เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

309-310

309-310

309-310


1/10

Ep.309

ซูเฉินนั่งลงบนเก้าอี้คนขับ แม้สองตาหุบลงเหมือนหลับพักผ่อน แต่อันที่จริงเขากำลังเปิด [ร้านค้าวันสิ้นโลก] อยู่

ชิ้นส่วนล็อตหลังที่เขาหยิบขึ้นมา ส่วนใหญ่แล้วถูกแปลงเป็นแต้มพลังงาน ส่งผลให้แต้มพลังโดยรวมอยู่ที่ 12,000 แล้ว

เวลานี้ เขาสามารถแลกเปลี่ยน [เทคนิคลับร้อยเท่าสะท้านฟ้า] , [มังกรศักดิ์สิทธิ์ขนเพลิงมายา] , [กระบี่แยกฟ้าแห่งความโกลาหล] หรือ [ทักษะต่อสู้หมื่นแสงสิบเงาสะท้อน] อย่างใดอย่างหนึ่งได้แล้ว

ในส่วนของ[ใบมีดแห่งจิตสำนึกศักดิ์สิทธิ์] , [เกราะเทพสงคราม] และ[ดาบศักดิ์สิทธิ์ซวนหยวน] เขาสามารถใช้แต้มที่มี แลกมันได้ถึงสองในสาม

ซูเฉินลังเลอยู่ครู่หนึ่ง สุดท้ายตัดสินใจใช้ 10,000 แต้มพลังงานเพื่อแลกกับ [เทคนิคลับร้อยเท่าสะท้านฟ้า]

หลังจากแลกเปลี่ยนได้ไม่นาน ข้อมูลของมันก็ถูกส่งเข้ามาในหัวเขา

[เทคนิคลับร้อยเท่าสะท้านฟ้า] ก็เหมือนกับ [กายาเทพอสูรนิรันดร์] ทั้งคู่เป็นเทคนิคทางกายภาพ

ที่ต่างกันก็คือ [กายาเทพอสูรนิรันดร์] มุ่งไปในทิศทางขัดเกลาร่างกายให้แข็งแกร่งทนทานยิ่งขึ้น ขณะที่ [เทคนิคลับร้อยเท่าสะท้านฟ้า] มุ่งไปในทิศทางเพิ่มพละกำลังของเขา

มันสามารถเพิ่มพูนพละกำลังเป็นร้อยเท่า โดยอ้างอิงจากพละกำลังของตัวเขา

ตัวอย่างเช่น สมมุติว่าเดิมซูเฉินสามารถยกของหนักได้ 100 จิน แต่หลังจากเขาเปิดใช้งาน [เทคนิคลับร้อยเท่าสะท้านฟ้า] เขาจะสามารถยกวัตถุได้เป็น 10,000 จิน

แน่นอน ด้วยความแข็งแกร่งในฐานะผู้วิวัฒนาการเลเวล 4 ของซูเฉิน หากคิดระเบิดพละกำลังออกมาอย่างเต็มที่ จะสามารถยกวัตถุที่มีน้ำหนักอย่างน้อย 1,000 จินได้

หรืออีกความหมายก็คือ หลังจากเปิดใช้งาน [เทคนิคลับร้อยเท่าสะท้านฟ้า] พละกำลังของซูเฉินจะเพิ่มพูนขึ้นจนสามารถยกวัตถุหนักได้สูงสุด 100,000 จิน!

ปัจจุบันนี้ เขาสามารถทุบผู้คนด้วย [หินบดดาราเทียนกัง] หรือ [อุกกาบาตเพลิงปฐพี] ได้ง่ายดายดั่งพลิกฝ่ามือ

ไม่ต้องสงสัยเลยว่า หลังจากปลดล็อค [เทคนิคลับร้อยเท่าสะท้านฟ้า] กำลังรบของซูเฉินได้ก้าวกระโดดไปอีกขั้น

บนเส้นทางแห่งความไร้เทียมทาน เขาได้ก้าวออกไปข้างหน้าเพิ่มอีกก้าวแล้ว

“นี่มันยอดไปเลย!”

ซูเฉินกำหมัดแน่น ไม่อาจปกปิดความตื่นเต้นเอาไว้ได้

หลังจากข่มสติอารมณ์ เขาลืมตาขึ้นมองไปยังหน้าจอควบคุมส่วนกลาง และเริ่มค้นหาที่อยู่ของซอมบี้และสัตว์กลายพัน

แต่น่าเสียดาย ไม่มีจุดสัญญาณสีแดงปรากฏขึ้นบนหน้าจอเลย

ขอบเขตการสำรวจของ [รถศึกอัจฉริยะ] คือ 200 กิโลเมตร ซึ่งหมายความว่าไม่มีซอมบี้หรือสัตว์กลายพันธุ์อยู่ภายในรัศมีเลย

หากปราศจากซอมบี้ให้ฆ่า ก็ไม่ได้รับเศษชิ้นส่วน ซึ่งซูเฉินไม่ยินดีที่จะปล่อยให้เป็นเช่นนี้

หลังจากครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง เขาก็กลับมาให้ความสนใจกับเผ่าเต่าเขียว

เต่าเขียวที่หนีรอดไปได้ พวกมันคงหนีกลับไปยังหลุมเหมืองในเทือกเขาฮวงเจ๋อแน่ๆ

นอกจากนี้ ยังมีทางผ่านเขตแดนไปยังทวีปเผ่าเต่าเขียวอยู่ในหลุมเหมืองอีกด้วย

ทางผ่านเขตแดนมีความสำคัญต่อเผ่าเต่าเขียวเป็นอย่างยิ่ง

หากซูเฉินเข้าไปทำลายทางผ่านเขตแดนนี้ พวกเต่าเขียวมีหรือจะไม่ยอมออกมาหยุดยั้ง?

เผ่าเต่าเขียวมีประชากรอยู่นับล้าน แล้วพวกมันทั้งหมดจะทนดูทางผ่านเขตแดนถูกทำลายลงได้อย่างไร?

ถึงเวลานั้น ซูเฉินก็จะสามารถล่าเผ่าเต่าเขียวได้ตามใจชอบ

คิดได้แบบนี้ มุมปากของซูเฉินยกสูงขึ้น เอ่ยสั่ง [รถศึกอัจฉริยะ] “เสี่ยวจือ ไปที่หลุมเหมืองในเทือกเขาฮวงเจ๋อ”

“น้อมรับคำสั่ง”

[รถศึกอัจฉริยะ] สตาร์ทเครื่อง ล็อคเป้าหมายมุ่งสู่เทือกเขาฮวงเจ๋อ

ระยะทางจากเมืองจิงกังไปยังเทือกเขาฮวงเจ๋อ กว้างไกลถึง 1,000 ไมล์ แต่ด้วยความเร็วของรถศึกอัจฉริยะในตอนนี้ มันใช้เวลาแค่ราวๆ 10 ชั่วโมงเท่านั้น

ซูเฉินไม่รีบร้อน ยังไงพวกเต่าเขียวก็ไม่มีทางหนีพ้นไปจากเงื้อมมือเขา

ส่วนเวลาว่างเว้นนี้ ก็ขอพักผ่อนให้เต็มคราบก่อนแล้วกัน

ต่อมา ซูเฉินหยิบ [หม้อแรงดันอเนกประสงค์] และ [เตาอเนกประสงค์] ออกมาเตรียมอาหาร

โดยไม่สนว่าจะเป็นเวลาทานอาหารหรือไม่ หลังผ่านการต่อสู้ครั้งใหญ่ หากมีอะไรตกถึงท้อง คงดีกว่ารอจนถึงเวลา

ตกดึก [รถศึกอัจฉริยะ] ค่อยๆชะลอความเร็วลง มันขับมาถึงช่วงปลายขอบของอาณาเขตเทือกเขาฮวงเจ๋อแล้ว

ซูเฉินไม่ต้องการต่อสู้กับเผ่าเต่าเขียวตอนกลางคืน ดังนั้นเขาขอให้รถศึกหาที่เหมาะๆ จอดพักผ่อน

หลังจากหลับเต็มอิ่มทั้งคืน วันรุ่งขึ้น พวกเขาก็มุ่งหน้าเข้าสู่เทือกเขาฮวงเจ๋อ

2/10

Ep.310

หนึ่งชั่วโมงต่อมา ขณะ [รถศึกอัจฉริยะ] กำลังจะขับเข้าไปในเขตพื้นที่เหมือง

ซูเฉินก็พบว่าบนหน้าจอควบคุมส่วนกลาง ในสถานที่ตั้งของเหมือง เวลานี้ถูกล้อมรอบไปด้วยจุดสัญญาณสีแดงและสีดำจำนวนมาก

เดิมเข้าเดาว่าพวกเต่าเขียวคงไปรวบรวมซอมบี้มอีกแล้ว แต่เมื่อเข้ามาใกล้เหมือง เขาก็พบว่ามันไม่ได้เป็นอย่างที่คิด

เผ่าเต่าเขียวหลายพันตัวกำลังออกันอยู่หน้าหลุมเหมือง แต่ไม่เห็นซอมบี้เลยแม้แต่ตัวเดียว ตรงกันข้าม กลับมีสัตว์กลายพันธุ์รวมกลุ่มกันนับพันตัว

“เผ่าเต่าเขียวทำไมถึงอยู่รวมกับพวกสัตว์กลายพันธุ์ได้?”

สมาชิกคนอื่นๆรู้สึกสับสนเล็กน้อย

ในตอนนั้นเอง ซูเฉินพลันนึกถึงเรื่องหนึ่งขึ้นได้ เมื่อช่วงก่อน ตอนเกิดคลื่นสัตว์ร้ายและคลื่นซอมบี้ปะทุขึ้นที่นี่ พวกมันทั้งสองฝ่ายเคยแสดงพฤติกรรมเหมือนว่าร่วมมือกัน

พอได้มาเห็นภาพนี้อีกครั้ง ซูเฉินเลยคิดว่า จะเป็นไปได้ไหม ที่เผ่าเต่าเขียวมีความสามารถในการควบคุมทั้งซอมบี้และสัตว์กลายพันธุ์

“ซูเฉิน พวกเราจะทำยังไงกันดี?” หวู่หยางถาม

ดูเหมือนว่าพวกเต่าเขียวและสัตว์กลายพันธุ์จะเตรียมพร้อมอยู่นานแล้ว เมื่อเห็นรถของซูเฉิน พวกมันอดตื่นเต้นยิ่งกว่าเดิมไม่ได้

แม้ซูเฉิน จะรู้สึกตะหงิดใจอยู่บ้าง แต่เขาไม่หวาดกลัวเลยแม้แต่น้อย หันไปกล่าวกับรถศึก “เสี่ยวจือ ขับเข้าไปได้เลย”

“รับทราบ”

[รถศึกอัจฉริยะ] ขับตรงไปข้างหน้า ก่อนจอดลงทิ้งระยะห่าง 10 เมตรกับฝั่งเต่าเขียว

ซูเฉินสั่งให้คนอื่นๆอยู่ในรถ มีเพียงเขาและ [นักรบจักรกล] ที่เดินลงมา

“เป็นไปตามที่เราราชาคาดไว้ มนุษย์ ในที่สุดเจ้าก็มาหาที่ตาย!”

ซูเฉินเพิ่งก้าวลงจากรถ เต่าสีเขียวเข้มที่อยู่ในฝูงเผ่าตรงข้าม ได้ก้าวออกมา คำรามใส่ซูเฉิน

ซูเฉินปาดจมูกเขา มองอีกฝ่าย เอ่ยอย่างไม่แยแสว่า “แกน่ะหรอผู้นำของพวกเต่าเขียว?”

การที่เรียกตัวเองว่าเป็นราชา นั่นหมายความว่ามันมีสถานะสูงมากในเผ่าเต่าเขียว เขาเลยสงสัยว่าอีกฝ่ายน่าจะเป็นหัวหน้าเผ่าเต่าเขียว

“ไอ้หนู เราราชายังเป็นใครอื่นไปได้อีก หากมิใช่ประมุขเผ่า!”

เต่าสีเขียวเข้มตอบกลับอย่างภาคภูมิใจ แต่แล้วสีหน้าเริ่มหม่นหมองอีกครั้ง “ไอ้หนู คราวนี้เจ้าตกอยู่ในมือเราราชาแล้ว มาดูกันว่าจะหนีรอดไปได้อย่างไร!”

สิ้นเสียง มันเหลือบตามองไปรอบๆ เผ่าเต่าเขียวที่อยู่ใกล้ๆกระโจนออกไปทันที ล้อมรอบซูเฉินและ [รถศึกอัจฉริยะ] เอาไว้

ท่าทีดุร้ายและก้าวร้าวของเต่าเขียว ทำให้ซูเฉินรู้สึกงงุนงงเล็กน้อย

ตามหลักเหตุผลแล้ว เมื่อได้รับรายงานว่าเขาเคยสำแดงดาบเดียวสามารถปลิดชีพได้นับร้อย อีกฝ่ายสมควรรู้ว่าไม่มีทางสู้เขาได้

แล้วเหตุใดพวกมันถึงกล้าอวดดีต่อหน้าเขาเช่นนี้?

เดิมซูเฉินคิดว่าอีกฝ่ายคงมีผู้วิวัฒนาการเลเวล 4 อยู่ เลยไม่หวาดกลัวเขา

แต่ความสงสัยก็เป็นแค่ความสงสัย ซูเฉินไม่ได้จริงจังกับมัน แสยะยิ้มกลับไป “คิดจริงๆหรือว่าแค่พวกทหารกุ้งฝอยกลุ่มนี้จะฆ่าฉันได้?”

หัวหน้าเผ่าเต่าเขียวแค่นเสียงฮึ่ม! เอ่ยอย่างเย็นชาว่า “ข้ายอมรับในความแข็งแกร่งของเจ้า อย่างไรก็ตาม เจ้ามันบ้าระห่ำเกินไป! ไม่รู้หรือ เหนือฟ้ายังมีฟ้า  ยังมีตัวตนอีกมากมายในโลกนี้ที่สามารถฆ่าเจ้าได้”

“ฮี่ ฮี่”

สิ้นเสียง เบื้องหลังเขาก็ปรากฏเสียงหัวเราะเย็นยะเยือกดังข้ามมา

แทบจะในทันทีหลังจากนั้น ชายวัยกลางคนที่มีรูปร่างเหมือนไม้แห้ง แต่มีผิวสีดำได้ก้าวก้าวออกมาอย่างช้าๆ

สัมผัสได้ถึงบรรยากาศแห่งความตายที่ห่อหุ่มร่างกายอีกฝ่าย คิ้วของซูเฉินขมวดมุ่น กล่าวว่า “นี่แกมาจากเผ่าอมตะ?”

ในตอนอยู่เมืองอี้เถียน เขาเคยสังหารเผ่าอมตะไปสามตน

ชายวัยกลางคนที่อยู่เบื้องหน้า ไม่ว่ามองจากมุมไหน จะรูปลักษณ์หรือกลิ่นอายที่ปลดปล่อยออกมา ล้วนมีความคล้ายคลึงกับพวกเผ่าอมตะทั้งสิ้น

“ไอ้หนู เหตุใดเจ้าจึงรู้จักเผ่าอมตะด้วย?”

ชายวัยกลางคนขมวดคิ้วอย่างแรง ดวงตาที่เย็นชาเริ่มกลับกลอกไปมา

ซูเฉินเบ้ปาก หัวเราะลั่น “ไม่ใช่แค่รู้จักหรอกนะ แต่ยังเคยฆ่ามาแล้วถึงสามศพ กำลังรบของพวกมันอ่อนแอเกินไป แค่เลเวล 3 เท่านั้น ...  ฉันหวังว่าแกจะเก่งกว่าพวกมันนะ”

จบบทที่ 309-310

คัดลอกลิงก์แล้ว