- หน้าแรก
- ข้ากลายเป็นทรราชในเกมป้องกันเมือง
- ◈บทที่ 156. [เนื้อเรื่องเสริม] อาวุธเพชฌฆาตฝันร้าย
◈บทที่ 156. [เนื้อเรื่องเสริม] อาวุธเพชฌฆาตฝันร้าย
◈บทที่ 156. [เนื้อเรื่องเสริม] อาวุธเพชฌฆาตฝันร้าย
【แปลโดยฝีมือ...ยักษาแปร...มาติดตามได้ที่แฟนเพจหรือเพื่อติดตามเอาข่าวสารได้นะ】
【แค่ คอมเมนต์ ก็เหมือนการให้กำลังใจแล้วนะครับ รบกวน comment กันหน่อยน๊า ;-;】
【Thai-novelจะทำการลงไวกว่าที่อื่นทุกที่ เป็นจำนวน 5 ตอน แต่เรื่องราคาแพงกว่าที่อื่นนิดหน่อย】
◈บทที่ 156. [เนื้อเรื่องเสริม] อาวุธเพชฌฆาตฝันร้าย
“นายได้รับ ‘คำสั่งลับ’ อะไรมาจากเบื้องบน?”
ก็อตแฮนด์เคยบอกว่าได้รับคำสั่งลับมาก่อนที่จะถูกส่งมาที่นี่
คำสั่งลับนั้นคืออะไร และใครเป็นคนสั่ง
ฉันต้องตรวจสอบเรื่องนี้ให้ได้
“ครับ ครับ ผมจะบอกทุกอย่างให้ท่านฟังครับ”
ก็อตแฮนด์เล่าถึงเนื้อหาของคำสั่งลับที่ได้รับจากเบื้องบน ก่อนที่เขาซึ่งถูกขังอยู่ในฐานะนักโทษประหารจะถูกส่งมาแนวรบทางใต้
“……น่าสนใจ”
มันไม่ใช่เรื่องใหญ่โตอะไรนัก คือให้เข้าไปผสมผสานกับแนวรบทางใต้ เฝ้าดูสถานการณ์แนวหน้าและรายงานสิ่งผิดปกติ และร่วมมือกับนักบวชเพื่อสอดแนมอย่างใกล้ชิด
“แล้วก็ ยังมีคำสั่งสุดท้ายอีกอย่างหนึ่งครับ”
“นั่นคืออะไร?”
“คือ…มันเป็นคำสั่งที่ผมเองก็ไม่ค่อยเข้าใจเท่าไหร่ครับ”
ก็อตแฮนด์เหลือบมองฉันอย่างระมัดระวังก่อนจะพูดเบา ๆ
“ให้จับตา…ผู้ช่วยขุนนาง ไอเดอร์…ครับ”
“……?”
ฉันตัวแข็งทื่อไปชั่วขณะกับเรื่องที่คาดไม่ถึง
ไม่ใช่ฉัน แต่เป็นไอเดอร์? ทำไม? เพราะอะไร?
‘หรือว่า…’
หรือว่าเขา…รู้ว่าไอเดอร์เกี่ยวข้องกับระบบของโลกนี้?
ฉันรีบถามต่ออย่างร้อนรน
“ใครเป็นคนสั่ง?”
“เจ้าชายลำดับที่สอง เฟอร์นานเดซ ครับ”
แน่นอนว่าต้องเป็นคนนั้นสินะ
ฉันเบิกตาเล็กน้อย ถ้าเป็นอย่างที่พี่ชายคนนั้นว่า ฉันคงต้องไปพบและพูดคุยกับเขาเร็ว ๆ นี้ ดูท่าเราจะมีเรื่องต้องคุยกันเยอะเลย
“ขออภัยที่ไม่ได้รายงานให้ท่านทราบก่อนหน้านี้ครับ ขออภัยอย่างยิ่ง ครับ…”
ก็อตแฮนด์พูดเสียงแผ่วพลางก้มหน้าลงแทบจะจมดิน ฉันถอนหายใจเบา ๆ
“ถ้าขอโทษก็อย่ามาทำท่าก้มหัวอยู่เลย เอาความดีความชอบมาแสดงให้เห็นดีกว่า”
“ครับ ครับ! แล้ว…เราควรทำอย่างไรดีครับ?”
ฉันตอบก็อตแฮนด์ที่ถามด้วยน้ำเสียงเร่งรีบอย่างง่าย ๆ
“เป็นสายลับของฉันซะ”
“……!”
ฉันยิ้มให้ก็อตแฮนด์ที่ตัวสั่นเทา
“รู้ความหมายใช่ไหม? ต่อจากนี้ไปนายต้องเป็นสายลับสองหน้าเพื่อฉัน”
เมื่อครู่ มาร์เกอริต้ารายงานผ่านการติดต่อกับส่วนกลางว่า
- ‘ฉัน’ ถูกจับได้ ขออภัยด้วย
นั่นหมายความว่า ไม่มีใครถูกจับได้นอกจากตัวเธอ
กล่าวคือ ก็อตแฮนด์กำลังบอกเป็นนัย ๆ ว่าเขาไม่ได้ถูกจับ แน่นอนว่านี่เป็นแผนของฉัน
ส่วนกลางจะคิดว่า ‘มาร์เกอริต้าถูกจับ แต่ก็อตแฮนด์ยังไม่ถูกจับ’
และพวกเขาจะพยายามใช้ประโยชน์จากก็อตแฮนด์ซึ่งเป็นสายลับคนเดียวที่เหลืออยู่ในแนวรบทางใต้
ฉันจะใช้จุดนี้เพื่อทำให้ก็อตแฮนด์เป็นสายลับสองหน้า
“ใช้เครือข่ายของนายติดต่อส่วนกลางแยกต่างหาก บอกไปว่านายยังไม่ถูกเจ้าชายแอชจับได้”
“…….”
“หลังจากนั้นก็รายงานทุกอย่างที่ส่วนกลางสั่งให้ฉัน และทำตามที่ฉันสั่งเพื่อหลอกลวงส่วนกลาง ทำได้ไหม?”
“ได้ครับ ครับ”
ก็อตแฮนด์ตอบโดยไม่ลังเล
“ผมจะทำสำเร็จครับ เพื่อเกียรติยศของเผ่าพันธุ์เรา”
ฉันยิ้มให้ก็อตแฮนด์ที่พยักหน้าอย่างหนักแน่น
‘แต่ก็คงไม่ง่ายขนาดนั้นหรอก’
อีกฝ่ายก็คือหน่วยสืบราชการลับของจักรวรรดิ และเป็นหน่วยสืบราชการลับที่รัฐมนตรีฝ่ายบริหารเป็นผู้บัญชาการ
เมื่อมาร์เกอริต้าถูกจับ การที่สายลับของก็อตแฮนด์ยังคงอยู่ก็เป็นเรื่องที่น่าสงสัยอยู่แล้ว
ต่อจากนี้ ก็อตแฮนด์จะถูกสอบสวนอย่างไม่หยุดหย่อนทั้งจากฝั่งจักรวรรดิและฝั่งแนวรบทางใต้ ว่าเขาเป็นผู้ทรยศหรือไม่
ฉันเองก็กำลังคิดที่จะโยกย้ายการเฝ้าระวังไอเดอร์ไปให้ก็อตแฮนด์ดูแล
และถ้าหากเขาทรยศและทำร้ายแนวรบทางใต้ ฉันก็จะใช้ ‘ปลอกคอ’ ที่เขาได้รับครั้งแรกเพื่อกำจัดพวกเขา
‘จะทำอย่างไรได้ นี่คือชะตาของสายลับนี่นา’
นอกจากนี้ ฉันยังสามารถล้วงเอาข้อมูลเกี่ยวกับระบบสืบราชการลับของหน่วยปฏิบัติการพิเศษไอกิสและข้อมูลเกี่ยวกับส่วนกลางจากก็อตแฮนด์ได้อีกมากมาย
เหมือนกับว่าเขาต้องการพิสูจน์ว่าเขามีใจเดียวกับฉัน เขาจึงเปิดเผยข้อมูลทุกอย่างที่เขารู้ แม้ว่าฉันจะไม่ได้ถามก็ตาม
หลังจากที่ล้วงข้อมูลได้ครบถ้วนแล้ว ฉันพยักหน้าและมองไปที่กองพลเงาสามคน
“สุดท้ายนี้ ฉันมีงานอย่างหนึ่งให้พวกนายทำ”
ฉันพูดด้วยน้ำเสียงหนักแน่นในขณะที่พวกเขามองฉันด้วยความตั้งใจ
“เป็นงานที่เฉพาะพวกนายเท่านั้นที่ทำได้ แต่พวกนายทุกคนต้องเสี่ยงชีวิต”
***
หลังจากนั้นประมาณหนึ่งชั่วโมง ฉันก็เดินออกมาจากห้องรับแขก
“รุ่นพี่”
เอวานเจลีน ดาเมียน จูเนียร์ และลิลลี่ กำลังรออยู่ที่หน้าประตู
ฉันพยักหน้าให้พวกเขาคนละคน
“ฉันคิดว่าพวกนายคงสับสนกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างกะทันหันในวันนี้”
พวกเขาไม่ได้ตอบอะไร ดูเหมือนว่าฉันจะพูดถูก พวกเขาทุกคนก้มหน้าลงด้วยสีหน้าไม่ค่อยสบายใจ
โดยเฉพาะลิลลี่ที่หน้าซีด ดูเหมือนว่าเธอจะตกใจมากที่รู้ว่าก็อตแฮนด์โกหกเธอ
“ก่อนอื่น ฉันจะบอกสรุปก่อน”
ฉันเล่าให้พวกเขาฟังว่าทางส่วนกลางจะส่งกองกำลังเสริมมา และฉันจะไม่ทิ้งทั้งมาร์เกอริต้าและก็อตแฮนด์ แต่จะรับพวกเขาไว้
“ถึงแม้ว่าพวกเขาจะโกหกเรา แต่พวกเขาก็…ทำตามคำสั่งของจักรวรรดิ”
อย่างไรก็ตาม พวกเขาก็ยังจงรักภักดีต่อจักรวรรดิ พวกเขาแค่เลือกข้างส่วนกลางในระหว่างส่วนกลางกับแคว้นชายแดนเท่านั้น
แต่ที่นี่คือแคว้นชายแดน และสมาชิกกลุ่มที่กำลังมองหน้าฉันอยู่นี้ก็เป็นคนแคว้นชายแดนเช่นกัน
ถึงแม้ว่าเราทุกคนจะทำงานเพื่อจักรวรรดิ แต่ทัศนคติที่มีต่อจักรวรรดิก็ย่อมแตกต่างกันไป
“ฉันไม่ได้บอกว่าให้พวกนายไว้วางใจพวกเขาอีก แต่ฉันอยากให้พวกนายจับตาพวกเขาอย่างใกล้ชิด”
“…….”
“ว่าพวกเขาจะกลับมาเป็นเพื่อนร่วมงานของเราได้หรือไม่ ขึ้นอยู่กับตัวพวกเขาเอง”
สมาชิกกลุ่มพยักหน้าเงียบ ๆ
เพื่อคลายความตึงเครียด ฉันตบมือดังปัง ๆ
“เอาล่ะ ฉันเข้าใจว่าพวกนายกำลังท้อแท้ แต่เราก็ต้องทำงานต่อไป”
การป้องกันจะเริ่มขึ้นอีกหนึ่งสัปดาห์ข้างหน้า
ฉันไม่คิดว่าเฟอร์นานเดซจะไม่ส่งกองกำลังเสริมมาหลังจากที่ฉันขู่เขาดู แต่ก็ใช่ว่าจะไม่มีความเสี่ยง
‘เราไม่สามารถนั่งรอแค่กองกำลังเสริม เราต้องเตรียมการป้องกันตัวเองเผื่อกรณีที่กองกำลังเสริมไม่มาหรือมาช้า’
เราต้องเตรียมการป้องกันทุกอย่างที่ทำได้เพื่อที่จะสามารถป้องกันตัวเองได้ด้วยกำลังของเราเอง
ฉันแจกแจงหน้าที่ให้กับสมาชิกในกลุ่มและบอกสิ่งที่พวกเขาต้องเตรียมการ
หลังจากการประชุมสั้น ๆ
ก่อนที่จะให้ทุกคนไปพักผ่อน ฉันถามพวกเขา
“แล้วก็ บอกมาคนละอย่างว่าพวกนายอยากได้อุปกรณ์แบบไหน”
ทุกคนเบิกตาโตมองฉัน ฉันยิ้ม
“ฉันจะทำให้พวกนายเอง”
ด่านที่ 5 ครั้งนี้ ถึงแม้ว่าจะเสียหายมาก แต่สิ่งที่ได้มาก็มากเช่นกัน
ถึงเวลาที่ต้องเปิดหีบสมบัติและไปสั่งทำอุปกรณ์กับช่างตีเหล็กแล้ว
***
ปกติแล้วควรจะเปิดหีบสมบัติก่อนแล้วค่อยไปสั่งทำอุปกรณ์กับช่างตีเหล็ก แต่ครั้งนี้มีเหตุผลบางอย่างที่ทำให้ฉันต้องไปหาช่างตีเหล็กก่อน
รีบร้อนทำในสิ่งที่ควรทำ คืนนั้นฉันจึงไปหาช่างตีเหล็กเวทมนตร์ทันที
ดันเจี้ยนอาณาจักรทะเลสาบ พื้นที่ปลอดภัย ค่ายฐาน
ครั้งนี้ฉันมาคนเดียว
แคร๊ง!
เมื่อฉันมาถึงที่นี่ผ่านประตูเคลื่อนย้ายโดยลากรถบรรทุกสัมภาระ เคลลิเบย์ก็วิ่งมาอย่างลนลาน เขาลูบเคราอย่างกระวนกระวายแล้วตะโกน
“เฮ้! ฉันคิดว่าพวกนายตายไปแล้วซะอีก! เพราะไม่ติดต่อมาเลย!”
ฉันยิ้มอย่างขมขื่น
“ขอโทษครับ ผมเหนื่อยมากจนเลยลืมติดต่อมา”
“ไอ้คนบ้า! คิดถึงคนเป็นห่วงบ้างสิ! ติดต่อมาบอกว่าทำสำเร็จแค่นี้มันยากนักเหรอ?!”
“ครับ ๆ ต่อไปนี้ผมจะติดต่อทันทีครับ”
ฉันรีบเอาของที่นำมาด้วยให้เคลลิเบย์ที่กำลังโวยวายอยู่
“ถึงจะช้าไปหน่อย แต่ผมนำของขวัญมาด้วยครับ”
“ของอะไรที่มันเจ๋งมากถึงได้หน้าด้านขนาดนี้?”
เคลลิเบย์ที่บ่นพึมพำอยู่ เมื่อเห็นของที่อยู่บนรถบรรทุกก็แข็งทื่อไป
นั่นคือโลงศพ
โลงศพไม้สี่เหลี่ยมยาวสำหรับใส่ศพ
“นี่มัน…!”
ฉันยิ้มให้เคลลิเบย์ที่ยังคงแข็งทื่ออยู่
“ผมสัญญาว่าจะให้สร้างอาวุธเพื่อฆ่าแวมไพร์ให้ แลกกับหัวของจอมปีศาจพวกนั้น”
“…….”
“ผมทำตามสัญญาแล้วครับ”
เคลลิเบย์สูดหายใจเข้าลึก ๆ ก่อนจะค่อย ๆ เดินไปที่รถบรรทุกและเปิดโลงศพ
ไม่ต้องพูดอะไรเลย ข้างในคือศพของเซเลนดิออน
ปกติแล้ว ศพของสัตว์ประหลาดจะต้องถูกเผาในที่เกิดเหตุหลังจากที่เก็บอัญมณีเวทมนตร์และของรางวัล แต่ฉันได้สัญญากับเคลลิเบย์ว่าจะให้หัวของเซเลนดิออนแก่เขา
“…….”
เคลลิเบย์เงียบไปนาน เขามองหน้าศัตรู ก่อนจะหันมามองฉันด้วยสีหน้าหวาดกลัวเล็กน้อย
“……แต่ไอ้พวกนี้ตายจริง ๆ ใช่ไหม?”
“ครับ แน่นอนครับ”
“ตายจริงเหรอเนี่ย เห็นแวมไพร์นอนอยู่ในโลงแบบนี้ก็แยกไม่ออกแล้วว่าตายหรือหลับ”
ตุ้บ!
เคลลิเบย์ปิดฝาโลง แล้วยกโลงขึ้นอย่างลำบาก ฉันถามด้วยความอยากรู้
“ท่านจะทำอย่างไรกับมันครับ?”
“จะทำอย่างไรก็ช่างเถอะ ฉันไม่ได้มีงานอดิเรกแปลก ๆ อย่างการเล่นกับศพ และร่างกายของแวมไพร์ก็ไม่มีวัตถุดิบที่มีประโยชน์อะไร”
เคลลิเบย์อุ้มโลงศพไปที่เตาเผาขนาดใหญ่
“เอาไปเผาซะ”
เมื่อเป่าลมเข้าไปในเครื่องเป่าลม เปลวไฟในเตาเผาก็ลุกโชน เปลวไฟสีน้ำเงินเวทมนตร์ที่โหมกระหน่ำในเตาเผาส่งความร้อนออกมาอย่างแรงกล้า
เคลลิเบย์วางโลงศพของเซเลนดิออนไว้หน้าเตาเผา แล้วโรยผงเงินสีระยิบระยับลงบนโลงศพ
น่าจะเป็นเศษและผงที่เหลือจากการทำอาวุธเงินศักดิ์สิทธิ์
“เฮือก!”
เมื่อโรยผงเงินเสร็จแล้ว เคลลิเบย์ก็ใช้สองมือผลักโลงศพเข้าไปในเตาเผาอย่างแรง
ฟู่ววว-!
โลงศพที่ถูกดูดเข้าไปในกองไฟก็ลุกไหม้ทันที
“พี่น้องของฉัน ดูซะว่าไอ้จ้าวแวมไพร์ที่ดูดพลังชีวิตของพี่น้องเราตายแล้ว”
เคลลิเบย์พึมพำด้วยเสียงแหบแห้ง
“ตอนนี้พี่น้องเราหลุดพ้นจากคำสาปแล้ว โบยบินได้อย่างอิสระแล้ว…”
ฉันมองดูช่างตีเหล็กทำพิธีไว้อาลัยให้กับพี่น้องของเขาอยู่ห่าง ๆ
“ฮือ! รู้สึกโล่งใจจัง”
หลังจากที่โลงศพถูกเผาไหม้หมดแล้ว เคลลิเบย์ก็หันมา ฉันถามเขาอย่างระมัดระวังขณะที่เขากำลังเช็ดหน้าด้วยผ้าเช็ดตัว
“ท่านร้องไห้ใช่ไหมครับ?”
“เปล่า! แค่ร้อน ไอ้เด็กบ้า ไฟมันร้อนขนาดไหนไม่รู้หรือไง!”
เคลลิเบย์โยนผ้าเช็ดตัวลงพื้นอย่างหงุดหงิด แล้วทุบโต๊ะด้วยมือใหญ่ แม้ว่าจะทำตาเขียวขุ่น แต่ดวงตาของชายชราคนนั้นก็ยังแดงอยู่
“พอเถอะ ไอ้หนุ่มน้อย! เอาของรางวัลที่ได้มาครั้งนี้มาดูกันเถอะ”
นี่ฉันก็ตั้งใจจะมาสั่งทำอุปกรณ์อยู่แล้ว
ฉันหยิบแกนพลังเวทมนตร์สามอันที่เปล่งแสงสีแดงออกมาจากกระเป๋า วางลงบนโต๊ะทีละอัน
ทั้งสามอันเปล่งแสงอย่างเจิดจ้า โดยเฉพาะอย่างยิ่งอันหนึ่งที่เปล่งแสงสีเลือดอย่างน่ากลัว
ผลการต่อสู้ในครั้งนี้ ฉันได้แกนพลังระดับ SR 7 อันและแกนพลังระดับ SSR 3 อัน
แกนพลังระดับ SSR ทั้งสามอัน ได้แก่ แกนพลังเวทมนตร์ผู้บัญชาการแวมไพร์ที่ได้มาจากอัลฟ่า เบต้า และแกนพลังเวทมนตร์จ้าวแห่งแวมไพร์ที่ได้มาจากเซเลนดิออน
“ไอ้พวกปีศาจ แกนพลังเวทมนตร์ที่มันปล่อยออกมา มันช่างน่ากลัวสมกับที่เป็นปีศาจที่กินมากว่าหลายร้อยปี”
เคลลิเบย์ตรวจสอบแกนพลังเวทมนตร์ทั้งสามอัน เขาเหลือบมองแกนพลังเวทมนตร์จ้าวแห่งแวมไพร์ที่เปล่งแสงสีเลือดอย่างน่ากลัว แล้วแลบลิ้นออกมา
“มันคือแก่นแท้ของเซเลนดิออน ฉันสามารถสร้างอาวุธเพชฌฆาตฝันร้ายได้แล้ว!”
“อาวุธเพชฌฆาตฝันร้าย?”
นึกขึ้นได้ว่าเซเลนดิออนก็พูดแบบนั้นเหมือนกัน
“อาวุธเพชฌฆาตฝันร้ายคืออะไรกันแน่ครับ?”
เคลลิเบย์ยิ้มพลางยกเคราขึ้นตอบคำถามของฉัน
“อาวุธที่ฆ่ามังกร หรือถ้าถามว่าคนที่ฆ่ามังกรเรียกว่าอะไร?”
“อืมมม…นักล่ามังกร…ใช่ไหมครับ?”
“ใช่ แล้วถ้าเปลี่ยนเป้าหมายจากมังกรเป็นผู้บัญชาการกองพลแห่งฝันร้ายล่ะ?”
อ๋อ เข้าใจแล้ว
“ถ้าทำอาวุธจากแกนพลังเวทมนตร์ของสัตว์ประหลาดระดับผู้บัญชาการกองพล นั่นก็คืออาวุธเพชฌฆาตฝันร้ายสินะครับ”
“ใช่ และอาวุธเหล่านี้มีพลังที่เหนือกว่าอาวุธอื่น ๆ”
ในเกมมันก็แค่ไอเทมบอสที่ดีหน่อย ๆ แต่ที่นี่กลับมีชื่อเรียกที่ยิ่งใหญ่ขนาดนี้
ปืนใหญ่พิเศษ ‘ราชินีทมิฬ’ ก็มีประสิทธิภาพที่บ้าคลั่งอยู่แล้ว
‘ฉันจะได้อุปกรณ์ระดับเดียวกับราชินีทมิฬอีกชิ้นหนึ่งหรือเปล่าเนี่ย? โชคดีสุด ๆ’
ฉันกำลังคิดอยู่ เคลลิเบย์ก็พูดขึ้นมาอีกประโยค
“มันมาพร้อมกับความมืดที่เหมาะสมกับพลังนั้นด้วย”
“ความมืด…เหรอครับ?”
เคลลิเบย์ขมวดคิ้วตอบคำถามของฉัน
“เฮ้ เพื่อนนักแม่นปืนของนายถืออาวุธเพชฌฆาตฝันร้ายอยู่ แต่เขาก็ใช้โดยไม่รู้เรื่องสินะ?”
“ครับ?”
“ยิ่งใช้เพชฌฆาตฝันร้ายฆ่าอะไร ฝันร้ายที่หลับไหลอยู่ในอาวุธก็ยิ่งตื่นขึ้น”
ขนฉันลุกซู่ขึ้นมาทันที
ฉันถามอย่างตะกุกตะกัก
“ถ้ามันตื่นขึ้นมาแล้ว จะเกิดอะไรขึ้นครับ?”
“นั่นก็ขึ้นอยู่กับฝันร้าย มันอาจจะให้พลังเรา หรือ…”
เคลลิเบย์ยกไหล่ขึ้นอย่างขี้เล่น
“มันอาจจะกินเจ้าของเข้าไปก็ได้”
ติดตามผู้แปลได้ที่แฟนเพจ:ยักษาแปร ผู้แปลลงแค่ในMy-NovelและThai-novelเท่านั้น หากอ่านที่อื่นรบกวนมาสนับสนุนทีนะครับผม หรือจะมากดไลก์แฟนเพจก็ได้ กระซิกกระซิก ;-;_