เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 32 พรแห่งธรรมะบริสุทธิ์ การถวายกายเนื้อ

บทที่ 32 พรแห่งธรรมะบริสุทธิ์ การถวายกายเนื้อ

บทที่ 32 พรแห่งธรรมะบริสุทธิ์ การถวายกายเนื้อ


บทที่ 32 พรแห่งธรรมะบริสุทธิ์ การถวายกายเนื้อ

ยังไม่ทันขาดคำ กระสุนหนึ่งชุดก็ถูกสาดไปยังตำแหน่งที่มาของเสียง โชคดีที่ฝีมือการยิงมันห่วยแตกสิ้นดี กระสุนทั้งหมดพลาดเป้าไปโดนต้นไม้ใหญ่ที่อยู่ห่างออกไป เปลือกไม้ระเบิดกระจาย เศษไม้ปลิวว่อน ทำเอาคนที่ซ่อนอยู่ในกองใบไม้แห้งตกใจจนกรีดร้องลั่น

“อ๊าาา! อย่าฆ่าข้า อย่าฆ่าข้า!”

พอเห็นภาพนี้ หยวนจู๋ก็รีบส่ายหน้ายกสองมือขึ้น ส่งสัญญาณว่าไม่ใช่ฝีมือข้า

“ขะ-ข้า ข้าตื่นเต้นไปหน่อย ควบคุมตัวเองไม่อยู่ ก็เลยลั่นไกออกไป” ลวี่รั่งเพิ่งจะรู้สึกตัว ตอบกลับมา น้ำเสียงยังคงปิดบังความตื่นตระหนกไว้ไม่มิด สีหน้ายิ่งแสดงความสำนึกผิดและความหวาดกลัวหลังจากเผลอฆ่าคน

“เชี่ย! แกเหรอ?!” สาวผมชมพูที่เดินอยู่ข้างหน้าเขาร้องอุทาน รีบเผ่นหนีตายไปหลบให้ไกล กลัวว่าจะโดนยิงจากข้างหลัง

หัวหน้าทีมไม่ได้เอ่ยปากตำหนิ ก็มือใหม่นี่นะ ใครๆ ก็เคยผ่านจุดนี้มาแล้วทั้งนั้น

ถ้าหากใครโชคร้ายโดนลูกหลง ก็ยังมีเครื่องแบบของ 【ราชินีขนฟู】 ช่วยป้องกันอยู่ไม่ใช่รึไง หากขนาดนี้ยังกันไม่ได้ นั่นก็คงเป็นชะตาฟ้าลิขิตแล้ว ขนาดเทพเจ้าลงมือเองยังห้ามไม่ได้ ท่านจะเอาอะไรอีก?

“ออกมาเถอะ ไม่ต้องเกร็ง เจ้าปลอดภัยแล้ว”

หัวหน้าทีมก้าวออกไปเป็นคนแรก เดินนำอยู่หน้าสุด ใช้ตัวเองบังคนอื่นๆ ไว้ข้างหลัง ท่าทีนี้ดูมีความรับผิดชอบอย่างมาก ทำให้คนรู้สึกอบอุ่นใจ แต่หยวนจู๋กลับรู้สึกแปลกๆ ว่าเป็นเพราะเขาหมดหวังกับคนอื่นๆ แล้ว เลยต้องออกโรงเอง

ในกองใบไม้แห้งสั่นสะท้านด้วยความหวาดกลัวอีกครู่หนึ่ง ในที่สุด ร่างเล็กผอมแห้งร่างหนึ่งก็ลุกขึ้น เดินมาหาทุกคนอย่างขลาดกลัว

พอเข้ามาใกล้ หยวนจู๋ถึงได้เห็นชัดว่าอีกฝ่ายเป็นเณรน้อยคนหนึ่งที่ผิวคล้ำ หน้าตาก็ค่อนข้างอัปลักษณ์ จีวรที่ขาดรุ่งริ่งสไตล์ประหลาดนั่น กับหัวโล้นอันเป็นเอกลักษณ์ ดูไปก็มีส่วนคล้ายกับพระสงฆ์ในแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ของโลกอยู่บ้าง

“พระ?” เมิ่งซีเยว่ที่หลบอยู่ใกล้ๆ หยวนจู๋ พูดกับตัวเองด้วยความประหลาดใจระคนสงสัย “โลกฟองสบู่นี้มีพื้นเพเป็นพุทธเหรอ?”

เณรน้อยรวบรวมความกล้าเงยหน้าขึ้นกวาดตามองทุกคน สุดท้ายก็หยุดสายตาไว้ที่หัวหน้าทีมแล้วพูดว่า: “สะ-สวัสดีครับ พวกท่าน ข้าชื่อ คูเฉ่า เป็นชาวแคว้นพุทธน่าเย่ ขอถามว่าพวกท่านมาช่วยพวกเรารึเปล่าครับ?”

“ช่วย?” หัวหน้าทีมจับคีย์เวิร์ดได้ “เจ้าพอจะเล่าสถานการณ์ของแคว้นพุทธน่าเย่ให้ฟังหน่อยได้ไหม ว่ามันเกิดอะไรขึ้น ถึงต้องให้คนนอกเข้าไปช่วย? ข้าว่าเจ้าคงหิวมานาน ข้าหาอะไรให้กินหน่อยก็ได้”

เมื่อมองเด็กหนุ่มที่ชื่อ คูเฉ่า ที่กำลังหิวโซ ดูท่าทางอ่อนแรงและหิวโหย หัวหน้าทีมก็หยิบแท่งพลังงานห่อสีแดงสองแท่งออกมาจากกระเป๋า แล้วฉีกห่อหนึ่งยื่นให้อีกฝ่าย: “ฉีกตรงนี้ อาหารข้างในกินได้เลย”

กลิ่นหอมของอาหารที่ไม่เคยได้กลิ่นมาก่อน ทำให้เณรน้อยกลืนน้ำลายเอื๊อกทันที ท้องของเขาร้องโครกครากด้วยความหิว เขาไม่สนใจอะไรอีกแล้ว คว้ามันมาได้ก็รีบยัดเข้าปาก เคี้ยวและกลืนอย่างตะกละตะกลาม ท่าทางเหมือนเปรตขอส่วนบุญนั่นกินเร็วเกินไป จนเกือบจะติดคอตาย

หัวหน้าทีมยื่นขวดน้ำให้อีกใบ: “ดื่มน้ำ”

“ฮือๆ... ขอบคุณครับ ขอบคุณพวกท่านมาก! ท่านโยมใจบุญจริงๆ ต้องได้รับพรจากท่านพระคุ้มครองแน่!” เณรน้อยกลืนอาหารที่ติดคอลงไปได้อย่างทุลักทุเล สีหน้าเต็มไปด้วยความเจ็บปวด แต่ก็โล่งอก จากนั้นก็ก้มลงกราบขอบคุณทุกคนด้วยความซาบซึ้งใจ

“ลุกขึ้น เล่าเรื่องแคว้นน่าเย่ กับเรื่องราวที่เจ้าเจอมาให้ข้าฟัง” หัวหน้าทีมพยุงเณรน้อยให้ลุกขึ้น แล้วถามอีกครั้ง

เด็กหนุ่มผอมแห้งเก็บแท่งพลังงานอีกแท่งไว้้อย่างระมัดระวัง จากนั้นก็พยักหน้ารัวๆ แล้วตอบว่า: “ครับ ได้ครับ แคว้นพุทธน่าเย่คือเมืองแห่งพุทธที่เหล่าท่านพระสร้างขึ้น ในเมืองมีชาวเมืองนับแสนคน แค่กำแพงเมืองก็สูงตั้งสามจั้ง (ประมาณ 10 เมตร)! เดิมทีพวกเราชาวน่าเย่ก็ใช้ชีวิตอย่างสงบสุข เคารพธรรมะบูชาพระ แต่อยู่ๆ เมื่อสองเดือนก่อน ในสุสานรกร้างนอกเมือง ก็มีผีโครงกระดูกที่ตายแล้วฟื้นปีนออกมามากมาย ไล่ฆ่าชาวบ้านที่กำลังทำนา”

“คนตายคนเจ็บยิ่งมายิ่งเยอะ ไม่นานก็มีสัตว์ประหลาดที่มองด้วยตาเปล่าไม่เห็นโผล่มาอีก พวกมันฆ่าล้างบาง แถมยังสิงร่างซ่อนตัวได้ด้วย แม้แต่ท่านพระในวัดก็ยังตั้งตัวไม่ทัน ตายเจ็บกันไปเยอะมาก เมื่อประมาณหนึ่งเดือนก่อน ได้ยินมาว่าวัดจินกังทางตะวันออกของเมืองถูกอสูรไร้ร่างตีแตก ก่อกำเนิดอสูรซากพุทธะที่น่าสะพรึงกลัวตนหนึ่ง หลวงปู่เจ้าอาวาสหลงอินตัดสินใจลงมือปราบมารด้วยตนเอง แต่ไม่คาดคิดว่าจะถูกทาสผีที่แฝงตัวอยู่ในกองทัพพระลอบทำร้าย จนตกไปในกับดัก เป็นตายร้ายดีไม่ทราบได้”

“พอเห็นว่าแคว้นน่าเย่กำลังจะแตก พวกเราก็ได้รับการช่วยเหลือจากปรมาจารย์ท่านหนึ่ง ท่านขับไล่และผลักดันอสูรปีศาจมากมายตลอดทาง ช่วยพวกเราออกมาได้หลายร้อยคน หนีออกจากแคว้นพุทธไปซ่อนตัวอยู่ในป่าลึกเป็นเวลากว่าครึ่งเดือน ระหว่างนั้น ปรมาจารย์ท่านนั้นก็พยายามจะติดต่อชาวเมืองคนอื่นๆ ที่หนีออกมาได้กับเหล่าปราชญ์แห่งพุทธ เพื่อรวบรวมกำลังกลับไปยึดแคว้นพุทธคืน แต่แล้วก็ได้ยินข่าวมาอีกว่า มีท่านพระอีกองค์หนึ่งลุกขึ้นมากอบกู้สถานการณ์ในยามวิกฤต ปราบปรามอสูรร้ายนั่นได้ และกลับมาควบคุมแคว้นพุทธได้อีกครั้ง ทั้งยังเปิดรับผู้ลี้ภัยจำนวนมาก”

“หลังจากนั้นก็ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น ปรมาจารย์เซี่ยงเหวินท่านนั้นก็เลยล้มเลิกแผนการที่จะกลับไป ห้ามไม่ให้ผู้ลี้ภัยคนอื่นๆ กลับไปยังแคว้นพุทธ ยังคงปักหลักอยู่ในป่าต่อไป ตอนแรกๆ ก็ยังดีอยู่ แต่การออกไปล่าสัตว์มันก็เริ่มยากขึ้นเรื่อยๆ ได้ยินมาว่าสัตว์ใหญ่ในป่ามันลดจำนวนลงอย่างรวดเร็ว พอไม่มีอะไรกิน ผู้ลี้ภัยบางคนก็ทนไม่ไหว แอบหนีกลับไปที่แคว้นพุทธ ส่วนคนที่เหลือ ก็ยังคงหาอาหารในป่าต่อไป”

“แล้วเมื่อประมาณสิบวันก่อน ปรมาจารย์เซี่ยงเหวินก็ได้รับบาดเจ็บสาหัสกลับมา ท่านยังไม่ทันได้สั่งเสียอะไรมาก ก็แค่เรียกพวกเราเด็กๆ มารวมกัน แล้วถ่ายทอดธรรมะและมอบศีลให้พวกเราก่อนสิ้นใจ นำพาพวกเราเข้าสู่ประตูพุทธ หลังจากนั้น ทีมที่ออกไปล่าสัตว์ก็ไปเจอกับสัตว์ป่าที่น่ากลัวตัวหนึ่งเข้า พรานผู้ใหญ่ตายไปสามคน บาดเจ็บอีกสี่ พวกเราเด็กๆ ก็เลยถูกบังคับให้เข้าร่วมทีมหาอาหารไปด้วย แต่สัตว์ป่าอันตรายมันก็ยิ่งมีมากขึ้นเรื่อยๆ มีคนบอกว่าจะไปที่แคว้นพุทธเพื่อตามปรมาจารย์มาช่วย สุดท้าย... ทุกคนก็เลยแยกย้ายกันไปหมด”

หลังจากฟังเด็กหนุ่มเล่าจบ หัวหน้าทีมก็ถามว่า: “นอกจากแคว้นพุทธน่าเย่แล้ว ยังมีแคว้นอื่นอีกไหม?”

“หา?” เด็กหนุ่มทำหน้างง ไม่เข้าใจความหมายของอีกฝ่ายเลยแม้แต่น้อย เขาย้อนถาม: “ในโลกนี้ยังมีแคว้นพุทธแห่งที่สองด้วยเหรอครับ? ข้าไม่เคยได้ยินมาก่อนเลย”

“นอกแคว้นน่าเย่ ยังมีที่ที่มนุษย์รวมกลุ่มกันอยู่อีกไหม?”

เด็กหนุ่มพยักหน้า: “มีครับ มี ในป่าลึกนอกเมือง ยังมีหมู่บ้านอยู่บ้าง พวกเขาล้วนใฝ่ฝันที่จะได้เข้าไปตั้งรกรากอยู่ในแคว้นพุทธ นอกจากนี้ พวกชาวเมืองที่ไปล่วงเกินท่านพระ ทำผิดศีล หรือฝ่าฝืนกฎหมายในแคว้นพุทธ ก็จะถูกเนรเทศไปยังแดนไกลเพื่อไถ่บาปบุกเบิกดินแดนใหม่”

ทั้งสองคนถามตอบกัน หยวนจู๋แค่แอบฟังอยู่ข้างๆ ก็พอจะนึกภาพระบอบการปกครองแบบนครรัฐที่โบราณ ล้าหลัง และอยู่โดดเดี่ยวออก ดูเหมือนว่าระดับอารยธรรมของโลกนี้จะไม่สูงเท่าไหร่เลยแฮะ ไม่รู้ว่า ‘เหล่าท่านพระ’ ที่เด็กหนุ่มพูดถึง จะยอมสวมใส่เสื้อผ้าเด็กสุดหรูของ 【ราชินีขนฟู】 รึเปล่า? หรือว่า เราอาจจะเอา ‘จีวรเด็กสุดหรู’ ไปขายให้พวกลูกๆ หลานๆ ของท่านพระได้ ไม่รู้ว่าสายพุทธที่นี่เขาห้ามเรื่องสตรีรึเปล่า? ฟังจากที่เด็กหนุ่มเล่าแล้ว ดูเหมือนพวกเขาจะเป็นสายที่ฉันเนื้อได้?

หัวหน้าทีม: “ข้าดูศีลที่เจ้ารับมาหน่อย”

“ครับ!”

เด็กหนุ่มได้ยินดังนั้น ก็รีบถลกจีวรเก่าๆ ที่คลุมร่างอยู่ออก จากนั้นก็ยกแขนขวาขึ้นสูง เผยให้เห็นรักแร้ที่มอมแมม

ตรงรอยต่อระหว่างรักแร้กับหน้าอกของเด็กหนุ่ม มีก้อนเนื้อสีม่วงแดงนูนขึ้นมาอย่างประหลาด บนผิวของมันมีเส้นเลือดฝอยแผ่ขยายเต็มไปหมด ดูเหมือนพร้อมที่จะระเบิดออกมาได้ทุกเมื่อ ที่มันน่าขนลุกยิ่งกว่านั้นก็คือ รูปร่างของก้อนเนื้อนั่น มันเผยให้เห็นเค้าโครงของหัวพระพุทธรูปจางๆ

เพียงแต่ว่า บริเวณที่ควรจะเป็นใบหน้าของก้อนเนื้อนั้นยังคงเลือนราง มองไม่เห็นรายละเอียดของหน้าตา แต่ก็พอจะแยกแยะโครงสร้างของหัวพระได้ ทั้งบริเวณมวยผมเนื้อบนยอด บริเวณใบหน้าที่ว่างเปล่า... มันทำให้คนรู้สึกหนาวเยือกขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก เหมือนกับมีใบหน้าที่บิดเบี้ยวไร้รูปทรงกำลังจ้องมองเราอยู่

“อี้...!” เมิ่งซีเยว่ส่งเสียงออกมาด้วยความรังเกียจ ถอยหลังกรูด ไม่มองมันอีก

แต่คนอื่นๆ กลับไม่มีปฏิกิริยาอะไร ยังคงจ้องมองก้อนเนื้อสีม่วงแดงขนาดเท่าไข่นกพิราบนั้นอย่างงุนงง ปลายจมูกราวกับได้กลิ่นไม้จันทน์หอมที่เข้มข้นและนุ่มนวล ทำให้จิตใจรู้สึกสงบและหลุดพ้นจากทางโลก

【ติ๊ด! ติ๊ด! ติ๊ด! ตรวจพบคลื่นมลพิษผิดปกติ! จิตวิญญาณกำลังถูกโจมตีเพื่อเปลี่ยนแปลงแก้ไข】

หยวนจู๋สะดุ้งเฮือก เลิกจ้องมองก้อนเนื้อประหลาดที่สีข้างของเด็กหนุ่มทันที ภายในของสิ่งนั้น ดูเหมือนกำลังบ่มเพาะมลพิษในระยะเริ่มต้นอยู่

หัวหน้าทีมกลับกล่าวว่า: “นี่มันรังไหมพระพุทธรูปนี่ ดูเหมือนจะเป็นพรแห่งธรรมะบริสุทธิ์ เล่าขั้นตอนการรับศีลของเจ้ามาสิ...”

“ข้าก็ไม่ค่อยแน่ใจครับ ตอนนั้นปรมาจารย์เซี่ยงเหวินใกล้จะสิ้นใจแล้ว ท่านยกชามซุปเลือดข้นๆ ที่ผสมเนื้อสับออกมาหนึ่งชาม ให้พวกเราแต่ละคนดื่มเข้าไปคนละอึก จากนั้นพวกเราก็ล้มตัวลงนอนสลบไป ไม่ตื่นขึ้นมาอีกเลย พอตื่นขึ้นมาอีกที ปรมาจารย์เซี่ยงเหวินก็ละสังขารไปแล้ว” พอพูดถึงตรงนี้ คูเฉ่าก็มีท่าทีเศร้าสลดเล็กน้อย

“ดูเหมือนจะเป็นการถวายกายเนื้อเป็นทาน ปรมาจารย์เซี่ยงเหวินท่านนั้นคงจะบดขยี้รังไหมพระพุทธรูปของตัวเอง ผสมลงไปในเนื้อต้ม แล้วให้พวกเจ้ากินเข้าไป เพื่อถ่ายทอดธรรมะให้พวกเจ้า หวังว่าจะช่วยคุ้มครองให้พวกเจ้ารอดพ้นจากหายนะครั้งนี้ไปได้ ส่วนเรื่องอสูรผีที่เจ้าบอกว่าตายแล้วฟื้น...” หัวหน้าทีมเงยหน้าขึ้น สูดหายใจเข้าลึกๆ ยาวๆ แล้วหลับตาลงใช้สมาธิสัมผัส สุดท้ายก็พึมพำกับตัวเองอย่างสงสัย: “ยมโลก?”

หยวนจู๋ที่ยืนเป็นตัวประกอบอยู่ข้างๆ ทำหน้างง แต่ก็รู้สึกว่ามันสุดยอดมาก อันที่จริงเขาก็อยากจะมีส่วนร่วมด้วย แต่ติดที่คลังความรู้มันน้อยเกินไป มีแต่ศัพท์เทคนิคที่ฟังไม่เข้าใจเต็มไปหมด

เขาดูเหมือนจะได้เห็นระบบใหม่อีกระบบหนึ่ง 【รังไหมพระพุทธรูป】 ของสายพุทธ แล้วยังมีอะไร ‘พรแห่งธรรมะบริสุทธิ์ ถวายเนื้อต้มเป็นทาน’ อีก? ทำไมมันดูพิลึกพิลั่นขนาดนี้ ดูๆ ไปแล้ว เผลอๆ จะยังสู้แสงศักดิ์สิทธิ์ของวิหารศักดิ์สิทธิ์ไม่ได้ด้วยซ้ำ

(ผู้แปล : ถามถึงผู้อ่านว่า แปลออกมาแบบนี้จะโอเคกันไหม แต่เรื่องนี้ก็ก็จะเป็นเรื่องเกี่ยวกับเรื่องพระพุทธ พระธรรม นี่แหละครับ)

(จบตอน)

จบบทที่ บทที่ 32 พรแห่งธรรมะบริสุทธิ์ การถวายกายเนื้อ

คัดลอกลิงก์แล้ว