เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

679-680

679-680

679-680


3/10

Ep.679

“เจ้าหนู แกนี่มันขี้โม้ซะจริง มาเลย! บิดาอยู่นี่ไง แน่จริงก็เข้ามาฆ่าสิ” อันจื่อฮ่าวส่งเสียงฮึ่มๆในลำคอ

เขาแทบอดใจรอไม่ไหวให้ซูเฉินลงมือ เพราะตราบใดที่ซูเฉินกล้าทำ เขาก็จะสามารถฆ่าซูเฉินได้อย่างเปิดเผยโดยไม่ต้องปิดบัง

“จัดให้ตามที่ขอ!”

ดวงตาของซูเฉินทอประกายเย็นยะเยือก ขยับเท้าก้าวเดียว พุ่งเข้าหาอันจื่อฮ่าว

“น้องซู! ใจเย็นก่อน …”

กู่เทียนฮวาและคนอื่นๆพยายามห้ามปราม–

–แต่มันก็สายเกินไปแล้ว!

หากสมองของซูเฉินประกาศคำสั่งฆ่า ไม่ว่าหน้าไหนก็ไม่มีทางหยุดยั้ง!!

“แส่หาที่ตาย!”

อันจื่อฮ่าวฉีกยิ้มเดือดดาล ทันใดนั้นกริชสีดำเล่มหนึ่งปรากฏขึ้นในมือเขา มันค่อยๆเปล่งแสงเรืองรองออกมา

เขารับรู้ได้ ว่าซูเฉินเป็นเพียงผู้วิวัฒนาการขั้น 7 เท่านั้น ในระดับเดียวกัน นอกเสียจากกู่เทียนฮวาที่สามารถทำให้เขากังวลเล็กน้อยแล้ว ไม่มีใครอื่นอีก รวมไปถึงซูเฉินด้วย

โอวหยางอู๋ซินยืนดูด้วยสายตาเย็นชา รอยยิ้มโหดร้ายผุดขึ้นบนมุมปากเขา

เขาเชื่อมั่นเป็นอย่างยิ่งในความแข็งแกร่งของอันจื่อฮ่าว และมั่นใจว่า ด้วยกำลังรบของอันจื่อฮ่าว จะต้องสามารถสังหารซูเฉินได้อย่างแน่นอน ทั้งยังเป็นการสังหารในเวลาไม่กี่วินาที

หากเป็นแบบนี้ จะเท่ากับว่าสามารถล้างหนี้แค้นแก่โอวหยางเฉิงได้

ซูเฉินปรี่เข้าประชิด จากนั้นปลดปล่อยพลังจิต โถมกลืนอันจื่อฮ่าว

“พลังแห่งจิตวิญญาณ!”

สัมผัสได้ถึงพลังที่มองไม่เห็นกระทบตัว สีหน้าของอันจื่อฮ่าวแปรเปลี่ยนไป กุมกริชในมือ ร่ายระบำอย่างบ้าคลั่ง เส้นแสงสีดำกระพริบวิบวับ สับสะบั้นพลังจิตรอบด้านจนสลายไป

อย่างไรก็ตาม  ณ ขณะนี้ บรรยากาศโดยรอบเริ่มเกิดเสียงหึ่ง หึ่ง

เห็นแค่เพียงภูเขาหลากสีสันผุดขึ้นกลางอากาศ ลอยเหนือหัวอันจื่อฮ่าว

“สิ่งประดิษฐ์ … เทวะ?”

โอวหยางอู๋ซินพึมพำ ร่างของเขาสั่นสะท้านอย่างรุนแรง

“อาวุธนี่มันอะไรกัน?”

รู้สึกได้ถึงแรงกดดันอันบ้าคลั่งที่แผ่ออกมาจาก [ภูเขาหยวนเหออู่จี๋] สีหน้าของอันจื่อฮ่าวแปรเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง ดีดตัวถอยกลับโดยไม่ต้องคิดอะไร

“คิดหรือว่าจะหนีไปได้?”

มุมปากซูเฉินยกยิ้มเหยียดหยาม จากนั้นดีดนิ้วดังเป๊าะ สะบัดเส้นแสงสีเขียวออกไป พุ่งลงบนข้อเท้าของอันจื่อฮ่าว

อันจื่อฮ่าวยังวิ่งไปได้ไม่ถึงสามก้าว จู่ๆเขาก็รู้สึกว่าเท้าทั้งสองคล้ายถูกบางอย่างรัดพันไว้ จนไม่สามารถก้าวต่อ

เห็นแค่เพียง [ภูเขาหยวนเหออู่จี๋] ค่อยๆกดทับลงมา ใจเขาร้อนรุ่มดั่งถูกไฟเผา พยายามดิ้นรนด้วยกำลังทั้งหมดที่มี

ทว่า เวทย์พันธนาการธาตุไม้ของซูเฉิน ได้ผสมผสานเข้ากับวัตถุไร้รูปธาตุไม้ถึงสองชนิด อานุภาพของมันเหนือกว่าเวทย์ระดับ 8 ไปแล้ว

ขณะที่อันจื่อฮ่าวอยู่แค่ขั้น 7 เท่านั้น หากคิดหลุดพ้น เกรงว่าคงไม่มีทาง

“ไม่ …”

ขณะที่ [ภูเขาหยวนเหออู่จี๋] ตกลงมา อันจื่อฮ่าวเปล่งเสียงร้องด้วยความสิ้นหวัง หลังจากนั้นทั้งคนทั้งร่างของเขาก็ถูกบดลงกับพื้น

บรึ้มมม!

หลังจาก [ภูเขาหยวนเหออู่จี๋] ประทับลงพื้น เกิดเสียงดังสนั่นหวั่นไหว ทั่วทั้งผืนแผ่นดินสะท้านสะเทือน

“ตายแล้ว?”

ได้เป็นสักขีพยานของฉากนี้ กระดูกสันหลังของโอวหยางอู๋ซินเย็นวาบ ลมหายใจหยุดนิ่ง

กู่เทียนฮวาและคนอื่นๆต่างอ้าปากค้าง

อันจื่อฮ่าวอย่างน้อยเป็นผู้แข็งแกร่งที่โดดเด่นที่สุดในบรรดาขั้น 7 แต่ภายใต้เงื้อมมือของซูเฉิน เขากลับถูกสังหารในไม่กี่วินาทีโดยไร้ซึ่งเรี่ยวแรงจะต่อต้าน

ในครั้งนี้ พวกเขาได้ประจักษ์อีกครั้ง ว่าซูเฉินแข็งแกร่งเพียงใด

สังหารอันจื่อฮ่าวจบ ซูเฉินก็หรี่ตา กวาดมองไปทางโอวหยางอู๋ซิน พูดติดตลกว่า “ไม่ใช่ว่าแกต้องการล้างแค้นให้กับขยะโอวหยางเฉิงหรอกหรือ? เข้ามาสิ ฉันจะให้โอกาสนั้นกับแก”

โอวหยางอู๋ซินกลืนน้ำลายอีกใหญ่ กล่าวด้วยน้ำเสียงสั่นเครือว่า “น้องซู ในเมื่อน้องชายฉันมันไม่เอาไหน งั้นก็สมควรตายแล้ว ฉันจะไม่ล้างแค้นให้เขา แต่ได้โปรดปล่อยฉันไป!”

ขนาดอันจื่อฮ่าวที่แข็งแกร่งกว่าเขายังถูกซูเฉินฆ่าตายในไม่กี่วินาที แล้วหากซูเฉินคิดฆ่าเขา มันจะต่างอะไรจากการบี้มด?

ถ้าอยากมีชีวิตรอด ทำได้เพียงก้มหัวและอ้อนวอนขอความเมตตาเท่านั้น

ได้ยินประโยคนี้ สีหน้าของเฉินเฟิงและคนอื่นๆแสดงออกถึงความดูแคลน

เพื่อที่จะมีชีวิตรอด โอวหยางอู๋ซินถึงกับพูดประโยคนี้ร้ายกาจเช่นนี้ออกมา ช่างอับอายขายขี้หน้าตระกูลโอวหยางนัก

4/10

Ep.680

ความเกลียดชังได้ก่อตัวขึ้นแล้ว ด้วยอุปนิสัยของซูเฉิน เขาจะปล่อยเสือกลับคืนสู่ขุนเขาได้อย่างไร?

“คงไม่ว่ะ ลงไปนอนคุยเป็นเพื่อนน้องชายสวะของแกซะเถอะ!”

ซูเฉินแค่นเสียงเย็น ง้างแขนและชก [หมัดดาวตก] ออกไป

ปั๊ก ปั๊ก ปั๊ก ปั๊ก ..!

ภายใต้เสียงปะทะดังสนั่นหวั่นไหว โอวหยางอู๋ซินถูกทุบกลายเป็นแอ่งเนื้อโดยไม่อาจต่อต้านใดๆ

จากนั้น ซูเฉินยิงลูกไฟออกไปสองลูก เผาร่างอันจื่อฮ่าวและโอวหยางอู๋ซินให้กลายเป็นเถ้าถ่าน เพื่อทำลายศพและกลบร่องรอย

“ศิษย์ที่ทั้งหลาย เชิญขึ้นรถเถอะ”

ซูเฉินเรียก ก้าวนำขึ้นไปบน [รถศึกอัจฉริยะ]

กู่เทียนฮวาและคนอื่นๆได้แต่เดาะลิ้น แล้วเดินตามหลังซูเฉินขึ้นมา

เมื่อทุกคนอยู่ข้างใน [รถศึกอัจฉริยะ] ก็ขับต่อไปยังหุบเขาซีหยา

ซูเฉินนั่งลงบนเก้าอี้คนขับ เริ่มคัดแยกชิ้นส่วน

ขณะเดียวกัน กู่เทียนฮวาและคนอื่นๆล้อมวงรวมตัวกัน ปรึกษาอะไรบางอย่าง

ครึ่งชั่วโมงต่อมา ซูเฉินจัดการคัดแยกชิ้นส่วนเสร็จ ก็เดินมารวมกลุ่มกับพวกกู่เทียนฮวา เอ่ยถามเสียงต่ำ “พี่กู่ ในขุนเขาหวังเฉียวมีขุมกำลังไหนบ้าง?”

ขุนเขาหวังเฉียวมีทั้งสิ้นเจ็ดขุมกำลัง แต่จนถึงบัดนี้ ซูเฉินรู้จักแค่ ห้าฝ่ายเท่านั้น อันได้แก่ วังสิรุยันจันทรา , นิกายคลื่นธารา , ตระกูลโอวหยาง , ตำหนักอสูรหยก และพันธมิตรนักฆ่า

อีกสองชื่อเขายังไม่เคยได้ยินหรือล่วงรู้ข้อมูลของพวกเขามาก่อน

เมื่อพิจารณาว่าต้องเข้าร่วมกับทางวังสุริยันจันทรา ไม่ช้าก็เร็วพวกเขาคงได้เผชิญหน้ากับขุมกำลังเหล่านี้ เลยอยากจะทราบข้อมูลไว้ก่อน

“นอกจากห้าฝ่ายที่นายรู้จักแล้ว ที่เหลือก็มีนิกายกิเลน และวังน้ำแข็ง” กู่เทียนฮวาตอบ

ซูเฉินพยักหน้าเล็กน้อย จากนั้นกล่าวว่า “ในเจ็ดขุมกำลังใหญ่ ฝ่ายไหนบ้างที่มีบรรพชนระดับเทวะ?”

มีเพียงระดับเทวะเท่านั้นที่สามารถคุกคามเขาได้ ซูเฉินเลยใส่ใจกับเรื่องนี้เป็นพิเศษ

สำหรับผู้แข็งแกร่งขั้น 10 อาจมีบางคนสามารถเอาชนะเขา แต่เป็นไปไม่ได้ที่จะสังหาร ดังนั้นไม่ใส่ใจมากนัก

กู่เทียนฮวายิ้มและกล่าวว่า “บรรพชนระดับเทวะไม่ใช่กะหล่ำปลีที่จะพบเจอได้ทุกหนแห่ง เป็นไปไม่ได้ที่ทุกฝ่ายจะมีพวกเขาคอยหนุนหลัง ในขุนเขาหวังเฉียว มีแค่วังสุริยันจันทรา , ตระกูลโอวหยาง และพันธมิตรนักฆ่าเท่านั้นที่มีบรรพชนระดับเทวะ”

ซูเฉินถอนหายใจโล่งอก พูดต่อว่า “ได้ยินจากพี่เหลิงว่า ในงารประลองรอบคัดเลือกของขุนเขาหวังเฉียว มีโควต้าให้แค่สิบที่เท่านั้น แล้วแบบนี้จะมีวิธีคัดเลือกยังไง?”

ก่อนหน้านี้เขาคุยกับเหลิงมู่เย่ถึงเรื่องการคัดเลือก แต่ได้ข้อมูลแค่คร่าวๆ บางอย่างไม่ได้ล้วงลึกถึงขนาดนั้น

“วิธีคัดเลือกก็ง่ายมาก แค่ทุกคนที่เข้าร่วมงานประลอง ต้องต่อสู้ชุลมุนกันบนลานประลองใหญ่ สิบคนสุดท้ายที่ยังยืนอยู่ ก็จะได้รับโควต้าไปครอง”

ต่อสู้ชุลมุน?

ซูเฉินตกตะลึงไปครู่หนึ่ง เขานึกไม่ถึงเลย ว่างานประลองรอบคัดเลือก จะมีคนกล้าใช้วิธีแบบนี้ด้วย

หลังจากถอนหายใจ เขาก็ถามต่อว่า “ในวังสุริยันจันทราของพวกเรา ส่งสมาชิกเข้าร่วมกี่คน?”

เนื่องจากเป็นการต่อสู้ชุลมุน เมื่อมีซูเฉินอยู่ ก็สามารถรับประกันได้ว่าทุกคนในวังสุริยันจันทราจะได้รับโควต้า

แน่นอน ที่นี่งมีเพียงสิบที่เท่านั้น ดังนั้นต่อให้ซูเฉินช่วย ก็คงไม่ได้มากไปกว่านี้

“ถ้าเพิ่มนายเข้าไปด้วย ก็น่าจะมีห้าคน” กู่เทียนฮวาครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง แล้วตอบกลับมา

ซูเฉินอึ้งไปเล็กน้อย ‘ถ้ารวมตัวเขาเข้าไปด้วย?’ แต่ในรถฐานทัพ มีคนจากวังสุริยันอยู่ครบห้าแล้วคนไม่ใช่หรอ ตัวเลขน่าจะไม่ถูกต้องนะ

“ศิษย์พี่กู่ จำนวนคนผิดไปรึเปล่า” ซูเฉินอุทานออกมาเบาๆ

กู่เทียนฮวารู้ว่าซูเฉินกำลังคิดอะไรอยู่ เขาอธิบายว่า “ศิษย์น้องเฉินกับศิษย์น้องหญิงเซี่ย ยังติดปัญหาเรื่องความแข็งแกร่ง ดังนั้นมีโอกาสสูงที่จะไม่ได้เข้าร่วมงานประลองนี้”

“ในวังยังมีศิษย์น้องหญิงชิวอิ๋งอีกคน เมื่อรวมเธอ ก็จะครบห้าคนพอดี”

“คนที่เข้าร่วมงานประลองรอบคัดเลือก ต้องมีฐานฝึกตนสูงกันทุกคนเลยหรอ?”

ซูเฉินรู้สึกแปลกใจเล็กน้อย ตามหลักเหตุผลแล้ว แม้เฉินเฟิงกับเซี่ยจิงอี้จะอยู่แค่ขั้น 6 แต่ความแข็งแกร่งของพวกเขาเทียบได้เลยกับขั้น 7 แบบนี้ไม่นับว่าอ่อนแออีกต่อไป แต่กลับไม่มีแม้โอกาสได้เข้าร่วมงานประลองรอบคัดเลือก?

จบบทที่ 679-680

คัดลอกลิงก์แล้ว