เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

461-462

461-462

461-462


Ep.461

[ภูเขาหยวนเหออู่จี๋] เปี่ยมไปด้วยพลังเวทย์ของธาตุทั้งห้า เหมือนกับเจ้าของของมัน

กล่าวอีกนัยหนึ่งก็คือ ซูเฉินเป็นปรมาจารย์มนตราเลเวล 5  พลังเวทย์ที่แข็งแกร่งของเขาก็มีอยู่ 5 ธาตุเช่นกัน

ที่สำคัญก็คือ พลังเวทย์ในหินนี้ มิใช่แยกจากกัน แต่ทั้งห้าม้วนเกลียวเป็นหนึ่งเดียว ใช้โจมตีเพียงครั้งจะเทียบเท่ากับการระเบิดพลังเวทย์ทั้งห้าธาตุพร้อมกัน

หลังจากทบทวนข้อมูลที่ได้มา  ซูเฉินต้องสูดหายใจลึก พยายามข่มอารมณ์ตื่นเต้นเอาไว้

ก่อนที่ [ภูเขาหยวนเหออู่จี๋] จะปรากฏขึ้น กระบวนท่าสังหารที่ทรงพลังที่สุดของเขาจะเกิดจาก [กระบี่แยกฟ้าแห่งความโกลาหล]

แต่เวลานี้ พลังทำลายล้างของ [ภูเขาหยวนเหออู่จี๋] นั้นไม่ด้อยไปกว่ากันเลย แค่น้ำหนัก 108,000 จินเพียงอย่างเดียว ก็มีใช่สิ่งที่คนธรรมดาจะสามารถต้านทานได้แล้ว

เกรงว่าต่อให้เป็นยักษ์ไททัน โดนมันเข้าไป ก็คงถูกทุบกลายเป็นเนื้อเหลว

ควบคู่ไปกับพลังอันน่าสะพรึงกลัวของธาตุทั้งห้า ยามพลังทั้งสองอยู่ร่วมกันเป็นหนึ่งเดียว แทบไม่มีใครสามารถเอาชนะได้

ถึงจุดนี้ ซูเฉินได้รับไพ่ตายมาอีกหนึ่งใบ กำลังรบของเขาเพิ่มพูนขึ้นเป็นอย่างมาก

เนื่องจากการเดินทางสู่เกาะซูหวูต้องใช้เวลาหลายวัน ยามว่างเว้น ทุกคนจึงรวมตัวกันเพื่อทานบาร์บีคิว เปิดเพลงฟัง และเล่นเกมไพ่โต้วตี้จู่

เฉินเมิ่งเฟยค่อยๆคลายจากอารมณ์เศร้า กลืนไปกับบรรยากาศครื้นเครง

จนวันที่ห้า บนหน้าจอควบคุมส่วนกลางในที่สุดก็พบสัญญาณของเกาะซูหวู

ซูเฉินลองสำรวจดู แต่แล้วคิ้วของเขาก็ขมวดเข้าหากัน

เห็นแค่เพียงในสถานที่ที่เรียกว่า ‘ที่ราบฉิงหลวน’ มีจุดแสงจำนวนมากกำลังรวมตัวกัน จำนวนน่าจะถึงหลักหมื่น

จุดสีแดง , สีน้ำเงิน และสีดำ มารวมกันอยู่ในที่เดียว แต่แบ่งออกเป็นสองฝ่ายอย่างชัดเจน

ด้านหนึ่งคือจุดสีดำประมาณ 1,000 จุด และสีน้ำเงินอีกหลายพันจุด อีกด้านเป็นจุดสีดำประมาณ 2,000 จุด และจุดสีแดงอีกนับหมื่น

ซูเฉินรู้สึกสับสนเล็กน้อย เอ่ยพึมพำออกมา “เป็นไปได้ไหมว่า มนุษย์กับสิ่งมีชีวิตต่างเผ่ากำลังร่วมมือกันเพื่อต่อสู้กับคลื่นซอมบี้และพวกต่างเผ่าอีกกลุ่ม?”

อย่างไรก็ตาม นี่เป็นเพียงการคาดเดาของเขาเท่านั้น จะเป็นอย่างที่คิดหรือไม่ คงต้องลองดูถึงจะแน่ใจ

หลังจากไตร่ตรองอยู่พักหนึ่ง ซูเฉินก็กล่าวว่า “เสี่ยวจือ ขยายภาพหน้าจอซิ”

หน้าจอควบคุมส่วนกลางเริ่มเคลื่อนไหว ไม่นานก็ปรากฏภาพของมนุษย์ , ซอมบี้ และพวกต่างเผ่าขึ้น

สิ่งที่ซูเฉินนึกไม่ถึงก็คือ พวกต่างเผ่าในที่นี้ไม่ใช่เผ่าพันธุ์เดียวกัน ดูเหมือนจะแยกออกเป็นสามเผ่าพันธุ์

เผ่าแรกอยู่รวมกับมนุษย์ พวกเขามีรูปร่างสั้นและบึกบึน ดูจากความสูงคาดว่าคงไม่ถึงหนึ่งเมตรด้วยซ้ำ

ขณะที่พวกต่างเผ่าฝั่งซอมบี้ ซูเฉินเคยเห็นมาก่อนทั้งหมด

ส่วนใหญ่คือพวกเผ่าครึ่งออร์ค ที่เหลือเป็นเผ่าอมตะอีก 10 กว่าตน ทั้งสองร่วมมือกัน ไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจอะไร แต่สิ่งที่ซูเฉินคิดไม่ออกก็คือ พวกต่างเผ่าตัวเตี้ยเหล่านั้น คือเผ่าพันธุ์อะไรกัน?

แล้วเหตุใดถึงได้อยู่ร่วมกับทางฝั่งมนุษย์?

ทำไมถึงไม่สู้กัน?

“เสี่ยวจือ รีบไปยังที่ราบฉิงหลวน” ซูเฉินแทบอดใจรอไม่ไหว

ซอมบี้นับหมื่นและพวกต่างเผ่านับพัน หากเขาสังหารลงทั้งหมด  น่าจะดรอปชิ้นส่วนได้หลายพันเป็นอย่างน้อย

“รับทราบ”

[รถสึกอัจฉริยะ] รับคำสั่ง แล่นเรือไปยังเกาะซูหวูอย่างรวดเร็ว

ครึ่งชั่วโมงต่อมา ซูเฉินที่กำลังเฝ้าหน้าจอควบคุม ได้พบว่าทั้งสองฝ่ายเริ่มต่อสู้กันแล้ว และนับเป็นโศกนาฏกรรมครั้งใหญ่ เพราะแค่ปะทะกันนิดเดียว ก็มีผู้เสียชีวิตนับร้อยราย

อ้างอิงตามความร้อนแรงในการสังหารนี้ เกรงว่าใช้เวลาไม่นานการต่อสู้คงสิ้นสุดลง

ซูเฉินไม่ต้องการเห็นฉากนี้ หากพวกต่างเผ่าและซอมบี้ตายหมด เขาจะไปดรอปชิ้นส่วนจากไหน?

“หัวหน้าหวู่ ไปเจอกันที่ที่ราบฉิงหลวน ผมขอตัวล่วงหน้าไปก่อน”

ซูเฉินออกคำสั่ง เปิดประตูรถ และวิ่งนำไปเพียงลำพัง

ความเร็วของ [รถศึกอัจฉริยะ] ไม่นับว่าเชื่องช้า มันเร่งเครื่องได้ถึง 500 กิโลเมตรต่อชั่วโมง แต่เมื่อเทียบกับความเร็วของซูเฉินแล้ว ยังห่างชั้นกันนัก

ซูเฉินเหยียบย่ำลงในอากาศที่ว่างเปล่า เปิดใช้งาน [รองเท้าเพิ่มความเร็ว] ระเบิดความว่องไวที่ไม่ด้อยไปกว่าผู้วิวัฒนาการเลเวล 7 พริบตาเดียวหายวับไปสุดขอบฟ้า

Ep.462

“รวดเร็วมาก …”

เฉินเมิ่งเฟยมองไปยังทิศทางที่ซูเฉินจากไปด้วยความหลงใหล พึมพำเสียงต่ำ

กำลังรบของซูเฉินนั้นแข็งแกร่งที่สุด แต่ไม่เคยนึกเลยว่ากระทั่งความเร็วก็ยังเป็นเลิศเหนือผู้ใด ผู้ฝึกตนครบวงจรเช่นซูเฉิน เป็นคนที่หาได้ยากในโลกใบนี้อย่างแท้จริง

อีกด้านหนึ่ง หลังจากซูเฉินเข้ามาในเกาะซูหวูแล้ว เขาก็ร่อนลงพื้นทันที

เมื่อเทียบกับท้องฟ้า การวิ่งบนพื้นจะยิ่งช่วยระเบิดความเร็วออกมาได้อย่างเต็มที่

สับฝีเท้าไปตลอดเส้นทาง ใช้เวลาไม่ถึงหนึ่งชั่วโมง เขาก็มาถึงที่ราบชิงหลวน

ช่วงเวลานี้สถานการณ์รบร้อนระอุเป็นอย่างยิ่ง ศพนอนเกลื่อนเต็มท้องทุ่ง เลือดสดๆเจิ่งนองไปทุกหนแห่ง กลิ่นคาวลอยคละคลุ้งในอากาศ

ซูเฉินหรี่ตากวาดสำรวจมอง และพบว่าฝั่งพวกต่างเผ่าตัวเตี้ยและมนุษย์กำลังเสียเปรียบอย่างสิ้นเชิง พวกเขาตายไปเกือบครึ่งแล้ว คิดว่าอีกไม่นานคงถูกสังหารหมู่

เห็นแบบนี้ เขาก็รีบกระโจนเข้าไปทันที สิ่งแรกที่ทำคือกำจัดฝูงซอมบี้

ได้ยินเพียงเสียงพายุสายฟ้าดังกึกก้องระเบิดลงกลางฝูงซอมบี้

ซูเฉินกางฝ่ามือและร่ายเวทย์พายุสายฟ้า ซอมบี้ในจุดนั้นกว่า 7-8 ร้อยตัวตายคาที่ทันที

จากนั้นก็ตามด้วยเวทย์ธาตุอื่นๆ ผลัดเปลี่ยนกันร่ายออกมาในสนามรบ

ใช้เวลาไม่ถึงนาที ซอมบี้นับหลายพันตัวถูกฆ่าตาย

ความน่าเกรงขามที่ซูเฉินแสดงออกมา บวกกับการโจมตีอันทรงพลัง ได้ดึงดูดความสนใจของทั้งสองฝ่ายอย่างรวดเร็ว

ปัจจุบันการต่อสู้ได้หยุดชะงักลง  ทั้งหมดต่างจับจ้องไปทางซูเฉิน

เมื่อเห็นว่าเป็นมนุษย์รุ่นเยาว์ ห้วงอารมณ์ของทั้งสองฝ่ายก็แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง

ฝ่ายมนุษย์บังเกิดความตื่นเต้นจนอธิบายไม่ถูก พวกเขาเริ่มกระซิบกระซาบกัน

“เป็นผู้แข็งแกร่งจากฝั่งมนุษย์ของพวกเรา!”

“โอ้สวรรค์! เขายังเด็กนัก แต่กำลังรบกลับโดดเด่นไม่แพ้ใคร!”

“เขามาจากขุมกำลังไหนกัน? ฉันไม่เคยเจอเขามาก่อน”

“จะต้องเป็นยอดฝีมือที่เร้นกายอยู่แน่ๆ”

“เขาน่าจะเป็นปรมาจารย์มนตราเลเวล 5 ถูกไหม?”

“ต้องเป็นปรมาจารย์มนตราเลเวล 5 อย่างแน่นอน และยังเป็นผู้เชี่ยวชาญทุกธาตุอีกด้วย!”

เมื่อเทียบกับความตื่นเต้นทางฝั่งมนุษย์แล้ว ความฮึกเหิมของฝ่ายครึ่งออร์คลดทอนลงไปมาก สีหน้าของทุกตนไม่ค่อยสู้ดีนัก

แม้ซูเฉินจะปรากฏกายเพียงลำพัง แต่กำลังรบที่เขาแสดงออกมา กลับสามารถสังหารซอมบี้นับพันในชั่วพริบตาด้วยมือเดียว นี่ทำให้พวกมันรู้สึกหวาดกลัว

แล้วอีกอย่าง ซูเฉินยังเป็นมนุษย์ บางทีอาจเป็นผู้ช่วยที่อีกฝ่ายเชิญมาก็ได้

ในกรณีนี้ สถานการณ์นับว่าไม่เอื้ออำนวยต่อพวกเขา

“มนุษย์! เหตุใดเจ้าจึงฆ่าคนของเรา?”

เผ่าครึ่งออร์คเลเวล 4 ก้าวออกมาข้างหน้า คำรามใส่ซูเฉินด้วยความโกรธ

“ก็เห็นหน้าพวกแกแล้วมันรู้สึกรกลูกตา เลยอยากจะกำจัดพวกต่างเผ่าทิ้งซะให้หมด เป็นไง เหตุผลนี้ฟังดูดีไหม?” ซูเฉินกล่าวไปเรื่อยเปื่อย แสยะยิ้มเย็น

ทันทีทีคำนี้หลุดออกมา บังเกิดความโกลาหลขึ้นโดยรอบ

บ้าไปแล้ว!

จองหองนัก!

กล้าดีอย่างไร!

ที่นี่มีสิ่งมีชีวิตต่างเผ่านับหมื่นตน แต่ซูเฉินเอ่ยปากว่าจะฆ่าพวกมันทั้งหมด ผายลมเช่นนี้ไม่กลัวกัดลิ้นตัวเองตายเอาหรือ?

“กับอีแค่ปรมาจารย์มนตราเลเวล 5 ทำมาเป็นปากดี อย่างเจ้าต้องเจอข้า!”

ปรากฏเผ่าอมตะร่างผอมเพรียวก้าวออกมาจากกลุ่มเผ่าครึ่งออร์ค ตัดสินจากกลิ่นอาย คาดว่าน่าจะเป็นผู้วิวัฒนาการเลเวล 5

“ขยะอย่างแก ฉันใช้แค่มือเดียวก็พอแล้ว!”

ซูเฉินกวาดสายตามองอีกฝ่าย ฉีกยิ้มกล่าวแดกดัน

พริบตานั้นเอง รอบด้านก็บังเกิดเสียงฮือฮาขึ้นอีกครั้ง

ความเย่อหยิ่งและสำคัญตนของซูเฉิน แม้แต่ฝ่ายมนุษย์ด้วยกันยังต้องอ้าปากค้าง

เป็นความจริงที่ว่าซูเฉินแข็งแกร่งมาก แต่เผ่าอมตะเลเวล 5 ก็ไม่ใช่ตัวกินพืชเช่นกัน มีสิทธิ์อะไรถึงมาบอกว่าจะสังหารมันด้วยมือเดียว

คิดโอ้อวดมันก็ต้องมีขอบเขตบ้างถูกไหม?

“แล้วข้าจะรอดูว่าเจ้าจะมีความสามารถดังปากว่าจริงหรือไม่!!” ชาวเผ่าอมตะตัวผอมโกรธจัด ร้องคำราม พุ่งเข้ามาหมายสังหารซูเฉิน

ซูเฉินปาดจมูก ไม่สนใจใดๆ ปล่อยให้อีกฝ่ายเข้าประชิดตัว

“นี่เขาบ้าไปแล้ว?”

ฝ่ายมนุษย์บางคนร้องโวยวายด้วยความตื่นตระหนก

ซูเฉินเป็นปรมาจารย์มนตรา ข้อได้เปรียบของปรมาจารย์มนตราคือโจมตีระยะไกล แต่หากปล่อยให้ผู้วิวัฒนาการเข้ามาใกล้ จุดจบเดียวคือความตาย

ดังนั้น ฝ่ายมนุษย์จึงเห็นพ้องต้องกัน ว่าพฤติกรรมของซูเฉินเป็นเพียงการรนหาที่ตาย!

จบบทที่ 461-462

คัดลอกลิงก์แล้ว