เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 16

ตอนที่ 16

ตอนที่ 16


นิ้วเรียวยาวของลู่หนานหยุนจับผ้าขนหนูไว้ เห็นได้ชัดว่าไม่ได้คิดจะปล่อย

เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายไม่ตอบสนอง ฉีอ่าวตงก็มองตรงเข้าไปในดวงตาของเขา " ไม่ได้ยินเหรอ?"

ลู่หนานหยุนมองไปที่ฉีอ่าวตงด้วยดวงตาเหยี่ยว เสียงเรียบตอบกลับไปในเชิงยั่วยุ " นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เขาให้อะไรฉัน แล้วมันทำไม?"

ก่อนหน้านี้ที่จีเจ๋อหยูไล่ตามลู่หนานหยุน เขาให้ให้สิ่งของมากมายกับอีกฝ่าย

“ใช่ และฉันก็จำได้ว่าถูกนายปฏิเสธ” ฉีอ่าวตงยิ้มอย่างประชดประชัน " ดูเหมือนว่าตอนนั้นนายจะบอกให้เขาควรจะอยู่ห่างจากนายนี่?"

ลู่หนานหยุนชะงัก

ฉีอ่าวตงไล่ต้อนเอาชนะ " จีเจ๋อหยูถูกนายปฏิเสธหลายครั้ง ทำไมนายถึงยังคิดว่าเขาจะให้ผ้าเช็ดตัวกับนายคุณล่ะ?"

“แล้วทำไมเขาจะต้องเอาผ้าให้นายด้วย” ลู่หนานหยุนหัวเราะ ดวงตาของเขาเย็นชา

ออร่าบางอย่างของการเผชิญหน้าก่อตัวขึ้นระหว่างคนทั้งสอง ทั้งนุ่มนวลและเย็นชา ส่วนจีเจ๋อหยูที่ติดอยู่ตรงกลางรู้สึกอายมาก จนเขาอยากจะโดดลงน้ำแล้วว่ายท่ากบ50เมตรหนีจากสถาณการณ์กระอักกระอ่วนนี้

ใครก็ได้บอกเขาที ว่าทำไมเขาต้องมาอยู่ใกล้ตัวเอกอยู่เรื่อยเลย?

เมื่อเวลาผ่านไป จีเจ๋อหยูกลืนและค่อยๆดึงผ้าเช็ดตัวออกจากมือของลู่หนานหยุน และพูดกับเขาว่า " นี่... ของอ่าวตงจริงๆ"

จีเจ๋อหยูคิดในใจว่าลู่หนานหยุนอาจเข้าใจผิด คิดว่าเขาจะกลับไปเหมือนเมื่อก่อน ดังนั้นเขาจึงต้องชี้แจงความสัมพันธ์อย่างรวดเร็ว

มือของลู่หนานหยุนแข็งทื่อ หลังจากนั้นไม่นานเขาก็สูดหายใจเข้าลึกๆ ระงับอารมณ์ที่พลุ่งพล่านในหัวใจของเขา และดึงมือออกอย่างไม่รู้สึกอะไร

ฉีอ่าวตงหยิบผ้าเช็ดตัว มองไปที่ใบหน้าของลู่หนานหยุน จากนั้นก็เริ่มเช็ดผมและหลัง หลังจากเช็ดผมแล้วเขาก็เช็ดตามร่างกายของเขาอย่างอ้อยอิ่ง รอยยิ้มเย้ยบางๆประดับมุมมากโดยที่ไม่มีใครสังเกต เพื่อประกาศชัยชนะของการต่อสู้แย่งผ้าขนหนู

“อ่าวตง ไปเช็ดที่ห้องล็อกเกอร์ไม่ดีกว่าเหรอ?” จีเจ๋อหยูรู้สึกสับสน

ฉีอ่าวตงขยับครู่หนึ่งแล้วพยักหน้า จากนั้นก็พูดกับจีเจ๋อหยูด้วยรอยยิ้มว่า " ถ้าอย่างนั้นนายก็มากับผมนะ "

หลังจากที่ทั้งสองคนจากไป มือของลู่หนานหยุนก็กำหมัด และริมฝีปากบางเม้มแน่น

ว่านหลงเดินมาจากด้านข้างโดยสวมกางเกงว่ายน้ำและพูดกับลู่หนานหยุน “หนานเกอ เดี๋ยวผมจะลงไปแข่งแล้วนะ พี่อย่าลืมเอาผ้าเช็ดตัวมาให้ผมด้วยล่ะ”

" ไปเอาเอง" ลู่หนานหยุนทิ้งคำสามคำนี้ไว้และจากไปโดยไม่หันกลับมามอง

ว่านหลงติดสถานะพูดไม่ออก มันเกิดอะไรขึ้น? ก่อนไปแข่งเขายังดีๆอยู่เลยไม่ใช่เหรอ?

ที่ริมสระน้ำเสี่ยวฮ่วยกำลังนั่งอยู่บนม้านั่งพร้อมอมยิ้มรสสตรอว์เบอร์รี่ในปากของเขา เขาเห็นสิ่งที่เกิดขึ้น ความประหลาดใจเกิดขึ้นในแววตาของเขา

เขาเลียริมฝีปากแล้วยิ้มอ่อนๆ หันไปถามกับไปเซิงเจี๋ยข้างๆ " ไหนว่าลู่หนานหยุดเกลียดจีเจ๋อหยู แต่ที่ฉันเห็นเนี่ยแตกต่างจากที่ได้ยินมาเลยนะ"

ไป่เซิงเจี๋ยกังวลใจและตกตะลึง ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยเครื่องหมายคำถามทันที " นายกำลังจะบอกว่าลูู่หนานหยุนเกลียดจีเจ๋อหยู" นี่เป็นความจริงที่ทุกคนรู้หรือเปล่า?

" ช่างมนเถอะ " เสี่ยวฮ่วยยังคงกินอมยิ้มของเขาต่อไปและไม่ได้พูดถึงหัวข้อนี้อีก

ระหว่างทางไปห้องล็อกเกอร์ ฉีอ่าวตงคล้องผ้าเช็ดตัวไว้รอบคอของเขา เหลือบมองไปที่จีเจ๋อหยู และทันใดนั้นก็ถามอย่างไม่แน่ใจ " นายจะ...จะให้ของอย่างอื่นกับลู่หนานหยุนอีกหรือเปล่า" เขากำมือแน่นโดยไม่รู้ตัว

จีเจ๋อหยูตกตะลึง สงสัยว่าทำไมอีกฝ่ายถึงถามคำถามแบบนี้ หลังจากนั้นไม่นานเขาก็ตอบตามความจริงว่า " ไม่แล้ว ฉันไม่ได้ตั้งใจจะให้ผ้าเช็ดตัวเขาจริงๆ"

ฉีอ่าวตงถอนหายใจด้วยความโล่งอกและยิ้มให้จีเจ๋อหยู ร้อยยิ้มเหมือนลูกสัตว์สว่างไสวตลอดทางไปห้องแต่งตัว

เมื่อมาถึงหน้าห้องแต่งตัว เจ๋อหยูก็เห็นเด็กหนุ่มตัวสูงและขาวออกมาจากห้องนั้น นั่นคือ เหว่ยอี้เฉิน

ผิวของอี้เฉินนั้นเกลี้ยงเกลา และรูปร่างนั้นดีมากจนจีเจ๋อหยูอิจฉา และประทับใจ สำหรับคนที่เรียนด้านวิทยาศาสตร์และวิศวกรรมของมหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียง เขาไม่มีเวลามาออกกำลังกายมากนัก

เมื่อเห็นว่าจีเจ๋อหยูกำลังมองดูตัวเองอยู่ เหว่ยอี้เฉินยิ้มๆและถามอย่างไม่เป็นทางการว่า " นายมาให้กำลังใจฉันเหรอ?"

จีเจ๋อหยูตกตะลึงและไม่รู้จะตอบอย่างไรไป มีเพียงความคิดเดียวที่เหลืออยู่ในใจคือ ทำไมวันนี้พวกตัวเอกทำตัวแปลกๆ?

เมื่อเห็นท่าทางเขินอาย(?) เหว่ยอี้เฉินก็ไม่ได้บังคับเขาและพูดเบาๆว่า " ช่างมันเถอะ ถ้านายไม่อยากพูด"

จีเจ๋อหยูถอนหายใจด้วยความโล่งอก

“ฉันจะเป็นกำลังใจให้นายนะ” น้ำเสียงของเหว่ยอี้เฉินอ่อนโยนมาก ด้วยรอยยิ้มในดวงตาของเขา " ฉันหวังว่านายจะทำออกมาได้ดีในโจทย์ของนาย "

“ขอบคุณ ขอบคุณนะ…” จีเจ๋อหยูตอบอย่างนอบน้อม

“แต่ถึงอย่างนั้นก็เถอะ เสี่ยวฮ่วยไม่ได้จัดการง่ายขนาดนั้น” เหว่ยอี้เฉินกล่าวด้วยรอยยิ้มเล็กน้อย จากนั้นจึงออกจากห้องแต่งตัวไป

จีเจ๋อหยูสับสนมากขึ้น— เหว่ยอี้เฉินเป็นห่วงเขาเหรอ?

ถ้าเหว่ยอี้เฉินเกลียดเขามากพอๆกับในหนังสือต้นฉบับ เขาจะอยากจะแสดงให้ใครเห็นกัน?

นี่คือการสร้างคาแรคเตอร์ที่อ่อนโยนและอบอุ่นงั้นเหรอ?

จีเจ๋อหยูงงงวย

ต่อมาเหว่ยอี้เฉินก็คว้าที่หนึ่งในการว่ายน้ำในกลุ่มเซนเตอร์อย่างง่ายดาย

เมื่อมองไปที่เหว่ยอี้เฉินผู้ดูดีทุกท่วงท่าการว่ายน้ำ จีเจ๋อหยูก็ผุดความคิดที่อธิบายไม่ได้ว่า: ดูเหมือนว่าในโลกนี้ ตัวเอกจะทำทุกอย่างได้ง่าย แต่พวกเขามักจะพบกับอุปสรรคอยู่เสมอ

นี่คือ " เงามืด" ของคู่พระนายหรือเปล่า?

ในไม่ช้า ความคิดของจีเจ๋อหยูก็ได้รับการยืนยัน

เช้าวันรุ่งขึ้น จีเจ๋อหยูและเพื่อนร่วมทีมของเขาก็มานั่งอยู่ที่พื้นห้องซ้อม และการแสดงออกของทุกคนก็ทำตัวไม่ถูกนิดหน่อย

กลุ่มของพวกเขาเป็นกลุ่ม B ของร้องเพลงและแต่งเพลง นอกจากจีเจ๋อหยู, ไป่เซิงเจี๋ย และเสี่ยวฮ่วยi ยังมีเพื่อนร่วมทีมอีกสองคนชื่อซูจิง และถังเซี่ยหยาน ซูจินอยู่ในคลาส C และังเซี่ยหยานอยู่ในลาส A อันดับที่เก้า

ดูจากอันดับแล้ว ไลน์อัพของกลุ่ม B ที่ร้องและแต่งเพลงนั้นช่างแข็งแกร่งมาก

แต่ถึงอย่างนั้น เมื่อช่วงเช้าผ่านไป ความคืบหน้าของทุกคนก็แทบเป็นศูนย์

"ฉันอยากเขียนเพลงที่ยากๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเพลงที่มีโทนเสียงสูงที่หลากหลาย มันต้องยอดเยี่ยมตอนฟังแน่ๆ " ซูจิงพูดอย่างทะเยอทะยาน เขาเป็นคนที่ชอบแสดงออกแต่ไม่สามารถไต่อันดับขึ้นมาได้

จีเจ๋อหยูเหลือบมองเสี่ยวฮ่วยที่กำลังเคี้ยวหมากฝรั่งและพูดหลังจากเงียบไปครู่หนึ่ง " นายน่าจะลองเสนอไอเดียกับเพื่อนร่วมทีมของนายด้วยนะ ฉันไม่มีทักษะการร้องเพลงทีเยี่ยมขนาดนั้นหรอก"

เสี่ยวฮ่วยเหลือบมองที่จีเจ๋อหยู จากนั้นก็หัวเราะราวกับขอบคุณที่จีเจ๋อหยูอยากฟังความคิดตัวเอง

“จากนั้นก็เน้นไปที่ท่าเต้น จังหวะของเพลงจะแรงขึ้นเพื่อให้คนดูจำได้” ถังเซียหยานเป็นเด็กที่อ่อนโยนและละเอียดอ่อน เขาอายุเยอะที่สุดในรายการ และต้องการทำลายภาพลักษณ์ของตัวเองมาตลอด " ดนตรีค่อยๆเพิ่มบีทหนักขึ้นเรื่อยระหว่างแสดง "

เสี่ยวฮ่วยเริ่มพูด " ฉันเต้นด้แย่มาก "

ทุกคนเงียบทันที

“ถ้าอย่างนั้นเรามาลิงมาทำงี้ดูไหม” จีเจ๋อหยูพูดหลังจากครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง “เรามาตั้งหัวข้อก่อน เติมเนื้อร้อง แล้วดูว่ามันเหมาะกับแนวดนตรีแนวไหน โอเคไหม?”

ไป่เซิงเจ๋ยพยักหน้าเห็นด้วย แต่คนอื่นๆไม่ได้ออกความเห็น

“แล้วอยากตั้งหัวข้ออะไรล่ะ” จีเจ๋อหยูยังคงถามต่อ

" วัยรุ่นและความฝัน "

" ความรักและความหวังดี "

" เวทีและหยาดเหงื่อ "

“นี่มันกว้างเกินไปรึเปล่า...” จีเจ๋อหยูรู้สึกเหมือนว่าขมับของเขาจะเต้นตุบๆ แล้วเขาก็เงยหน้าขึ้นมองคนที่ทำตัวสบาย ๆ “เสี่ยวฮ่วย แล้วนายล่ะ?”

“อ่า ฉันเหรอ?”

เสี่ยวฮ่วยอยู่คลาสรั้งท้าย เพื่อนร่วมทีมของเขาไม่เคยสนใจความคิดเห็นของเขาเลย เพียงแค่ต้องการให้เขาทำส่วนที่ง่ายที่สุดให้สำเร็จก็พอ เขาเคยถูกเมินเฉยเลยไม่คิดว่าจีเจ๋อหยูจะถามความคิดเห็นของเขา

เสี่ยวฮ่วยเคี้ยวหมากฝรั่งสองสามครั้งแล้วเป่ามันออกมา อย่างราบรื่น ซึ่งระเบิดไปที่มุมริมฝีปากของเขา เขาเลียริมฝีปากแล้วพูดช้าๆ “อาจจะ... อาจจะเป็นธีมกิน?”

ซูจิงไม่เห็นด้วยทันที " นายหมายความว่ายังไง? กินเนี่ยนะ? " ร่องรอยของการดูถูกปรากฏภายใต้ดวงตาของเขา

“ธีมนี้มันไม่คิดง่ายไปหน่อยเหรอ เดี๋ยวแฟนๆก็หายไปหมด …” ถังเซี่ยหยานขมวดคิ้วเล็กน้อย เขาใส่ใจกับความคิดของแฟนๆมาก

ไป่เซิงเจี๋ยดูว่างเปล่า “นายกินอะไรมาหรือยัง?”

เมื่อีเจ๋อหยูได้ยินคำพูดนั้น เขากลับพบว่าความคิดของเสี่ยวฮ่วยน่าสนใจมาก เขาถามเสี่ยวฮวยต่อ " ทำไมนายถึงคิดธีมเป็นอาหารล่ะ?"

“ไม่มีอะไรหรอก” เสี่ยวฮ่วยหาวอย่างเกียจคร้าน “ฉันแค่หิว”

ซูจิงรู้สึกโกรธขึ้นมาเล็กน้อยเมื่อได้ยินเหตุผลเช่นนี้ และบ่นว่าอย่างไม่เห็นด้วย " เรากำลังคุยกันอยู่ ช่วยจริงจังกว่านี้ได้ไหม"

จีเจ๋อหยูเห็นความขัดแย้งครั้งใหญ่ เขาทำอะไรไม่ถูกเล็กน้อย แล้วพูดกับเพื่อนร่วมทีมของเขา "ถ้าอย่างนั้นพักกันก่อนก็ได้ เสี่ยวฮ่วย นายไปขอของกินจากทีมงานได้เลยนะ "

ดวงตาของเสี่ยวฮ่วยเป็นประกายและรอยยิ้มของเขาหวานยิ่งกว่าหมากฝรั่ง เขากอดจีเจ๋อหยูสักพกปล้วเอ่ยชม " กัปตันเก่งจริงๆ " แล้วลุกขึ้นไปหาอะไรกิน

จีเจ๋อหยูออกจากห้องซ้อมเพื่อไปหยิบขวดน้ำ แต่ทันนั้นเองก็ได้ยินเสียงร้องเพลงมาจากห้องซ้อมถัดไป มันไม่สม่ำเสมอและไม่ค่อยเข้ากันนัก แต่ก็เปิดเผยข้อความสำคัญด้วย—

กลุ่มร้องและแต่งเพลงอีกกลุ่มเริ่มเขียนเพลงแล้ว

หัวใจของจีเจ๋อหยูดำดิ่ง เขาเดินไปที่หน้าต่างและยืนเขย่งเท้าเพื่อมองเข้าไป แต่เขาก็มองเห็นเฟิงหยาน

เฟิงหยานรู้สึกขบขันกับท่าทางอีกฝ่าย จากนั้นก็ลุกขึ้นและเปิดประตูเพื่อให้จีเจ๋อหยูเข้ามา

จีเจ๋อหยูเป็นคนที่จัดการอารมณ์ไม่เก่งนัก ดังนั้นเขาจึงอายที่จะพูดอย่างตรงไปตรงมาเรื่องยังเนื้อเพลง และถามออกไปว่า " นายเป็นยังไงบ้างเหรอ "

" เขียนเนื้อเพลงเป็นเรื่องง่ายมาก เรามีแร็ปเปอร์สองสามคนในกลุ่มของเรา เราเลยเขียนเสร็จพร้อมกันทั้งหมด" เฟิงหยานตอบตามความจริงว่า " ตอนนี้เรากำลังคุยกันว่าควรจะใช้แนวดนตรีแบบไหนดี "

จีเจ๋อหยูเหลือบมองไปที่เด็กฝึกในห้องและอดไม่ได้ที่จะชะงักไปชั่วครู่

เขาคาดไว้แล้วว่าอันดับเฉลี่ยของสมาชิกในกลุ่มนี้คงสูงมาก แต่เขาไม่ได้คาดหวังว่ากลุ่มของเฟิงหยานจะมีอันดับที่สูงมากขนาดนี้เช่นกัน และพวกเขาทั้งหมดมีความสามารถ พวกเขาทำได้ดีในการแสดงรอบแรกจริงๆ

เฟิงหยานดูเหมือนจะรู้ว่าจีเจ๋อหยูกำลังคิดอะไรอยู่ และพูดกับเขาว่า " รีบๆเข้า อย่ารอช้า การแต่งเพลงเป็นเรื่องเล็กจริงๆ ส่วนการสอนให้เสี่ยวฮ่วยแสดงนี่เป็นเรื่องใหญ่"

หลังจากที่จีเจ๋อหยูออกไปแล้ว สมาชิกของกลุ่ม A ก็เริ่มพูดคุยกัน

“นายคิดว่าเราจะชนะได้หรือเปล่า”

“ความแข็งแกร่งของจีเจ๋อหยูพัฒนาขึ้นมากจริงๆ ไป่เซิงเจี๋ยกับถังเซี่ยหยานก็เก่งมากเช่นกัน แต่ตราบใดที่เสี่ยวฮ่วยอยู่ด้วย…”

“ฮ่าๆ ฉันนึกถึงตอนที่เสี่ยวฮ่วยเสียงแตกเวทีแรกออกเลย”

เฟิงหยานพูดอย่างช่วยไม่ได้ “อย่ารื้อฟื้นได้ไหม”

แม้ว่าผู้เข้าแข่งขันเหล่านี้จะไม่ได้พูดออกมาอย่างชัดเจน แต่พวกเขาก็คิดไปในเชิงเดียวกันว่า แม้ว่าจีเจ๋อหยูจะแข็งแกร่งแค่ไหน แต่ถ้าเสี่ยวฮ่วยอยู่ด้วย พวกเขาจะต้องแพ้แน่นอน

หัวใจของจีเจ๋อหยูหนักอึ้ง

เหลือเวลาเพียงหนึ่งสัปดาห์ก่อนการแสดงรอบที่สองจะเริ่ม และพวกเขาไม่อาจเสียเวลาไปมากกว่านี้แม้แต่วินาทีเดียว

หลังจากกลับมาที่ห้องซ้อม จีเจ๋อหยูกลืนน้ำลายนั่งอยู่ท่ามกลางเพื่อนร่วมทีม มองทุกคนด้วยสายตาจริงจัง และพูดทีละคำว่า " ธีมเพลงของเราคือกิน ภายในช่วงบ่ายวันนี้ พวกนายแต่ละคนจะต้องเขียนเนื้อเพลง Give Me ให้ดี อะไรก็ได้ที่พวกนายอยากเขียน ตราบใดที่มันเกี่ยวข้องกับสิ่งที่กิน"

ถังเซี่ยหยานพูดด้วยความประหลาดใจ “เดี๋ยวนะกัปตัน นายจะใช้ไอเดียของเสี่ยฮ่วยจริงๆเหรอ?”

เสี่ยวฮ่วยที่เพิ่งกินบิสกิตเสร็จ โดยมีเศษคุกกี้ติดอยู่ที่มุมปากของเขา แล้วพูดอย่างไม่คาดฝันว่า “กัปตัน ฉันแค่พูดเล่นๆเอง นายไม่ต้องสนใจฉันก็ได้…”

ซูจิงคิดว่าจีเจ๋อหยูต้องบ้าไปแล้วแน่ๆ เขาขมวดคิ้วและโต้กลับ " กัปตัน เราเลือกธีมนี้ไม่ได้ เราเป็นกลุ่มบอยแบนด์นะ เขียนเพลงบอยกรุ๊ปเกี่ยวกับการกินนี่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนเลยนะ..."

" นายพูดถูก มันไม่เคยมีมาก่อน" จีเจ๋อหยูมองไปที่ซูจิงและพูดอย่างสงบ " อะไรจะทำให้ผู้ชมประหลาดใจมากกว่าคำนี้กันล่ะ? "

ทันทีที่คำพูดนี้ออกมา ทั้งห้องซ้อมก็เงียบงัน

ทุกคนคิดว่าจีเจ๋อหยูพูดเล่น แต่พวกเขาไม่สามารถพูดอะไรกลับเพื่อหักล้างได้ และพวกเขารู้สึกคลุมเครือว่าเรื่องนี้...จะเป็นไปได้อย่างนั้นเหรอ?

จบบทที่ ตอนที่ 16

คัดลอกลิงก์แล้ว