เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

681-682

681-682

681-682


5/10

Ep.681

“ทุกคนที่เข้าร่วมประลองล้วนเป็นผู้ฝึกตนขั้น 7 มีเพียงไม่กี่คนเท่านั้นที่อยู่ขั้น 8 แม้ศิษย์น้องหญิงชิวอิ๋งจะอายุน้อยที่สุด แต่ฐานฝึกตนของเธออยู่ในขั้น 7 แล้ว หากไม่นับน้องซู เธอแข็งแกร่งที่สุดในหมู่พวกเรา”

กู่เทียนฮวาอธิบายด้วยรอยยิ้ม ทั้งยังจงใจอธิบายถึงข้อมูลของชิวอิ๋งโดยเฉพาะ

“อ้อ”

ซูเฉิ้นพยักหน้า หลังจากไตร่ตรองอยู่ครู่หนึ่ง ก็หันกลับมาพูดกับกงเก๋อว่า “พี่กง แล้วคนของนิกายคลื่นธาราของคุณมีกี่คน?”

โควต้าในส่วนของงานประลองในครั้งนี้ ซูเฉินตั้งใจฮุบไว้เองคนเดียวทั้งหมด และยังวางแผนที่จะให้เฉินเฟิงกับเซี่ยจิงอี้เข้าร่วมด้วย เท่านี้ก็จะมี 7 ตำแหน่งแล้ว

ส่วนที่เหลืออีกสาม จะถูกมอบให้แก่นิกายคลื่นธารา

ประการแรก เพราะนิกายคลื่นธารากับวังสุริยันจันทรามีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน

ประการที่สอง ผลงานก่อนหน้านี้ของกงเก๋อได้รับการยอมรับจากซูเฉินแล้ว

ไม่ว่าจะเป็นในตอนเผชิญหน้ากับพืชโลหิตกลายพันธุ์ หรือโอวหยางอู๋ซินกับอันจื่อฮ่าว กงเก๋อมิได้ถอยหนี แต่ยืนเคียงข้างเขาอย่างไม่หวั่นไหว

คนประเภทนี้สมควรคบหา ซูเฉินเลยต้องการใช้โอกาสนี้ช่วยเขา

“มีแค่ฉันคนเดียว”

ใบหน้าของกงเก๋อแดงเรื่อ เอ่ยเสียงเบาราวกระซิบ

แม้นิกายคลื่นธาราจะเป็นหนึ่งในเจ็ดขุมกำลังของขุนเขาหวังเฉียว แต่ในช่วงหลายปีมานี้กลับเหี่ยวเฉา ผู้แข็งแกร่งขั้น 10 ก็มีแค่คนเดียว

จากทั้งเจ็ดขุมกำลังนับว่าอยู่ล่างสุด และในบรรดาคนรุ่นใหม่ของนิกาย เขาเป็นคนเดียวที่มาถึงขั้น 7 ได้

เมื่อเทียบกับวังสุริยันจันทราแล้ว ช่างน่าเศร้าจริงๆ

“แค่คนเดียวสินะ”

ซูเฉินไม่คิดอะไรมาก ยกมือขึ้นถูจมูก หันไปหากู่เทียนฮวาแล้วกล่าวว่า “พี่กู่ ขุมกำลังทั้งเจ็ด ฝ่ายไหนบ้างที่มีความสัมพันธ์อันดีกับวังสุริยันจันทราของพวกเรา”

กู่เทียนฮวาไม่รู้ว่าทำไมซูเฉินถึงถามคำถามนี้ แต่ยังคงกล่าวตามความจริงว่า “วังน้ำแข็งกับตำหนักอสูรหยกมีความสัมพันธ์ไม่เลวกับพวกเรา”

ซูเฉินพยักหน้าเล็กน้อย ที่เหลือเขาจะรับหน้าที่เตรียมการเอง

“สิบโควต้าของงานประลอง พวกเราวังสุริยันจันทราจะขอไป 7 อีก 1 มอบให้พี่กงจากนิกายคลื่นธารา ส่วนที่เหลืออีกสองเก็บไ้ว้ให้วังน้ำแข็ง”

เนื่องจากเขาเคยฆ่าเสิ่นรั่วหงบนเกาะชงซวี่ และเสิ่นรั่วหงเป็นผู้อาวุโสของตำหนักอสูรหยก เป็นธรรมดาที่จะไม่เหลือโควต้าให้พวกตำหนักอสูร

‘เอ๋? นี่มันเรื่องอะไรกัน?’

‘งานประลองยังไม่เริ่มเลย แล้วทำไมซูเฉินถึงจัดแจงโควต้าซะแล้วล่ะ?’

กู่เทียนฮวาและคนอื่นๆต่างสับสน

ซูเฉินกล่าวด้วยรอยยิ้มที่แฝงไปด้วยความหมายว่า “สิบโควต้าในงานประลองครั้งนี้ของขุนเขาหวังเฉียว ฉันจะขอฮุบมันไว้ทั้งหมดเอง!”

“หา???”

ฝูงชนตอบสนองไปต่างๆนาๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกงเก๋อ ลมหายใจเขาเริ่มถี่รัว

ด้วยความแข็งแกร่งของซูเฉิน นับว่ามากพอแล้วที่จะโค่นคู่แข่ง สามารถคว้าโควต้าทั้งหมดมาครอง

“น้องซู นายมั่นใจแค่ไหน?” กู่เทียนฮวาสูดหายใจเข้าลึกๆ เลียบเคียงถามดู

โควต้าสำหรับงานประลอง เกี่ยวพันถึงเรื่องที่ว่าจะสามารถเข้าสู่สมรภูมิท้ารบได้หรือไม่ มันเป็นอะไรที่สำคัญมาก

หากพวกเขาได้ครบ 10 จริงๆ ไม่เพียงแต่ชื่อเสียงของวังสุริยันจันทราเท่านั้น แต่มีแนวโน้มว่ากำลังรบโดยรวมของพวกเขา จะพุ่งทะยานไปอีกขั้นในระยะเวลาสั้นๆ

เนื่องจากการเข้าสู่มิติท้ารบ มีโอกาสเป็นไปได้สูงที่จะสามารถปลุกพลังพิเศษได้ เมื่อความแข็งแกร่งของศิษย์เพิ่มขึ้น ความแข็งแกร่งของวังก็จะเพิ่มขึ้นตามไปด้วย

อีกจุดหนึ่ง เรื่องนี้ยังสามารถใช้เป็นโอกาสในการข่มขวัญคนนอก แล้วดึงดูดขุมกำลังดีๆเข้ามาคบหา

อาจกล่าวได้ว่าเป็นการยิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัว

“ถ้าไม่มีขั้น 10 ร่วมลงสนาม ฉันมั่นใจ 100%” ซูเฉินกล่าวยืนยันหนักแน่น

ได้ยินแบบนั้น กู่เทียนฮวาและคนอื่นๆต่างกำหมัดแน่น

งานประลองรอบคัดเลือกของขุนเขาหวังเฉียว มันคือการประชันกันระหว่างรุ่นเยาว์

อย่าว่าแต่ขั้น 10 เลย แม้แต่ขั้น 9 เกรงว่าคงไม่โผล่หัวออกมา

ด้วยประการฉะนี้  หากมีซูเฉินคอยหนุนหลัง โควต้าทั้ง 10 ตำแหน่งย่อมตกอยู่ในกำมือพวกเขา

“น้องซู เรื่องนี้มีความสำคัญมาก ฉันต้องรีบกลับวังเพื่อรายงานท่านประมุข” กู่เทียนฮวาสูดหายใจลึก กล่าวด้วยเสียงทุ้มต่ำ

เหลือเวลาไม่ถึงหนึ่งเดือนก่อนการประลองรอบคัดเลือกจะเริ่มขึ้น เขาต้องรายงานเรื่องนี้ให้ทันเวลา บอกเบื้องบนให้เตรียมตัวล่วงหน้า

6/10

Ep.682

“พี่กู่ คุณไม่ไปหุบเขาซีหยากับพวกเราแล้วเหรอ?” ซูเฉินถาม

“ฉันคงไม่ไปแล้ว เพราะมีเรื่องสำคัญกว่าต้องทำ”

กู่เทียนฮวายิ้ม จากนั้นอธิบายต่อว่า “เดิมฉันต้องการไปหุบเขาซีหยาเพื่อเข้าคารวะปรมาจารย์อู๋หยาจื่อ แล้วขอให้ช่วยปรับแต่งอาวุธ แต่ตอนนี้ฉันมีผลึกศิลาแดงในมือแล้ว และผู้อาวุโสของนิกายเราก็มีคนที่เป็นปรมาจารย์ด้านการหลอมอาวุธอยู่เช่นกัน เขาสามารถทำแทนได้”

“น้องซู ฉันก็คิดว่าจะกลับไปยังนิกายคลื่นธาราเหมือนกัน”  กงเก๋อกล่าว

แต่เดิม ด้วยกำลังรบของเขา หากต้องการคว้าโควต้าในงานประลองรอบคัดเลือก มันแทบไม่มีโอกาสเป็นไปได้

แต่ตอนนี้ เนื่องจากซูเฉินให้คำมั่นแล้ว นี่ไม่ต่างกับการตอกตะปูฝาโลง

เรื่องใหญ่แบบนี้ เป็นธรรมดาที่ต้องรีบไปรายงานเบื้องบนของนิกายคลื่นธาราให้เร็วที่สุด

“ฉันก็จะกลับไปพร้อมศิษย์พี่กู่เหมือนกัน” หลินฮั่วอินครุ่นคิดอยู่พักหนึ่ง แล้วกล่าว

เมื่อเห็นว่ากู่เทียนฮวาและอีกสองคนยืนกรานที่จะจากไป ซูเฉินก็ไม่คิดรั้งพวกเขา

หลังจากร่ำลาทั้งสาม ซูเฉินเบนสายตามายังหน้าจอควบคุมส่วนใหญ่ เอ่ยถาม [รถศึกอัจฉริยะ] ว่า “เสี่ยวจือ ต้องใช้เวลานานแค่ไหนกว่าจะถึงหุบเขาซีหยา?”

“คาดการณ์ว่าต้องใช้เวลาเกือบสองวัน” [รถศึกอัจฉริยะ] ประเมิน แล้วตอบกลับ

หลังจากนั้น ซูเฉินจัดแจงให้หยางฮ่าวเตรียมอาหาร

เมื่อตรงหน้าเต็มไปด้วยเนื้อย่าง , เครื่องดื่ม และผลไม้อันหลากหลาย เหลิงมู่เย่ตกตะลึง

“ศิษย์พี่เหลิง กินได้ไม่อั้น เชิญหยิบได้ตามใจชอบ” ซูเฉินเชื้อเชิญด้วยรอยยิ้ม

“น้องซู ถ้าอย่างนั้นฉันไม่เกรงใจแล้วนะ” เหลิงมู่เย่กล่าวในทำนองว่า งั้นข้าขอหม่ำล่ะนะ

แม้เขาจะเป็นลูกศิษย์ของวังสุริยันจันทรา แต่อาหารอันอุดมสมบูรณ์เบื้องหน้า นับเป็นครั้งแรกที่ได้เห็น

ฝูงชนกินดื่มจนอิ่มหนำ เมื่อไม่มีอะไรทำ ก็เริ่มเปิดเพลงฟัง เล่นไพ่โต้วตี้จู่กัน สอนเหลิงมู่เย่จนชำนาญ

สองวันต่อมา  [รถศึกอัจฉริยะ] มาถึงนอกหุบเขาอันกว้างใหญ่

ที่นี่คือหุบเขาซีหยา ในเวลานี้ นอกหุบเขา พลุกพล่านไปด้วยผู้คน มีนับพันชีวิตมารวมตัวกันที่นี่

ผู้มาเยือนไม่ได้มีแค่มนุษย์เท่านั้น แต่ยังมีพวกต่างเผ่าอีกหลายสิบสายพันธุ์

ซูเฉินกวาดสายตามองออกไปด้านนอกรถ คิ้วของเขาต้องขมวดเข้าหากันเล็กน้อย

คนเหล่านี้ต้องมาเยี่ยมเยือนปรมาจารย์อู๋หยาจื่ออย่างแน่นอน หากต้องรอคิวตามลำดับ ไม่รู้ว่าอีกกี่ปี

โชคยังดี ที่เขาได้รู้ข้อมูลจากปากเหลิงมู่เย่แล้ว ว่าจะมีงานประลองเกิดขึ้นที่นี่

ผู้ใดแข็งแกร่งที่สุด ผู้นั้นมีสิทธิ์ที่จะเข้าพบเป็นคนแรก

ด้วยกำลังรบของซูเฉิน การใช้งานประลองนี้แทรกคิวไปเป็นคนแรกๆ ควรจะง่ายมาก

ขณะที่ซูเฉินกำลังลงจากรถ เหลิงมู่เย่ก็ท้วงขึ้นทันทีว่า “น้องซู สถานการณ์ดูเหมือนจะผิดปกติ”

“เอ๋?”

ซูเฉินชะงักไปเล็กน้อย หันมามองเหลิงมู่เย่  เอ่ยถามว่า “พี่เหลิง ที่ว่าผิดปกตินี่มันยังไงหรอ?”

เหลิงมู่เย่อธิบายว่า “ข่าวที่ฉันได้รับมาก็คือ ถ้าต้องการเข้าไปในหุบเขาซีหยาเพื่อคารวะปรมาจารย์อู๋หยาจื่อ ต้องใช้วิธีการประลอง ทว่าเท่าที่เห็น ที่นี่มีผู้คนเยอะมาก แต่ไม่มีการต่อสู้เกิดเขึ้นเลย … หรือวิธีเข้าพบจะเปลี่ยนไปอีกแล้ว?”

“จริงด้วยสิ” ซูเฉินพยักหน้าเล็กน้อย

มีผู้คนจำนวนมากมารวมตัวกันที่นี่ ตามหลักเหตุผลแล้ว ปัจจุบันควรเต็มไปด้วยบรรยากาศเร่าร้อนและกระหายเลือด

แต่ฉากในที่นี้กลับสงบมาก นี่บ่งบอกว่า การคาดเดาของเหลิงมู่เย่น่าจะถูก

“ไม่ว่าสถานการณ์จะเป็นยังไง พวกเราทุกคนก็จะผ่านมันไปให้ได้” ซูเฉินกล่าว ก้าวนำลงจากรถเป็นคนแรก

ต้นผลจำลองจิตอยู่ในมืออู๋หยาจื่อ แม้ต้องใช้วิธีรุนแรง วันนี้เขาก็ต้องเข้าไปในหุบเขาซีหยาให้จงได้

เหลิงมู่เย่กับสองศิษย์น้องมองหน้ากัน ทยอยกันเดินตามหลังซูเฉินไป

ส่วนคนที่เหลือก็เหมือนเดิม ทุกคนรออยู่ในรถ

เดินเข้าไปรวมกับฝูงชน ซูเฉินเอ่ยถามเผ่ามนุษย์คนหนึ่ง ก็ทราบว่าวิธีการเข้าหุบเขาซีหยาเปลี่ยนไปแล้วจริงๆ

วิธีเดียวที่จะเข้าสู่หุบเขาซีหยาได้ในตอนนี้–

–คือการนำสมบัติบางอย่างที่มีแฝงไปด้วยพลังชีวิตมาแลกเปลี่ยน

จบบทที่ 681-682

คัดลอกลิงก์แล้ว