เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

459-460

459-460

459-460


Ep.459

“ช่างเป็นเทคนิคหมัดที่ทรงพลังอะไรเช่นนี้!”

เฉินเมิ่งเฟยตื่นตกใจ สายตาที่เธอมองไปยังซูเฉิน ปรากฏร่องรอยของความคิดที่ต่างไปจากเดิมโดยไม่รู้ตัว

เผ่าปีศาจราตรีที่เหลือตื่นตะลึงกับหมัดอันทรงพลังของซูเฉิน คลื่นแห่งความกลัวแผ่ซ่านออกไป

“พี่น้องทั้งหลาย เขามีแค่คนเดียว หากพวกเราพร้อมใจกัน ต้องฆ่าเขาได้แน่นอน!”

เผ่าปีศาจราตรีเลเวล 5 สูดหายใจเปล่งเสียง

“ฆ่า!”

ชาวเผ่าปีศาจราตรีรวบรวมความกล้า โฉบตรงเข้าสังหารซูเฉินอีกครั้ง

ซูเฉินถือดาบสงครามสีดำสนิทไว้ในมือ ฟาดฟันไปเบื้องหน้าในฉับพลัน

วินาทีนั้นเอง บรรยากาศหนาวเหน็บอันน่าสยดสยองแผ่ซ่านไปเบื้องหน้า ราวกับว่าต้องการเปลี่ยนโลกทั้งใบให้เข้าสู่ยุคเยือกแข็ง อุณหภูมิลดต่ำลงอย่างรวดเร็ว กระทั่งผิวน้ำทะเลก็เริ่มจับตัวเป็นก้อน

ส่วนชาวเผ่าปีศาจราตรีที่บินอยู่บนอากาศ เพียงไอเย็นเหล่านั้นกระทบลงบนร่างกาย พวกเขาก็สูญสิ้นกลิ่นอายแห่งชีวิต กลายเป็นประติมากรรมน้ำแข็ง ร่วงหล่นลงมาอย่างต่อเนื่อง

ในพริบตาเดียว  ชาวเผ่าปีศาจราตรีนับพันกระแทกเข้ากับผิวทะเลน้ำแข็ง แหลกเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย

“แข็งแกร่งเกินไปแล้ว!”

เฉินเมิ่งเฟยไม่รู้จะสรรหาคำใดมาพูดดี ดวงตาคู่งามที่กำลังทอประกายสดใสไม่อาจละไปจากซูเฉินได้เลย

เผ่าปีศาจราตรีที่เหลือหยุดนิ่งกลางอากาศอีกครั้ง มองหน้ากันเลิ่กลั่ก

ความแข็งแกร่งของซูเฉิน มันเหนือความคาดหมายของพวกเขาอย่างสิ้นเชิง

อย่างแค่หมัดง่ายๆในตอนแรก กลับสามารถสังหารพวกเขาได้ถึงหลายร้อยตน

และเวทย์น้ำแข็งที่ตามมาช่วงหลัง ก็สามารถสังหารพรรคพวกชาวเผ่าได้ถึงหลายพันตน

เผชิญหน้ากับการดำรงอยู่ที่น่าสะพรึงกลัวเช่นนี้ พวกมันเริ่มสั่นสะท้าน ความโกรธและเจตนาฆ่าก่อนหน้านี้ได้มลายหายไปสิ้น

แม้เมื่อเห็นว่าเผ่าปีศาจราตรีไม่เร่งร้อนพุ่งเข้ามาสังหารเขา แต่ซูเฉินก็ไม่คิดปล่อยพวกมันไป เขาเหยียดมือและกวาดออกไปอีกครั้ง

คราวนี้เป็นเวทย์ธาตุสายฟ้าถูกปลดปล่อยออกมา

พลังเวทย์ธาตุสายฟ้าได้ถูกหลอมรวมเข้ากับสองวัตถุไร้รูป [สายฟ้าศักดิ์สิทธิ์แห่งความป่าเถื่อน] และ [สายฟ้าเก้าสวรรค์] หากพูดถึงในแง่ของพลังทำลายเพียงอย่างเดียว มันได้เหนือกว่าธาตุน้ำแข็งไปแล้ว ไม่ด้อยไปกว่าเวทย์เลเวล 7 เลย

ครืนนนนน

เห็นแค่เพียงกระแสคลื่นสีฟ้าสาดแสงอสนีบาตแวบวาบ โหมกระหน่ำลงไปยังฝูงชาวเผ่าปีศาจราตรี เริ่มสร้างความหายนะ

ทุกที่ๆมันเคลื่อนผ่าน ไม่มีเผ่าปีศาจราตรีตนใดสามารถต้านทานได้

“อ๊ากกกก!”

เสียงกรีดร้องอันน่าสยดสยองดังขึ้น เผ่าปีศาจราตรีตนแล้วตนเล่ากลายเป็นศพไหม้เกรียม

เมื่อร่วงลงจากฟ้า ก็กระแทกกับพื้นน้ำแข็งเสียงดัง ปั๊ก!

“อ๊าาา หนีเร็ว!”

“เขาไม่ใช่มนุษย์แล้ว!”

ภายใต้กระบวนท่าสังหารเพียงสามสี่ครั้งของซูเฉิน  จิตต่อสู้ของเผ่าปีศาจราตรีทั้งหมดพังทลาย กระพือปีกบันกลับไปยังเกาะว่านเหลียนซานอย่างสิ้นหวัง

ซูเฉินยังต้องการชิ้นส่วนอีกมาก ดังนั้นแน่นอนว่าเขาจะไม่ยอมปล่อยให้พวกมันหนีไป

เห็นแค่เพียงหนึ่งเท้าส่งแรงย่ำ กระโจนขึ้นเบื้องบน ก่อนที่เท้าข้างต่อไปจะเหยียบลงในอากาศที่ว่างเปล่า ราวกับมีพื้นดินรองรับ วิ่งไล่ตามไปยังทิศทางที่พวกเผ่าปีศาจราตรีหนีไป

ฟิ้วววว!

คมมีดสีเทาขนาดใหญ่พุ่งจากมือซูเฉิน ผ่าครึ่งร่างเผ่าปีศาจราตรีไปหลายสิบตัว

จากนั้น ลูกไฟขนาดเท่าชามข้าวได้ปะทุขึ้นกลางฟากฟ้า มันถูกขว้างไปลงในฝูงเผ่าปีศาจราตรี ภาพต่อมา ราวกับภูเขาไฟระเบิด ชาวเผ่าปีศาจราตรีหลายร้อยตัวถูกระเบิดแหลกเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย

เพื่อที่จะสังหารได้มากกว่านี้ เร็วกว่านี้ ซูเฉินเรียก [จอมเขมือบแห่งบรรพกาล ยุงวัชระ] ออกมาช่วยเหลือ

เนื่องจากเต่าทรราชไม่สามารถบินได้ ฉะนั้นครั้งนี้มันจึงไร้ประโยชน์

หนึ่งคนหนึ่งแมลงสัตว์ร้าย ออกล่าสังหารไปตลอดเส้นทาง

ไม่ทราบว่าพวกเขาฆ่าไปแล้วเท่าไร แต่ซีกหนึ่งของท้องฟ้าเวลานี้ถูกย้อมเป็นสีแดงฉาน

กว่าจะฆ่าจนหมด พวกเขาก็ไล่ตามจนเข้าไปด้านในเกาะว่านเหลียนซานแล้ว หายลับไปจากสายตาของทุกคน

“ที่แท้เขาก็บินไปด้วย … เขามีไพ่ในมือกี่ใบกันแน่? แข็งแกร่งมากขนาดไหนกัน?” เฉินเมิ่งเฟยสีหน้าแววตากลายเป็นเหม่อลอย พึมพำกับตัวเอง

Ep.460

ซูเฉินทำให้เฉินเมิ่งเฟยรู้สึกทึ่งอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน มนุษย์เพียงคนเดียวสามารถสังหารพวกต่างเผ่าได้ทั้งกองทัพ ไล่ตะเพิดพวกมันจนหนีกระเจิดกระเจิง

ช่างเป็นชายชาตรีที่แท้จริง แตกต่างจากผู้ชายคนอื่นๆอย่างสิ้นเชิง อาจเรียกได้เลยว่าเป็นวีรบุรุษที่หาได้ยากยิ่งในโลกใบนี้!

ช่วงเวลานี้ เฉินเมิ่งเฟยไม่เพียงชื่นชมซูเฉินตั้งแต่หัวจรดเท้า แต่ยังเกิดอารมณ์ความรู้สึกอันแปลกใหม่แทรกเข้ามาในหัวใจ

อีกด้านหนึ่ง ซูเฉินบุกเข้าไปถล่มข้างบนเกาะว่านเหลียนซาน ซากศพเผ่าปีศาจราตรีกระจายอยู่ทั่วทุกหนแห่ง มีผู้บาดเจ็บล้มตายนับไม่ถ้วน

การล่าสังหารนี้กินระยะเวลานานกว่าหนึ่งชั่วโมง ทุกอย่างถึงค่อยสงบลง เหตุผลที่ต้องหยุดลงก็เพราะเผ่าปีศาจราตรีที่เหลือได้หนีเข้าไปในทางผ่านเขตแดน ไม่โผล่หัวออกมาอีกเลย

ซูเฉินจึงไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากหันกลับมาเก็บชิ้นส่วน

ไล่เก็บไปตามรายทางจนมาถึง [รถศึกอัจฉริยะ] อีกครั้ง เวลาก็ล่วงเลยไปอีกสองชั่วโมงแล้ว

ในสงครามที่ผ่านมานี้ มีเผ่าปีศาจราตรีถูกเขาสังหารรวมกันทั้งสิ้นมากกว่า 10,000 ตน และจำนวนชิ้นส่วนที่ดรอปได้มีมากกว่า 2,000 ชิ้น

ส่วนใหญ่ที่ได้มาจะถูกนำไปแปลงเป็นแต้มพลังงาน จนปัจจุบันกลับมาทะลุเลข 5 อีกครั้ง

นอกจากนี้ เขายังสามารถรวบรวมชิ้นส่วนของ [หินทองคำสดับเงา] และ [ศิลาพลอยฟ้าฉุ่ยซิง] ได้ครบแล้ว ปลดล็อคมันเรียบร้อย

นั่นหมายความว่า ปัจจุบันเขามีหินศักดิ์สิทธิ์ในครอบครองทั้งสิ้นห้าก้อน

“ได้มาตั้งห้าก้อนแล้ว ถึงเวลาหลอมรวมมันซักที”

ซูเฉินตัดสินใจกับตัวเอง ว่าเมื่อออกจากเกาะว่านเหลียนซาน เขาจะใช้ [อัญมณีฟิวชั่น] หลอมรวมศิลาศักดิ์สิทธิ์ทั้งห้าเข้าด้วยกัน

“ผู้อาวุโส ฉันอยากขึ้นเกาะไปตามหาท่านปู่”

เฉินเมิ่งเฟยลังเลอยู่พักหนึ่ง ก่อนตัดสินใจร้องขอซูเฉิน

ก่อนหน้านี้ซูเฉินได้ตรวจสอบสถานการณ์ของเกาะว่านเหลียนซานบนหน้าจอควบคุมส่วนกลางแล้ว พบว่าไม่มีจุดสีน้ำเงินบนเกาะเลยแม้แต่จุดเดียว นั่นแสดงให้เห็นว่า มนุษย์บนเกาะแห่งนี้ตายหมด ไม่ก็หนีออกไปตั้งนานแล้ว

หรืออีกความหมายนึงก็คือ ปู่ของเฉินเมิ่งเฟยไม่ได้อยู่บนเกาะแห่งนี้อีกต่อไป

อย่างไรก็ตาม ซูเฉินรู้ดี ว่าต่อให้เขาเอ่ยเรื่องนี้ด้วยตัวเอง แต่เกรงว่าเฉินเมิ่งเฟยคงไม่เชื่อ

เมื่อพิจารณาถึงเรื่องที่ว่าเขาต้องการความช่วยเหลือจากเฉินเมิ่งเฟยเพื่อค้นหาต้นผลจำลองจิต สุดท้ายเลยเรียก [นักรบจักรกล] ร่วมกันออกค้นหากับเขา

ปัจจุบัน [นักรบจักรกล] ได้มาถึงเลเวล 6 แล้ว กำลังรบของมันเพียงพอที่จะคุ้มครองเฉินเมิ่งเฟย

นอกจากนี้ ซูเฉินจะได้ถือโอกาสนี้คอยจับตาดูเฉินเมิ่งเฟยด้วย เพื่อป้องกันไม่ให้เธอฉวยโอกาสหลบหนี

ครึ่งวันต่อมา เฉินเมิ่งเฟยกลับมาด้วยสีหน้าหม่นหมอง หลังจากขอบคุณซูเฉิน เธอก็ขอแยกไปนั่งขดตัวอยู่คนเดียวในมุมหนึ่งของห้องโดยสาร

ผลลัพธ์เช่นนี้ ซูเฉินคาดเดาไว้ตั้งแต่แรกแล้ว หลังจากนั้น เขาเข้าไปบนเกาะ แล้วจัดการระเบิดทางผ่านเขตแดน และออกจากที่นี่พร้อม [รถศึกอัจฉริยะ] มุ่งหน้าสู่เป้าหมายถัดไป

ใช้เวลาค้นหาในหน้าจอควบคุมส่วนกลางอยู่พักหนึ่ง ซูเฉินตัดสินใจไปสำรวจดูที่เกาะซูหวู

เกาะซูหวูมีขนาดพอๆกับเกาะเฉียนหยู นอกจากนี้ยังเป็นเกาะที่อยู่ใกล้ที่สุดในบริเวณนี้อีกด้วย

ซึ่งมันคือเส้นทางที่ใช้มุ่งหน้าสู่ทวีปเสวียนเทียน ไม่มีเหตุผลที่จะไม่ไป

[รถศึกอัจฉริยะ] ล็อคตำแหน่งเกาะซูหวูเอาไว้ แล่นเรือเต็มกำลัง

ระหว่างทาง ซูเฉินหยิบหินศักดิ์สิทธิ์ทั้ง 5 ก้อนออกมา แล้วหลอมรวมพวกมันเข้าด้วยกันโดยใช้ [อัญมณีฟิวชั่น]

เมื่อหินศักดิ์สิทธิ์ทั้งห้าก้อนหลอมรวมเข้าด้วยกัน ทันใดนั้นมันได้กลายเป็นเนินเขาขนาด 100 จั้ง บนผิวมันมีหลากหลายสีสัน ขณะเดียวกับก็แผ่คลื่นพลังเวทย์ 5 สายอันได้แก่ ทอง ไม้ น้ำ ไฟ และดิน ออกมา

“หินศักดิ์สิทธิ์ที่หลอมรวมเข้าด้วยกัน แค่มองก็รู้แล้วว่าไม่ธรรมดา”

ซูเฉินเฝ้ามองมันด้วยความตื่นตาตื่นใจ ระหว่างนั้นได้รับข้อมูลเข้ามาในหัวเขา

ตามปกติแล้วข้อมูลจะได้รับเมื่อปลดล็อคชิ้นส่วนเท่านั้น แต่ดูเหมือนการหลอมรวมหินศักดิ์สิทธิ์ก็จะได้เช่นกัน เรื่องนี้เขาไม่เคยนึกมาก่อน

ซูเฉินเริ่มเกิดความสนใจ รับฟังอย่างรวดเร็ว

ชื่อของหินศักดิสิทธิ์ที่หลอมรวมขึ้นใหม่นี้นามว่า [ภูเขาหยวนเหออู่จี๋] มีน้ำหนักมากถึง 108,000 จิน และสามารถปรับเปลี่ยนขนาดได้ตามต้องการ ประกอบไปด้วยพลังเวทย์ห้าธาตุ

จบบทที่ 459-460

คัดลอกลิงก์แล้ว