- หน้าแรก
- ข้าเป็นอมตะ ศึกษาแต่เคล็ดวิชาต้องห้ามเท่านั้น
- ตอนที่ 50: การล้อมเมือง
ตอนที่ 50: การล้อมเมือง
ตอนที่ 50: การล้อมเมือง
ตอนที่ 50: การล้อมเมือง
กลางฤดูหนาว ทุกสรรพสิ่งปกคลุมด้วยหิมะขาวโพลน
ทว่าภายในกระท่อมหลังน้อยของเจียงหมิงกลับอบอุ่นเป็นพิเศษ
เขานั่งอ่านตำรายาอยู่ ขณะโจวเหวินซิ่วยกชาอุ่นมาให้
เจียงหมิงฮัมเพลงเบา ๆ สายตาเหลือบมองหิมะนอกหน้าต่างด้วยความสบายใจ
เมื่อปีใหม่ใกล้เข้ามา เจียงหมิงจึงกลับลงจากภูเขาสู่ตำบลผาสุข ตั้งใจจะพักจากการฝึกยุทธชั่วคราว
ตอนนี้ เขาสามารถใช้วิชาดาบผลาญโลหิตติดต่อกันได้ถึงสิบห้าครั้ง แม้ต้องเผชิญหน้ากับนักยุทธชั้นสองผู้มีประสบการณ์อย่างกวนเฟิง เขาก็พอจะต้านได้
ต่อให้ไฟสงครามลุกลามมาถึงนครเมฆใหญ่ เขาก็มั่นใจว่าปกป้องตัวเองได้
เขายังเข้าใจพยัคฆ์หมอบได้ลึกขึ้นอีกขั้น อีกเพียงนิดเดียวก็จะฝึกถึงขั้นสูงสุด
แต่ก็เหมือนชนเข้ากำแพงสูง ปีนไม่ขึ้น ไม่ว่าจะพยายามแค่ไหน เจียงหมิงก็ไม่อาจทะลวงผ่านได้
“สองปีแล้วสินะ...นับแต่ข้าตื่นขึ้นมาในโลกนี้ แต่ปีนี้คงไม่สงบเหมือนที่ผ่านมา” เขาคิดในใจ ก่อนสั่งให้โจวเหวินซิ่วฝึกหมัดอยู่บ้าน แล้วหยิบสมุนไพรบางส่วนมุ่งหน้าไปยังสาขาหมู่บ้านล่าพยัคฆ์
ตลอดสองปีที่ผ่านมา เจียงหมิงเรียนรู้เรื่องสมุนไพรมากมายและยังได้รับวิชาแพทย์เล็กน้อยจากหมอซุน ในช่วงเวลานี้ เขาช่วยรักษาคนเจ็บในเขตภูเขาให้กับสาขาหมู่บ้านอย่างต่อเนื่อง
ตำบลผาสุขยังคงเติบโตเรื่อย ๆ และไม่นานมานี้ ได้รับพระราชโองการยกระดับเป็นอำเภอผาสุข
แม้จะยังไม่ได้เปลี่ยนชื่ออย่างเป็นทางการ เพราะในยามสงคราม จักรพรรดิ์ย่อมมีเรื่องเร่งด่วนกว่าต้องจัดการ
ระหว่างเดินในเมือง เจียงหมิงเห็นหญิงสาวจำนวนมากแต่งกายสะอาดสะอ้านอย่างผู้ดี ดูไม่เข้ากับสถานที่แห่งนี้นัก
เมื่อเขาเดินเข้าสู่สาขาหมู่บ้านล่าพยัคฆ์ในตำบล ก็พบว่าภายในมีหญิงแก่หญิงสาวมากมายกำลังจัดสัมภาระ ดูเหมือนพวกนางเพิ่งเดินทางมาถึง
“ท่านหมอเฟิง? มาได้ยังไง?” เจียงหมิงเห็นคนคุ้นหน้าก็รีบเดินไปช่วยถือของ
“หืม? อยากรู้ไปหมดเลยเรอะ?” หมอเฟิงตอบติดตลก ขณะเดินไปยังที่พักที่จัดไว้
“มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่?” เจียงหมิงขมวดคิ้ว
หมอเฟิงถอนหายใจ “ตามข่าวของท่านกวน...หมู่บ้านชิงหลินแตกแล้ว เมื่อคืนนี้ หลังจากถูกตีแตก ราชาเขียวก็ประกาศทันทีว่าเป้าหมายต่อไปคือ นครเมฆใหญ่ หากเมืองแตก สาขาหลักก็ไม่รอด จึงรีบส่งคนแก่และเด็กมาหลบภัยที่นี่ก่อน”
“รู้ข่าวเร็วขนาดนั้นเชียว...ปราสาทเมฆเหินคงเป็นคนแจ้งแน่” เจียงหมิงคิดในใจ
“แต่ทำไมถึงเลือกตำบลผาสุข?” เขาถามอย่างสงสัย
“เรื่องนี้เจ้ายังไม่รู้” หมอเฟิงกล่าวเรียบ “กองทัพเขียวอ้างว่าสู้เพื่อประชาชน พวกเขาไม่แตะต้องชาวบ้านเลย แม้จะตีเมืองแตก พวกเขาก็ไม่ปล้นไม่ฆ่า มีหลายเมืองยอมแพ้โดยไม่ต้องสู้และพวกเขาก็รักษาสัญญา ไม่ฆ่าทหารแม้แต่คนเดียว แค่ปลดอาวุธแล้วปล่อยตัว ส่วนตำบลผาสุขไม่มีทหารประจำ กองทัพเขียวจึงไม่เสียเวลาที่นี่ แต่นครเมฆใหญ่ไม่เหมือนกัน มันคือด่านป้องกันสุดท้ายก่อนเข้าสู่ภาคใต้ ราชสำนักจะต้องป้องกันเต็มกำลัง หากศึกเปิดขึ้นที่นั่น จะต้องดุเดือดแน่นอน”
เจียงหมิงอึ้งไปชั่วครู่ ไม่คิดว่ากองทัพกบฏจะมีคุณธรรมถึงเพียงนี้
แต่ในทันใด เขาก็นึกถึงคำพูดของเว่ยเยียน
“พวกเขาจะทำอะไรได้ไม่มากหรอก”
“ความเมตตาและคุณธรรม เป็นคำโฆษณาที่ดีของผู้มีอำนาจ แต่สำหรับกองทัพกบฏ มันคือจุดตาย”
เจียงหมิงถอนหายใจเงียบ ๆ แต่เมื่อคิดอีกมุม นี่ก็เป็นข่าวดีของตำบลผาสุขเช่นกัน
...
ไม่กี่วันต่อมา ข่าวว่ากองทัพเขียวตีแตกหมู่บ้านชิงหลินก็แพร่ไปทั่วตำบลผาสุข ชาวบ้านต่างตื่นตระหนก
ต่อให้มีคำกล่าวสรรเสริญมากเพียงใด กองทัพเขียวก็ยังคงเป็นกบฏ ไม่มีใครรับประกันได้ว่าเมื่อพวกเขามาถึงที่นี่จะยังคงคุณธรรมอยู่อีกหรือไม่
แต่ตรงกันข้าม คนจากตระกูลซือและแก๊งงูเฒ่ากลับหยิ่งผยองขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
ท่านตงเดินตัวตรงแหงนหน้าราวกับเจ้าของเมืองและเมื่อเห็นเจียงหมิงหลายครั้ง เขาก็ยังเย้ยหยันว่าอีกฝ่ายดูไร้เดียงสา
เจียงหมิงไม่แม้แต่จะเหลือบแลคนอย่างท่านตง
วันเวลาผ่านไป จนกระทั่งถึงวันปีใหม่
แม้กองทัพเขียวดูเหมือนจะหยุดนิ่งหลังยึดชิงหลินได้แล้ว แต่ทุกคนต่างสัมผัสได้ว่าพายุกำลังใกล้เข้ามา
“ราชาเขียวคงไม่โง่ เขารู้ดีว่านครเมฆใหญ่คือด่านสุดท้าย ทุกอย่างจะตัดสินกันที่นั่น”
เจียงหมิงส่ายหัว หลังพักเต็มที่ เขาก็กลับขึ้นเขาอีกครั้ง เพราะเขารู้สึกว่าเจตจำนงพยัคฆ์ใกล้แล้ว
...
ต้นฤดูใบไม้ผลิ แผ่นดินเริ่มเขียวชอุ่ม
ยามใกล้ค่ำ ร่างของเจียงหมิงแผ่กลิ่นอายดุดันราวกับพยัคฆ์
ก่อนฟ้าจะมืด เขาฟาดหมัดสุดท้าย ลืมตาขึ้นแล้วประกาศเสียงดัง
“ข้าเข้าใจเจตจำนงพยัคฆ์แล้ว!”
เสียงคำรามยาวกึกก้อง ปลุกฝูงนกให้บินหนี
“นับจากวันนี้ข้าจางซานคือ นักยุทธชั้นสอง!”
ผ่านมาแล้วหนึ่งเดือนนับจากปีใหม่
เมื่อความตื่นเต้นสงบลง เจียงหมิงตัดสินใจกลับไปดูสถานการณ์ในตำบลผาสุข
...
ยามค่ำคืน เจียงหมิงยืนอยู่บนไหล่เขาใกล้เมือง
“อะไรน่ะ?” เขาเบิกตากว้าง มองเห็นแสงไฟจากแคมป์อยู่ไกล ๆ
“กองทัพเขียวมาถึงแล้วเหรอ?” เขาตกใจ
“พวกเขาว่าจะไม่แตะต้องตำบลผาสุขไม่ใช่เหรอ?” สายตาเจียงหมิงหรี่ลง จ้องภาพตรงหน้าอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะเดินลงไป
จากมุมมองของเขา แคมป์พวกนั้นอยู่ห่างจากเมืองพอสมควร แสดงว่ากองทัพเขียวยังคงรักษาหลักการไว้ได้
“แต่พวกเขาจะยึดหลักนั้นได้ถึงเมื่อไหร่?” เขาส่ายหน้าเบา ๆ
ทุกอย่างจะถูกตัดสินที่สมรภูมิถัดไป.