เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

509-510

509-510

509-510


Ep.509

“ข้าได้มันมาจากเขตแดนลับบนเกาะหลิงซู่ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากเกาะหวังซวี่” เหมิงเซิ่งถอนหายใจ กล่าวตามความจริง

เขารู้ดี ว่าซูเฉินต้องสนใจชุดเกราะดำอย่างแน่นอน หากเขาปิดบังไม่ยอมเอ่ยอะไรออกมา เกรงว่าอาจถูกทรมานอีกรอบ จึงอธิบายทั้งหมด

“เกาะหลิงซู่ …” ซูเฉินหรี่ตาลง พึมพำกับตัวเอง

เขาเคยเห็นเกาะหลิงซู่บนหน้าจอควบคุมส่วนกลางมาก่อน มันอยู่ห่างจากเกาะหวังซวี่เพียงไม่กี่ร้อยไมล์ และมีพื้นที่ไม่ถึงหนึ่งในสิบของเกาะหวังซวี่

สามารถกล่าวได้เลย ว่ามันเป็นแค่เกาะเล็กๆที่ไม่น่าสนใจอะไร

ทว่าหากชุดเกราะดำมาจากเกาะหลิงซู่จริง เช่นนั้นเกรงว่าเกาะหลิงซู่คงไม่ธรรมดาอย่างที่คิด

ได้รับข้อมูลที่สมควรได้รับ ซูเฉินรักษาสัญญา ปล่อยให้เหมิงเซิ่งตายลงอย่างไม่เจ็บปวด ซัดหนึ่งหมัดระเบิดหัวอีกฝ่าย

จากนั้น เขากับเฉาหรานก็กลับขึ้นมาบน [รถศึกอัจฉริยะ]

“เสี่ยวจือ มุ่งหน้าไปเมืองเทียนหวัง”

ซูเฉินออกคำสั่ง ทิ้งตัวลงบนเบาะที่นั่งคนขับ หลับตาและเริ่มไตร่ตรอง

ต้นผลสายฟ้าห้าสายและพืชวิญญาณอีกสองต้น เขาจะต้องตามหาพวกมันให้พบ แต่การเข้าสู่ชั้นสสารพิษ ค่อนข้างที่จะเสี่ยง

ในกรณีนี้ เมื่อไม่มั่นใจเต็มร้อย เขาจะไม่ยอมเสี่ยงทำแบบนั้น

ส่วนเขตแดนลับบนเกาะหลิงซู่ รอจนแน่ใจแล้วว่าค่ายกลเคลื่อนย้ายเปิดเมื่อไหร่ หากมีเวลามากพอ ค่อยเดินทางไปที่นั่น

ผ่านไปพักหนึ่ง ซูเฉินไม่อยากคิดอะไรอีก เริ่มพักผ่อน

ประมาณสองชั่วโมงเต็ม [รถศึกอัจฉริยะ] ก็ร้องเตือนขึ้นมา “เจ้านาย ตรวจพบมนุษย์ ซอมบี้ พวกต่างเผ่าอย่างละหนึ่งอยู่ในรัศมีห่างออกไป 10 ไมล์”

“ทั้งหมดอยู่ในเลเวลไหน?” ซูเฉินเพียงเผยอเปลือกตาเล็กน้อย กล่าวอย่างไม่ใส่ใจ

หากเป็นสิ่งมีชีวิตต่างเผ่าหรือซอมบี้แค่ตัวเดียว ปริมาณมันน้อยเกินไป ยิ่งระดับไม่สูง เขายิ่งคร้านจะลงมือฆ่า

“พวกต่างเผ่าเป็นสัตว์อสูร อยู่ในเลเวล 3 ซอมบี้เป็นผู้วิวัฒนาการเลเวล 4 ส่วนมนุษย์เป็นผู้วิวัฒนาการเลเวล 2” [รถศึกอัจฉริยะ] ให้คำตอบ

ซูเฉินค่อยๆลืมตาขึ้น มองไปยังแผนที่ควบคุมส่วนกลาง แล้วกล่าวว่า “เสี่ยวจือ ล็อคตำแหน่งพวกเขาไว้ แล้วขยายภาพที”

เขาค่อนข้างแปลกใจ ในเมื่อเลเวลคนละขั้น เผ่าพันธุ์ก็แตกต่าง แล้วทั้งสามมาอยู่รวมกันได้อย่างไร?

หน้าจอควบคุมส่วนกลางเริ่มเคลื่อนไหว ไม่นานก็ภาพของอินทรียักษ์ที่มีลำตัวยาวกว่า 5  ก็ปรากฏขึ้น

ณ ขณะนี้เอง อินทรียักษ์ตัวนี้กางปีกและกำลังโบยบินด้วยความเร็วสูง โดยเบื้องหน้าอินทรียักษ์ เป็นวัยรุ่นสาวถักเปียหางม้า กำลังหนีอย่างสุดกำลัง

สิ่งที่ทำให้ซูเฉินต้องประหลาดใจก็คือ วัยรุ่นสาวผมเปียหางม้าไม่ได้กำลังวิ่งอยู่บนพื้น แต่ลอยอยู่กลางอากาศ

และความเร็วของเธอไม่ด้อยไปกว่าอินทรียักษ์เลย

“เธอทำแบบนั้นได้ยังไง?”

ซูเฉินเผยอปากเล็กน้อย อารมณ์ความรู้สึกทึ่งปรากฏขึ้นบนใบหน้าเขา

ความสามารถของวัยรุ่นสาวผมเปียหางม้าผู้นี้ มันเหมือนกับ [ก้าวเมฆามรกต] ของเขาเลย

กระนั้น [ก้าวเมฆามรกต] มันดรอปออกมาจากเศษชิ้นส่วน

ซูเฉินไม่เชื่อว่ายังมีมนุษย์ในโลกใบนี้ ที่มีความสามารถในการสังหารซอมบี้และดรอปชิ้นส่วนได้เหมือนเขา

เช่นนั้นอีกฝ่ายสามารถวิ่งบนฟ้าได้อย่างไร?

ขณะที่ซูเฉินกำลังรู้สึกสับสน [รถศึกอัจฉริยะ] ก็เอ่ยขึ้นอีกครั้งว่า “เจ้านาย ฉันตรวจพบศิลาวิญญาณเหินบนร่างของมนุษย์คนนั้น”

“ศิลาวิญญาณเหินคืออะไร?” หัวใจของซูเฉินเริ่มเต้นแรง เร่งเอ่ยถาม

แร่ชนิดใดก็ตามที่ [รถศึกอัจฉริยะ] เอ่ยเตือนเขา ทั้งหมดล้วนมีคุณสมบัติบางอย่าง

ดังนั้น ซูเฉินจึงเริ่มเกิดตั้งความหวังกับศิลาวิญญาณเหินที่ถูกกล่าวถึงนี้

“ศิลาวิญญาณเหินเป็นแร่ชนิดหนึ่งที่มีความสามารถในการเหาะเหิน หากนำมาติดตั้งให้ฉัน มันจะสามารถช่วยเปิดฟังก์ชั่นการบินได้” [รถศึกอัจฉริยะ] อธิบาย

“ยังมีแร่ที่เจ๋งขนาดนี้อยู่ด้วยหรอ!?” ซูเฉินไม่อาจข่มใจให้สงบได้อีกต่อไป

Ep.510

ลองจินตานาการดูสิ หาก [รถศึกอัจฉริยะ] เปิดฟังก์ชั่นการบินได้ มันจะไม่กลายเป็นเครื่องบินไปเลยหรอ?

สามารถเหาะเหินได้อย่างอิสระบนฟากฟ้า ความเร็วในการเดินทางคงเพิ่มขึ้นเป็นอย่างมาก

นอกจากนี้ ซูเฉินยังฉุกคิดได้อีกเรื่องหนึ่ง ว่าเหตุผลที่วัยรุ่นสาวผมเปียหางม้าสามารถวิ่งบนอากาศได้ คงเป็นเพราะมีศิลาวิญญาณเหินอยู่กับตัวแน่ๆ

“เสี่ยวจือ เปิดประตู” ซูเฉินสั่ง

สมบัติอย่างศิลาวิญญาณเหิน แน่นอนว่าเขาจะไม่ยอมพลาดมันไป

ทันทีที่ประตูรถถูกเปิด ซูเฉินก้าวออกไป จากนั้นเหยียบอากาศและพุ่งสู่ความเวิ้งว้างอันไกลโพ้น หายไปในทิศทางที่วัยรุ่นสาวผมเปียหางม้ากำลังหลบหนี

เพื่อให้ไปถึงที่นั่นโดยเร็วที่สุด ซูเฉินเปิดใช้งาน [รองเท้าเพิ่มความเร็ว] ทั้งคนทั้งร่างพรั่งพราวราวกับแสงดาว หายวันไปในอากาศแทบจะในทันที

อีกด้านหนึ่ง สาวผมเปียหางไม้ยังคงวิ่งหนีอย่างเอาเป็นเอาตาย

แม้เธอจะไม่ถึงกับถูกอินทรียักษ์ไล่ประชิดตัว แต่ใบหน้าของเธอกลับแสดงถึงความตื่นตระหนกไม่เสื่อมคลาย

นั่นเพราะเธอเป็นเพียงผู้วิวัฒนาการเลเวล 2 กำลังรบย่อมเทียบไม่ได้กับอินทรียักษ์

หากพลังงานหมดลง หรือเรียกง่ายๆว่าเธอหมดแรงเมื่อไหร่ นั่นคือเวลาตาย

หลังจากวิ่งไปซักพัก ความเร็วของสาวผมเปียหางม้าก็ค่อยๆลดลง สาเหตุเป็นเพราะรีดเร้นพลังปราณออกมาใช้มากเกินไป จนใกล้ถึงจุดที่มันเหือดแห้งแล้ว

“นี่ฉันกำลังจะตายสินะ?”

มองไปยังอินทรียักษ์เบื้องหลังที่ใกล้เข้ามาเรื่อยๆ หัวใจของสาวผมเปียหางม้ามอดไหม้เป็นเถ้าธุลี

แต่ทันใดนั้นเอง เสียงหวีดหวิวดังแว่วเข้ามาในหูเธอ จะเป็นอะไรอื่นไปได้อีก หากมิใช่อินทรียักษ์ที่สามารถประชิดตัวได้สำเร็จ

มันกางกรงเล็บแหลมสองข้างเอื้อมคว้าร่างวัยรุ่นสาว

สาวผมเปียสัมผัสได้ถึงความตายที่ใกล้เข้ามาอย่างชัดเจน ลืมเลือนแม้กระทั่งว่าต้องหลบหลีก

ระหว่างเส้นแบ่งของความเป็นความตาย วินาทีนั้นเอง เธอสังเกตเห็นแสงอันพร่ามัวเลือนลางสะท้อนเข้ามาในดวงตา

ช่วงจังหวะนั้นเอง ปรากฏบุรุษรูปร่างสูงโปร่งผู้หนึ่งยืนอยู่เบื้องหน้าเธอ

“เขาเป็นใครกัน? ทำไมถึงมาอยู่ที่นี่?”

ความคิดนี้ผุดขึ้นในใจสาวผมหางม้า ในสายตาเธอ เห็นแค่เพียงชายเบื้องหน้ายื่นมือข้ามผ่านไหล่เธอ แล้ววูบกายผ่านหน้าเธอไป บดขยี้หัวอินทรียักษ์ราวกับกำลังบีบลูกไก่

“แข็งแกร่งมาก!”

สาวผมเปียหางไม้เหลือบมองแผ่นหลังของซูเฉินด้วยความหวั่นไหว หัวใจของเธอเริ่มเต้นแรง

ซูเฉินหันกลับมาแล้วกวาดสำรวจมองเธอ เอ่ยน้ำเสียงห้ามปฏิเสธ “เธอมากับฉัน”

สิ้นเสียง เขาก็ถือศพอินทรียักษ์ ร่อนลงสู่พื้นกลับไปยัง [รถศึกอัจฉริยะ]

“ยังหนุ่มแน่น แถมหล่อมากๆเลย อ๊าา!”

เมื่อครู่ได้เห็นหน้าตาของซูเฉินชัดๆ ใบหน้าของวัยรุ่นสาวผมเปียหางม้าเริ่มแดงเรื่อ

หลังจากจมอยู่ในห้วงภวังค์ไปพักหนึ่ง เธอถึงค่อยตอบสนอง ไล่ตามหลังซูเฉินไปติดๆ

ต่อหน้าผู้แข็งแกร่งเช่นซูเฉิน เธอไม่มีความคิดที่จะหลบหนี

ลดระดับลงมาจนเท้าแตะพื้น ซูเฉินก็สะบัดมือ โยนศพอินทรียักษ์ลง แล้วพูดกับหยางฮ่าวว่า  “วัตถุดิบสดใหม่ ฝากให้นายจัดการ”

“รับทราบพี่เฉิน”

หยางฮ่าวและสหายก้าวลงจากรถ เริ่มชำแหละซากศพอินทรีย์ยักษ์

ซูเฉินหันกลับมามองวัยรุ่นสาวผมเปียหางม้าที่กำลังเหม่อลอย เอ่ยถามว่า “เธอชื่ออะไร? แล้วอาศัยอยู่ที่ไหน?”

“ผู้อาวุโส ฉันชื่อหวงหลิง อาศัยอยู่ใกล้ๆกับภูเขาอวี้หลิน” สาวผมเปียหางม้าตอบกลับ

ซูเฉินพยักหน้าเล้กน้อย กล่าวต่อว่า “เธอมีศิลาวิญญาณเหินอยู่กับตัวใช่ไหม? ช่วยเอาออกมาให้ฉันดูหน่อย”

หวงหลิงไม่ลังเลแม้แต่น้อย รีบหยิบเอาแร่สีแดงเลือดออกมาจากกระเป๋าของเธอ ยื่นมันถึงมือซูเฉิน

ซูเฉินเพ่งมองมันอย่างตั้งใจ หันไปถาม [รถศึกอัจฉริยะ] ว่า “เสี่ยวจือ แร่ก้อนนี้ใช่ศิลาวิญญาณเหินรึเปล่า?”

“เจ้านาย มันคือศิลาวิญญาณเหินอย่างไม่ต้องสงสัย” [รถศึกอัจฉริยะ] ตอบยืนยัน

“นี่เขากำลังคุยกับรถฐานทัพ?” หวงหลิงเผยอปากเล็กน้อย สมองเธอคล้ายเกิดอาการลัดวงจร

หัวใจของซูเฉินรู้สึกยินดียิ่ง ยังคงถามต่อว่า “แล้วเปิดฟังก์ชั่นการบิน ต้องใช้ศิลาวิญญาณเหินกี่ก้อน”

“อย่างน้อยสิบก้อน” [รถศึกอัจฉริยะ] ประเมินแล้วตอบกลับ

จบบทที่ 509-510

คัดลอกลิงก์แล้ว