้เจี๋ยตามไม่ทัน "ก็ไหนว่า ถ้าชนะจะยอมคบกับนายไง? โดนเทเหรอ? ก็ปกติ สมเหตุสมผลดี"
หานหลิง "..."
ซุนอวี้เจี๋ยถือว่าเขายอมรับโดยดุษณี ส่งสายตาเห็นใจมาให้ "เฮ้อ แย่จริงๆ แต่ว่า... แค่โสดก็ยังมีโอกาสนะเว้ย นี่ถ้าหลินหรงรู้ว่านายมาอ่อยแพทย์นิติเวชของกองบังคับการล่ะก็ อย่าหาว่าฉันไม่เตือนนายนะ"
เขาย้ำคำเดิมถึงสองรอบ
หานหลิงอ้าปากค้างไม่รู้จะพูดอะไรดี ขอยอมแพ้ให้กับไอ้คนสมองมีแต่เรื่องรักๆ ใคร่ๆ นี่จริงๆ
"เฮ้! คุยอะไรกันอยู่? เสร็จรึยัง?" หยางรุ่ยชักจะรอไม่ไหวแล้ว
(จบแล้ว)