เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

◈บทที่ 129. [ด้านปีศาจ] เซเลนดิออน

◈บทที่ 129. [ด้านปีศาจ] เซเลนดิออน

◈บทที่ 129. [ด้านปีศาจ] เซเลนดิออน


【แปลโดยฝีมือ...ยักษาแปร...มาติดตามได้ที่แฟนเพจหรือเพื่อติดตามเอาข่าวสารได้นะ】

【แค่ คอมเมนต์ ก็เหมือนการให้กำลังใจแล้วนะครับ รบกวน comment กันหน่อยน๊า ;-;】

【Thai-novelจะทำการลงไวกว่าที่อื่นทุกที่ เป็นจำนวน 5 ตอน แต่เรื่องราคาแพงกว่าที่อื่นนิดหน่อย】

◈บทที่ 129. [ด้านปีศาจ] เซเลนดิออน

หกวันต่อมา

อาณาจักรแห่งทะเลสาบ ดันเจี้ยนใต้ดิน เขต 10

‘เรือนสีชาด’ ที่มั่นของกองทัพแวมไพร์ ห้องของจ้าวแวมไพร์

แกร่ก ……. แกร่ก …….

เซเลนดิออน เจ้าของที่นี่ กำลังห้อยหัวตายอยู่บนเพดาน

《…….》

อัลฟ่าและเบต้า คนรับใช้ทั้งสองมองเซเลนดิออนด้วยสายตาเรียบเฉย

อัลฟ่าและเบต้าเป็นชายหญิงหนุ่มสาว ผมสีดำอมน้ำเงินเหมือนเซเลนดิออน

ทั้งสองสวมชุดคนรับใช้ที่เรียบร้อย เป็นคนใกล้ชิดที่คอยรับใช้เซเลนดิออน

พวกเขาดูเหมือนจะชินกับการที่เซเลนดิออนพยายามฆ่าตัวตาย จึงไม่รู้สึกตกใจเท่าไหร่

เซเลนดิออนที่ห้อยอยู่บนเพดานก็มองลงมาที่ทั้งสองด้วยสายตาที่หมดแรงเช่นกัน

《ท่านจ้าวพยายามฆ่าตัวตายอีกแล้วเหรอคะ? 》

《ใช่》

《ได้ผลบ้างไหมคะ? 》

《ก็เหมือนเดิม…….》

《ให้พวกเราช่วยปลดท่านลงไหมคะ? 》

《ช่วยที》

ทั้งสองค่อย ๆ ประคองตัวเซเลนดิออนลงมา

เนื่องจากเซเลนดิออนมีรูปร่างเหมือนเด็ก อัลฟ่าและเบต้าจึงดูเหมือนพี่ชายและพี่สาวของเขา

แม้ว่าจริง ๆ แล้ว เซเลนดิออนจะใช้ชีวิตมานานกว่าพวกเขามากก็ตาม

อัลฟ่าพาเซเลนดิออนไปนั่งบนโซฟา แล้วถอนหายใจเบา ๆ

《ท่านไม่มีวิธีฆ่าตัวตายที่แปลกใหม่กว่านี้อีกแล้วเหรอครับ? ผมเบื่อที่จะต้องมาปลดท่านลงมาทุกเช้าแล้วครับ…….》

《อาทิตย์ที่แล้วฉันก็กรีดข้อมือแล้วนี่》

《ต้องเอาผ้าปูที่นอนไปซักด้วยครับ ยุ่งยากมาก》

《ถ้าฉันกรีดข้อมือในห้องน้ำล่ะ? 》

《ก็ต้องทำความสะอาดห้องน้ำอีกครับ…….》

อัลฟ่า คนรับใช้ชายโต้ตอบอย่างรวดเร็ว เบต้าคนรับใช้หญิงที่ยืนฟังอยู่ข้าง ๆ พยักหน้าเห็นด้วย

ที่คอเรียวบางของเบต้ามีแผลเป็นยาวเป็นแนวนอน

เหมือนกับถูกตัดออกไปแล้วเย็บติดใหม่

เพราะแผลเป็นนี้ เบต้าจึงพูดไม่ได้ สามารถสื่อสารได้แค่ใช้ท่าทางเท่านั้น

เซเลนดิออนมองคนรับใช้ทั้งสองสลับไปมา แล้วคว้าแก้มซีด ๆ ของตัวเอง

《ในบรรดาการฆ่าตัวตายของฉัน อะไรที่ทำให้พวกนายลำบากน้อยที่สุด? 》

《ตอนที่ท่านพยายามอดอาหารตายครับ ไม่ต้องทำอะไรเลย ไม่ต้องเตรียมอาหารให้ท่านด้วยครับ》

อัลฟ่าพูดด้วยน้ำเสียงเรียบ ๆ ข้าง ๆ เบต้าชี้มือไปมาอย่างรุนแรง

ชี้ไปที่แปลงดอกไม้ที่มองเห็นจากนอกหน้าต่าง

อัลฟ่าแปลท่าทางของเบต้าให้ฟัง

《เบต้าบอกว่า ยุ่งยากที่สุดคือตอนที่ท่านพยายามกระโดดตึกฆ่าตัวตายครับ เพราะต้องมาทำความสะอาดแปลงดอกไม้ทุกวัน》

รอยยิ้มขม ๆ ปรากฏขึ้นบนใบหน้าไร้ความรู้สึกของเซเลนดิออน

เซเลนดิออนพยายามฆ่าตัวตายทุกวัน แต่ไม่เคยสำเร็จ สาเหตุมีสองอย่าง

ประการแรกคือพลังการฟื้นตัวมหาศาลของเขา

แม้ว่าแขนขาจะหลุดออกไป เขาก็จะฟื้นตัวได้อย่างรวดเร็ว ทำให้วิธีฆ่าตัวตายทั่วไปไม่สามารถฆ่าเขาได้

ประการที่สองคือชีวิตนิรันดร์ที่เขาแบ่งปันไปยังกองทัพ

ถึงแม้ว่าบางครั้งโอกาสและวิธีการฆ่าตัวตายที่รุนแรงจะมาบรรจบกันจนเขาตายได้ แต่ชีวิตที่เขาเก็บสะสมไว้ในกองทัพก็จะทำให้เขากลับมาเป็นเหมือนเดิม

《เมื่อไหร่ชีวิตอันแสนทรมานนี้จะสิ้นสุดลง》

อัลฟ่าและเบต้าเปลี่ยนเสื้อผ้าให้เซเลนดิออนอย่างชำนาญ

ระหว่างที่คนรับใช้ทั้งสองกำลังจัดเสื้อผ้า เซเลนดิออนก็พึมพำเบา ๆ

《ชีวิตที่ฉันไม่สามารถจบลงด้วยตัวเองได้ มันช่างทรมานเหลือเกิน》

《มนุษย์ในอาณาจักรแห่งทะเลสาบนี้พยายามอย่างหนักเพื่อที่จะได้อมตะ แต่สุดท้ายก็กลายเป็นแบบนี้》

อัลฟ่าหัวเราะเบา ๆ ขณะที่ผูกเน็คไทให้เซเลนดิออน

《แต่ท่านจ้าวกลับทุกข์ทรมานแม้จะเป็นอมตะแล้ว ความแตกต่างนี้ช่างตลกดีนะครับ》

《เพราะฉันไม่เคยปรารถนาความอมตะไงล่ะ》

เซเลนดิออนลูบตาที่ดูเหนื่อยล้า

ใบหน้าเด็ก ๆ ของเขามีเพียงดวงตาสีแดงเท่านั้นที่ดูลึกและเศร้าเหมือนตาของคนแก่

《ฉันคิดว่าฉันได้หลับไปหลังจากใช้ชีวิตอันยาวนานและยุ่งเหยิงนั้นจนจบแล้ว…… แต่พระราชากลับทรงชุบชีวิตฉันขึ้นมาที่นี่ตามใจชอบ และห้าร้อยปีก็ผ่านไปเช่นนั้น》

เปลี่ยนเสื้อผ้าเสร็จแล้ว

เซเลนดิออนสวมสูทที่เข้ารูป แล้วมองฝ่ามือตัวเอง แล้วถอนหายใจยาว

《คราวนี้ฉันจะตายได้ไหม? 》

《หมายถึงการออกรบครั้งนี้หรือเปล่าครับ?》

วันนี้เป็นวันออกรบของกองทัพโลหิต

เนื่องจากวันเริ่มการรุกรานตามที่ราชาทรงมีพระบัญชาคืออีกสามวันข้างหน้า พวกเขาจึงต้องออกเดินทางในวันนี้เพื่อจะได้ถึงกำแพงเมืองศัตรูในสามวันข้างหน้า

อัลฟ่าและเบต้าหัวเราะเยาะพร้อมกัน

《พวกมนุษย์พวกนั้นจะสู้กับพวกเราได้ยังไงกันครับ? ยิ่งไปกว่านั้นพวกเรายังเก็บสะสมพลังไว้เพื่อ ‘มหาอุทกภัย’ ครั้งนี้มานานแล้วนี่ครับ》

《…….》

《ขออภัยท่านจ้าวที่ปรารถนาความตาย แต่คราวนี้ก็คงยากครับ》

อัลฟ่าและเบต้าโค้งคำนับเซเลนดิออนพร้อมกัน

《ขอทรงเป็นจอมทัพอมตะของพวกเราตลอดไปเถิดนะครับ》

《…….》

เซเลนดิออนที่เงียบอยู่สักครู่ส่ายหัวเบา ๆ

《แต่ศัตรูในครั้งนี้ไม่ธรรมดาแน่นอน》

เซเลนดิออนนึกถึงศัตรูที่เขาได้พบเมื่อไม่กี่วันก่อน

- ถึงแม้แกจะไม่ขอร้อง ฉันก็จะฆ่าแกอยู่ดี อย่าห่วงเลยนะ ราชาแวมไพร์! รีบคิดเอาไว้เถอะว่าจะกรีดร้องยังไงตอนที่ฉันฆ่าแกด้วยดาบของฉัน!

ซึ่งอีกฝ่าย ก็คือมนุษย์ที่ชื่อ แอช

ถึงแม้จะสบตากับเขาแต่ก็ไม่ถอยหนีและยังคงกระจายความเกลียดชังออกมาได้

‘เหมือนกันไม่มีผิด’

แอชเหมือนกับมนุษย์ผู้ยิ่งใหญ่ที่ฆ่าเขาเมื่อนานมาแล้ว

เซเลนดิออนกดมือลงบนหน้าอกซ้ายที่เต้นแรงอย่างไม่ปกติ

นานแค่ไหนแล้วที่หัวใจของเขาเต้นแรงแบบนี้

บางทีจริง ๆ แล้ว…….

- ทำความสะอาดคอให้เรียบร้อยแล้วค่อยคลานเข้ามาที่กำแพงเมืองของฉันสิ แล้วฉันจะรับผิดชอบในการยุติชีวิตที่น่าสมเพชของแกเอง!

เขาอาจจะฆ่าฉันได้

《กองทัพทั้งหมดพร้อมแล้วครับ ท่านจ้าว》

อัลฟ่าและเบต้าเปิดประตูห้องนอนออกกว้าง คนรับใช้ทั้งสองยิ้มให้กับจอมทัพของพวกเขาอย่างอ่อนโยน

《ท่านจ้าว ไปกันเถอะ พวกเราต้องไปบัญชาการกองทัพ》

《…….》

เซเลนดิออนค่อย ๆ ลุกขึ้น

ความเหนื่อยล้าที่สะสมมาตลอดชีวิตกดทับลงบนไหล่ทั้งสองข้างของเขา แต่เขาก็สลัดความเหนื่อยล้าออกไปอย่างเบา ๆ

เซเลนดิออนเดินออกไปอย่างมั่นคง คนรับใช้ทั้งสองตามไปข้างหลัง

***

ด้านนอกเรือน

บนถนนที่กว้างใหญ่ แวมไพร์และผีดิบกว่าหนึ่งพันตัวกำลังยืนเรียงแถวรออยู่

พวกเขาทุกคนคุกเข่าลงกับพื้น ก้มศีรษะลง และกลั้นใจรอการเสด็จมาของจอมทัพ

《…….》

เซเลนดิออนมองพวกเขาอย่างเงียบ ๆ

เขาอาศัยอยู่ในอาณาจักรแห่งทะเลสาบแห่งนี้มาห้าร้อยปี

ในระหว่างนั้น เขาได้ใช้ ‘ฝันร้าย’ เพื่อขยายขนาดกองทัพ

แวมไพร์หลายร้อยตัวและผีดิบหลายพันตัวที่หลับใหลอยู่ในฝันร้ายของท่านจ้าวองค์อื่น ๆ ได้เข้าร่วมกองทัพ

กองทัพจึงขยายใหญ่ขึ้นเรื่อย ๆ

แต่ในที่สุด กองทัพหลักของเซเลนดิออนก็คือพวกเขาเหล่านี้

เหล่าทหารกล้าหนึ่งพัน

ผู้ที่ได้รับการแบ่งปันชีวิตของเซเลนดิออน

《พวกเราเฝ้ารออยู่ครับ ท่านจ้าว》

หนึ่งในแวมไพร์เจ็ดตัวที่คุกเข่าอยู่ด้านหน้าพูดขึ้น

《พวกเรารอคอยคำสั่งออกรบของท่านอยู่ครับ》

《……นานแล้วที่ฉันได้ออกมาบนพื้นดินแบบนี้》

เซเลนดิออนมองทหารของเขาแต่ละคนอย่างละเอียดแล้วถาม

《เส้นทางการออกรบเป็นอย่างไร? เราจะออกจากอาณาจักรแห่งทะเลสาบผ่านประตูใหญ่หรือไม่? 》

《ใช่ครับ แต่มีข้อควรระวังคือ…….》

อัลฟ่าพูดพลางลังเล

《…… ‘ไร้นาม’ กำลังปิดกั้นประตูใหญ่ครับ》

ดวงตาสีแดงของเซเลนดิออนเบิกกว้างขึ้น

ไร้นาม

ผู้หญิงคนเดียวที่ขัดขวางปีศาจในนรกนี้ส่วนใหญ่ไว้ได้ และเป็นผู้ต่อต้านสุดท้ายของอาณาจักรแห่งทะเลสาบ

《นั่นแหละคือคนที่ปฏิบัติตามหลักโนเบิลโอเบลิจูจริง ๆ 》

เซเลนดิออนหัวเราะเบา ๆ

《เธอต่อสู้มาอย่างยาวนาน…… ไม่ยอมแพ้เลยจริง ๆ แต่ความรับผิดชอบนั้น มันจะสำคัญขนาดนั้นเชียวเหรอ เพียงเธอละทิ้งมันไปแล้วปล่อยวาง มันก็จบสิ้นเหมือนคนอื่น ๆ แล้ว》

《แต่การต่อต้านของ ‘ไร้นาม’ ก็กำลังถึงขีดจำกัดแล้วครับ》

อัลฟ่ามองไปทางทิศเหนืออย่างรวดเร็ว ซึ่งเป็นทิศทางที่ประตูใหญ่ของอาณาจักรแห่งทะเลสาบตั้งอยู่

《ในช่วงห้าร้อยปีที่ผ่านมา เธอขัดขวางส่วนใหญ่ได้คนเดียว แต่ช่วงหลัง ๆ เริ่มไม่ไหวแล้วครับ ตอนนี้ก็คงไม่สามารถขัดขวางพวกเราได้แล้ว》

อัลฟ่าชี้มือออกไปเพื่ออธิบายเส้นทางออกรบ

《กองทัพที่เหลือยกเว้นกองทัพหลักหนึ่งพัน กำลังรออยู่ที่จัตุรัสกลางทางทิศเหนือครับ ทันทีที่พวกเขาเข้าโจมตีประตูใหญ่เพื่อเป็นเหยื่อล่อ ‘ไร้นาม’ ก็จะเข้าโจมตีพวกเขา เพื่อสร้างเวลาให้เรา…….》

《ส่วนกองทัพหลักจะผ่านประตูใหญ่ ออกไปสู่โลกมนุษย์สินะ》

เซเลนดิออนขมวดคิ้ว

《กองทัพอื่น ๆ ก็ออกรบแบบนี้มาตลอดหรือ? 》

《ขออภัยครับ เป็นเช่นนั้นจริงครับ เราจะโยนกองทัพเหยื่อล่อให้กับ ‘ไร้นาม’ และในขณะที่พวกเขาสร้างเวลาให้ กองทัพหลักขนาดเล็กก็จะออกไปนอกราชอาณาจักร》

อัลฟ่ากัดฟันด้วยความโมโห

《ถ้าไม่มี ‘ไร้นาม’ พวกปีศาจหลายหมื่นตัวก็จะโจมตีโลกมนุษย์ไปแล้ว โลกมนุษย์คงล่มสลายไปแล้ว》

《ไม่จำเป็นต้องใช้กองทัพหลายหมื่นเพื่อทำลายล้างโลกมนุษย์หรอก》

เซเลนดิออนยิ้มเบา ๆ แล้วมองไปที่กองทัพของเขา

《หนึ่งพันคนของเราก็เพียงพอแล้ว》

เมื่อเซเลนดิออนพูดจบ แวมไพร์ของเขาก็ยิ้มพร้อมกัน

ใช่แล้ว ไม่จำเป็นต้องใช้ปีศาจหลายหมื่นตัวเพื่อทำลายล้างโลก

แวมไพร์ 10 ตัว ผีดิบ 1,000 ตัว

พวกเขามีจำนวนมากพอที่จะสร้างนรกบนโลกมนุษย์แล้ว

《ออกเดินทางกันเถอะ》

เซเลนดิออนก้าวเดินออกไปอย่างเบา ๆ

《ฉันอยากสูดอากาศข้างนอกบ้างหลังจากหายไปนาน》

หลังกล่าวจบ แวมไพร์กองทัพโลหิตหนึ่งพันคนตามเซเลนดิออนไปอย่างเป็นระเบียบ

***

ทางทิศเหนือของอาณาจักรแห่งทะเลสาบ

หน้าประตูใหญ่ จัตุรัสกลาง

เมื่อเซเลนดิออนและกองทัพหลักพันมาถึงที่นี่ การต่อสู้ก็กำลังดำเนินอยู่แล้ว

ฟู่มมม-!

ตูม!ตูม!ตูม!

ลำแสงขนาดใหญ่พุ่งออกไปเหมือนการยิงปืนใหญ่ และสัตว์ประหลาดที่ถูกแสงลำนั้นถูกทำลายกลายเป็นผงธุลี

ไร้นามกำลังต่อสู้ขณะที่เสื้อคลุมเก่า ๆ และผมสีขาวของเธอปลิวไปทั่ว

《พวกกบฏชั่วช้า!》

《ฆ่ามัน! ฉีกมันเป็นชิ้น ๆ แล้วสูบเลือดมัน!》

แวมไพร์หลายร้อยตัวใช้เวทมนตร์โลหิตและวิ่งเข้ามา

แค่ก!

อ๊ากกกกกกกก-!

ผีดิบฤดูหนาวมากมายกำลังพ่นลมหายใจสีขาวออกมาและค่อย ๆ ล้อมเธออยู่

แต่ว่า

แคร๊ง! ฟู่มม-!

ไร้นามปล่อยลำแสงจากดาบเก่า ๆ ในมือของเธอ และฆ่าพวกมันทั้งหมด

ทุกครั้งที่เธอฟันดาบ ลำแสงขนาดใหญ่จะพุ่งออกมา

ลำแสงสีฟ้าสดใสพุ่งเข้ามาในอาณาจักรแห่งทะเลสาบที่มืดมน ทำให้เมืองสว่างวาบ

“พวกแกเป็นผลลัพธ์ความผิดพลาดของประเทศนี้”

ไร้นามกระซิบอย่างแผ่วเบา

“จะหนีไปไหนกัน ฝันร้ายควรจะฝันกันแต่ภายในอาณาจักรแห่งทะเลสาบนี้เท่านั้น พวกปีศาจทั้งหลาย……!”

ฟู่มม-!

ลำแสงที่ถูกยิงออกมานั้นไปกระแทกกลางกองทัพเหยื่อล่อ

ปีศาจที่ถูกแสงนั้นโจมตีหายไปโดยไม่มีร่องรอยหลงเหลือ

เซเลนดิออนตะลึงกับภาพที่เห็น

《เป็นอาวุธไม่กี่ชิ้นที่สามารถตัดชีวิตฉันได้ ช่างน่าทึ่งจริง ๆ 》

หนึ่งในวิธีฆ่าตัวตายที่เซเลนดิออนพยายามบ่อยที่สุดก็คือการเผชิญหน้ากับไร้นาม

แต่ถ้าเขาตายด้วยมือของไร้นาม พระราชาจะชุบชีวิตเขาขึ้นมา

พระราชาไม่สนใจหากผู้บัญชาการกองทัพจะตายด้วยสาเหตุใดก็ตาม แต่พระองค์จะทรงพยายามขัดขวางไม่ให้ไร้นามฆ่าเขาเด็ดขาด

ดังนั้น การปะทะกันที่นี่จึงไร้ความหมาย

ในขณะที่ไร้นามและกองทัพเหยื่อล่อกำลังต่อสู้กันอย่างดุเดือด เซเลนดิออนและกองทัพหลักก็ผ่านไปข้าง ๆ อย่างเงียบ ๆ

ตู้มมม-

ทันใดนั้น ราวกับว่ามีบางสิ่งรู้ตัวว่าพวกเขาจะออกรบ

ประตูใหญ่ทางทิศเหนือที่เป็นสนิมเริ่มเปิดออกอย่างช้า ๆ

“เซเลนดิออน……!”

ไร้นามที่สังเกตเห็นว่ากองทัพหลักหลบหนีไป กรีดร้องออกมา

“แกจะไปไหน ไอ้แวมไพร์ชั่ว!”

《แน่นอนว่าย่อมไปยังโลกมนุษย์ องค์หญิงผู้ไร้ราชบัลลังก์》

“……!”

องค์หญิง…

ใบหน้าของไร้นามบิดเบี้ยวไปเมื่อได้ยินคำนั้น ฟันของเธอที่อยู่ใต้เส้นผมสีขาวถูกกัดแน่น

《อย่าพยายามรับภาระของโศกนาฏกรรมในนรกนี้เพียงลำพังอีกต่อไปเลย》

เซเลนดิออนยิ้มเบา ๆ แล้วเดินผ่านประตูทางทิศเหนือที่เปิดออกไปแล้ว

《ในท้ายที่สุดเธอก็จะถูกกาลเวลาบดบังและกลืนกินไป》

“รอก่อนเถอะ เซเลนดิออน! ฉัน……”

ไร้นามพยายามอย่างสุดชีวิตที่จะขัดขวางกองทัพหลัก แต่กองทัพเหยื่อล่อก็เข้าล้อมเธอเอาไว้ทุกทิศทาง

เซเลนดิออนและกองทัพหลักได้จากไปแล้ว ทิ้งไว้เพียงสนามรบที่เต็มไปด้วยลำแสงและเลือด แล้วผ่านประตูทางทิศเหนือออกไปนอกอาณาจักรแห่งทะเลสาบ

มีทางเดินโปร่งใสเชื่อมต่อจากประตูใหญ่ไปจนถึงผิวน้ำ

ซ่า!

ไม่นานหลังจากนั้น เซเลนดิออนและกองทัพโลหิตก็ออกมาจากผิวน้ำ

《อากาศดีจัง》

เซเลนดิออนสูดอากาศนอกโลกที่ได้ดื่มด่ำมานานหลายร้อยปี แล้วมองไปทางทิศเหนืออย่างตั้งใจ

《ไปกันเถอะ ไปทำลายล้างโลกกัน》

ในขณะที่เขาหวังว่าการตายของเขาจะอยู่ที่ปลายทางแห่งนี้

ราชาแวมไพร์ก็เริ่มก้าวเดินไปสู่โลกมนุษย์

ติดตามผู้แปลได้ที่แฟนเพจ:ยักษาแปร ผู้แปลลงแค่ในMy-NovelและThai-novelเท่านั้น หากอ่านที่อื่นรบกวนมาสนับสนุนทีนะครับผม หรือจะมากดไลก์แฟนเพจก็ได้ กระซิกกระซิก ;-;_

จบบทที่ ◈บทที่ 129. [ด้านปีศาจ] เซเลนดิออน

คัดลอกลิงก์แล้ว