เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

◈บทที่ 565. [เนื้อเรื่องเสริม] ก่อนพายุ (3)

◈บทที่ 565. [เนื้อเรื่องเสริม] ก่อนพายุ (3)

◈บทที่ 565. [เนื้อเรื่องเสริม] ก่อนพายุ (3)


【แปลโดยฝีมือ...ยักษาแปร...มาติดตามได้ที่แฟนเพจหรือเพื่อติดตามเอาข่าวสารได้นะ】

【แค่ คอมเมนต์หรือกดถูกใจแฟนเพจ ก็เหมือนการให้กำลังใจแล้วนะครับ รบกวนกดถูกใจและ comment กันหน่อยน๊า ;-;】

【Thai-novelจะทำการลงไวกว่าที่อื่นทุกที่ เป็นจำนวน 5 ตอน แต่เรื่องราคาแพงกว่าที่อื่นนิดหน่อย】

◈บทที่ 565. [เนื้อเรื่องเสริม] ก่อนพายุ (3)

หลังจากการประชุมสิ้นสุดลง

ขณะที่ฉันกำลังจะเดินออกจากห้องประชุม ก็มีคนเข้ามาทัก

“องค์ชายแอชครับ ขออนุญาตพูดคุยสักครู่ครับ”

ฉันหันไปมอง ก็พบวาเลน หัวหน้าสหพันธรัฐเมืองทางตอนใต้ ยิ้มอย่างอ่อนโยนพลางลูบเคราที่ดูสง่างาม

วาเลนเป็นหนึ่งในผู้ที่ให้การสนับสนุนครอสโรดอย่างแข็งขันมาตั้งแต่การต่อสู้กับก็อบลินราชันย์ครั้งก่อน เขาไม่เพียงเป็นตัวแทนของเมืองทางตอนใต้เท่านั้น แต่ยังเป็นตัวแทนของเมืองรัฐอื่น ๆ อีกมากมาย

ฉันยิ้มตอบรับ แล้วเดินเข้าไปหาเขา

“วาเลน คุณมีธุระอะไรเหรอครับ?”

“ฮ่า ๆ”

วาเลนหัวเราะเบา ๆ พลางลูบเคราอย่างไม่หยุดมือ ดูท่าทางเขามีเรื่องลับ ๆ ซ่อนอยู่

“สัตว์ประหลาดที่เราต้องเผชิญหน้าในการป้องกันครั้งนี้ ท่านเรียกมันว่าพวกแมลงวัน ใช่ไหมครับ?”

“ใช่แล้วครับ”

“ผมได้รับติดต่อเมื่อไม่กี่วันก่อน และด้วยความช่วยเหลือจากสหพันธรัฐเมืองของเรา เราจึงสามารถพาพวกเขามาที่ครอสโรดได้อย่างยากลำบาก……”

วาเลนกระพริบตาอย่างมีเลศนัย

“พวกเขากล่าวกันว่าเป็นผู้เชี่ยวชาญในการกำจัดแมลง ท่านสนใจจะพบพวกเขาดูไหมครับ?”

“……!”

ผู้เชี่ยวชาญในการกำจัดแมลง……?!

ฉันยกมือขึ้นอย่างตื่นเต้น วาเลนยิ้มกว้าง แล้วพาฉันไป

เหล่าทหารรับจ้างรออยู่ด้านหน้าโรงแรมครอสโรด สถานที่จัดการประชุมครั้งนี้

“ฮึบ ฮึบ ฮึบ”

ผู้ชายห้าคนในชุดป้องกันเนื้อยืดหยุ่น คล้ายชุดป้องกันโรคร้าย ยืนเรียงรายอยู่ตรงนั้น

ส่วนหน้าของชุดเป็นกระจกใสคล้ายแว่นตา มองเห็นได้ แต่ไอน้ำควันฉุยทำให้ใบหน้าเบื้องหลังพร่ามัว มองไม่ชัด

ลมหายใจเข้าออกแต่ละครั้ง เสียงลมหายใจดังแผ่วเบา

พอสบตาฉัน ชายที่ดูเหมือนหัวหน้ากลุ่ม เอ่ยถามด้วยน้ำเสียงแหบแห้ง

“แมลงเป้าหมายอยู่ที่ไหน?”

ฉันยกมือขึ้นปิดปาก พลันร้องออกมาโดยไม่รู้ตัว

“โอ้ พระเจ้าจอร์จ!”

นี่มันปาร์ตี้ผู้กล้า ‘พิฆาตแมลง’ นี่นา!

ผู้กล้าห้าคน ชื่อตรงไปตรงมาเหลือเกิน ล้วนเป็นระดับ N จากค่าสถานะที่เห็น พวกเขาคือผู้กล้าธรรมดา ๆ

ทว่า พวกเขามีความสามารถพิเศษ นั่นคือ

‘ฆาตกรแมลง!’

เมื่อต่อสู้กับสัตว์ประหลาดติดแท็ก ‘แมลง’ ความเสียหายจะเพิ่มขึ้น 100% พวกมันคือศัตรูตัวฉกาจของเหล่าผู้กล้ากลุ่มนี้

แมลงวันตัวเล็ก ๆ ก็จัดการได้อย่างง่ายดาย

พวกเขาเป็นเหมือนยาฆ่าแมลงที่เดินได้ หรือจะเรียกว่าเซสโก้แห่งโลกแฟนตาซีก็ไม่ผิด แล้วพวกเขามารวมตัวกันที่นี่ได้ยังไงกัน!

ฉันยกนิ้วให้วาเลนด้วยใบหน้าเปี่ยมสุข วาเลนดูพอใจกับปฏิกิริยาของฉัน และหัวเราะลั่น

ฉันเดินไปยืนตรงหน้าเหล่าผู้พิฆาตแมลงทั้งห้า แล้วเอ่ยถามทันที

“พวกนายต้องการเงินเดือนเท่าไหร่?”

ฉันอยากจะโยนเช็คเปล่าให้พวกเขาทันทีจริง ๆ !

หัวหน้าผู้พิฆาตแมลงตอบฉันอย่างกระชับ

“เงินเดือนไม่ใช่เรื่องสำคัญ แต่สิ่งสำคัญคือการกำจัดแมลงให้ได้มากที่สุด”

“นั่นแหละที่ฉันต้องการ!”

ฉันหัวเราะแห้ง ๆ

“เพราะมันจะบุกเข้ามาอย่างน่ารำคาญ น่าขยะแขยง และน่าหวาดกลัวเหลือเกิน”

“ได้ยินมาว่าปีศาจแมลงวันกำลังจะบุก ฝ่าบาท”

ชายคนนั้นพูดด้วยน้ำเสียงหนักแน่นพลางโบกเครื่องมือยาว ๆ ในมือ

“พวกเราผู้เชี่ยวชาญจะจัดการให้หมด ท่านไปพักผ่อนเถอะครับ”

ความมั่นใจของเขาดูเย่อหยิ่งไปหน่อย แต่ถึงกระนั้น...

ฉันจ้างพวกเขาห้าคนพร้อมกัน และกำหนดค่าจ้างสูงลิบ

พวกเขาทั้งห้าดูดีใจมากที่ได้กำจัดฝูงแมลงวัน พวกเขาหายใจแรง ๆ ใต้ชุดป้องกัน แล้วเดินตรงเข้าไปในค่ายทหาร

***

อาณาจักรทะเลสาบ เขตที่ 5 ดันเจี้ยน ‘โคลอสเซียมแห่งเปลวเพลิง’

ฉันมาเยือนสถานที่ที่ครั้งหนึ่งเคยตกอยู่ภายใต้การปกครองของจาคัล

เนื่องจากจาคัลจากไปแล้ว ฉันเลยกังวลเรื่องสัตว์ประหลาดที่ถูกกักขังไว้ ถ้ามีตัวไหนใช้การได้ ฉันก็จะนำมารวมเข้ากับกองกำลังของฉัน

ฉันจะใช้ทุกอย่างที่มี

ฉันคิดอย่างนั้นพลางเดินไป ก็มีก็อบลินคนใช้คนหนึ่งวิ่งมาพบเข้า

《คิวิค ขอต้อนรับท่านเจ้าของคนใหม่ของพวกเราครับ》

“เจ้าของ? ฉันเหรอ?”

ฉันถามด้วยความประหลาดใจ ก็อบลินก้มหัวลงอีกครั้งก่อนตอบ

《ใช่แล้วครับ คิวิค ท่านจาคัล เจ้าของที่แห่งนี้ ได้สั่งไว้ว่าหากท่านประสบเหตุไม่คาดฝัน ให้โอนกรรมสิทธิ์ของสัตว์ประหลาดทั้งหมดในสถานที่แห่งนี้ให้กับท่านครับ》

“…….”

《โคลอสเซียมแห่งนี้ และสัตว์ประหลาดทั้งหมดที่อยู่ในนี้ เป็นของท่านแล้วครับ โปรดสั่งการได้เลยครับ》

ฉันอึ้งไปครู่หนึ่ง

ฉันนึกถึงตอนที่ได้พบกับจาคัลเป็นครั้งแรกในที่แห่งนี้ และถึงแม้จะเป็นช่วงเวลาที่เขาจากไปเมื่อไม่นานมานี้ก็ตาม

ฉันมักจะนึกภาพว่าจะพาเขาขึ้นสู่ผืนดินหลังจากกำจัดสัตว์ประหลาดทั้งหมดให้สิ้นซาก

เขาถูกส่งมาที่นี่ ใต้ทะเลสาบของอาณาจักรเมื่อหลายร้อยปีก่อนตามคำสั่งของจักรวรรดิ ขณะที่ผู้บังคับบัญชาลืมชื่อและตัวตนของเขาไปนานแล้ว เขาก็ยังคงภักดีต่อจักรวรรดิโดยไม่ลืมชื่อของมัน

ฉันอยากมอบบ้านหลังใหม่ให้เขา มอบชื่อใหม่ให้เขา ค้นหาเกียรติประวัติเก่า ๆ ของเขา มอบรางวัลที่เหมาะสมให้เขา และแต่งตั้งให้เขากลับมารับราชการอีกครั้ง…… ฉันมักนึกภาพเขาปรับตัวเข้ากับชีวิตอย่างสงบสุข ในฐานะคนธรรมดา ในโลกที่สงบสุข

บ่ายวันหนึ่งที่เงียบสงบ เขาคงนั่งอยู่ในคาเฟ่ชานเมืองหลวง อ่านหนังสือพิมพ์ พลางพยายามปรับตัวเข้ากับยุคสมัยใหม่ที่เปลี่ยนแปลงไป แตกต่างจากภาพลักษณ์ในความทรงจำที่ผ่านมานับร้อยปี

ทว่า สุดท้ายแล้วมันก็เป็นเพียงจินตนาการ

จาคัลสิ้นใจลงในความมืดมิดของสถานที่แห่งนี้

ฉันยังจำเขาได้ จำชีวิตและความตายของเขา ความจงรักภักดีและเรื่องราวของเขา ฉันจำทุกอย่างได้ แต่จาคัลจากไปแล้ว

และแม้กระทั่งหลังความตาย เขาก็ยังทิ้งทุกสิ่งทุกอย่างที่เขาสร้างมาไว้ให้ฉัน

ฉันมองดูเหล่าสัตว์ประหลาดที่เรียงรายเป็นระเบียบภายในโคลอสเซียม ทั้งหมดเป็นสัตว์ประหลาดที่จาคัลฝึกฝนจนเชื่อง

หากรวมกับสัตว์ประหลาดที่ฉันจับได้ในช่วงเวลานั้นด้วยแล้ว ฉันสามารถจัดตั้งกองทัพขนาดเล็กได้เลยทีเดียว จากสัตว์ประหลาดเหล่านี้

……

ฉันสูดหายใจเข้าลึก ๆ

ฉันจำใบหน้าและชื่อของทุกคนที่ตายไปภายใต้ธงของฉันได้

พวกเขาตายไปแล้ว แต่พวกเขาทิ้งมรดกไว้บนสมรภูมิแห่งนี้ ทุกสิ่งที่สืบทอดต่อเนื่อง พันเกี่ยวกัน กลายเป็นรากฐานที่นำไปสู่ก้าวต่อไป

ดังนั้น ฉันจึงไม่สามารถแพ้ได้

ฉันจะแพ้ได้ยังไง? พวกสัตว์ประหลาดตัวจ้อยน่าสมเพชนั้น ธงของฉันคือสัญลักษณ์แห่งมรดกที่หลงเหลืออยู่ของผู้กล้าผู้ยิ่งใหญ่เหล่านั้น

“นี่ เจ้าข้ารับใช้”

เมื่อฉันเรียกก็อบลินคนใช้ มันรีบก้มตัวลงต่ำ

《คิวิค โปรดสั่งการ》

“นายคิดอย่างไรกับสัตว์ประหลาด... พวกแมลงวันบิน ที่กำลังบุกเข้ามาตอนนี้?”

ก็อบลินกลอกตา แล้วตอบอย่างระมัดระวัง

《เป็นสัตว์ประหลาดที่ไร้ค่าครับ》

“อย่างนั้นเหรอ?”

《คิวิค แต่ก่อนท่านจาคัล ท่านเจ้าของคนก่อน มักจะพูดกับพวกเราเสมอครับ》

“อะไร?”

《สิ่งที่ไร้ค่า นั่นแหละที่ยิ่งใหญ่ที่สุด และเป็นสิ่งที่เราต้องระวังมากที่สุด》

ก็อบลินกระแอมเบา ๆ แล้วพูดเสียงต่ำราวกับเลียนแบบเสียงของจาคัล

《การสร้างหอคอยสูงตระหง่าน เกิดจากการเรียงซ้อนอิฐก้อนเล็ก ๆ ที่ไร้ค่า และการทำลายหอคอยสูงตระหง่านนั้น ก็เริ่มต้นจากการดึงอิฐเพียงก้อนเดียวออกมาเช่นกัน》

……

“ท่านเคยอธิบายอย่างนั้นขณะซ่อมโคลอสเซียมด้วยมือของท่านเอง พร้อมกับอิฐก้อนหนึ่งในมือ คิวิค”

ก็อบลินมองฉัน แต่ก็ยังพูดต่อ

“แมลงวันเป็นเพียงสัตว์ประหลาดไร้ค่า แต่…มันก็เป็นสัตว์ประหลาดที่เพียงพอจะดึงอิฐก้อนนั้นออกมา”

“……ขอบคุณสำหรับคำแนะนำที่ดี”

นี่นับเป็นคำพูดของจาคัลได้ไหมนะ

ฉันไตร่ตรองคำแนะนำนั้น แล้วพยักหน้าให้ก็อบลินคนใช้

“เตรียมตัวออกรบ พวกนายทุกคนต้องร่วมรบในศึกครั้งนี้”

ก็อบลินคนใช้ทำความเคารพ

“จะไม่ทำให้ชื่อของท่านจาคัลเสื่อมเสียครับ คิวิก”

***

เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว ราวกับปีกแมลงวันกระพือ

เหล่าผู้กล้าและทหารฝึกฝนกลยุทธ์อย่างเชี่ยวชาญ เตรียมพร้อมรับมือกับปีศาจแมลงวัน

โรงตีเหล็กปั่นป่วนด้วยเสียงทั่งตี อุปกรณ์ต่อสู้หลากหลายถูกผลิตออกมาอย่างไม่หยุดหย่อน ขณะเดียวกัน โรงเล่นแร่แปรธาตุก็พลุกพล่านไม่แพ้กัน กับดักลวงหลอกจับแมลงวันถูกสร้างขึ้นอย่างต่อเนื่อง

บอดี้แบ็กและเบิร์นเอาท์ฝึกฝนอย่างหนัก พัฒนาความเชี่ยวชาญในการใช้อุปกรณ์ใหม่ ๆ กับดักถูกติดตั้งตามแนวรบต่าง ๆ ภายใต้การบัญชาการของฉัน

ช่างก่ออิฐและช่างไม้ทำงานอย่างขะมักเขม้น เสริมสร้างความแข็งแกร่งให้ฐานปฏิบัติการแนวหน้าและกำแพงป้อมปราการ ให้มั่นคงดั่งภูผา

พิฆาตแมลง กองทหารรับจ้างกลุ่มใหม่ ได้มอบคำแนะนำอันทรงคุณค่า ช่วยเหลืออย่างมืออาชีพในการกำจัดเหล่าแมลงร้าย

เพื่อรับมือกับการโจมตีที่ปนเปื้อนด้วยพิษร้ายของเหล่าแมลงวัน ทหารทุกนายจึงได้รับมอบชุดเกราะแข็งแกร่ง

เป็นชุดเกราะที่ป้องกันได้อย่างสมบูรณ์แบบ แม้แต่ส่วนข้อต่อก็ได้รับการปกป้องด้วยหนังชั้นดีที่เหนียวแน่น

ขณะที่เหล่าทหารกล้าและทหารราบกำลังเตรียมพร้อมอย่างแข็งขัน เหล่าจอมเวทย์ก็ไม่น้อยหน้า ต่างฝึกฝนอย่างเข้มข้นเช่นกัน

“พวกแกนี่! พวกเด็กงุ่มง่าม! ไม่รู้จักแม้แต่ตัว ม. ของคำว่าเวทมนตร์! ฉันต้องมาสอนพื้นฐานให้พวกแกอีกหรือไง!”

ภายใต้การบัญชาการของเดียร์มิดิน เหล่าจอมเวทย์แนวหน้าได้จัดระเบียบกลุ่มและกองทัพอย่างเป็นระบบ

โดยปกติแล้ว จอมเวทย์เป็นอาชีพที่ไม่ค่อยชอบร่วมงานกับใคร มักทำงานคนเดียว เป็นนิสัยส่วนตัว

ถึงแม้จะดูเป็นความคิดเห็นที่ลำเอียง แต่ก็เป็นความจริงที่ปฏิเสธไม่ได้

นั่นทำให้ประสิทธิภาพของกองทัพโดยรวมลดลงไปอย่างมาก

ฉันจึงขอร้องให้เดียร์มิดินรวมเหล่าจอมเวทย์แนวหน้าเข้าด้วยกันเป็นกองทัพเดียว และเดียร์มิดินก็ทำตามคำขอของฉันอย่างซื่อตรง

หลังจากการฝึกฝนอย่างเข้มข้น เหล่าจอมเวทย์สามารถประสานเวทมนตร์ร่วมกันได้อย่างคล่องแคล่ว โดยการจัดตำแหน่งตามธาตุที่ใช้

และหลังจากการฝึกฝนอย่างหนักหน่วงร่วมกันนั้น…

“คุณตา!”

“หนูไม่เข้าใจส่วนนี้ของเวทมนตร์เลยค่ะ คุณตา!”

“ช่วยสอนพิเศษหนูหน่อยนะคะ!”

“พวกแก! พวกไม่เอาไหน! ฉันไม่ใช่คุณตาของพวกแก… เอ๋!”

เดียร์มิดินมองไปรอบ ๆ เห็นเหล่าจอมเวทย์ตัวน้อย ๆ มารวมตัวกันจิก ๆ จี๋ ๆ เหมือนฝูงลูกไก่ เขาจึงส่ายหัวถอนหายใจเบา ๆ แล้วพูด

“ฉันจะอธิบายแค่ครั้งเดียว จำให้ดีล่ะ เข้าใจไหม?”

เดียร์มิดินพูดอย่างเข้มแข็ง เหล่าจอมเวทย์ตัวน้อย ๆ ตอบพร้อมกันว่า “ค่ะ”

เดียร์มิดินบ่นพึมพำอยู่คนเดียว แต่ในฐานะเจ้าของหอคอยงาช้าง เขาก็สอนเหล่าจอมเวทย์ตัวน้อย ๆ อย่างเอาใจใส่และมีประสิทธิภาพ

ฉันอมยิ้มเบา ๆ พลางมองเหล่าจอมเวทย์นั่งกลุ่มกัน พูดคุยถึงเวทมนตร์อย่างออกรสออกชาติ

“…….”

เวลาเตรียมตัวผ่านพ้นไปแล้ว

ฉันจ้องมองไปทางทิศใต้ กัดริมฝีปากแน่น

พรุ่งนี้… จะเป็นวันที่สัตว์ประหลาดคลานออกมาจากทะเลสาบ

***

คืนนั้น

“…….”

คูอิลันนั่งอยู่บนหลังคาค่ายทหาร มองท้องฟ้ากว้างไกล

ขณะที่คูอิลันกำลังเหม่อลอย มีเสียงครางเบา ๆ ดังขึ้นพร้อมกับฝีเท้าที่ค่อย ๆ ปีนบันไดขึ้นมาบนหลังคา

“ฮึบ!”

เมื่อคูอิลันหันไปมอง ก็เห็นเจ้าหญิงยุนกำลังปีนขึ้นมาอย่างทุลักทุเล

“มาทำอะไรที่นี่ คูอิลัน?”

ยุนถามด้วยน้ำเสียงกระปรี้กระเปร่า ยิ้มละไมพลางหรี่ตาสีเหลืองทองอร่ามใต้แสงจันทร์ในคืนฤดูร้อนอันสดใส เส้นผมสีงาช้างของเธอรำไรระยับราวกับแสงจันทร์สะท้อน

คูอิลันมองยุนอย่างรวดเร็ว ใบหน้าร้อนผ่าวด้วยความเขินอาย ก่อนจะหันไปมองท้องฟ้าอีกครั้ง

“ผมกำลังดูดวงจันทร์อยู่ครับ”

“อืม… แสงจันทร์ดูจาง ๆ นะคะ?”

ดวงจันทร์บนท้องฟ้าเป็นเพียงเสี้ยวจันทร์บาง ๆ คล้ายเล็บ

ยุนเพ่งมองรูปทรงของดวงจันทร์ ก่อนจะหันกลับมามองคูอิลันอีกครั้ง

“อย่างนี้เอง… ถึงได้ไม่มีขนสวย ๆ ใช่ไหมคะ?”

“……ใช่ครับ”

คูอิลันอยู่ในรูปร่างมนุษย์ ไม่ใช่ร่างครึ่งคนครึ่งสัตว์อีกต่อไป

ตั้งแต่ดวงจันทร์ข้างแรมจนถึงดวงจันทร์เต็มดวง และตั้งแต่ดวงจันทร์เต็มดวงจนถึงดวงจันทร์ข้างขึ้น ในคืนเดือนเพ็ญ เผ่าต้นเมเปิลผู้มีรูปกายครึ่งคนครึ่งสัตว์ จะปรากฏกายในรูปร่างของสัตว์ครึ่งคนครึ่งสัตว์ ส่วนในคืนเดือนมืด พวกเขาจะอยู่ในรูปร่างของมนุษย์ ลักษณะภายนอกเปลี่ยนแปลงไปตามจังหวะของดวงจันทร์

เมื่ออยู่ในรูปร่างมนุษย์ พลังกายจะลดลง ซึ่งเป็นเรื่องน่ากังวลสำหรับคูอิลันที่ต้องอยู่แนวหน้าในการต่อสู้

โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสงครามครั้งนี้ ที่คาดการณ์ว่าศัตรูจะแข็งแกร่งยิ่งกว่าครั้งไหน ๆ ……

“อย่ากังวลไปเลย! ถ้าเกิดอะไรขึ้น ฉันจะปกป้องนายเอง!”

ยุนพูดด้วยความมั่นใจพลางชักแขนเสื้อขึ้นเล็กน้อย

“…….”

คูอิลันมองยุนเงียบ ๆ ลังเลอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะค่อย ๆ พูดออกมา

“คุณยุน ผมมีเรื่องจะพูด……”

“อย่าพูดเลยค่ะ”

ยุนพูดแทรกขึ้นมาทันควัน คูอิลันเบิกตาโพลง

“อ-อะไรนะครับ ผม……”

“ฉันรู้ค่ะ ว่านายอยากจะพูดอะไร และฉันก็รู้ว่านายยังไม่เปิดใจรับฉัน”

“…….”

หลังจากงานเลี้ยงคืนนั้น คูอิลันและยุนก็อยู่ด้วยกันตลอด ยุนแสดงความรักต่อคูอิลันอย่างไม่ปิดบัง

แต่…… แม้ว่าคูอิลันจะรู้สึกดีกับยุน หัวใจของเขาก็ยังคงปิดตายอยู่

ยุนถอนหายใจเฮือกหนึ่ง

“ความรักมันยากจังนะคะ ฉันคิดว่าตัวเองก็เป็นผู้หญิงที่ดี ทำไมฉันถึงไม่ได้รับความรักบ้างเลย……”

ยุนพิงคางลงบนฝ่ามือ มองขึ้นไปบนท้องฟ้าที่มืดครึ้ม

“แต่เอาจริง ๆ ฉันไม่อยากอกหักก่อนการรบครั้งใหญ่แบบนี้นะคะ”

“…….”

“งั้น เรามาเป็นเพื่อนกันก่อนนะคะ แค่ไม่กี่วันเอง ได้ไหมคะ?”

ยุนยิ้ม หันไปมองคูอิลัน

รอยยิ้มที่เคยมั่นใจ วันนี้กลับดูขมขื่น ทำให้คูอิลันอึ้งไปชั่วขณะ

โอ้ย แล้วน้องจะปักธงทำไม (ปล.กระผมกลับมาแล้ว วงการแปลมังฮวาแข่งกันหนักมากกก ซึ่งไม่มีใครไหวผมอะบอกเลย จิ้ดจัด แต่ขอสารภาพ เจอการกลั่นแกล้งว่ะคุณ ผมแปลไวเกินแล้วไปขัดขาเจ้าใหญ่มั้ง แม่งเอาเรื่องผมไปลงในเว็บปล่อยฟรีมันเลย 5555 ขอกลับมาซบอกนิยายดีกว่า และแน่นอน จบแน่ภายในเดือนนี้ รอเลยจ้า)

ติดตามผู้แปลเพื่อเป็นกำลังใจให้ได้ที่แฟนเพจ:ยักษาแปร ขอร้องล่ะนะ plsss

จบบทที่ ◈บทที่ 565. [เนื้อเรื่องเสริม] ก่อนพายุ (3)

คัดลอกลิงก์แล้ว