เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

511-512

511-512

511-512


Ep.511

“เธอไปได้ศิลาวิญญาณเหินก้อนนี้มาจากที่ไหน?” ซูเฉินมองหวงหลิง เอ่ยถามเสียงต่ำ

ของดีเช่นศิลาวิญญาณเหิน แน่นอนว่าg-kย่อมต้องการมากกว่านี้ จึงอย่างรู้แหล่งที่มาของมัน

หวงหลิงได้สติกลับมา รีบตอบ “ผูhอาวุโส ศิลาวิญญาณเหินมาจากทะเลสาบโลหิตบนภูเขาอวี้หลิน”

“งั้นในทะเลสาบโลหิตก็น่าจะมีศิลาวิญญาณเหินอยู่ไม่น้อยเลยใช่ไหม?” ซูเฉินเลียบเคียงถาม

หากมีศิลาวิญญาณเหินจำนวนมากถูกเก็บไว้ในทะเลสาบโลหิต เขาตัดสินใจว่าจะลองแวะไปดู

หวงหลิงลังเล คล้ายมีความลับบางอย่างที่ไม่อยากจะพูด แต่สุดท้ายกัดฟันตอบว่า “ผู้อาวุโส หากท่านต้องการศิลาวิญญาณเหินจากทะเลสาบโลหิต จำเป็นต้องใช้วิธีการพิเศษ”

“วิธีอะไร?” ซูเฉินอุทานออกมาเบาๆ

“มันต้องใช้เลือดคนชนเผ่าเฟิงหลิงของพวกเราเป็นตัวเชื่อมต่อ จึงจะสามารถกลั่นศิลาวิญญาณเหินขึ้นมาได้” ครั้งนี้หวงหลิงไม่ลังเล บอกตามความจริง

“ชนเผ่าเฟิงหลิงของพวกเธอก็เป็นเผ่าพันธุ์มนุษย์ใช่ไหม?” ซูเฉินขมวดคิ้วเล้กน้อย

หวงหลิงอธิบายว่า “พวกเราเป็นเผ่ามนุษย์ แต่จัดอยู่ในสายเลือดสาขารองที่อ่อนแอมากในเผ่ามนุษย์”

ซูเฉินเข้าใจขึ้นมาทันที ชนเผ่าเฟิงหลิง พูดง่ายๆก็คือชนกลุ่มน้อยของเผ่ามนุษย์ และสายเลือดของคนกลุ่มน้อย มักจะมาพร้อมกับความสามารถที่พิเศษมากๆ

เขายังจำได้ดี ว่าบนเกาะเฉียนหยู มนุษย์ในเมืองเทียนถานเองก็เป็นชนกลุ่มน้อยเช่นกัน เลือดของพวกเขาค่อนข้างพิเศษ หลังจากถูกซอมบี้กัด ทุกคนจะกลายเป็นซอมบี้ที่มีสติปัญญา และยังสามารถรักษาสติอารมณ์ตอนยังเป็นมนุษย์เอาไว้ได้ หากไม่นับอัตลักษณ์ที่แตกต่าง อย่างอื่นล้วนคงเดิม

เมื่อเข้าใจเรื่องนี้ ซูเฉินยังคงถามต่อไปว่า “แล้วต้องใช้เลือดมากแค่ไหนถึงจะสามารถกลั่นศิลาวิญญาณเหินได้?”

หากไม่ต้องใช้เลือดมาก เขาน่าจะพอขอจากหวงหลิงบางส่วน ให้เธอช่วยกลั่นจนครบสิบก้อน เอาแค่เพียงพอต่อความต้องการของ [รถศึกอัจฉริยะ] ก็พอแล้ว

“มันจำเป็นต้องใช้เลือดทั้งตัวของคนๆหนึ่ง”

หวงหลิงตอบอย่างไม่คิดเก็บงำ

ได้ยินแบบนั้น ซูเฉินรู้สึกตกใจเล็กน้อย

ตามคำกล่าวของหวงหลิง ไม่ใช่ว่าศิลาวิญญาณเหินหนึ่งก้อน เท่ากับต้องแลกหนึ่งชีวิตหรอกหรือ?

“งั้นศิลาวิญญาณเหินในมือเธอ ก็แลกกับชีวิตของสมาชิกชนเผ่าคนหนึ่ง?” ซูเฉินพยายามสอบสวน

หวงหลิงเม้มริมฝีปากเธอ คล้ายนึกเรื่องน่าเศร้าขึ้นมาได้ พยักหน้าอย่างแรง

เห็นแบบนี้ ซูเฉินรู้สึกสับสนเล็กน้อย

ศิลาวิญญาณเหินมีค่ามากก็จริง แต่หวงหลิงก็ไม่ควรถึงขั้นยอมใช้ชีวิตสมาชิกชนเผ่าแลกมาหรอกใช่ไหม?

“ทำไมเธอถึงยอมแลกเปลี่ยนชีวิตคนรู้จักกับศิลาวิญญาณเหิน?” ซูเฉินไม่เข้าใจ

หวงหลิงกล่าวอย่างโกรธเคือง “ผู้อาวุโส พวกเราไม่ได้มีใครอยากตาย! แต่ทั้งหมดเป็นฝีมือของพวกสัตว์กลายพันธุ์จากภูเขาอวี้หลิน”

สีหน้าของซูเฉินกลายเป็นเย็นชา กล่าวเสียงหม่น “เธอหมายความว่ายังไง? อย่าบอกนะว่าพวกสัตว์กลายพันธุ์จากภูเขาอวี้หลินต้องการศิลาวิญญาณเหิน เลยจับคนในตระกูลของเธอ แล้วโยนลงไปในทะเลสาบเลือด?”

“ใช่”

หวงหลิงตอบยืยัน

เพลิงโทสะลุกโชนขึ้นในอกซูเฉิน

ที่แท้ความจริงก็เป็นเช่นนี้ มนุษย์กับสัตว์กลายพันธุ์ มีความสัมพันธ์เป็นปฏิปักษ์กันเสมอมา แต่การกระทำแบบนั้น มันเลือดเย็นมากเกินไป

ซูเฉินสูดหายใจลึก ระงับความโกรธในใจเขา ถามต่อว่า “สมาชิกชนเผ่าของเธอถูกพวกสัตว์กลายพันธุ์ฆ่าไปกี่คน?”

“ชนเผ่าเฟิงหลิงของฉันมีคนอยู่น้อยมาก ราวๆ 25 คน นอกจากฉันที่รอดมาได้ ที่เหลือก็มีแต่ลุงสองของฉันเท่านั้น อย่างไรก็ตาม เพื่อช่วยชีวิตฉัน ลุงสองเลยยอมเป็นเหยื่อล่อ ไม่รู้ว่าเขาถูกพวกสัตว์กลายพันธุ์จับตัวไปแล้วรึยัง”

หวงหลิงพูดถึงจุดนี้ เธอก็ยกมือขึ้นปิดหน้าและร้องไห้

“วางใจเถอะ ฉันจะช่วยกวาดล้างสัตว์กลายพันธุ์ทั้งหมดในภูเขาอวี้หลินให้เธอเอง” ซูเฉินปลอบประโลม

เดิมที เขามีตั้งใจจะล้างบางพวกสัตว์กลายพันธุ์บนเกาะหวังซวี่อยู่แล้ว

ยิ่งได้รู้ถึงเรื่องนี้ เขายิ่งไม่ยอมปล่อยพวกมันไปแม้แต่ตัวเดียว

หวงหลิงหยุดร้องไห้ จ้องมองซูเฉินด้วยความว่างเปล่า

ตอนแรก ที่ยอมเอ่ยปากบอกความลับเรื่องศิลาวิญญาณเหิน เธอกังวลมาก กลัวว่าซูเฉินจะคิดไม่ดี จับเธอไปแลกเป็นศิลาวิญญาณเหิน

แต่เห็นได้ชัดว่าซูเฉินไม่เพียงไม่ใช่คนแบบนั้น แต่เขายังต้องการจะล้างแค้นพวกมันให้อีกด้วย–

–ตรงจุดนี้ทำให้เธอรู้สึกประทับใจมาก

Ep.512

ที่จริงแล้ว มีสิ่งหนึ่งที่หวงหลิงคิดไม่ถึง

ที่ซูเฉินยืนกรานว่าจะสังหารพวกสัตว์กลายพันธุ์ มิใช่เพื่อแก้แค้นให้ชนเผ่าเฟิงหลิงเพียงอย่างเดียว ในทางกลับกัน เขาทำเพื่อแย่งชิงศิลาวิญญาณเหิน

หากเรื่องที่ชนเผ่าเฟิงหลิงถูกสังหารเป็นความจริง เช่นนั้นเขาจะไม่ยอมให้ศิลาวิญญาณเหินไปตกอยู่ในมือของพวกสัตว์กลายพันธุ์เป็นอันขาด

“ผู้อาวุโส ฉันซาบซึ้งในความปรารถนาดีของคุณ อย่างไรก็ตาม ในภูเขาอวี้หลินมีสัตว์กลายพันธุ์เลเวล 6 อาศัยอยู่ คุณอย่าเสี่ยงดีกว่า” หวงหลิงพยายามเกลี้ยกล่อม

มีข่าวลือว่าสัตว์กลายพันธุ์เลเวล 6 ที่นั่นคือสัตว์ววิญญาณธาตุไฟ มันทรงพลังอย่างหาที่ใดเปรียบ ในเลเวลเดียวกันมีเพียงไม่กี่คนเท่านั้นที่สามารถรับมือกับมันได้

ดังนั้นบนเกาะหวังซวี่ เจ้าสิ่งนี้แทบจะเรียกได้เลยว่าเป็นตัวตนคงกระพัน

และถึงแม้ว่าซูเฉินจะแข็งแกร่งมากเช่นกัน แต่ท้ายที่สุดแล้วเขายังเยาว์วัยเกินไป

ในความคิดของเธอ อย่างมากที่สุดซูเฉินคงเป็นผู้ฝึกตนเลเวล 4

หากต้องต่อกรกับสัตว์กลายพันธุ์เลเวล 6 แค่ถูกจ้องทีเดียวก็ตายแล้ว

ซูเฉินไม่ได้อธิบาย เขานำขวด [โพชั่นกายภาพ เลเวล 3 ] ออกมาจากถุงเก็บของ ยื่นให้หวงหลิง “ศิลาวิญญาณเหินของเธอมีความสำคัญต่อฉันมาก ขอแลกเปลี่ยนมันกับน้ำยาเสริมความแข็งแกร่งขวดนี้”

แม้ศิลาวิญญาณเหินจะมีมูลค่าสูง แต่ [โพชั่นกายภาพ เลเวล 3 ] เองก็เป็นของดีไม่แพ้กัน มันสามารถช่วยให้ยกระดับขึ้นเป็นเลเวล 3 ได้ในพริบตา มูลค่าของมันไม่ได้ด้อยไปกว่าศิลาวิญญาณเหินเลย

“นั่นไม่จำเป็นเลย ผู้อาวุโส ศิลาวิญญาณเหินนี้ขอมอบให้ท่าน” หวงหลิงปฏิเสธที่จะรับของ

เพราะถึงอย่างไรชีวิตเธอถูกซูเฉินช่วยเอาไว้ การมอบหินพลังงานเป็นค่าตอบแทน ถือเป็นเรื่องสมเหตุสมผล

สำหรับ [โพชั่นกายภาพ] ที่ซูเฉินมอบให้ เธอไม่ได้ใส่ใจมากนัก

“ฉันให้เธอก็รับไว้เถอะน่า” ซูเฉินกล่าวด้วยน้ำเสียงห้ามปฏิเสธ

หวงหลิงสะดุ้ง กล่าวเสียงสั่นเครือ “ถ้าอย่างนั้น … ขอบคุณผู้อาวุโส”

ขณะที่เธอกำลังจะใส่ [โพชั่นกายภาพ] ลงในกระเป๋า ตันหลินก็ก้าวออกมาข้างหน้า “น้องหวงหลิง เธอควรดื่มขวดยานั่นนะ บางทีมันอาจช่วยให้เกิดประโยชน์อย่างคาดไม่ถึง”

“เกิดประโยชน์อย่างคาดไม่ถึง?”

หวงหลิงเพ่งมอง [โพชั่นกายภาพ] ในมือเธออย่างรอบคอบ หลังจากลังเลเล็กน้อย สุดท้ายก็เปิดจุกมันแล้วกระดกยกขึ้นดื่ม

ไม่กี่ลมหายใจต่อมา กลิ่นอายของเธอก็เริ่มพุ่งสูงขึ้น ไม่ช้าก็ไต่ขึ้นมาถึงระดับใหม่

“นี่ฉันเลื่อนขั้นเป็นเลเวล 3 แล้ว?”

แม้เธอจะรู้ดีกว่าใครว่าตัวเองยกระดับขึ้นอีกขั้น แต่หวงหลิงก็ยังคงรู้สึกเหลือเชื่อนัก

เป็นที่ทราบกันโดยทั่วไป ว่าหนทางแห่งการฝึกตนนั้นยากเย็นแสนเข็ญ

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง คนที่มีพรสวรรค์ทั่วไปอย่างเธอ หากต้องการเลื่อนขั้นสู่ระดับต่อไป มันยากดั่งการปีนป่ายขึ้นสรวงสวรรค์!

กระนั้น หลังจากดื่มน้ำยาเพียงขวดเดียว เลเวลของเธอกลับกระโดดไปอีกขั้นได้อย่างน่าอัศจรรย์ ราวกับความฝันไป

เมื่อต้องเผชิญกับความประหลาดใจอันคาดไม่ถึงนี้ หวงหลิงสับสนนิ่งงัน กลายเป็นเหม่อลอย

หยางฮ่าวและคนอื่นๆเห็นสีหน้าท่าทีของหวงหลิง พวกเขารู้สึกเข้าอกเข้าใจเธอเป็นอย่างดี

ในหมู่ผู้คนในที่แห่งนี้ เกรงว่าคนเดียวที่งุนงง ไม่เข้าใจสถานการณ์ คือเฉินเมิ่งเฟย

เพราะท้ายที่สุดแล้ว สิ่งมหัศจรรย์เช่น [โพชั่นกายภาพ] เป็นครั้งแรกที่เธอได้เห็นมัน

“ขอบพระคุณผู้อาวุโส !”

ใช้เวลาอยู่นาน หวงหลิงค่อยได้สติกลับมา เดินไปหยุดเบื้องหน้าซูเฉิน ก้มหัวขอบคุณซ้ำแล้วซ้ำเล่า

ด้วยพรสวรรค์ของเธอ ถ้าไม่ได้รับการช่วยเหลือจากซูเฉิน เกรงว่าคงหยุดอยู่แค่เลเวล 2 ไปทั้งชีวิต

ส่งผลให้ความรู้สึกสำนึกคุณที่มีต่อซูเฉิน ผุดขึ้นมาจากก้นบึ้งของหัวใจ

“มันคือสิ่งที่เธอสมควรได้รับ ไม่ต้องขอบคุณฉันหรอก”

ซูเฉินตอบกลับอย่างไม่ใส่ใจ ก่อนเหลือบมองไปยังพงหญ้าที่อยู่ไม่ไกลออกไป “ไสหัวออกมานี่! อย่าบังคับให้ฉันต้องลงมือ!”

“มีคนอื่นอยู่ด้วยหรือ?”

หยางฮ่าวและคนอื่นๆสีหน้าตึงเครียด ทั้งหมดเบนสายตามองไปยังพงหญ้า

ณ ขณะนี้ ตรงพงหญ้าเกิดเสียงดังแคว่ก แคว่ก แทบจะในทันทีหลังจากนั้น ชายวัยกลางคนที่มีสีผิวดำคล้ำวิ่งเหยาะๆเข้ามาหาพวกเขา

“ที่แท้มันก็เป็นซอมบี้!”

เมื่อเห็นรูปลักษณ์ของแขกผู้มาเยือนชัดๆ ดวงตาของหยางฮ่าวและคนอื่นๆเริ่มทอประกายสังหาร

จบบทที่ 511-512

คัดลอกลิงก์แล้ว