- หน้าแรก
- ข้ากลายเป็นทรราชในเกมป้องกันเมือง
- ◈บทที่ 564. [เนื้อเรื่องเสริม] ก่อนพายุ (2)
◈บทที่ 564. [เนื้อเรื่องเสริม] ก่อนพายุ (2)
◈บทที่ 564. [เนื้อเรื่องเสริม] ก่อนพายุ (2)
【แปลโดยฝีมือ...ยักษาแปร...มาติดตามได้ที่แฟนเพจหรือเพื่อติดตามเอาข่าวสารได้นะ】
【แค่ คอมเมนต์หรือกดถูกใจแฟนเพจ ก็เหมือนการให้กำลังใจแล้วนะครับ รบกวนกดถูกใจและ comment กันหน่อยน๊า ;-;】
【Thai-novelจะทำการลงไวกว่าที่อื่นทุกที่ เป็นจำนวน 5 ตอน แต่เรื่องราคาแพงกว่าที่อื่นนิดหน่อย】
◈บทที่ 564. [เนื้อเรื่องเสริม] ก่อนพายุ (2)
ปัจจุบัน บนแนวรบแนวหน้าที่ปกป้องโลก เผ่าพันธุ์ต่าง ๆ กำลังแผ่ขยายอิทธิพลอย่างเห็นได้ชัด
พวกเขาเข้าร่วมสงครามด้วยเงื่อนไขการได้รับอิสรภาพ จึงทุ่มเทอย่างสุดกำลังเพื่อชัยชนะในศึกครั้งนี้
แม้ประเทศมนุษย์จะสนับสนุนกำลังพลและเสบียงอย่างล้นเหลือ แต่เผ่าพันธุ์ต่าง ๆ ก็ระดมทรัพยากรที่มีทั้งหมดมาสนับสนุนสงครามเช่นกัน
เหล่าเอลฟ์ คนแคระ มนุษย์สัตว์ กำลังพลจากทั่วทุกมุมโลกถูกระดมเข้ามาอย่างต่อเนื่องไม่ขาดสาย
กองทัพหลักของเผ่าเงือก แม้จะเข้าร่วมล่าสุดในบรรดา 4 เผ่าพันธุ์ใหญ่ แต่พวกเขาก็ขนย้ายเรือเหาะประจำเผ่ามาอย่างยิ่งใหญ่
‘จะเรียกว่าเรือเหาะได้หรือเปล่าก็ไม่แน่ใจเหมือนกันนะ…….’
หอยขนาดมหึมาที่บินได้……? ประมาณนั้นล่ะ
ของดั้งเดิมมันคล้ายเรือดำน้ำใต้น้ำมากกว่า แต่บินได้ งั้นก็คงเรียกว่าเรือเหาะล่ะนะ……?
อย่างไรก็ตาม 4 เผ่าพันธุ์ใหญ่ครอบครองบทบาทสำคัญในแนวรบปัจจุบัน และยังเป็นตัวแทนของเผ่าพันธุ์เล็ก ๆ อื่น ๆ อีกด้วย
ฉันตั้งใจจะเตือนพวกเขาเกี่ยวกับการป้องกันครั้งนี้แบบตรงไปตรงมา เมื่อได้พบกัน แล้วค่อยไปแจ้งราชาองค์อื่น ๆ ในวันพรุ่งนี้……
“การป้องกันครั้งนี้ จะไม่ง่ายเลย”
ฉันกล่าวพลางหันไปมองราชาทั้งสี่
“ผมส่งทูตไปเมืองหลวงแล้วครับ ศัตรูในศึกครั้งนี้…เป็นสัตว์ประหลาดบินได้ ดังนั้นผมจึงขอสนับสนุนกำลังเรือเหาะจากทางจักรวรรดิเอเวอร์แบล็กให้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้”
เมื่อได้ยินคำขอสนับสนุนกำลังเรือเหาะจากจักรวรรดิเอเวอร์แบล็ก สีหน้าราชาทั้งสี่ก็เปลี่ยนไป ดูเคร่งเครียดขึ้น
“หมายความว่า…จะมีสัตว์ประหลาดที่แข็งแกร่งกว่าที่เราเคยเผชิญมาอีกเหรอครับ?”
ราชาคนแคระ เคลลิซอน เป็นคนแรกที่เอ่ยถามด้วยน้ำเสียงกังวล
“กำลังพลของเราก็แข็งแกร่งมากอยู่แล้วนี่ครับ เราสามารถรับมือการโจมตีครั้งที่แล้วได้ด้วยความเสียหายน้อยที่สุด”
“…….”
“ทำไมถึงคิดว่าการป้องกันในครั้งนี้จะยากกว่า?”
สายตาของทุกคนจับจ้องมาที่ฉัน ฉันสูดหายใจเข้าลึก ๆ ก่อนจะเริ่มอธิบายอย่างช้า ๆ ด้วยน้ำเสียงที่พยายามจะให้ดูราบเรียบที่สุดเท่าที่จะทำได้
“……ผมอาจจะพูดอะไรแปลก ๆ ไปบ้างนะครับ”
ฉันเหลือบมองไปรอบ ๆ ที่ราชาทั้งหลายนั่งฟังอยู่ด้วยสีหน้าเคร่งเครียด
“สัตว์ประหลาดพวกนั้น…มันสงบเสียเหลือเกิน”
“สงบ? นั่นเป็นปัญหาสินะ?”
“……พวกคุณคงได้ยินข่าวแล้วสินะครับว่าศัตรูที่จะมาโจมตีในครั้งต่อไป…คือ กองทัพปีศาจแมลงวัน”
ราชินีภูตสเคิร์ดที่นั่งฟังอยู่เงียบ ๆ ตอบขึ้นมาเบา ๆ
“ใช่ ฉันได้ยินมาแล้ว พวกแมลงน่าขยะแขยงนั่นสินะ ที่เป็นศัตรูของเราในครั้งนี้?”
“ใช่แล้วครับ”
“แต่เจ้าชายแอช… ปีศาจแมลงวันนี่มันสัตว์ประหลาดที่ยังหลงเหลืออยู่ในยุคปัจจุบันนี่นะ พวกมันยังคงขยายพันธุ์อยู่ในสถานที่สกปรกทั่วโลกเลย”
เหมือนกับ… พวกผิวเขียว แมลงวันยักษ์ เป็นสัตว์ประหลาดที่เป็นปัญหาโลกแตกของมนุษยชาติในปัจจุบัน… ไม่ว่าจะมองในแง่ไหนก็ชินตาเสียเหลือเกิน
“ถึงจะเป็นศัตรูที่น่ารังเกียจก็เถอะ แต่ทุกคนก็รู้วิธีรับมือกันหมดแล้ว ฉันไม่ค่อยเข้าใจเลยว่าทำไมต้องระวังขนาดนี้ด้วย”
ฉันค่อย ๆ ประสานมือเข้าหากันช้า ๆ
“จากรายงานของทีมสำรวจดันเจี้ยนในปัจจุบัน ปีศาจแมลงวันทุกตัวจะหนีไปทันทีที่เจอพวกเรา”
“นั่นมันแปลกตรงไหนเหรอ?”
“แปลกสิครับ!”
ฉันส่ายหัวไปมาเบา ๆ
“สัตว์ประหลาดไม่หนีเมื่อเห็นมนุษย์หรอกครับ พวกมันจะฆ่าตามสัญชาตญาณ”
“……!”
“ถ้าเป็นสัตว์ประหลาดที่มีสติปัญญา พวกมันอาจจะหนีไปเพื่อล่อให้มนุษย์เข้ากับดัก แต่ปีศาจแมลงวันมันไม่มีสติปัญญาขนาดนั้นหรอก”
สีหน้าของราชาทั้งสี่เต็มไปด้วยความตึงเครียด ฉันจึงพูดต่อ
“ตลอดระยะเวลาที่เราสำรวจดันเจี้ยนอย่างอิสระ ฝ่ายเราก็ไม่เสียหายอะไรเลย และยังคงยึดครองดันเจี้ยนต่อไปได้”
ขณะนั้น กองทัพมังกรทมิฬและกองทัพปีศาจผู้พิทักษ์กำลังปะทะกันอย่างดุเดือดในส่วนลึกของดันเจี้ยน
ดังนั้น การเข้าไปในเขตที่ 8 ขึ้นไปจึงเป็นเรื่องยาก ทว่า เราก็สามารถกวาดล้างปีศาจแมลงวันในเขตที่ 7 ได้อย่างราบคาบแล้ว
การยึดครองเขตที่ 7 ใกล้สมบูรณ์แล้ว…
……แต่ตรงนี้แหละคือปัญหา
สัตว์ประหลาดไม่ขัดขืน แมลงวันแตกกระจายหนีทันทีที่เราปรากฏตัว เรากำลังยึดครองดันเจี้ยนที่ว่างเปล่าอยู่
“มันแปลก…สงบเกินไป”
ราวกับความสงบก่อนพายุ ความเงียบสงัดที่น่าหวั่นเกรงปกคลุมอาณาจักรแห่งทะเลสาบ และกำลังแผ่ขยายออกไปนอกทะเลสาบ
“และเหนือสิ่งอื่นใด สัญชาติญาณของผมบอกว่า…”
ในโลกนี้ไม่มีใครต่อสู้กับสัตว์ประหลาดมามาก และรู้จักสัตว์ประหลาดดีเท่าฉัน สัญชาติญาณของฉัน…ถึงจะฟังดูอวดดีไปหน่อย…แต่บางครั้งก็แม่นยำกว่าการคาดการณ์ใด ๆ
“การต่อสู้ครั้งนี้…จะยากลำบากและหนักหนาสาหัส”
“…”
“…”
ความเงียบปกคลุมไปทั่ว
สเคิร์ดที่นิ่งเงียบอยู่ครู่ใหญ่ ค่อย ๆ เอ่ยขึ้น
“งั้นคิดว่าจะเป็นยังไงบ้างล่ะ เจ้าชายแอช?”
“…”
“ศัตรูจะแข็งแกร่งแค่ไหน และเราจะเสียหายมากแค่ไหน…ท่านคาดการณ์ไว้แค่ไหน?”
ฉันลังเลอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะพูดติด ๆ ขัด ๆ
“ทุกคนครับ…”
ในที่สุดฉันก็เอ่ยออกไป
“พวกคุณ…ได้เขียนพินัยกรรมกันหรือยังครับ?”
สีหน้าของราชาทั้งสี่ซีดเผือดลงทันที
ฉันสูดหายใจเข้าลึก ๆ แล้วมองหน้าพวกเขาไปทีละคน
“หวังว่าความกังวลทั้งหมดของผมจะเป็นเพียงความกังวลเกินไป แต่ในการต่อสู้ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต……เราทุกคนอาจตายได้ทุกเมื่อ”
ความยากลำบากจะทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ
จนถึงตอนนี้ เราสามารถลดความเสียหายได้ด้วยการเพิ่มกำลังพลและเสบียงจำนวนมาก รวมถึงพลังเสริมจากตัวผมเอง
แต่ต่อไปนี้จะไม่เหมือนเดิมอีกแล้ว
“พรุ่งนี้ผมจะไปบอกราชาองค์อื่น ๆ ด้วย……แต่ผมรู้สึกไม่ดีกับการต่อสู้ครั้งนี้เป็นพิเศษจริง ๆ”
“…….”
“ผมขอเตือนไว้ก่อนเลย ในการต่อสู้ครั้งนี้……ไม่สิ ต่อจากนี้ไป พวกคุณไม่ควรออกไปรบในแนวหน้าอีกแล้ว”
นี่คือเหตุผลที่ฉันต้องพูดเรื่องนี้กับพวกเขา
โลกแห่งจินตนาการอันแสนบอบบางนี้
โลกที่เหล่าผู้ครองมงกุฎยังคงมองว่าการออกไปรบในแนวหน้าเป็นเกียรติยศ เป็นความโรแมนติกที่ล้าสมัยเสียแล้ว
ถึงจะไม่ใช่การกระทำที่ผิดเสียทีเดียว เพราะในโลกนี้ที่มีปาฏิหาริย์อย่างเวทมนตร์อยู่จริง ราชาที่ใช้พลังนั้นก็เป็นนักรบที่แข็งแกร่ง แต่……
อย่างไรก็ตาม พวกเขาเป็นผู้นำของแต่ละกลุ่ม
แม้ชีวิตจะมีค่าเท่ากัน แต่ตำแหน่งก็ไม่ใช่เช่นเดียวกัน การตายของพวกเขาจะส่งผลกระทบร้ายแรงต่อกลุ่มของตนมากกว่า
“ถอยไปอยู่ที่กองบัญชาการ ไปช่วยบัญชาการกลุ่มของพวกคุณเถอะ”
แล้วฉันก็ได้แต่ยิ้มบาง ๆ ออกมา
“……แต่พวกคุณคงไม่ทำอย่างนั้นหรอกนะครับ”
บรรดาราชาผู้ดื้อดึงเหล่านั้น ตั้งแต่ฉันบอกว่าอย่าออกไปรบในแนวหน้า พวกเขาก็เตรียมพร้อมจะโต้แย้งอยู่แล้ว
และพูดตามตรง
ศัตรูไม่ใช่พวกที่เราจะประมาทได้ถึงขนาดเอาเหล่าราชาซึ่งเป็นนักรบที่แข็งแกร่งที่สุดของแต่ละกลุ่มไปไว้ที่แนวหน้า
“ดังนั้นผมถึงได้บอกพวกคุณไว้ ให้เตรียมพินัยกรรมและผู้สืบทอดไว้เผื่อเหตุการณ์ไม่คาดฝัน”
ฉันต้องเตือนพวกเขาไว้บ้าง
อย่างจริงจัง ต่อจากนี้ไป
เพื่อให้พวกเราทุกคนตระหนักอย่างชัดเจนว่า เราต้องต่อสู้โดยเผชิญหน้ากับความตายอย่างใกล้ชิด
“ผมจะแถลงเกี่ยวกับกองทัพปีศาจแมลงวันในวันพรุ่งนี้ เมื่อราชาองค์อื่น ๆ มารวมตัวกัน”
ฉันลุกขึ้นยืนพลางเกาหัวอย่างเขิน ๆ
“……ขอโทษนะครับ ที่พูดเรื่องหนัก ๆ ในช่วงเย็น”
“ไม่ต้องขอโทษหรอก เจ้าชายแอช”
ราชาแห่งเงือก ราชาโพไซดอนผู้ที่นั่งฟังเงียบ ๆ พยักหน้าเบา ๆ
“เรื่องแบบนี้ ยิ่งเลื่อนออกไป ยิ่งเจ็บปวด”
ขณะนั้น ราชาแห่งเงือกเลิกใช้ภาษามือแล้ว และพูดคุยอย่างสบาย ๆ
ฉันโค้งคำนับราชาทั้งสามองค์ ก่อนจะสบตาคู่อิลันอย่างนุ่มนวล ก่อนจะกล่าวคำลาแล้วจากไป
……
ฉันเหลือบมองกลับไปในห้อง ราชาทั้งสี่ต่างจมอยู่ในภวังค์แห่งความคิด ใบหน้าเคร่งเครียดครุ่นคิด
***
ฉันมาถึงค่ายทหารของเหล่าเผ่าพันธุ์ต่าง ๆ ด้วยเป้าหมายเดียว คือการเรียกบอดี้แบ็กและเบิร์นเอาท์มาพบ
“บอดี้แบ็ก เบิร์นเอาท์ นานแล้วนะที่เราได้คุยกันแบบนี้”
เอลฟ์ทั้งสองที่ได้พบกันอีกครั้ง ยิ้มให้ฉัน ฉันจึงยิ้มตอบกลับไป
“สำหรับการป้องกันครั้งนี้ พวกเธอสองคนจะทำงานเป็นทีมอิสระ”
ฉันกล่าวถึงเรื่องสำคัญทันที เสียงเรียบเฉียบแต่หนักแน่น
บอดี้แบ็กและเบิร์นเอาท์ ทั้งคู่ได้บรรลุถึงขั้นแห่งการตื่นรู้ ปลดปล่อยศักยภาพสูงสุดของตนออกมาแล้ว
ฉันตั้งใจจะสร้างอุปกรณ์ใหม่ให้พวกเธอจากวัตถุดิบที่ได้มาจากการต่อสู้ครั้งก่อน
สร้างอุปกรณ์ป้องกันจากเกราะเหล็กแข็งแกร่งของราชสีห์กายาเหล็ก
และสร้างอุปกรณ์โจมตีจากแกนกลางของสัตว์ประหลาดแดนดิไลออน พลังอำนาจที่ซ่อนอยู่ภายในรอการปลดปล่อย
ฉันจะมอบหมายให้บอดี้แบ็กและเบิร์นเอาท์ แต่ละคนรับผิดชอบการใช้งานชิ้นส่วนเหล่านั้น
“อุปกรณ์ทั้งสองชิ้นนี้ไม่ใช่อุปกรณ์หรืออาวุธส่วนตัวทั่วไป แต่เป็นอุปกรณ์และอาวุธป้องกันขนาดใหญ่ พวกเธอไปที่โรงตีเหล็กตั้งแต่วันพรุ่งนี้ เพื่อช่วยกันประสานงานในการผลิตอุปกรณ์”
“ค่ะ!”
บอดี้แบ็กตอบรับเสียงดังแทนเบิร์นเอาท์ที่ถูกปิดปากไว้ ฉันพยักหน้ารับรู้
“สัตว์ประหลาดที่เราต้องรับมือในการป้องกันครั้งนี้คือแมลงวัน เวทมนตร์หลายชนิดใช้ได้ผล แต่สิ่งที่เหมาะสมที่สุดในการกวาดล้างพวกมันที่มารวมตัวกันเป็นฝูงก็คือ…การระเบิด”
เบิร์นเอาท์ยกมุมปากขึ้นเล็กน้อย ฉันหันไปมองบอดี้แบ็ก
“เบิร์นเอาท์ใช้การโจมตีเพื่อกวาดล้างพวกมันทั้งหมด ส่วนบอดี้แบ็ก ใช้พลังที่ตื่นรู้ขึ้นมาของเธอเพื่อหยุดการโจมตีของพวกมันทั้งหมด”
ฉันกำมือแล้วเขย่าเบา ๆ
“ให้พวกสัตว์ประหลาดได้รับบทเรียนกันเถอะ”
“ไว้ใจได้เลยค่ะ ฝ่าบาท”
บอดี้แบ็กยิ้มพลางยกมือขึ้นมาวางไว้บนหน้าอก
“ฉันจะทุ่มเทด้วยเกียรติของกองพลเงา จะไม่ทำให้ผิดหวังอย่างแน่นอน”
“…”
ฉันมองหน้าเอลฟ์ทั้งสองที่ยังดูเด็กอยู่ แล้วก็พูดไม่ออกชั่วขณะ
ก็อตแฮนด์ โอลด์เกิร์ล สกัล และบอดี้แบ็ก เบิร์นเอาท์
เพื่อนร่วมทางคนแรกของฉันที่เคยมีถึงห้าคน ตอนนี้เหลือเพียงสองคน แต่พวกเขาก็ยังคงสู้เคียงข้างฉันอยู่
“ขอบคุณนะ พวกเธอ”
ฉันจับไหล่ของเอลฟ์ทั้งสองเบา ๆ
“ขอบคุณจริง ๆ …”
***
วันรุ่งขึ้น
ฉันได้รวบรวมหัวหน้าจากแต่ละประเทศและองค์กรแนวหน้าในการป้องกันโลก จากนั้นก็อธิบายข้อมูลคร่าว ๆ และวิธีจัดการกับกองทัพปีศาจแมลงวัน
ถึงจะดูคล้ายแมลงวันบนโลก แต่สัตว์ประหลาดพวกนี้กลับแตกต่างจากแมลงวันธรรมดาอย่างสิ้นเชิง ขนาดตัวก็ต่างกันลิบลับ
แมลงวันบนโลกช่วยผสมเกสรให้พืช ตัวอ่อนของมันก็ยังใช้เป็นยาได้ จึงนับว่ามีประโยชน์อยู่บ้าง แต่ปีศาจแมลงวันพวกนี้…ไม่ใช่เลย
พวกมันกินไม่เลือก อาศัยอยู่แต่ในที่สกปรก จึงเต็มไปด้วยเชื้อโรคและสิ่งสกปรกโดยธรรมชาติ
มันจะใช้ขาและปากแหลมคมที่ติดดีบัฟสารพัดจู่โจมเรา
ฉันหยุดภาวะผิดปกติทางจิตใจและดีบัฟอื่น ๆ ได้ แต่การโจมตีที่ปนเปื้อนของมันเป็นดีบัฟทางกายภาพล้วน ๆ
ถ้าติดเชื้อ ต้องใช้เวทมนตร์ชำระล้างของนักบวชหรือน้ำศักดิ์สิทธิ์ช่วยรักษา
และ…มันขยายพันธุ์ได้เร็วมาก
จริง ๆ แล้วมันไม่ได้สืบพันธุ์ตามปกติ แต่กองทัพปีศาจแมลงวันจะมี ‘ไข่’ หรือ ‘ตัวอ่อน’ เป็นทรัพยากรสำรองอยู่
หากขาด ‘อาหาร’ พวกมันจะจำศีล แต่ถ้ามี ‘อาหาร’ เพียงพอ ก็จะฟักตัว เปลี่ยนรูปร่าง และพัฒนาเป็นตัวเต็มวัยในทันที
โดยทั่วไปแล้วก็เป็นเช่นนี้…และนี่คือข้อดีที่สุด
มันโง่
มันแทบไม่มีสติปัญญา จึงกำจัดได้ง่าย ๆ ด้วยกับดักต่าง ๆ สมาคมนักเล่นแร่แปรธาตุก็กำลังเตรียมกับดักไว้พร้อมสรรพ
“ถ้าแค่เนี้ย…ก็ไม่ยากหรอก”
แต่สัญชาติญาณของฉันบอกว่า
เรื่องนี้มันต้องมีอะไรมากกว่านี้……
“การป้องกันครั้งนี้จะไม่ง่ายเลย”
ฉันบอกราชาที่มารวมตัวกันในวันนี้ เช่นเดียวกับที่ฉันได้เตือนราชาทั้งสี่เมื่อวาน ให้ระวังอย่าประมาทออกไปรบในแนวหน้า
และขอให้รีบเขียนพินัยกรรมเตรียมไว้ด้วย
นี่เป็นครั้งแรกที่ฉันเตือนอย่างจริงจัง ทุกคนจึงแสดงสีหน้าตกตะลึง ทว่าตอนนี้ราชาองค์อื่น ๆ ที่มารวมตัวกันที่นี่ ก็เริ่มคุ้นเคยกับการต่อสู้กับสัตว์ประหลาดไปแล้ว
“คิดว่าฉันจะหวั่นไหวแค่ได้ยินคำพูดนั้นงั้นเหรอ เจ้าชายแอช?!”
“ถ้าหนีจากที่นี่ไป ฉันจะโดนราชาองค์อื่น ๆ เยาะเย้ยแน่……!”
“ขอบใจสำหรับความห่วงใย แต่ตอนนี้พวกเราคุ้นเคยกับการต่อสู้กับสัตว์ประหลาดแล้ว! ถ้ามันสู้ได้ พวกเราก็จะสู้!”
บรรดาราชาต่างส่งเสียงดัง
แม้แต่พวกที่เคยพยายามหนีไปก่อนหน้านี้ในปฏิบัติการยึดครองเมืองหลวง ก็พร้อมที่จะสู้เคียงบ่าเคียงไหล่กัน
เพราะพวกเราได้ร่วมทุกข์ร่วมสุขกันมานาน
ถึงแม้ยังคงมีการทะเลาะเบาะแว้งและการแย่งชิงอำนาจกันอยู่บ้าง แต่ดูเหมือนว่าความผูกพันฉันท์เพื่อนร่วมรบจะค่อย ๆ ก่อตัวขึ้นในใจของทุกคน
……หวังว่าจะเป็นเช่นนั้นจริง ๆ
ฉันยิ้มอย่างขมขื่น พลางกล่าวเบา ๆ
“ผมก็จะพยายามอย่างสุดความสามารถเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝันเช่นนั้นขึ้น”
ฉันพูดพลางล้วงมือลงไปในกระเป๋าโดยไม่รู้ตัว กระดาษพับบาง ๆ ส่งเสียงกรุบกรอบแผ่วเบา
นั่นคือพินัยกรรมของฉัน
เตรียมไว้ล่วงหน้า…เผื่อเหตุการณ์เลวร้าย
……
ฉันกำกระดาษแน่นมือ ภาวนาในใจ
ขอให้ทั้งหมดนี้เป็นเพียงความตื่นตระหนก เพียงแค่ความหวาดกลัวของฉันเท่านั้น
ขอให้เมื่อศึกสงครามสงบลง ฉันจะโดนราชาองค์อื่น ๆ ตำหนิว่า… ว่าทำไมถึงได้ตื่นตระหนกขนาดนี้
ฉันได้แต่หวังเช่นนั้น อย่างสุดหัวใจ
ติดตามผู้แปลเพื่อเป็นกำลังใจให้ได้ที่แฟนเพจ:ยักษาแปร ขอร้องล่ะนะ plsss