- หน้าแรก
- แนวคิดพิสดารสู่ความเป็นเซียน
- บทที่ 30 คณะผู้ตรวจสอบการลงทุนต่างโลก
บทที่ 30 คณะผู้ตรวจสอบการลงทุนต่างโลก
บทที่ 30 คณะผู้ตรวจสอบการลงทุนต่างโลก
บทที่ 30 คณะผู้ตรวจสอบการลงทุนต่างโลก
เมื่อหยวนจู๋กลับมาที่ห้องโถง ทุกคนก็เปลี่ยนเป็นชุดใหม่ ถือกระเป๋าเอกสารบรรจุอาวุธสงคราม ให้กลิ่นอายของนักธุรกิจชั้นแนวหน้าที่เตรียมตัวออกไปเจรจา
เพียงแต่ว่า คุณยายที่ผอมแห้งใบหน้าเต็มไปด้วยริ้วรอยกร้านโลก ไอ้หนุ่มหัวหงอนไก่สีรุ้งที่พยายามแต่งตัวให้ดูดี และคุณลุงผิวดำร่างยักษ์บึกบึนที่ดูเหมือนฆาตกรคลั่ง... ภาพลักษณ์มันช่างขัดแย้งกันไปหน่อย ฉุดความเป็นมืออาชีพและความน่าประทับใจของทีมลงฮวบ
“แบะ...”
อ้อ ยังมีลูกแพะตัวเล็กๆ ที่ไม่ใส่เสื้อผ้าแถมยังแลบลิ้นปลิ้นตา กำลังออดอ้อนคลอเคลียคุณยายไม่หยุด ซึ่งไม่เข้ากับสไตล์นักธุรกิจของทีมเลยแม้แต่น้อย
“ดีมาก! ดูภูมิฐานขึ้นเยอะเลย” หัวหน้าทีมปรบมือเบาๆ พอใจกับภาพลักษณ์ที่ดูดีขึ้นเพราะเสื้อผ้าของตัวเอง
แม้แต่คุณยายบ้านนอกที่ดูโทรมที่สุด คนขายเนื้อที่ตัวเหม็นคาวเลือด หรือไอ้หนุ่มนักเลงขี้ขลาด พอได้เปลี่ยนมาใส่แบรนด์ของตัวเอง ก็ดูมีชีวิตชีวา ค่าความทันสมัยพุ่งกระฉูด ดูไม่เหมือนพวกปลายแถวที่จะตายวันตายพรุ่งอีกต่อไป
นี่แหละคือการเปลี่ยนชะตาชีวิต! บุคลิกกำหนดชะตา แต่เสื้อผ้าเปลี่ยนบุคลิก ดังนั้น เสื้อผ้าเด็กสุดหรูของ 【ราชินีขนฟู】 จึงเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งยวดสำหรับชาวต่างโลก
“แค่กๆ ตอนนี้ทุกคนหยิบเครื่องสื่อสารของตัวเองออกมา ข้าจะสอนวิธีใช้ให้ หางของมันผ่านการดัดแปลง ภายในมีเข็มสะอาดที่ปลอดภัยติดตั้งอยู่ มันจะเจาะผิวหนังของพวกท่านเพื่อเก็บเลือด และกักเก็บไว้ในถุงเลือด ตอนที่เก็บเลือด มันจะเปิดใช้งานการยืนยันคลื่นความถี่ทางจิตโดยอัตโนมัติ พวกท่านแค่ต้องสงบจิตใจ ตั้งสมาธิรับรู้มัน ก็จะสามารถสร้างการเชื่อมต่อกับเครื่องสื่อสาร และใช้จิตควบคุมมันได้”
“ทีนี้มาดูที่ท้องของมัน จะมีขาโครงกระดูกภายนอกทั้งหมดแปดขาทิ่มเข้าไปในร่างของมัน รอให้ทุกคนเก็บเลือดเสร็จ ก็สามารถเอาเลือดของตัวเองไปหยอดใส่ใน ‘ช่องว่างของขา’ ของเครื่องสื่อสารคนอื่น เพื่อทำการจับคู่สัญญาณได้ พูดง่ายๆ ก็คือ ข้าเป็นตัวแทนของขาซ้ายอันแรก ข้าก็จะเอาเลือดของตัวเองไปหยอดใส่ในช่อง ‘ซ้าย 1’ ของเครื่องสื่อสารพวกท่านทุกคน พอเข้าไปในโลกภารกิจแล้ว พวกท่านแค่รวบรวมสมาธิไปที่ขาอันนี้ ก็จะสามารถเรียกข้าเพื่อพูดคุยสื่อสารได้”
หยวนจู๋นับดู รวมหัวหน้าทีมด้วยก็มีทั้งหมด 8 คนพอดี และหนูๆ ดัดแปลงของทุกคนก็ถูกขาโครงกระดูกภายนอกที่มีลักษณะคล้ายข้อปล้องของแมลงแปดขาทิ่มแทงอยู่ งั้นแสดงว่าสมาชิกรุ่นใหม่ของทีม ถูกล็อกเป้าไว้ที่ 7 คนสินะ? แต่ละคนเป็นตัวแทนขาแมงมุมหนึ่งขา ไม่มากไม่น้อยไปกว่านี้
เอิ่ม... นี่มันกองโจรเงามายาชัดๆ?!
“เอาล่ะ ทุกคนเริ่มได้เลย พอยืนยันตัวตนเสร็จ ก็มาเข้าแถวตรงนี้เพื่อจับคู่สัญญาณกับข้าทีละคน”
ความเจ็บแปลบแล่นผ่านหลังมือ หางของหนูๆ ยืดเข็มออกมาหนึ่งเล่ม แทงเข้าไปในเส้นเลือดบนหลังมือของเขาอย่างแม่นยำ แล้วก็ดูดเลือดเข้าไป ทันใดนั้น ราวกับได้รับการเติมเต็มชีวิต หัวจักรกลครึ่งซีกของมันก็เริ่มหมุน ‘กริ๊กๆๆ’ ในเบ้าตาโลหะก็มีไฟสีแดงกะพริบขึ้นมา
ในขณะเดียวกัน 【คัมภีร์เซียน】 ที่ติดตัวหยวนจู๋มาก็ส่งเสียงเตือนภัยเบาๆ เอลฟ์น้อยรายงานสถานการณ์พร้อมกัน: “ลูกพี่ ถ้าจะให้อธิบายเป็นภาษาโลก ตรวจพบปลั๊กอินภายนอก กำลังพยายามเชื่อมต่อบลูทูธทางจิต! จะอนุญาตการกระทำนี้หรือไม่?”
หยวนจู๋: “อนุญาต!”
ในหัวของเขามีเสียงซ่าๆ ดังขึ้นแวบหนึ่งแล้วก็หายไป ในสมองปรากฏภาพที่สามารถเลือกเปิด/ปิดได้ขึ้นมา เหมือนกับหน้าต่างเครื่องเล่นวิดีโอเล็กๆ ที่ลอยอยู่บนหน้าจอมือถือ นั่นคือมุมมองพิเศษจากตาจักรกลของหนูๆ ภาพค่อนข้างมัว และสัญญาณก็ดีเลย์ด้วย เทียบไม่ได้เลยกับมุมมองจากหางงูในร่างอสูรพยัคฆ์ นั่นต่างหากถึงจะเป็นการซิงโครไนซ์ที่สมบูรณ์แบบ เป็นอีกร่างหนึ่งของเขาเลย
เอลฟ์น้อยร้องอย่างประหลาดใจ: “อ๊ะ? ก็สนุกดีนี่”
ภายใต้การควบคุมของนาง หนูๆ ที่ตายสนิทแล้วในมือของหยวนจู๋ก็สั่นสะทือนอย่างรุนแรง ลุกขึ้นมาราวกับศพคืนชีพ หัวจักรกลครึ่งซีกหันซ้ายหันขวาอย่างมีชีวิตชีวา จากนั้น ขาโครงกระดูกภายนอกที่เคยทิ่มแทงร่างกายนั่น ก็ค่อยๆ ดึงตัวเองออกมาจากหน้าอกและหน้าท้องทีละขา เหมือนกับตะขาบบ้านแมงมุม ใช้ขาของมันพยุงร่างหนูๆ ปีนป่ายขึ้นมาบนแขนของหยวนจู๋ เคลื่อนไหวหมุนไปมาอย่างคล่องแคล่ว
“เชี่ย! โดรนแมงมุม.รุ่นหนู?” หยวนจู๋อุทานลั่นว่าสุดยอด นี่มันกระดูกวิญญาณภายนอกชัดๆ จากขับสี่กลายเป็นขับแปด
ของเล่นไฮเอนด์ที่สุดที่เขาเคยเล่นในชาติที่แล้ว ก็แค่ยานอวกาศบังคับวิทยุ แต่ตอนนี้กลับได้ ‘โดรนหนู.สำรวจทุกพื้นที่’ ที่ควบคุมด้วยจิตมาครอง มันสามารถคลานไปตามพื้น มุดรู ปีนต้นไม้ 90 องศา ไต่เพดาน 180 องศา... แถมยังใช้โทรศัพท์ ซิงค์วิดีโอ จัดเก็บแลกเปลี่ยนข้อมูลได้อีก ของล้ำค่าชัดๆ
ไม่ใช่แค่หยวนจู๋ที่กำลังทึ่ง แม้แต่พี่สาวเจ้าหน้าที่สืบสวนผู้รอบรู้ หรือคนขายเนื้อผิวดำผู้เงียบขรึมเย็นชา ก็ยังถูกหนูๆ ดึงดูดความสนใจ ตั้งหน้าตั้งตาเล่นกับมันอย่างสนุกสนาน
“หลังจากยืนยันตัวตนเสร็จแล้ว พวกท่านมีเวลาเหลือเฟือที่จะทำความคุ้นเคยกับการควบคุมมัน ตอนนี้มายืนยันรหัสของเพื่อนร่วมทีมกันก่อน แล้วก็แลกเปลี่ยนเลือด ภารกิจกำลังจะเริ่มแล้ว”
ภายใต้การจัดการของหัวหน้าทีม ทุกคนก็ผลัดกันจับคู่สัญญาณกับหนูๆ ของคนอื่น
ตามหลักการซ้ายชายขวาหญิง หยวนจู๋รีบชิงตำแหน่งซ้าย 2 ลวี่รั่งซ้าย 3 คนขายเนื้อผิวดำผู้เงียบขรึมซ้าย 4 ส่วนกลุ่มผู้หญิงก็เรียงตามลำดับคือ เจ้าหน้าที่สืบสวน นักศึกษาสาว สาวร้านขนมปัง คุณยาย ส่วนลูกแพะน่ะเหรอ? โดนทุกคนเมินไปตามระเบียบ
หลังจากทำทุกอย่างเสร็จสิ้น หัวหน้าทีมก็ยกแขนซ้ายขึ้นกำหมัด: “เตรียมตัวพร้อมรึยัง? เริ่มการเคลื่อนย้าย!”
แสงสว่างรอบตัวมืดลงกะทันหัน ความรู้สึกวิงเวียนเหมือนไร้น้ำหนักจู่โจมเข้ามา ร่างกายและจิตใจราวกับถูกแช่แข็ง ไม่สามารถรับรู้ได้ว่าเวลายังเดินอยู่หรือไม่? เมื่อสติสัมปชัญญะกลับมา ความคิดก็เริ่มชัดเจนอีกครั้ง ข้างหูก็มีเสียงนกร้องจิ๊บๆ ดังเข้ามา มีลมเย็นๆ พัดผ่านใบหน้าไป
ลืมตาขึ้น แสงสว่างไม่แยงตามากนัก มันส่องผ่านกิ่งก้านที่หนาทึบลงมา กลายเป็นจุดแสงเล็กๆ ตกกระทบลงบนร่างของผู้คน
ที่นี่คือป่าแห่งหนึ่ง ฝูงนกที่อาศัยอยู่ถูก 【คณะทัวร์ธุรกิจราชินีขนฟู】 ทำให้ตกใจ เสียงกระพือปีกดัง ‘พรึ่บพรั่บ’ พร้อมกัน พวกมันบินทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้าเป็นกลุ่มก้อนสีดำทมึน มุ่งหน้าไปยังที่ห่างไกล แม้จะดูมีชีวิตชีวา แต่กลับให้บรรยากาศที่เหมือนกับกำลังบ่มเพาะลางร้ายบางอย่าง
หยวนจู๋เพ่งมอง ทัศนวิสัยดีมาก บริเวณใกล้เคียงไม่เห็นทางเดินของสัตว์หรือถนนเล็กๆ พื้นดินถูกปกคลุมไปด้วยใบไม้ร่วงหนาทึบ บนนั้นยังมีคราบสีขาวที่แห้งกรังเป็นดวงๆ อากาศก็อับชื้นไม่สดชื่น
เสียงของเอลฟ์น้อยก็ดังขึ้นในหัว: “【คัมภีร์เซียนแดนเถื่อน: โหมดสำรวจต่างโลก】 เริ่มทำงานแล้ว กำลังค้นหาและบันทึกข้อมูลที่เป็นประโยชน์ในสภาพแวดล้อมรอบตัวท่านอย่างต่อเนื่อง...”
ข้างๆ กัน ลวี่รั่งมีสีหน้าตื่นเต้น กำประแจท่อในมือแน่น จ้องมองไปยังความว่างเปล่าอย่างตึงเครียดระแวดระวัง คนขายเนื้อผิวดำก็กำมีดสับกระดูกไว้แน่นเช่นกัน หายใจหอบหนักพลางกวาดสายตามองไปรอบๆ
“ไม่ต้องเกร็ง ยืนยันแล้ว บริเวณนี้ปลอดภัย”
ไม่รู้ว่าหัวหน้าทีมใช้วิธีอะไร? เขาแค่หลับตายืนนิ่งๆ อยู่ประมาณ 1 นาที ก็พูดออกมาอย่างมั่นใจ ให้ทุกคนคลายความระแวดระวังลง
จากนั้น เขาก็พูดต่อ: “นี่เป็นภารกิจครั้งแรกของพวกท่าน ยังไม่รู้สไตล์การทำงานของทีมเรา รวมถึงเนื้อหาและจุดสำคัญของภารกิจ”
เมิ่งซีเยว่ย้อนถาม: “ไม่ใช่ว่าแค่ขายเสื้อผ้าเด็กก็พอแล้วเหรอคะ?”
หัวหน้าทีมส่ายหน้า: “พวกท่านถูก 【บ้านแสนสุข】 รับเข้ามา หน้าที่ที่พวกท่านต้องปฏิบัติ ไม่ใช่แค่การขายเสื้อผ้าเด็กง่ายๆ แค่นั้น ต่อไปเมื่อพวกท่านเข้าไปในโลกฟองสบู่อีกครั้ง ภารกิจแรกคือการตรวจสอบสภาพแวดล้อมของโลกในปัจจุบัน ว่าปลอดภัยหรือไม่ มีสถานการณ์มลพิษแพร่ระบาดรึเปล่า? จากนั้น ก็ต้องใช้ประสบการณ์ในการสำรวจเพดานความแข็งแกร่งของโลก ดัชนีความอันตราย ดัชนีการลงทุน แล้วก็คือการสำรวจสภาพแวดล้อมทางนิเวศวิทยา ระดับความอุดมสมบูรณ์ของทรัพยากร ระดับการพัฒนาอารยธรรมของท้องถิ่น วัฒนธรรมที่เป็นเอกลักษณ์ของชาวพื้นเมือง... ภายในโลกฟองสบู่ รองรับระบบพลังงานสายไหนบ้าง...”
“หลังจากที่ทำความเข้าใจสถานการณ์พื้นฐานของโลกใบเล็กๆ แล้ว ก็ต้องมาตัดสินว่าที่นี่เหมาะที่จะเป็นแหล่งผลิตวัตถุดิบสิ่งทอระดับไฮเอนด์ของ 【ราชินีขนฟู】 หรือไม่? เหมาะที่จะเพาะเลี้ยงหนอนขนชนิดพิเศษ หรือปลูกพืชผลอื่นๆ ในปริมาณมากรึเปล่า? ถ้าไม่เหมาะ แต่ชาวพื้นเมืองมีชีวิตที่ร่ำรวยและมีอารยธรรมที่เจริญแล้ว จะสามารถเปลี่ยนพวกเขาให้เป็นผู้บริโภคระยะยาว แล้วเริ่มการค้าเสรีได้หรือไม่”
ฟังคำอธิบายของหัวหน้าทีม หยวนจู๋ก็สวมบทบาทเป็น ‘นักล่าอาณานิคม’ โดยอัตโนมัติ แล้วก็พบว่าทุกอย่างมันก็ฟังดูสมเหตุสมผลดีนี่ ท่านถึงกับสามารถบังคับชาวพื้นเมืองให้ทำงานล่วงเวลาด้วยค่าแรงต่ำๆ ปลูกพืชเลี้ยงหนอนขนเปิดฟาร์ม แล้วก็เอาสินค้าไปขายต่อให้พวกเขาในราคาสูงๆ เพื่อให้บรรลุวงจรที่สมบูรณ์แบบ ข้าช่างใจดีจริงๆ ที่ยังอุตส่าห์ยอมจ่ายค่าจ้างให้!
“ภารกิจครั้งนี้ ทุกคนฟังคำสั่งข้า ทำความคุ้นเคยกับขั้นตอนพื้นฐานก็พอ นี่คือโลกใหม่ที่ไม่รู้จัก งานต่อไปของพวกเราคือการสำรวจและบันทึก”
หยวนจู๋ตอบรับเป็นคนแรก: “รับทราบ!”
หลังจากแยกแยะทิศทางง่ายๆ แล้ว หัวหน้าทีมก็เลือกทิศทางหนึ่ง แล้วอธิบายว่า: “พวกท่านส่วนใหญ่ยังไม่ได้ควบคุมพลังเหนือธรรมชาติ ดังนั้นด้าน 【การรับรู้】 จึงยังไม่ได้รับการพัฒนา ทิศทางที่ข้าเลือก มันแสดงให้เห็นถึงแนวโน้มที่พลังงานจะมารวมตัวกัน ตามทฤษฎีแล้ว มันควรจะเป็นแกนกลางของ ‘โลกฟองสบู่’ นี้ ถ้ามีอารยธรรมท้องถิ่น ก็ควรจะตั้งรกรากอยู่แถวๆ นี้”
ตามคำแนะนำของหัวหน้าทีม โลกฟองสบู่แต่ละแห่งก็มีความอุดมสมบูรณ์แตกต่างกันไป แต่ทุกแห่งก็มีวงจรพลังงานง่ายๆ ที่คล้ายกับ ‘สายพลัง’ หรือ ‘ชีพจรปฐพี’ อยู่ สิ่งมีชีวิตที่มีสมองปกติทุกชนิด ล้วนมีสัญชาตญาณที่จะมุ่งหน้าไปอาศัยอยู่ในพื้นที่ที่มีพลังงานสูง
ส่วนพลังงานสูงที่ว่านี้ มันจะเป็นมลพิษชนิดหนึ่งรึเปล่าน่ะเหรอ? ให้ตายเถอะ สำหรับสิ่งมีชีวิตพื้นเมืองในโลกที่ปนเปื้อนมลพิษแล้ว พวกมันคุ้นเคยกับการอยู่ร่วมกับมลพิษมานานแล้ว มลพิษโดยตัวมันเองก็คือแหล่งพลังงานอันล้ำค่า มันคือพลังปราณฟ้าดินในสายตาของพวกมัน... ก็นะ ขนาดโลกปัจจุบันยังยอมรับกันอย่างเปิดเผยเลยว่า 【มลพิษ = แข็งแกร่งขึ้น】 การบำเพ็ญเพียรก็คือกระบวนการจงใจปนเปื้อนตัวเองที่สามารถควบคุมได้และเป็นไปตามลำดับขั้น
…
ระหว่างที่ทีมกำลังมุ่งหน้าไป หัวหน้าทีมก็แนะนำให้ทุกคน ปล่อย ‘หนูเทเลทับบี้’ ที่จับคู่สัญญาณไว้แล้วออกไป เพื่อใช้ช่วยในการลาดตระเวนและตรวจจับอันตราย
หนูๆ มีโปรแกรมพรางตัวหยาบๆ ติดมาด้วย สามารถแบ่งสมาธิใช้ความคิดควบคุมมันได้ ทำหน้าที่เป็นโดรนภาคพื้นดิน ช่วยสำรวจเส้นทาง มองเห็นในที่มืดด้วยอินฟราเรด ตรวจจับคลื่นเสียง และวัดระดับมลพิษ
ถ้าเก็บหนูๆ ไว้กับตัว ก็จะได้รับพรที่มองไม่เห็นซึ่งช่วยเพิ่มความต้านทานมลพิษ รวมถึงการสื่อสารระยะกลางถึงสั้นได้ แต่เสื้อผ้าของทุกคนก็มีฟังก์ชันป้องกันอยู่แล้ว หนูๆ ก็เลยถูกปล่อยออกไปสำรวจเส้นทางกันหมด
หยวนจู๋ดัดแปลงกระเป๋าหิ้วเป็นโหมดเป้สะพายหลัง มัดปืนพกไว้ที่ข้างขา มือก็ถือปืนกึ่งอัตโนมัติ เดินลุยเข้าไปในป่าทึบอย่างทุลักทุเล
ด้วยความช่วยเหลือของเอลฟ์น้อย ประสบการณ์การล่า การติดตาม และการเอาชีวิตรอดของเจ้าขุนเขาจำนวนมหาศาลจาก 【แม่แบบบอส】 ก็ค่อยๆ ซิงโครไนซ์เข้ากับการรับรู้ ความคิด และความทรงจำของเขา ผสานรวมเข้าด้วยกันทีละน้อย เสริมความสามารถในการปรับตัวในป่าของเขาให้แข็งแกร่งขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในป่าแบบนี้ เขายิ่งรู้สึกเหมือนได้ปล่อยเสือเข้าป่า ทำอะไรก็คล่องแคล่วไปหมด รู้สึกผ่อนคลายสบายใจเหมือนได้กลับบ้าน
“ซู้ด!”
หางตาของหยวนจู๋เหลือบไปเห็นลูกแพะภูเขาตัวเล็กๆ ที่ถูกคุณยายจูงอยู่ เขาก็เผลอกลืนน้ำลาย ความคิดที่จะกระโจนเข้าไปกัดกินมันทั้งเป็น ผุดขึ้นมาจากก้นบึ้งของหัวใจ อยากจะตบมันให้คว่ำ แล้วกัดคอหอยมันให้ขาด ให้มันค่อยๆ ขาดใจตาย จากนั้นก็ค่อยๆ ลิ้มรสชาติมันอย่างช้าๆ
(จบตอน)