เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 8 ดาวเคราะห์สุดชั่วร้ายที่เกิดมาก็แหกกฎฟ้าดิน

บทที่ 8 ดาวเคราะห์สุดชั่วร้ายที่เกิดมาก็แหกกฎฟ้าดิน

บทที่ 8 ดาวเคราะห์สุดชั่วร้ายที่เกิดมาก็แหกกฎฟ้าดิน


บทที่ 8 ดาวเคราะห์สุดชั่วร้ายที่เกิดมาก็แหกกฎฟ้าดิน

หลังจากกวาดค้นไปรอบหนึ่ง หลักฐานหาไม่ค่อยเจอ แต่เงินนี่สิ... ขูดออกมาได้เพียบ

ก็แหงล่ะ คนที่เข้าร่วมสมาคมลับแบบนี้ แถมยังยุ่งเกี่ยวกับพิธีกรรมบูชายัญชั่วร้ายได้ ย่อมไม่ใช่คนธรรมดาอยู่แล้ว อย่างน้อยๆ ก็ต้องมีหน้ามีตาในสังคม มีเงิน มีเวลา มีทรัพยากร และในขณะเดียวกัน ก็ต้องมีความยึดติดหรือความปรารถนาบางอย่าง ถึงได้เอาความหวังลมๆ แล้งๆ ไปฝากไว้กับเทพชั่วร้าย

ส่วนคนธรรมดาจริงๆ แค่จะมีชีวิตอยู่ก็เต็มกลืนแล้ว จะเอาเวลา พลังงาน และเงินเหลือๆ ที่ไหนไปจัดหาเครื่องสังเวยมาทำพิธีบ้าบออะไรนี่?

“น่าเสียดาย พวกอสูรกายส่วนใหญ่โดนภูตรับใช้พยัคฆ์เงามืดลากเข้าไปใน 【จักรวาลในอุทร】 หายไปหมดแล้ว ไม่อย่างนั้นคงขูดรีดทรัพย์สินได้เยอะกว่านี้”

หยวนจู๋ค้นที่เกิดเหตุฆาตกรรมอย่างละเอียดอีกรอบ เขาเก็บเครื่องประดับอัญมณี นาฬิกาหรู และกระเป๋าตังค์ได้นิดหน่อย นอกจากนี้ยังขูดเงินสดมาได้เกือบพันหยวน

ขณะที่เขาหยิบของมีค่าและของใช้ทั่วไปพวกนี้ขึ้นมา ความทรงจำมากมายของเจ้าของร่างเดิมก็ถูกกระตุ้นให้ผุดขึ้นมาไม่หยุด มันหลอมรวมเข้ากับบุคลิกและโลกทัศน์ในปัจจุบัน ช่วยให้เขาทำความเข้าใจและปรับตัวเข้ากับโลกใหม่ได้ดียิ่งขึ้น ความรู้สึกอินตามมันก็ยิ่งแรงขึ้นเรื่อยๆ

เงินสดพันกว่าหยวนในสายตาชาวโลกอาจดูไม่เยอะ แต่พอเทียบกับค่าครองชีพในความทรงจำของหยวนจู๋แล้ว ก็พอจะสรุปแบบหยาบๆ ได้ว่าอัตราแลกเปลี่ยนของสองโลกนี้น่าจะอยู่ที่ประมาณ 1:20

เขากินข้าวที่ร้านอาหารมื้อหนึ่งจนอิ่ม ก็ใช้เงินแค่ 1.5 - 2 หยวน ถ้าซื้อกับข้าวมาทำเอง ก็คุมงบไม่ถึง 1 หยวนได้สบายๆ พอให้สองพี่น้องใช้จ่ายได้ทั้งวัน พอแปลงเทียบราคาเนื้อสัตว์แล้ว ก็แพงกว่าจีนบนโลกนิดหน่อย แต่พวกอาหารทะเลกับผักกลับถูกมาก

ค่าเงินในด้านอาหารการกิน ที่อยู่อาศัย และการเดินทาง รักษาอัตรา 1:20 กับโลก ส่วนของใช้ในชีวิตประจำวันอื่นๆ ราคาสินค้าก็จะสูงขึ้น เหตุผลง่ายๆ ก็คือ ผลิตภาพของโลกนี้ด้อยกว่าจีนยุคอุตสาหกรรม ดังนั้นต้นทุนและมูลค่าเพิ่มของสินค้าจึงสูงกว่า

พูดอีกอย่างก็คือ เงินสดในมือเขามีอำนาจซื้อประมาณสองหมื่นกว่าหยวน ซึ่งในโลกนี้ มันเทียบเท่ากับรายได้ 1 ปีของครอบครัวยากจนเลยทีเดียว

แน่นอน การเทียบค่าเงินแบบนี้ก็ไม่เป๊ะเท่าไหร่ เพราะยุคสมัยที่โลกนี้เป็นอยู่ มันต่างจากจีนยุคอุตสาหกรรมและข้อมูลข่าวสารโดยสิ้นเชิง พอจะเรียกว่าเป็นยุคใกล้ปัจจุบันหรือยุคเก่าก็ได้

...

จากความรู้ที่เรียนมาในคาคภูมิศาสตร์ในความทรงจำ ดาวเคราะห์ดวงนี้มีชื่อว่า 【ตู๋หลิง】 ส่วนจะมีความหมายพิเศษอะไร หยวนจู๋ก็ไม่รู้เหมือนกัน รู้แค่ว่าครูให้ท่องจำแบบนี้

【ตู๋หลิง】 ไม่ใช่โลกอย่างเห็นได้ชัด โครงสร้างภูมิศาสตร์ การโคจรของดาวเคราะห์ การเปลี่ยนแปลงฤดูกาล องค์ประกอบของเผ่าพันธุ์ ล้วนแตกต่างกันหมด

แผ่นดินของดาวดวงนี้ ประกอบด้วยแผ่นเปลือกโลกซูเปอร์คอนติเนนต์ 2 แผ่น ที่วางตัวในแนวนอนและแนวตั้ง:

ทวีปแนวนอน ตั้งอยู่ในซีกโลกเหนือ คล้ายกับทวีปยูเรเชียของโลก แต่มีพื้นที่ใหญ่กว่า แถมยังยาวกว่าด้วย เรียกว่า 【ทวีปเกิ้น】 หรือที่รู้จักกันในชื่อ 【แดนกลาง】 【มหาปฐพีศูนย์กลาง】 【ทวีปนิรันดร์】

ส่วนทวีปแนวตั้ง แม้จะมีมาแต่โบราณ แต่ด้วยอุปสรรคความน่ากลัวของมหาสมุทร มันจึงถูกตัดขาดจาก 【ทวีปเกิ้น】 และไม่เป็นที่รู้จัก

จนกระทั่งสามร้อยกว่าปีก่อน ‘แผ่นดินระนาบเวทมนตร์’ จากต่างจักรวาล ได้ทะลวงม่านกั้นมิติเดิม ข้ามเวลาตกลงมาในมหาสมุทร โครมเข้าใส่ดาวตู๋หลิง ก่อให้เกิดคลื่นยักษ์สึนามิที่กวาดล้างทั่วทั้งโลก

‘แผ่นดินระนาบเวทมนตร์’ ที่มาจากต่างจักรวาลนี้ นอกจากจะนำพาภัยพิบัติสึนามิมาด้วยแล้ว มันยังปลดปล่อยพลังเวทมหาศาลออกมา ก่อให้เกิด ‘การปฏิรูปการฟื้นฟูพลังเวทครั้งใหญ่ครั้งแรก + การรุกรานทางวัฒนธรรมของเผ่าพันธุ์ต่างดาว + การรุกรานของระบบนิเวศเวทมนตร์’ อันอึกทึกครึกโครม ถูกขนานนามในประวัติศาสตร์ว่า 【เหตุการณ์มหาอพยพข้ามเผ่าพันธุ์เวทมนตร์】!

มนุษย์ต่างดาวนับไม่ถ้วนจากจักรวาลเวทมนตร์ เผ่าพันธุ์มนุษย์ต่างโลก ต่างก็เฮโลกันออกมาเหมือนหมาบ้าที่หลุดออกจากกรง พวกเขานั่งเรือเวทมนตร์ลอยฟ้าที่เสริมพลังด้วยเวทมนตร์ ออกสำรวจโลกแปลกหน้าที่อยู่นอกเหนือ ‘แผ่นดินระนาบเวทมนตร์ ’

สุดท้าย พวกเขาก็ได้ติดต่อกับมนุษย์ในทวีปเกิ้น และได้ค้นพบทวีปใหม่ที่มีชนพื้นเมืองอาศัยอยู่ก่อน ถือเป็นการค้นพบดินแดนใหม่ในอีกรูปแบบหนึ่ง

ทวีปใหม่แนวตั้งนี้ อยู่ในตำแหน่งที่สมมาตรกับ 【ทวีปเกิ้น】 ในซีกโลกตะวันตกและตะวันออกพอดิบพอดี

จะให้เข้าใจง่ายๆ ก็คือ มันเหมือนทวีปอเมริกาเหนือกับอเมริกาใต้ที่เชื่อมต่อกันเป็นผืนเดียว ทอดยาวไปจนถึงขั้วโลกเหนือและใต้ การค้นพบนี้ ภายหลังถูกผู้คนใน 【ทวีปเกิ้น】 เรียกว่า 【ทวีปมหาเถื่อน】 【ทวีปใหม่】 【ทวีปเจิ้น】

การที่เผ่าพันธุ์ต่างดาวจากจักรวาลเวทมนตร์ หอบเอาแผ่นดินทวีปทะลุมิติมาด้วย ก่อให้เกิดความวุ่นวายระดับโลกที่กินเวลานับร้อยปี และยังจุดชนวนการฟื้นฟูพลังเหนือธรรมชาติครั้งแรกของดาวเคราะห์ดวงนี้ด้วย

ผลกระทบระลอกแรกโดยตรงจาก 【เหตุการณ์มหาอพยพข้ามเผ่าพันธุ์เวทมนตร์】 ก็คือภัยพิบัติสึนามิที่กวาดล้างทั่วโลก ทำเอาหลายประเทศล่มสลาย ยิ่งไปกว่านั้น มันยังฉุดกระชากราชวงศ์ศักดินาขนาดมหึมา 【แคว้นซี】 ที่รุ่งเรืองอยู่แถบชายฝั่งตะวันออกของ 【ทวีปเกิ้น】 มานานกว่าร้อยปี ให้เข้าสู่ยุคเสื่อมถอยก่อนเวลาอันควร

ภัยพิบัติธรรมชาติและภัยจากมนุษย์ระเบิดขึ้นพร้อมกัน ฟ้าดินแปรปรวน ลัทธินอกรีตผุดขึ้นราวดอกเห็ด การบุกรุกของมนุษย์ต่างดาว อาณาจักรแตกแยก การปะทะกันของวัฒนธรรมต่างโลก พลังเวทฟื้นฟู ขุนศึกแบ่งแยกดินแดน... นำไปสู่สงครามแย่งชิงอำนาจครั้งใหญ่ที่ไม่เคยมีมาก่อนในประวัติศาสตร์

พวกมนุษย์ต่างดาวต่างโลกที่กุม ‘อารยธรรมเวทมนตร์’ ไว้ในมือ ถูกอาณาจักรศักดินาในตอนนั้นมองว่าเป็นนักบำเพ็ญตนจากโพ้นทะเล ได้รับการต้อนรับในฐานะแขกผู้สูงศักดิ์ ส่วนแผ่นดินเวทมนตร์ที่ทะลุมิติมานั่น ก็ถูกเรียกว่าเกาะเซียนโพ้นทะเล

หยวนจู๋ในตอนนี้ ก็คือทายาทของผู้ลี้ภัยจากอาณาจักรโบราณทางตะวันออกบนทวีปเกิ้น ที่พ่ายแพ้ในการแย่งชิงความเป็นใหญ่

...

ผลกระทบจาก 【เหตุการณ์มหาอพยพข้ามเผ่าพันธุ์เวทมนตร์】 กินเวลาต่อไปอีกประมาณ 150 ปี ถึงได้สงบลง ส่วนพลังเวทมนตร์นั้น มาเร็วเคลมเร็วเหมือนกัน

แผ่นดิน ‘ระนาบเวทมนตร์’ ที่มาจากต่างโลกนั่น พอหลุดออกจากสภาพแวดล้อมเฉพาะตัวของจักรวาลเดิมแล้ว มันก็ไม่สามารถสร้างวงจรพลังงานเวทมนตร์ในระดับมหภาคได้... พอต้องเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงกฎเกณฑ์ของจักรวาล มันก็เลยเกิดอาการปรับตัวเข้ากับสภาพแวดล้อมใหม่ไม่ได้ เหมือนกับ 【คัมภีร์เซียนแดนเถื่อน】 นั่นแหละ

เพียงแต่ว่า ไอ้ 【คัมภีร์เซียน】 มันเป็นแค่ขยะกากๆ พอมาถึงปุ๊บ ก็โดนฝูงเทพชั่วร้ายปลายแถวอัดน่วมอยู่มุมกำแพง ร้องโอดโอยไม่ทันไรก็โดนส่งเข้า ICU ทันที ปล่อยให้หยวนจู๋ต้องมารับหน้าเสื่อแทน กลายเป็นตัวแทนของ 【เฒ่าคัมภีร์เซียน】 คอยแอบเล็งมรดกของมัน

แต่แผ่นดินเวทมนตร์เมื่อสามร้อยกว่าปีก่อน ก่อนที่มันจะทะลุมิติมา มันถูกชุบตัวและขัดเกลาด้วยพลังเวทมาอย่างโชกโชน แถมยังมีกฎเกณฑ์จักรวาลเวทมนตร์ที่ไม่สมบูรณ์ติดมาด้วย ภายในแผ่นดินยังมีระบบนิเวศแบบกึ่งปิดอีก

ดังนั้น พื้นฐานของแผ่นดินนี้มันจึงแน่นปึ้กสุดๆ ต่อให้ไม่ได้รับพลังเวทจากภายนอกเลย มันก็ยังอัดฉีดพลังเวทให้ตู๋หลิงแต่เพียงฝ่ายเดียว + ปรับเปลี่ยนสภาพแวดล้อมทางธรรมชาติต่อเนื่องมาอีกร้อยกว่าปี

มันเคยทำให้ ‘เวทมนตร์’ รุ่งเรืองไปทั่วทุกหนแห่งอยู่พักหนึ่ง ก่อนจะพังครืนล่มสลายลงอย่างรวดเร็ว

ในช่วงประมาณ 200 ถึง 150 ปีก่อน โลกนี้ก็เจอการรุกรานครั้งใหญ่อีกครั้งจากจักรวาลภายนอก มันจุดชนวน 【การปฏิวัติอุตสาหกรรมเวทมนตร์】 ครั้งที่สอง ซึ่งมีความสำคัญไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าการปฏิวัติอุตสาหกรรมครั้งที่สองของโลกเลย หรืออาจจะเวอร์วังกว่านั้นด้วยซ้ำ

มันทำให้มนุษย์เจ้าถิ่นและเผ่าพันธุ์เวทมนตร์ต่างโลกที่สะสมความขัดแย้งกันมานาน ระเบิดสงครามโลกครั้งใหญ่ที่ลากยาวนานกว่า 50 ปี ความขัดแย้งที่ตกค้างหลายอย่าง จนป่านนี้ก็ยังแก้ไม่ตก

ในตอนนั้น อาณาจักรแห่งใหม่ได้ผงาดขึ้นในดินแดนศักดิ์สิทธิ์ทางตะวันออกของทวีปเกิ้น ส่วนพวก 【แคว้นซี】 ที่เหลือรอด ซึ่งดิ้นรนอยู่หลายครั้งแต่ก็ฟื้นฟูแคว้นไม่สำเร็จ ก็พากันข้ามน้ำข้ามทะเล มาตั้งรกรากอยู่แถบชายฝั่งตะวันตกของทวีปใหม่

บนแผ่นดินใหม่ที่ไม่คุ้นเคยนี้ พวกเขาก็ไล่ฆ่าล้างบางพวกชนพื้นเมืองอย่างโหดเหี้ยม กดขี่ข่มเหงเผ่าพันธุ์เวทมนตร์ที่สูญเสียอภิสิทธิ์ทางเวทมนตร์ไป แล้วก็สร้างบ้านเมืองใหม่ขึ้นมา

โครงสร้างภูมิศาสตร์ที่แตกต่างกันสุดขั้วนี้ ล้วนบ่งบอกว่าที่นี่ไม่เกี่ยวข้องอะไรกับโลก เพราะหยวนจู๋จำได้แม่นว่า ในหนังสือภูมิศาสตร์มัธยมมีบทหนึ่งที่บันทึกเกี่ยวกับเจ็ดสิ่งมหัศจรรย์ของโลกบนดาวตู๋หลิงไว้โดยเฉพาะ

หนึ่งในนั้นก็คือ ‘ดาวเทียม.เศียรพระพุทธรูปจากนอกโลก.ขนาดมหึมา’ ที่ลอยอยู่เหนือ 【รัฐสุ่ยอิ๋น】 ที่อยู่ตอนกลางของ 【ทวีปเกิ้น】

เขาเคยเห็นภาพประกอบในตำราเรียน จากพื้นดินมองขึ้นไปบนท้องฟ้า จะเห็น ‘เศียรพระพุทธรูปแปลกหน้า’ ขนาดมหึมา ที่หันหน้าเพียงครึ่งซีกมายังพื้นโลก ลอยนิ่งอยู่นอกชั้นบรรยากาศ โคจรไปพร้อมกับดาวตู๋หลิง ราวกับเป็นดาวเทียมค้างฟ้า

พระพุทธรูปองค์นี้ที่ปรากฏอยู่ในบันทึกประวัติศาสตร์โบราณมาโดยตลอด ถูกนักวิชาการของอาณาจักรตะวันออกในยุคหลังขนานนามว่า 【พระอารุคาตี้】 และยังถูกยกให้เป็นจุดเริ่มต้นของอารยธรรมพุทธในดาวตู๋หลิง เป็นพระพุทธเจ้าองค์ปฐมที่เก่าแก่ที่สุด

แต่ในวงการศาสนาพุทธท้องถิ่นกลับมีความเห็นต่าง พวกเขามองว่า 【พระอารุคาตี้】 ถึงจะเก่าแก่โบราณก็จริง แต่ก็เป็นแค่สิ่งมหัศจรรย์ทางธรรมชาติ กลับกัน พวกเขามองว่าต้นกำเนิดของวัฒนธรรมพุทธนั้น มาจาก 【นิกายวิชญานวาท】 ของอาณาจักรโบราณทางตะวันออก

ตอนที่เจ้าของร่างเดิมเรียนอยู่ ก็ได้แต่ฟังแบบงงๆ ทั้งไม่สนใจแล้วก็ไม่เข้าใจ แต่พอหยวนจู๋ในตอนนี้มาย้อนนึกดูเท่านั้นแหละ ก็ถึงกับอุทานในใจ

ไอ้ 【นิกายวิชญานวาท】 นี่... มันใช่อันเดียวกับที่ข้ารู้จักรึเปล่าวะเนี่ย?!

แน่นอน สำหรับเขาแล้ว สิ่งที่น่าตกตะลึงยิ่งกว่า 【นิกายวิชญานวาท】 ก็คือดาวเทียมเศียรพระพุทธรูปขนาดมหึมาของ ‘อารุคาตี้’ นี่มันหมายความว่าในยุคโบราณอันไกลโพ้น บนดาวเคราะห์ที่ไม่มีพลังเหนือธรรมชาติแม้แต่น้อยดวงนี้ ดันมี ‘เศียรพระ’ ขนาดนั้นลอยอยู่!

ปรากฏการณ์เหนือธรรมชาติที่แหกกฎฟ้าดินขนาดนี้ พอถูกจัดรวมเป็นเจ็ดสิ่งมหัศจรรย์ของโลกร่วมกับ 【เกาะเซียนโพ้นทะเล.อิ๋งโจว (ระนาบเวทมนตร์)】 ที่ทะลุมิติมาจากต่างโลก ก็ดูสมเหตุสมผลดี

น่าเสียดายที่ ‘ดาวเทียมเศียรพระ’ นั่น มันปักหลักอยู่เหนือ 【รัฐสุ่ยอิ๋น】 ของ 【ทวีปเกิ้น】 มาตั้งแต่โบราณกาล แถมยังอยู่ใกล้กับดาวตู๋หลิงมาก เลยทำให้มันดูใหญ่โตมหึมา ไม่เหมือนดวงจันทร์ที่อยู่ห่างจากโลกและโคจรไปเรื่อยๆ จนคนทั่วโลกมองเห็นได้

ดังนั้น ถ้าอยากจะเห็น ‘สิ่งมหัศจรรย์เศียรพระ’ ด้วยตาตัวเอง ก็ต้องข้ามมหาสมุทรไปยังรัฐสุ่ยอิ๋นในแดนกลางอันไกลโพ้น

ยิ่งคิด ความรู้แปลกๆ พิสดารก็ยิ่งถาโถมเข้าใส่หยวนจู๋ราวกับพายุคลั่ง

เขาทำได้แค่อุทานซ้ำๆ: “เชี่ย!” “เชี่ยเอ๊ย!!” “เชี่ยแม่มมมม!!!”

มั่นใจได้เลยว่า นี่มันไม่ใช่โลกแน่นอน แล้วก็ไม่ใช่ดาวเคราะห์ที่ปกติสุขดีอะไรด้วย

มิน่าล่ะ พอทะลุมิติมาปุ๊บ ก็โดนจับมาบูชายัญ โดนฝูงเทพชั่วร้ายรุมทึ้ง... ขนาดคนธรรมดาระดับสมัครเล่น ยังกล้าต่อรองต้มตุ๋นเทพชั่วร้ายเล่นเป็นเกมมัดรวม ลด แลก แจก แถม บีบให้เทพชั่วร้ายต้องยอมลดตัวลงมาเล่นด้วย

ถ้าขยายมุมมองไประดับโลกแล้วล่ะก็ เรื่องแบบนี้มันก็โคตรจะปกติเลย

ดาวเคราะห์ดวงนี้ มันไม่ปกติจริงๆ! ตำราเรียนมัธยมปลายในปัจจุบัน เปิดไพ่หงายการ์ดกันโต้งๆ เลยว่า ‘ตู๋หลิง’ กำลังคบซ้อนจักรวาลภายนอกพร้อมกัน 8 จักรวาล แถมยังรักษาความสัมพันธ์แบบคลุมเครือเอาไว้ทั้งหมด

ไอ้การกระทำแบบ 'ดาวคาสโนวี่' แหกกฎฟ้าดินขนาดนี้ ที่ต้องคอยรับมือกับจักรวาลภายนอก 8 แห่งพร้อมกัน ทำให้ทั่วทุกมุมโลกจมอยู่ในภัยพิบัติและวิกฤตไม่รู้จบ... ดังนั้นการที่เทพชั่วร้ายจะชุกชุม มันเลยเป็นเรื่องที่โคตรจะธรรมดาไปเลย!

เขากระทั่งรู้สึกว่าไอ้คดีฆาตกรรมสุดโหดที่ตัวเองเพิ่งเจอมา... มันอาจจะไม่ใช่เรื่องใหญ่โตอะไรเลยด้วยซ้ำ?

ภูตน้อยเองก็ตกตะลึงกับเรื่องนี้เหมือนกัน ตกตะลึงจนโลกทัศน์พังทลาย แทบจะแฮงก์ไปเลย... นางถูกออกแบบมาเพื่อบุกรุกจักรวาลเซียนโดยเฉพาะ ผ่านร้อนผ่านหนาวมาขนาดไหนแล้ว?

เวรเอ๊ย! ไอ้ดาวตู๋หลิงนี่มันแหกคอกเกินไปแล้ว... นางไม่เคยเจออะไรแบบนี้มาก่อนจริงๆ: “ข้าล่ะเชื่อเต่าถุยน้ำลายเลย! ข้าบอกแล้วไม่มีผิด! โลกอะไรมันจะโสมมขนาดนี้ นี่มันดาวเคราะห์ที่ชั่วร้ายโดยกำเนิดชัดๆ! หนีได้ไหม? ที่นี่มันอันตรายเกิ๊น ข้าอยากกลับบ้าน!”

(จบตอน)

จบบทที่ บทที่ 8 ดาวเคราะห์สุดชั่วร้ายที่เกิดมาก็แหกกฎฟ้าดิน

คัดลอกลิงก์แล้ว