เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

◈บทที่ 141. [ด่านที่ 5] อัลฟ่า & เบต้า

◈บทที่ 141. [ด่านที่ 5] อัลฟ่า & เบต้า

◈บทที่ 141. [ด่านที่ 5] อัลฟ่า & เบต้า


【แปลโดยฝีมือ...ยักษาแปร...มาติดตามได้ที่แฟนเพจหรือเพื่อติดตามเอาข่าวสารได้นะ】

【แค่ คอมเมนต์ ก็เหมือนการให้กำลังใจแล้วนะครับ รบกวน comment กันหน่อยน๊า ;-;】

【Thai-novelจะทำการลงไวกว่าที่อื่นทุกที่ เป็นจำนวน 5 ตอน แต่เรื่องราคาแพงกว่าที่อื่นนิดหน่อย】

◈บทที่ 141. [ด่านที่ 5] อัลฟ่า & เบต้า

ครู่ก่อนหน้านั้น…

ทันทีที่แวมไพร์ธรรมดา ๆ พุ่งเข้าใส่กำแพงเมือง…

มีคนขวางทางอัลฟ่าและเบต้าที่กำลังจะตามไปอย่างช้า ๆ

ฉึก-

《หืม?》

อัลฟ่าหัวเราะเยาะพลางมองคนขวางทาง

《ถึงยังไงนี่ก็มากเกินไปหน่อยนะ》

“…….”

《ฉัน อัลฟ่า ผู้รับใช้คนแรกของจ้าวแห่งความอมตะ…จะให้แค่เพียงอัศวินคนเดียวมาขวางทางงั้นเหรอ?》

คนที่ยืนอยู่ตรงหน้าอัลฟ่าก็คือ เอวานเจลีน

คลิก!

เอวานเจลีนสวมเกราะหนาที่ดูไม่เข้ากับรูปร่างเล็ก ๆ ของเธอ เธอกุมโล่แน่นพร้อมกับสีหน้าบึ้งตึงตามปกติ

อัลฟ่าเลียริมฝีปาก

《ถึงขนาดเอาเด็กน้อยแบบนี้มาใช้ พวกแกไม่มีคนอื่นแล้วเหรอ?》

“แวมไพร์นี่มันสู้กันด้วยลิ้นหรือไง?”

เอวานเจลีนหัวเราะเบา ๆ พลางหมุนหอกม้าขนาดใหญ่ ก่อนจะตั้งท่า

“เลิกทำเป็นเก่งได้แล้ว รีบเข้ามาสู้เลยสิ เดี๋ยวฉันจะทำให้แบนราบเหมือนขนมปังปิ้งที่รุ่นพี่อบให้”

《ดูท่าจะพอมีฝีมืออยู่เหมือนกันนะ…》

ซ่า-

เวทมนตร์สีแดงรูปดอกตูมบานสะพรั่งขึ้นหลังอัลฟ่า

《ดูเหมือนแกจะยังไม่เข้าใจถึงความสามารถของศัตรูสินะ》

ในจังหวะนั้น ดอกตูมเวทมนตร์ก็บานสะพรั่งพร้อมกัน

ฟิ้ว ๆ ๆ ๆ -!

พลังเวทสีแดงราวกับเลือดสาดกระจายออกมาจากเวทมนตร์มากมายนับไม่ถ้วน ยิงกระสุนโลหิตออกไปหลายร้อยนัด

อัลฟ่ามั่นใจ

ว่าด้วยพลังเวทที่ตนเองสร้างขึ้น ไม่ว่าอัศวินจะสวมเกราะหนาแค่ไหนก็จะถูกทำลายเป็นชิ้น ๆ ได้

แต่…

ตึงตึงตึง-!

《……?!》

เร็วมาก

เอวานเจลีนวิ่งราวกับลอยอยู่บนกำแพงเมืองด้วยความเร็วที่ไม่อยากจะเชื่อว่าเป็นไปได้ ทั้ง ๆ ที่สวมเกราะหนักขนาดนั้น

ปัง ๆ ๆ ๆ !

กระสุนโลหิตที่ระเบิดขึ้นหลังเอวานเจลีนกระจายไปทั่ว

แต่เอวานเจลีนก็ไม่กระพริบตา เธอกระโดดหลบกระสุนเหล่านั้นไปได้อย่างหวุดหวิด

《นี่มันอะไรกัน-》

เอวานเจลีนปรากฏตัวต่อหน้าอัลฟ่าในพริบตา

“แกนี่ก็แก่ขนาดนี้แล้ว…ยัง”

ริมฝีปากของเด็กสาวเผยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ตามสไตล์วัยรุ่น

“ดูเหมือนจะยังไม่รู้จักประเมินความสามารถของคู่ต่อสู้เลยนะ!”

ฉัวะ-!

หอกม้าเคลือบด้วยแร่เงินพุ่งแทงไปข้างหน้า

แต่ก่อนที่ปลายหอกจะถึงตัว อัลฟ่าสร้างกำแพงป้องกันเวทโลหิตขึ้นมา

อัลฟ่าใช้จังหวะที่กำแพงป้องกันพังทลาย กลิ้งหลบไปด้านข้างอย่างหวุดหวิด

《ฮึ่ก…น่าอายจริง ๆ !》

อัลฟ่าที่ล้มลงกับพื้นกัดฟันกรอด

เอวานเจลีนเลียริมฝีปากด้วยสีหน้าเสียดาย พลางปัดฝุ่นหอก

“เชอะ เกราะนี่มันแข็งแรงดี แต่ว่าใช้แล้วมันช้าจัง…”

เกราะโกเลมที่เอวานเจลีนสวมอยู่นั้น มีทั้งพลังป้องกันทางกายภาพและเวทมนตร์ที่ยอดเยี่ยม แต่ก็มีข้อเสียคือความเร็วในการโจมตีและเคลื่อนที่ลดลง

แต่เอวานเจลีนใช้ความสามารถพิเศษ [มิอาจหยุดยั้ง] ทำให้ความเร็วในการเคลื่อนที่ไม่ลดลง

เธอยังคงรักษาความเร็วในการเคลื่อนที่ที่ว่องไวราวกับกระรอกไว้ได้

แต่เนื่องจากความเร็วในการโจมตีลดลง ทำให้หอกม้าช้าลงอย่างเห็นได้ชัด

อัลฟ่าสังเกตเห็นจุดนี้ได้ง่าย อัศวินสาวคนนี้รวดเร็วกว่าที่เห็น

‘งั้นก็ลดพลังโจมตีของเวทโลหิต แล้วเพิ่มความเร็วในการยิงก็จบ!’

วงเวทโลหิตปรากฏขึ้นหลังอัลฟ่าอีกครั้ง

ฟิ้ว ๆ ๆ ๆ -!

กระสุนโลหิตหลายร้อยนัดถูกยิงออกไปอีกครั้ง ครั้งนี้พลังโจมตีลดลงแต่ความเร็วเพิ่มขึ้นอย่างมาก

แต่…

ปัง ๆ ๆ ๆ -!

ครั้งนี้เอวานเจลีนยกโล่ขึ้นมาข้างหน้า แล้ววิ่งตรงเข้าไปอย่างไม่ลังเล

《อะ…อะไรกัน?》

กระสุนโลหิตที่กระหน่ำใส่โล่ระเบิดราวกับดอกไม้ไฟ

เอวานเจลีนฝ่าหมอกเลือดที่เกิดจากกระสุนโลหิตที่ระเบิด พุ่งเข้าใส่ราวกับรถถัง

เอวานเจลีนยิ้มเยาะออกมาจากด้านหลังโล่

“ถ้าลดพลังโจมตีลง ก็แค่รับมือมันก็แค่นั้น!”

การลดความเสียหายจากโล่เป็นขั้นตอนแรก

การชดเชยความเสียหายขั้นที่สองด้วยพลังป้องกันเวทมนตร์มหาศาลของเกราะโกเลม

และความเสียหายที่ยังคงเหลืออยู่ก็จะถูกดูดซับด้วยทักษะที่ 1 [เก็บความเสียหาย]!

เนื่องจากอัลฟ่าลดพลังโจมตีของกระสุนโลหิตแต่ละนัด การลดและชดเชยความเสียหายด้วยโล่และเกราะ จึงสามารถรับมือกับกระสุนหลายร้อยนัดได้อย่างสบาย ๆ

“คิดแผนดีนะ แต่ว่า จบกันแค่นี้แหละ!”

เธอพุ่งเข้ามาต่อหน้าอัลฟ่าอีกครั้ง

เอวานเจลีนแลบลิ้น ปลายหอกเปล่งประกายแสงร้อนแรง

“รับไปซะ~!”

ฉัวะ-!

ความเสียหายที่สะสมไว้จากการรับมือกับกระสุนโลหิตหลายร้อยนัด ถูกยิงกลับไปหาอัลฟ่าด้วยทักษะที่ 2 [กรรมคืนสนอง] ของเอวานเจลีน

***

กำแพงเมืองอีกฝั่งหนึ่ง…

“…….”

《…….》

ฟิ้ว ๆ ๆ -

ท่ามกลางสายลมหนาวเย็น ลูคัสและเบต้าจ้องมองกันเงียบ ๆ

ลูคัสถือดาบยาวสองมือไว้แนบอก เบต้าก็เช่นกัน ถือขวานสองมือไว้แนบอก

อัศวินและปีศาจหยุดอยู่ห่างกันราวสิบก้าว กำลังประเมินสถานการณ์กันอยู่

“…….”

《…….》

ไม่มีช่องโหว่

ท่าทางของมนุษย์และแวมไพร์ที่ฝึกฝนร่างกายมาถึงขีดจำกัดนั้นสมบูรณ์แบบ

ฝ่ายไหนที่เข้ามาก่อนจะเป็นฝ่ายเสียเปรียบ ทั้งสองจึงยังไม่ขยับ

《……ครืด》

ฝ่ายที่อดทนไม่ไหวและขยับตัวก่อนคือเบต้า

สิ่งที่เบต้าทนไม่ไหวที่สุดคือใบหน้าที่เย็นชาและสง่างามราวรูปปั้นของลูคัส

มนุษย์ชั้นต่ำนี่มัน…

ยังมาทำท่าทางเหมือนเป็นนักรบที่เสมอกับตัวเองอยู่ตรงหน้าอีก

อยากจะเหยียบย่ำใบหน้าที่เรียบร้อยนั้นให้เร็วกว่านี้สักวินาที…เบต้าได้แต่คิดเช่นนั้นในใจ

และนักรบผู้เชี่ยวชาญนั้น คิดปุ๊บก็ทำปั๊บ

ฉัวะ-!

กล้ามเนื้อต้นขาของเบต้าพองขึ้นเหมือนลูกโป่ง ร่างของเบต้าที่เหยียบลงกับพื้นพุ่งเข้าไปข้างหน้าราวกับสายฟ้า

ระยะสิบก้าวในทันใดนั้นเหลือเพียงก้าวเดียว

ซี้ด-!

ลมพายุพัดโอบอุ้มขวานที่ทำให้เกิดเสียงดังในหู

กล้ามเนื้อแขนของเบต้าที่ถือขวานพองจนดูเหมือนจะระเบิดออกมาจากชุดสาวใช้

เธอใช้กำลังทั้งหมดที่มีลงไปบนขวานอย่างตรงไปตรงมา

ปัง ๆ ๆ ๆ !

ขวานที่ฟาดลงไปบนกำแพงเมืองได้ทำลายกำแพงด้านนอกจนแหลกเหลว

อิฐแข็ง ๆ แตกละเอียดเป็นผง เหล็กแผ่นแตกหัก เหล็กเส้นโค้งงอเหมือนขนมหวาน

พลังมหาศาลราวกับถูกโจมตีด้วยอาวุธล้อมเมือง

แต่การที่ขวานฟาดไปที่กำแพง หมายความว่าอัศวินได้หลบหนีไปแล้ว

《……!》

แวมไพร์เบิกตาโพลงมองไปที่จุดที่ขวานฟาดลงไป

“…….”

ลูคัสยังคงยืนนิ่งอยู่

ห่างจากจุดที่ถูกโจมตีไปเพียงก้าวเดียว เขาก้าวหลบการโจมตีของเบต้าได้อย่างง่ายดาย

แล้วก็ยังคงมองเบต้าด้วยสีหน้าเรียบเฉย เหมือนมองลงมาจากที่สูง

สายตาที่ดูถูกเหยียดหยามเหมือนกำลังมองดูแมลง

《ครืด》

เบต้าขมวดคิ้ว

มันน่ารำคาญ

แต่ดูเหมือนแมลงจะเป็นฝ่ายอัศวินนี่ต่างหาก อยากจะควักเอาลูกตาสีฟ้าสดใสที่มองดูถูกตัวเองอยู่นั้นออกมากรีดให้ขาด

ซี้ด-!

เธอจึงฟาดขวานไปทางใบหน้าของอัศวิน เป็นการฟาดแบบแนวนอนด้วยความเร็วเหลือเชื่อจากพละกำลังมหาศาล โดยไม่มีท่าทางเตรียมการใด ๆ

แต่…เขาก็หลบได้

ลูคัสขยับตัวเบา ๆ เหมือนขนนก หลบขวานของเบต้าได้อย่างหวุดหวิด

เบต้าโจมตีอย่างรวดเร็วมากกว่าห้าครั้ง แต่ลูคัสก็หลบได้อย่างสบาย ๆ ด้วยการเคลื่อนไหวเพียงเล็กน้อย

แล้วก็…

แชง-!

เป็นครั้งแรกที่ลูคัสใช้ดาบปะทะกับขวานของเบต้า

เขาใช้ดาบฟาดไปที่ด้านข้างของขวานอย่างแม่นยำ เปลี่ยนทิศทางขวานไป

ลูคัสยังคงยืนนิ่งอยู่ ขวานของเบต้าที่เปลี่ยนทิศทางไปนั้น ปักอยู่ข้าง ๆ เท้าของลูคัส

《……!》

“ช้าจัง ช้ากว่าราชาของพวกแกเยอะเลย”

ลูคัสพึมพำเบา ๆ อย่างเฉยชาต่อเบต้าที่เบิกตาโพลง

“แบบนี้ไม่พอ อยากให้เร็วกว่านี้อีก”

เบต้าแสดงเขี้ยว หายใจออกมาเป็นไอสีขาว ลูคัสจ้องมองศัตรูอย่างเย็นชา พลางหรี่ตาลง

“อ้อ นี่มันสุดฝีมือแล้วเหรอ?”

แสงสว่างประหลาดปรากฏขึ้นบนดาบยาวเงินศักดิ์สิทธิ์ที่อยู่ในมือของอัศวิน เป็นแสงสว่างของการใช้ทักษะ ทักษะที่ 1 [คมดาบแห่งเจตจำนง]

จำนวนสัตว์ประหลาดที่เขาเคยสังหารด้วยทักษะนี้ เกินร้อยไปแล้ว

ทักษะแบบสะสมที่แข็งแกร่งขึ้นตามจำนวนสัตว์ประหลาดที่สังหาร พลังของ [คมดาบแห่งเจตจำนง] ร้อยสแตกนั้น…

“งั้นก็ตายซะ”

ไม่แพ้พลังของปีศาจเลย

ปัง ๆ ๆ ๆ -!

ดาบของลูคัสฟาดลงมาจากบนลงล่าง อิฐบนกำแพงเมืองพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้าพร้อมกัน

***

เอวานเจลีนเบิกตาโพลง

ปลายหอกที่เธอแทงออกไปหยุดนิ่งอยู่ในอากาศ

“อะ?”

เมื่อเธอรู้สึกตัวอีกครั้ง ร่างกายทั้งตัวของเอวานเจลีนก็เคลื่อนไหวไม่ได้ เหมือนถูกมัดด้วยใยแมงมุม ยังคงอยู่ในท่าที่กำลังแทงหอกอยู่อย่างนั้น

“อะไรเนี่ย? อะไรกัน?”

เอวานเจลีนเงยหน้าขึ้นมองรอบ ๆ ก็เห็นหมอกเลือด

เป็นหมอกเลือดที่เกิดจากกระสุนโลหิตที่เธอรับมือไว้ระเบิดขึ้น และปกคลุมไปทั่ว

นั่นแหละที่มัดเอวานเจลีนไว้เหมือนใยแมงมุม

《การต่อสู้เริ่มต้นที่การวางแผน เด็กน้อยเอ๋ย》

อัลฟ่าหัวเราะเยาะ พลางเดินเข้ามาหาเอวานเจลีนที่เคลื่อนไหวไม่ได้ เขี้ยวของแวมไพร์แวววาว

《คิดว่าฉันยิงกระสุนโลหิตไปเล่น ๆ งั้นเหรอ? ยังใสซื่ออยู่เหมือนเด็กน้อยเลยนะ》

“อึก…อึก…ปล่อยนะ!”

《การดูดเลือดเด็ก ๆ ไม่ใช่สไตล์ฉันเท่าไหร่…》

มือของอัลฟ่าวางลงบนเกราะบริเวณคอของเอวานเจลีน ปลายนิ้วเปล่งแสงสีแดง เตรียมจะแกะเกราะออก

《แต่การพรากชีวิตมนุษย์ผู้มีความสามารถนั้น…สนุกดีนี่นา》

“……!”

ตุ๊บ-!

เกราะที่คอหลุดออกมาในทันที เนื่องจากการโจมตีตรง ๆ ของเวทมนตร์โลหิต คอขาวบางของเอวานเจลีนโผล่พ้นออกมาจากช่องว่างของเกราะ

《ฉันจะลิ้มลองชีวิตเธอเอง》

อัลฟ่าเลียริมฝีปาก แล้วเอาเขี้ยวจ่อที่คอของเอวานเจลีน

พร่วด!

เลือดกระเด็นออกมา

***

หลังจากฟาดดาบลงไป ลูคัสก็รู้สึกตัวสั่น

ท่ามกลางควันที่เกิดจากการฟาดดาบของเขา…ดาบของเขากลับเคลื่อนไหวไม่ได้

‘อะไรกัน?’

หลังจากนั้นไม่นาน ควันก็จางลง ลูคัสก็รู้สาเหตุ

ถูกจับไว้

เบต้าใช้มือซ้ายจับดาบของลูคัสไว้

หรือพูดให้ถูกกว่านั้น ก็ไม่น่าจะเรียกว่าจับ

ดาบของลูคัสพุ่งทะลุฝ่ามือซ้ายของเบต้า ไปถึงข้อศอก และฝังเข้าไปในแขนด้านใน

แต่…มันก็กำลังฟื้นตัว

ดาบยาวของลูคัสคือ [ดาบยาวเงินศักดิ์สิทธิ์แห่งความตาย] ที่ผ่านการเปลี่ยนรูปด้วยไม้เลื้อยปีศาจ

อัตราการลดการรักษาของอาวุธนี้ ต่อแวมไพร์ที่เป็นศัตรูอยู่ที่ 75 %

แต่พลังการฟื้นตัวที่ยอดเยี่ยมของเบต้า ที่เพิ่มขึ้นจากการเสริมสร้างร่างกาย ก็ทำให้เธอฟื้นแขนที่ถูกตัดได้ ด้วยเพียงแค่ 25 %ที่เหลืออยู่

จึง…ถูกจับ

ดาบยาวของลูคัสติดอยู่ในแขนด้านในของเบต้า ระหว่างกล้ามเนื้อที่พองโตขึ้น

ฮิฮิ

เบต้ายกมุมปากขึ้น หัวเราะอย่างปีศาจ

แล้วก็ทำปากเป็นรูปคำ ลูคัสอ่านปากได้ชัดเจน

ทำ…ไม…หลบ…ไม่…ได้…กันนะ…

ตูม-!

ขวานที่อยู่ในมือขวาของเบต้าฟันเข้าที่หน้าอกของลูคัส ผ่าอกเขาเป็นสองซีก

ติดตามผู้แปลได้ที่แฟนเพจ:ยักษาแปร ผู้แปลลงแค่ในMy-NovelและThai-novelเท่านั้น หากอ่านที่อื่นรบกวนมาสนับสนุนทีนะครับผม หรือจะมากดไลก์แฟนเพจก็ได้ กระซิกกระซิก ;-;_

จบบทที่ ◈บทที่ 141. [ด่านที่ 5] อัลฟ่า & เบต้า

คัดลอกลิงก์แล้ว