- หน้าแรก
- ข้ากลายเป็นทรราชในเกมป้องกันเมือง
- ◈บทที่ 561. [ฝั่งปีศาจ] ป้อมปราการที่ไม่สามารถตีแตกได้ (10)
◈บทที่ 561. [ฝั่งปีศาจ] ป้อมปราการที่ไม่สามารถตีแตกได้ (10)
◈บทที่ 561. [ฝั่งปีศาจ] ป้อมปราการที่ไม่สามารถตีแตกได้ (10)
【แปลโดยฝีมือ...ยักษาแปร...มาติดตามได้ที่แฟนเพจหรือเพื่อติดตามเอาข่าวสารได้นะ】
【แค่ คอมเมนต์หรือกดถูกใจแฟนเพจ ก็เหมือนการให้กำลังใจแล้วนะครับ รบกวนกดถูกใจและ comment กันหน่อยน๊า ;-;】
【Thai-novelจะทำการลงไวกว่าที่อื่นทุกที่ เป็นจำนวน 5 ตอน แต่เรื่องราคาแพงกว่าที่อื่นนิดหน่อย】
◈บทที่ 561. [ฝั่งปีศาจ] ป้อมปราการที่ไม่สามารถตีแตกได้ (10)
เผ่าปีศาจมีพลังพิเศษเป็นของตนเอง
‘การสังเวย’ พลังนี้ใช้การเสียสละชีวิตของเผ่าพันธุ์เดียวกันเพื่อฟื้นฟูหรือเพิ่มพูนพลังให้ผู้ใช้
โดยปกติแล้ว ปีศาจเป็นเผ่าพันธุ์ที่ยอมรับการถวายบูชาจากเหล่าผู้ศรัทธา และใช้พลังจากการบูชานั้นเสริมสร้างพลังของตนเองให้ยิ่งใหญ่ขึ้น
พลัง ‘การสังเวย’ นั้นคือพิธีกรรมที่รวบรวมกลไกนี้เข้าไว้ด้วยกันอย่างสุดขั้ว ผู้ใช้พลังนี้จะบังคับให้ปีศาจที่อยู่ในเผ่าพันธุ์ต่ำกว่าตนเองกลายเป็นเครื่องสังเวย
อิมป์ คือปีศาจเผ่าพันธุ์ที่เหมาะสมที่สุดสำหรับการเป็น ‘เครื่องสังเวย’
ตัวเล็ก รูปร่างน่าเกลียด ไร้ซึ่งพลัง
เหมือนกับเสบียงสำรองที่พกพาสะดวก เมื่อปีศาจระดับสูงต้องการฟื้นฟูหรือเพิ่มพลัง ก็เพียงแต่กินอิมป์เข้าไปเท่านั้นเอง ปีศาจชั้นต่ำเช่นนั้นไม่สำคัญนักหรอก
อิมป์จึงพัฒนาตนเองให้ถูกกินได้ง่ายขึ้น เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุดสำหรับปีศาจระดับสูงที่ใช้มันเป็นเครื่องสังเวย
เมื่อกลายเป็น ‘เครื่องสังเวย’ อิมป์จะช่วยเพิ่มค่าสถานะบางอย่างให้แก่ปีศาจระดับสูงที่กินมันเข้าไป อาจเป็นการเสริมพลังชั่วคราว หรือเพิ่มพลังป้องกัน หรือบัฟต่าง ๆ เช่นนั้น
ทั้งตอนมีชีวิตอยู่และหลังความตาย อิมป์จึงเป็นเสมือนลูกมือที่คอยทำสารพัดงาน และเป็นอาหารที่มอบบัฟให้แก่ปีศาจผู้ยิ่งใหญ่
อิมป์…นั่นคือเผ่าพันธุ์เช่นนั้น
อิมป์ถูกมองว่าเป็นเพียงเครื่องมือ ถูกบงการให้ทำตามคำสั่งของปีศาจตนอื่น ๆ เสมอมา นั่นเป็นความจริง
โรว์ ผู้บัญชาการกองทัพอิมป์ก็เช่นกัน
เขาใช้ชีวิตอยู่ภายใต้เงื้อมมือของปีศาจชั้นสูง รับใช้มาโดยตลอด
การได้รับคทาบัญชาการการโจมตีครั้งนี้ ก็เพราะเหล่าผู้บัญชาการกองทัพปีศาจส่วนใหญ่ ต่างมุ่งหน้าไปประจำการแนวหน้า ต่อกรกับมังกรทมิฬจนหมดสิ้นแล้ว
เขาจึงได้โอกาสนี้ เพราะเป็นเพียงผู้บัญชาการกองทัพที่อ่อนแอ ไม่แข็งแกร่งพอจะไปประจำการแนวหน้าได้
พลังของปีศาจนั้น วัดกันที่ขนาดของเขา ต่างจากครอมเวลล์ที่มีเขาใหญ่ งดงามราวเขาของกวาง เขาของโรว์กลับเล็ก และดูไม่น่ามองเอาเสียเลย
ด้วยความภาคภูมิใจในตัวเองที่จิ๋วเท่ากับขนาดเขา โรว์จึงใช้ชีวิตอย่างไร้ค่ามาตลอด
ทว่า ขณะต่อสู้กับแอช ความปรารถนาที่ไม่เคยมีมาก่อน เริ่มคุกรุ่นขึ้นในอกของโรว์
การไล่ล่าติดตามหลังศัตรูผู้ยิ่งใหญ่ ที่เขาเอื้อมไม่ถึง ได้พบกับป้อมปราการที่ดูเหมือนจะไม่อาจบุกรุกได้ ทั้งในรายงานและความเป็นจริง
เปลวไฟแห่งความทะเยอทะยาน ปะทุขึ้นในใจของปีศาจตัวเล็กที่เคยดำเนินชีวิตอย่างเชื่องช้า
อยากชนะ
อยากชนะจริง ๆ
ชีวิตที่เขาเคยคิดว่าไร้ความหมาย อาจจะเป็นการดำรงอยู่เพื่อเอาชนะผู้ชายคนนี้…เพื่อก้าวข้ามกำแพงนี้ก็เป็นได้
‘เพื่อเอาชนะศัตรูที่แข็งแกร่งที่สุดคนนี้ ฉันต้องทำทุกอย่างเท่าที่ทำได้……!’
แล้วขณะที่โรว์กำลังค้นพบเบาะแสที่จะนำไปสู่ชัยชนะ และกำลังจะคว้ามันไว้…
***
หลังการโจมตีครั้งที่สามสิบสี่
โรว์ถูกเรียกตัวไปยังพระราชวัง หรือพูดให้ถูกต้องกว่านั้น คือถูกจับตัวไป
ตุ๊บ! โครม! ……
พระราชวังยังคงสั่นสะเทือนอย่างรุนแรงจากการต่อสู้กับมังกรทมิฬ
เปลวเพลิงสีดำที่พุ่งออกมาจากปากมังกรดำทะลวงแนวกำแพงป้องกันด้านนอกอย่างต่อเนื่อง ขณะที่เหล่าผู้บัญชาการกองทัพปีศาจต่างตะโกนคำสาปแช่งพลางสกัดการโจมตีของมังกรอย่างสุดชีวิต
ภายในพระราชวัง ในห้องประชุมอันใหญ่โต ครอมเวลล์ ผู้บัญชาการปีศาจผู้พิทักษ์กำลังรอโรว์อยู่ด้วยสีหน้าเหนื่อยล้า ดวงตาคมกริบฉายแววเหน็ดเหนื่อย
《โรว์.》
ทันทีที่โรว์ถูกนำตัวมาถึง ครอมเวลล์ก็คำรามเสียงดังกึกก้อง
《ทำไมถึงฝ่าฝืนกฎ?》
《…….》
《ทำไมถึงฝ่าฝืน ‘กฎ’ ที่พระราชาปีศาจวางไว้ ทำไมถึงทำเช่นนั้น?》
ครอมเวลล์ที่กำลังสอบสวนอย่างเคร่งเครียดก็ส่ายหัวไปมา ริมฝีปากบางขมวดเป็นเส้นตรง
《ไม่สิ…ถูกแล้ว…คงเป็นความผิดพลาด ฉันมอบหมายงานให้เร็วเกินไป เลยทำให้เกิดเรื่องแบบนี้》
เสียงครอมเวลล์แผ่วลง ราวกับกำลังพยายามหาข้อแก้ตัวให้ตัวเอง
《ไม่ใช่ความผิดพลาดครับ》
เสียงโรว์ดังขึ้น หนักแน่นและมั่นคง
《อะไรนะ?》
ครอมเวลล์เบิกตาโพลง ความประหลาดใจปรากฏชัดบนใบหน้า
《ผมตั้งใจทำครับ》
ต่อหน้าครอมเวลล์ที่ถึงกับอึ้งไป โรว์พูดด้วยน้ำเสียงที่ภาคภูมิใจ ดวงตาส่องประกายแห่งความเชื่อมั่น
《ตอนที่ผมจับคทาขึ้นมาครั้งแรก คทาได้แสดงให้ผมเห็นครับ ว่าสามารถทำอะไรได้บ้าง และเส้นแบ่งที่ไม่ควรข้ามอยู่ที่ไหน》
“แต่…ทำไมถึงข้ามเส้นนั้น?”
“เพราะอยากชนะครับ”
โรว์โอบกอดคทาในอ้อมแขนแน่นขึ้น
“เพื่อพิสูจน์กลยุทธ์ที่ผมคิดขึ้นมา ผมจำเป็นต้องส่งกองทัพสองกองออกไป”
“เพราะฉันเป็นคนมอบหมายงานให้นาย! และเพราะนายฝ่าฝืนกฎ ฉันเลยต้องรับโทษจากราชาเหนือราชา!”
กองทัพปีศาจผู้พิทักษ์—เสมือนองครักษ์ของราชาปีศาจ—และครอมเวลล์ จอมทัพผู้ภักดี
แน่นอนว่าครอมเวลล์ภักดีต่อราชาปีศาจ และสิ่งที่กลัวที่สุดคือการถูกฝ่าบาทตำหนิ
ครอมเวลล์ตะโกนลั่น ก่อนจะสูดหายใจเข้าลึก ๆ แล้วชูมือขึ้น
“ไม่สิ…ที่จริงแล้วมันก็เป็นเรื่องปกติ ความรับผิดชอบเป็นของฉัน ฉันจะเป็นคนรับผิดเอง”
“…”
“ฉันจะไม่ลงโทษนายอีกแล้ว แต่โรว์ ผู้บัญชาการกองทัพอิมป์ ฉันจะริบตำแหน่งผู้สำเร็จราชการแทนฝ่าบาทของนาย เอาคทามาให้ฉัน”
“ไม่ครับ”
“อะไรนะ?”
“ผมบอกว่าไม่ครับ”
ไม่ใช่แค่ครอมเวลล์ แม้แต่ปีศาจตนอื่น ๆ ก็ตาเบิกโพลง เพราะเป็นเรื่องที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน
แล้วผู้บัญชาการกองทัพอิมป์ตัวเล็ก ๆ ก็ปฏิเสธคำสั่งของผู้มีอำนาจเหนือกว่าตนเป็นครั้งแรกในชีวิต
“แค่ครั้งเดียว! แค่ก้าวเดียวก็พอ! ถ้าโจมตีอีกครั้ง ก็สามารถทำลายมนุษย์ได้…!”
เหล่าทหารรักษาการณ์ปีศาจค่อย ๆ ปิดล้อมโรว์เข้ามา ดวงตาของโรว์ฉายแววดุร้ายราวกับสัตว์ป่าที่ถูกคุกคาม
《อย่าเข้ามาใกล้!》
《……!》
《สงครามนี้… เป็นสิ่งที่ผมค้นพบเอง และเป็นสิ่งที่ผมปรารถนาจะทุ่มเทชีวิตลงไป…》
เสียงของโรว์กึกก้องกังวาน
《แม้ชีวิตของเหล่าอิมป์จะต้องกลายเป็นเครื่องสังเวย แต่ผม… อยากจะทุ่มเททุกอย่างให้กับสงครามนี้!》
《…….》
《คทานี้… ไม่สิ สงครามนี้! เป็นของผมเพียงผู้เดียว!》
ครอมเวลล์ตาเบิกโพลง ความงุนงงฉายชัดบนใบหน้า ลมหายใจของเขาหอบหนักเมื่อได้ยินคำพูดของโรว์จบลง
《โรว์ นาย…》
ขณะนั้นเอง
ตูม!
แรงสั่นสะเทือนแผ่กระจายไปทั่วพระราชวัง เสียงระเบิดดังสนั่นหวั่นไหว ปนกับเสียงกรีดร้องอันน่าสยดสยองของเหล่าทหารปีศาจที่ดังมาจากภายนอก
ครอมเวลล์ตั้งสติได้ รีบตะโกนถามออกไป
《เกิดอะไรขึ้น!》
《มังกรทมิฬดึกดำบรรพ์ครับ!》
ทหารรักษาการณ์ปีศาจวิ่งเข้ามาแจ้งข่าวด้วยความตื่นตระหนก
《ไนท์ บริงเกอร์โผล่มาเองครับ! แนวกำแพงป้องกันด้านนอกตั้งแต่เขตที่ 1 ถึงเขตที่ 9 พังทลายลงเพราะลมหายใจของมัน!》
《ไอ้ลูกจระเข้บัดซบนี่มัน…!》
《แต่ผู้บัญชาการกองทัพคนอื่น ๆ กำลังร่วมมือกันรักษา… แนวกำแพงป้องกันสุดท้ายในห้องประชุมแห่งนี้เอาไว้ครับ! ยังปลอดภัยอยู่!》
ทว่า ในขณะนั้นเอง
ปีศาจทุกตนที่อยู่ ณ ที่แห่งนี้ต่างได้เห็น…
ภาพโรว์วิ่งตรงไปยังทางเข้าห้องประชุม วางมือลงบนแนวกำแพงป้องกัน… แล้วค่อย ๆ หันกลับมามอง
ครอมเวลล์ขนลุกซู่ ร่างกายสั่นเทาเล็กน้อย พูดเสียงตะกุกตะกัก
《โรว์?》
《ท่านลืมไปแล้วรึครับ》
โรว์ตอบด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย เย็นชาจนแทบจะกัดกระดูก
《ผมก็มีสิทธิ์ควบคุมแนวกำแพงป้องกันนี้ ในฐานะผู้บัญชาการกองทัพ》
《อย่าทำแบบนั้น โรว์》
ครอมเวลล์พยายามรักษาสติ พูดปลอบประโลมโรว์อย่างใจเย็น
《ฉันจะให้นายคงตำแหน่งผู้สำเร็จราชการแทนและคทาไว้ต่อไป อย่าทำแบบนี้เลย》
ทว่า…
แนวกำแพงป้องกันที่โรว์สัมผัสอยู่ เริ่มคลายตัวลงอย่างช้า ๆ
ซู่…ซ่า… ซู่…ซ่า…
ลมพัดกระโชกแรง แนวกำแพงป้องกันส่วนเล็ก ๆ คลายตัวออก โรว์ใช้จังหวะนั้นหลบหนีออกไป
ครอมเวลล์มองด้วยความงุนงง ริมฝีปากบิดเบี้ยวไปมา
《ไอ้บ้า…》
คำด่าของครอมเวลล์ยังไม่ทันได้จบประโยค…
เพราะมังกรทมิฬ ไนท์ บริงเกอร์ ไม่ได้โง่พอที่จะพลาดโอกาสทองที่แนวกำแพงป้องกันเปิดออก
ตูม!
ไนท์ บริงเกอร์พุ่งเข้ามาในรูปร่างของมังกรทมิฬขนาดมหึมา มันใช้กรงเล็บอันแหลมคมและน่าสะพรึงกลัว แทงทะลุแนวกำแพงป้องกันด้านใน แล้วฉีกกระชากมันออกเป็นชิ้น ๆ ทันที
ครอมเวลล์ตะโกนลั่นใส่ไนท์ บริงเกอร์ที่พุ่งเข้ามาในห้องประชุมราวกับค้อนทุบกำแพง
《มังกรทมิฬดึกดำบรรพ์! ไอ้คนทรยศนี่มัน-!》
《จักรพรรดิผู้ก่อตั้งราชวงศ์ใหม่ ย่อมเป็นผู้ทรยศเสมอ》
ไนท์ บริงเกอร์หัวเราะร่วน อ้าปากกว้างจนเห็นฟัน
《การกบฏเป็นเครื่องหมายของราชา》
กร๊วม—!
ปากมังกรยักษ์ฉีกครึ่งบนของครอมเวลล์ลงอย่างง่ายดาย เลือดสาดกระเซ็นไปทั่วราวกับสายฝนสีแดงฉาน
โรว์โอบกอดคทาแน่น วิ่งหนีตายออกจากพระราชวังที่กำลังกลายเป็นนรกอเวจี
《แฮ่ก แฮ่ก แฮ่ก!》
ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นต่อไปก็ช่างเถอะ
ไม่ว่าเผ่าปีศาจจะถูกทำลายล้าง ไม่ว่ามังกรปีศาจจะครอบครองอำนาจ ไม่ว่าราชาเหนือราชาจะลงทัณฑ์อย่างไรก็ตาม
ถ้ามันใช้กลยุทธ์ที่วางแผนไว้เอาชนะผู้พิทักษ์มนุษยชาติได้
ถ้ามันทุ่มเททุกสิ่งทุกอย่าง เสี่ยงชีวิตเพื่อสู้ศึกครั้งนี้ได้
ถึงโลกจะพังทลายลงไปต่อหน้าต่อตา ก็ช่างมัน!
โรว์วิ่งออกมาจากพระราชวังมานานแล้ว จนมาถึงทางเข้าท่อระบายน้ำใต้ดิน
ลมหายใจโรว์หอบหนัก พลันนั้นเอง เขาก็ได้ยินเสียงฝีเท้ามาจากด้านหน้า
ซ่า… ซ่า…
โรว์ตกใจ หันไปมองด้วยความร้อนรน ที่นั่น…
《…….》
เป็นผู้ช่วยของครอมเวลล์ คนที่คอยจับตาโรว์อยู่ตลอดมา
เขาได้อ่านรายงานที่โรว์ส่งมา จึงรู้ดีว่าโรว์จะมาที่นี่
ผู้ช่วยยืนขวางทางเข้าท่อระบายน้ำ มองโรว์ด้วยแววตาที่ไม่อาจคาดเดาได้จากหลังแว่นตาหนา โรว์ยิ้มแห้ง ๆ แล้วถาม
《ท่านมาขัดขวางผมเหรอครับ?》
《……ไม่ใช่ครับ》
ผู้ช่วยยิ้มบางเบา
《ผมอยากเห็นคุณ อยากเห็นจุดจบของเส้นทางที่คุณเลือกเดิน》
ผู้ช่วยค่อย ๆ หลบออกไปทางข้าง ๆ
“ผมจะตามไปด้วยครับ เพราะงั้นก็ให้ผมได้เห็นด้วยนะครับ ความฝันของคุณ”
โรว์ยิ้มอย่างขมขื่น ก่อนจะเซถลาไปหาท่อระบายน้ำ
แล้วก็กระโดดลงไปในความมืดมิดและสกปรกนั้นโดยไม่ลังเล
***
เขตที่ 10 อาณาจักรแห่งทะเลสาบ พื้นที่สะสมตะกอน
ที่นี่คือสุสานของสิ่งปฏิกูลและขยะนานาชนิดที่ไหลมาจากท่อระบายน้ำทั่วเมือง เป็นสถานที่สกปรกและน่าสะอิดสะเอียนที่สุดในนรกแห่งนี้
“ฮึก!”
โรว์ที่ตกลงมาถึงที่นี่ ในที่สุดก็ได้พบกับ
สัตว์ประหลาดที่สร้างรังอยู่ท่ามกลางกองขยะเหม็นเน่านี้
กองทัพปีศาจแมลงวัน
สัตว์ประหลาดที่สกปรก น่ารังเกียจ ผู้คนต่างพากันหลีกเลี่ยง มันคือสัตว์ประหลาดน่าหวั่นเกรงที่ถือกำเนิดจากหนอนแมลงวันนับล้าน
“ผู้พิทักษ์มนุษยชาติรู้จักจุดแข็งและจุดอ่อนของสัตว์ประหลาดทุกตัว ถ้าอย่างนั้น แกจะรับมือไอ้นี้ยังไงล่ะ?”
โรว์เดินโซเซไปทางกองทัพปีศาจแมลงวัน ผู้ช่วยตามโรว์ไปเงียบ ๆ โดยไม่แสดงสีหน้าใด ๆ
“ต้องบิดเบือน ทั้งจุดแข็งและจุดอ่อน”
“......”
“ผู้พิทักษ์มนุษยชาติมั่นใจว่าจะเหนือกว่าเราในสงครามข่าวสาร ดังนั้น ถ้าเราทำให้ข้อมูลนั้นผิดเพี้ยนไป เราก็จะมีโอกาสชนะ”
โรว์นึกถึงการโจมตีครั้งที่สามสิบสี่ ที่เพิ่งผ่านพ้นไป
ตอนที่มันส่งกองทัพสองกองที่สามารถชดเชยจุดอ่อนของกันและกันออกไป ผู้พิทักษ์มนุษยชาติรับมือไม่ทัน จึงได้รับความเสียหายอย่างหนัก
แต่สัตว์ประหลาดเหล่านั้นโดยธรรมชาติแล้ว ยากที่จะร่วมมือกัน
ครอมเวลล์รับความเสี่ยงจากการฝ่าฝืนกฎไปแล้ว แต่ถ้าฝ่าฝืนอีกครั้ง คราวนี้โรว์เองที่จะต้องรับผิดชอบ
การโจมตีอาจจะยุติลงกลางคันก็เป็นได้
ถ้าอย่างนั้น…
《คำตอบง่ายมาก ก็แค่ส่งออกไปโดยไม่ต้องร่วมมือกันก็พอ》
โรว์กล่าวพลางยืนอยู่เบื้องหน้าฝูงแมลงวันมากมายที่กำลังมุ่งมั่นดูดกินสิ่งปฏิกูลในกองขยะมหาศาล
《รวมสองกองทัพเป็นหนึ่งเดียว》
《……นี่คุณจะใช้ตัวเองเป็นเครื่องสังเวยสินะครับ โรว์》
《ใช่ครับ》
โรว์หันไปมองผู้ช่วย แล้วก็ยิ้มบาง ๆ
《กองทัพปีศาจแมลงวันมีศักยภาพมากพอที่จะทำลายมนุษยชาติ แต่ปัญหาอยู่ที่พวกมันโง่เขลาเกินไป ผู้พิทักษ์มนุษยชาติสามารถกำจัดพวกมันได้อย่างง่ายดาย》
《…….》
《แต่ถ้าผมกลายเป็นเครื่องสังเวย เพื่อเพิ่มพลังให้พวกมัน……ถ้าผมสามารถเพิ่มสติปัญญาให้พวกมันได้ ถ้าอย่างนั้น……》
อิมป์กับแมลงวัน
เมื่อสองกองทัพที่ถูกดูหมิ่นดูแคลนที่สุดมารวมพลังกัน จะก่อให้เกิดผลลัพธ์เช่นไร
โรว์สูดลมหายใจเข้าลึก ๆ ก่อนจะก้าวเดินไปยังฝูงแมลงวันขนาดใหญ่ที่กำลังพลุ่งพล่าน ผู้ช่วยพูดกับโรว์ที่อยู่ด้านหลัง
《รู้อะไรไหม โรว์?》
《……?》
“ตอนนี้เขาของคุณ ใหญ่และดูดีมากเลยนะครับ”
โรว์งุนงง ยกมือขึ้นมาแตะหน้าผากตัวเองเบา ๆ
แล้วก็เป็นอย่างนั้นจริง ๆ เขาใหญ่ขึ้นมาโดยไม่รู้ตัว
รอยยิ้มบาง ๆ ผุดขึ้นบนใบหน้าของโรว์
คิดมาตลอดว่าเพราะเขาเล็กจึงอ่อนแอ
แต่เปล่าเลย
ความเล็กนั้นเกิดจากความฝันที่เล็กแคบ แต่ตอนนี้…
เขาของโรว์ที่ได้พบกับความฝันที่พร้อมจะทุ่มเทชีวิตไปด้วยนั้น…
ใหญ่ขึ้นอย่างเหลือเชื่อ แผ่รังสีอันตรายไปทั่วทุกหนแห่ง
“เอาล่ะ พวกหนอน!”
โรว์ยืนอยู่เบื้องหน้ากองทัพปีศาจแมลงวัน กางแขนออกกว้างพลางตะโกน
“กินฉันซะ!”
แมลงวันขนาดมหึมา หนอน ดักแด้… เหล่าแมลงที่เกาะกลุ่มอยู่บนกองสิ่งปฏิกูลต่างหันมองโรว์ด้วยความสนใจ
“ฉันจะยอมเป็นเครื่องสังเวย กินฉันให้หมด!”
โรว์ยิ้มกว้างที่สุดเท่าที่เคยมีมา ตะโกนด้วยน้ำเสียงที่เปี่ยมล้นด้วยความหวัง
“แล้วเราก็มาทำลายโลกกันเถอะ!”
ฝูงแมลงวันและหนอนจำนวนมหาศาลพุ่งเข้าใส่โรว์ทันที
***
ขณะที่ร่างกายของโรว์ถูกฉีกกินทีละน้อย
กองทัพอิมป์ที่ได้รับคำสั่งก็ร่วงหล่นลงมาในท่อระบายน้ำ พื้นที่ที่เต็มไปด้วยตะกอนหนาแน่นแห่งนี้
ผู้ช่วยเฝ้ามองเหตุการณ์อยู่เงียบ ๆ
เหล่าอิมป์ตกลงมาจากท่อระบายน้ำที่เชื่อมต่อกับเพดานราวกับสายฝน
ภาพแมลงวันกำลังกินอิมป์อย่างเอร็ดอร่อย คล้ายกับลูกนกน้อยที่กำลังกินอาหารจากแม่นก…
การสังเวยอันยาวนานและน่าสะอิดสะเอียนสิ้นสุดลงแล้ว
แล้วเหล่าแมลงวันก็พลันฉลาดขึ้นมา
ฟู่ ๆ ๆ ๆ ……
เสียงแมลงวันเดือดพล่านดังขึ้น พวกมันเริ่มรวมตัวกันเป็นชั้น ๆ อย่างเป็นระเบียบ ราวกับกำลังสร้างสิ่งมหัศจรรย์โบราณตามแบบแปลนที่ชัดเจน
แมลงวันมากมายที่เกาะกลุ่มกัน ค่อย ๆ รวมร่างเป็นแมลงวันขนาดมหึมา
ในรูปลักษณ์ของบรรพบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ที่สุด ที่ซ่อนเร้นอยู่ในยีน
《…….》
ผู้ช่วยจ้องมองด้วยความตะลึงงัน
บว๊ออออออ-!
แมลงวันยักษ์ ซึ่งเกิดจากการรวมตัวของแมลงวันนับพัน นับหมื่น นับล้านตัว ชูขาหลายร้อยขาขึ้นมา คว้าคทาที่อยู่เบื้องล่าง
บนหัวของมัน มีเขาปีศาจขนาดมโหฬาร งดงามราวมงกุฎ
ผู้สกปรกที่สุด
ผู้ต่ำต้อยที่สุด
ผู้ชั่วร้ายที่สุด
จ้าวแห่งแมลงวัน จ้าวแห่งหอคอย หัวหน้าแห่งความชั่วร้าย—
นั่นคือ บาอัลเซบับ (בעל זבוב)
-หรือ-
《ราชาปีศาจแมลงวัน》
ผู้ช่วยยิ้มพลางมองปีศาจยักษ์ที่เพิ่งถือกำเนิด
《ไปกันเถอะ โรว์》
ขาหลายร้อยขาของราชาปีศาจแมลงวันพุ่งตรงมายังผู้ช่วย แต่ผู้ช่วยกลับไม่หลบหนี
《ไปทำลายโลกกัน》
ปีศาจตนใหม่ที่ถือกำเนิด ณ ที่แห่งนี้ กลืนกินผู้ช่วยที่ถูกฉีกกระชากเข้าไปในท้อง ก่อนจะครุ่นคิด
ถูกต้อง จะไป
ไปยังมนุษย์
ไปยังป้อมปราการสุดท้าย
ป้อมปราการทุกแห่ง จะต้องพังทลายลง
ติดตามผู้แปลเพื่อเป็นกำลังใจให้ได้ที่แฟนเพจ:ยักษาแปร ขอร้องล่ะนะ plsss