- หน้าแรก
- ข้ากลายเป็นทรราชในเกมป้องกันเมือง
- ◈บทที่ 091. งานเลี้ยงฉลองชัยชนะ (2)
◈บทที่ 091. งานเลี้ยงฉลองชัยชนะ (2)
◈บทที่ 091. งานเลี้ยงฉลองชัยชนะ (2)
【แปลโดยฝีมือ...ยักษาแปร...มาติดตามได้ที่แฟนเพจหรือเพื่อติดตามเอาข่าวสารได้นะ】
【แค่ คอมเมนต์ ก็เหมือนการให้กำลังใจแล้วนะครับ รบกวน comment กันหน่อยน๊า ;-;】
【Thai-novelจะทำการลงไวกว่าที่อื่นทุกที่ เป็นจำนวน 5 ตอน แต่เรื่องราคาแพงกว่าที่อื่นนิดหน่อย】
◈บทที่ 091. งานเลี้ยงฉลองชัยชนะ (2)
บาดแผลของก็อตแฮนด์ร้ายแรงกว่าที่ฉันคิดไว้มาก
“ใต้ข้อศอกแหลกละเอียดเลยค่ะ แทบไม่เหลือรูปทรงเดิมเลย”
วิหาร
นักบุญหญิงมาร์เกอริต้าพูดเร็วพลางเตรียมการผ่าตัด
“เกินกว่าที่เวทมนตร์รักษาจะเยียวยาได้แล้วค่ะ”
“หมายความว่า…?”
“ต้องตัดแขนทิ้งค่ะ”
เหมือนได้ยินเสียงหัวใจตกไปอยู่ตาตุ่ม
บนเตียงที่เปื้อนเลือด ก็อตแฮนด์นอนหมดสติไปแล้ว
เอลฟ์หนุ่มผอมแห้งนั้นหมดสติไปแล้ว เพราะความเจ็บปวดรุนแรง หรือเพราะยานอนหลับกันนะ
“จะตัดแขนท่อนล่างใต้ข้อศอกออกค่ะ ผู้ป่วยก็ยินยอมแล้วด้วยค่ะ”
“ยินยอม…แล้วเหรอ?”
“ไม่ยินยอมก็ต้องตัดค่ะ เนื้อเยื่อเน่าตายลามไปถึงแขนแล้วค่ะ ปล่อยไว้อย่างนี้ไม่ใช่แค่แขนท่อนล่างหรอกค่ะ ต้องตัดตั้งแต่ใต้ไหล่เลยล่ะค่ะ”
มาร์เกอริต้าหยิบเลื่อยผ่าตัดจากถาดขึ้นมา แล้วเหลือบมองฉัน
“ถ้าไม่ช่วยก็ออกไปได้แล้วนะคะ ฝ่าบาท? เพราะมันคงไม่ใช่ภาพที่น่าดูสักเท่าไหร่หรอกนะคะ”
“…….”
ฉันพยายามแก้คำพูดในใจ แต่สุดท้ายก็พูดไม่ออก และออกจากห้องเงียบ ๆ
“อ่ะ”
นอกห้องมีเด็กเอลฟ์สี่คนจากกองพลเงาที่รอการผ่าตัดของหัวหน้าทีมอยู่
สายตาของเด็กเอลฟ์ที่มองฉันพร้อมกันนั้นดูไร้เดียงสาเกินไป และฉันก็รู้สึกหนักใจ จนถึงกับพูดไม่ออกไปชั่วขณะ
“ฝ่าบาท…ท่าน…หัวหน้าเราเป็นยังไงบ้างคะ?”
บอดี้แบ็กที่เป็นผู้ช่วยหัวหน้าทีมถามอย่างระมัดระวังเมื่อเห็นฉันยืนนิ่งอยู่
แม้จะเจ็บปวด แต่ก็ไม่ใช่เรื่องที่จะต้องลากยาว ฉันจึงพูดหนักแน่น
“คือ…ที่จริงแล้ว…”
ฉันเล่าเรื่องบาดเจ็บสาหัสของก็อตแฮนด์ และบอกว่าต้องตัดแขนทั้งสองข้างใต้ข้อศอกทิ้ง
ทหารเงาต่างหน้าซีด แต่ก็ไม่ได้ตกใจมากนัก
ฉันจึงถามพวกเขาด้วยความระมัดระวัง
“พวกเธอโอเคไหม?”
“ฝ่าบาท…คือ…มันเป็นเรื่องที่อธิบายยากนิดหน่อยนะคะ”
บอดี้แบ็กลังเลเล็กน้อย แล้วเหลือบมองไปทางห้อง ก่อนจะพูด
“ก็อตแฮนด์เคยเสียมือทั้งสองข้างไปแล้วเมื่อสองปีก่อนค่ะ”
“อะไรนะ?”
“มือทั้งสองข้างที่เสียไปถูกเปลี่ยนเป็นมือเทียมโลหะค่ะ เพราะเขารู้จักช่างโลหะ จึงใช้มือเทียมได้คล่องเหมือนมือจริงค่ะ”
ฉันไม่รู้เรื่องนี้เลย แม้ว่าเขาจะใส่ถุงมืออยู่ก็เถอะ แต่การเคลื่อนไหวดูคล่องแคล่วไม่มีที่ติ
“หลังจากเปลี่ยนมือเป็นมือเทียม ก็เปลี่ยนรหัสไปเป็นก็อตแฮนด์ด้วยค่ะ”
บอดี้แบ็กยิ้มแห้ง ๆ
“ดังนั้น…ครั้งนี้ก็คงไม่เป็นไรหรอกค่ะ แขนที่เสียไปก็จะเปลี่ยนเป็นโลหะ แล้วก็จะต่อสู้ได้เหมือนเดิมค่ะ”
“…….”
ไม่ใช่…ไม่ใช่ว่าฉันห่วงเรื่องจะใช้งานเขาหรอก
นี่คนนะ ไม่ใช่เครื่องจักรสักหน่อย
แม้ว่าชิ้นส่วนเสียหายแล้วจะเปลี่ยนใหม่ได้ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะไม่มีอะไรเกิดขึ้น
บาดแผลร้ายแรงจะฝังอยู่ในจิตใจ
และมันจะไม่หายไปตลอดกาล
“…….”
ฉันกลืนคำพูดลงคอ คุกเข่าลงตรงหน้าพวกเด็ก ๆ แล้วลูบหัวพวกเขาทีละคน
“ถ้าพวกเธอเจ็บปวด บอกฉันด้วยนะ ฉันจะรักษาให้”
ฉันพูดอย่างนั้น
ในฐานะผู้บัญชาการที่ต้องผลักดันพวกเขาเข้าสู่สนามรบทุกครั้ง การมาพูดอะไรแบบนี้ช่างตลกดีจริง ๆ
ฉันยิ้มอย่างขมขื่นให้กับเด็ก ๆ ที่มองฉันตาโต
“เอาล่ะ ไปกันเถอะ คืนนี้มีงานเลี้ยงฉลองชัยชนะ แม้ว่าก็อตแฮนด์จะมาไม่ได้ แต่พวกเธอต้องกินให้เต็มที่และพักผ่อนด้วยนะ”
แต่เด็ก ๆ ต่างส่ายหน้าพร้อมกัน
“พวกเราไม่เป็นไรค่ะ ฝ่าบาท!”
“พวกเราจะรอที่นี่จนกว่าการผ่าตัดของหัวหน้าจะเสร็จค่ะ”
“…….”
ฉันอึ้งไปชั่วขณะ ก่อนจะพยักหน้า
“ได้ พักที่นี่คืนนี้เถอะ ฉันจะส่งอาหารและเครื่องดื่มไปให้ แม้ว่าเราจะฉลองชัยชนะด้วยกันไม่ได้ก็เถอะ…”
ฉันเหลือบมองไปยังห้อง แล้วพยักหน้าช้า ๆ
“คืนนี้พวกเธอทำได้ดีมาก จงจำเอาไว้”
เด็ก ๆ ยิ้มกว้าง ฉันก็ยิ้มตอบ
“ฝากดูแลหัวหน้าของพวกเธอด้วยนะ”
“รับทราบค่ะ!”
“ส่งของอร่อย ๆ มาเยอะ ๆ นะคะ!”
“เครื่องดื่มด้วยค่ะ!”
“น้ำผลไม้! ผมชอบน้ำผลไม้ครับ!”
ฉันออกจากวิหารทิ้งทหารเงาไว้ คงต้องสั่งน้ำผลไม้มาสามกล่องได้แล้วล่ะมั้ง
“…….”
แปลก ๆ แขนซ้ายรู้สึกเจ็บแปลบ ๆ
แม้ว่าบาดแผลที่แขนฉันจะหายดีแล้วหลังจากถอดเฝือกไปวันนี้ แต่ก็ยังรู้สึกเจ็บๆ อยู่เบา ๆ
แล้วก็อตแฮนด์ที่เสียแขนไปล่ะ จะเจ็บแปลบ ๆ ที่แขนที่ไม่มีอยู่ไหมนะ
ฉันคิดเรื่องไร้สาระไปพลาง ๆ ขณะที่เดินไป มีรถม้าส่วนตัวรออยู่หน้าวิหาร
****
เมื่อมาถึงลานกว้าง งานเลี้ยงก็เริ่มแล้ว เสียงโกลาหลไปหมด
มีหม้อต้มซุปอยู่บนกองไฟหลาย ๆ กอง เนื้อย่างเสียบไม้ก็กำลังสุก
พ่อครัวที่จ้างมาจากบริเวณใกล้เคียงกำลังยุ่งอยู่กับการทำอาหาร ถังเหล้าที่นำมาจากโกดังกองอยู่ทั่วลานกว้าง
ควันจากการย่างเนื้อลอยขึ้นไปบนท้องฟ้าตอนเย็นที่เพิ่งมืด และผู้คนก็กำลังหัวเราะอยู่ด้านล่าง
ดูดีจัง
“พวกนี้…เจ้าชายอย่างฉันยังไม่กล่าวคำปราศรัยเลย เริ่มกันเองได้ยังไงเนี่ย!”
ฉันบ่นงึมงำ เดินเข้าไปในลานกว้าง แล้วเสียงปรบมือก็ดังขึ้นมา
“เจ้าชายมาแล้ว!”
“ฝ่าบาท! ฝ่าบาท! ฝ่าบาท!”
“ผู้บัญชาการที่เก่งที่สุดในภาคใต้!”
“ชายผู้ถือกำเนิดมาเพื่อสังหารปีศาจ!”
ทหารต่างพากันยกย่องฉัน พวกนี้…
“เอ๊า! เอาเหล้ามาสักแก้ว!”
ถ้าปล่อยไว้อย่างนี้คงไม่จบง่าย ๆ ฉันจึงคว้าแก้วเหล้า ขึ้นไปบนเวทีกลางลาน
“พูดสั้น ๆ จบไว ๆ ! ฉันพูดว่าแนวรบทางใต้! พวกนายก็พูดว่ากินให้ตายกันไปเลย! เข้าใจไหม?”
โอโอโอโอ!
“เอาล่ะ แนวรบทางใต้!”
“กินให้ตายกันไปเลย-!”
พร้อมกับเสียงตอบรับที่ดังกึกก้อง ทุกคนต่างยกแก้วขึ้นดื่ม
“อุ๊กก!”
ฉันทำทีดื่มไปสองสามคำ แล้ววางแก้วลง เหล้าที่นี่ ดื่มเท่าไหร่ก็ไม่เคยชินเลย!
เมื่อฉันเป็นคนประกาศเริ่มงานเลี้ยงอย่างเป็นทางการ ลานกว้างก็ยิ่งโกลาหลมากขึ้น
ฉันลงจากเวที แล้วหยุดไอเดอร์ที่กำลังยกอาหารอยู่ข้าง ๆ
“นี่ นายน่ะ ช่วยทำธุระให้หน่อย”
“อ้าว ฝ่าบาท! ได้สิครับ! สั่งได้เลยครับ! เนื้อ? เหล้า? จะเอาอะไรอีกครับ? ถ้าต้องการดนตรี ผมร้องเพลงให้ฟังได้นะครับ!”
ไม่ใช่แบบนั้นหรอก
“ส่งอาหารไปที่วิหารหน่อย รวมถึงเครื่องดื่มด้วย”
“อ้อ!”
ไอเดอร์ทำหน้าลำบากใจ เสียใจอะไรนักหนา
“ส่งไปให้บาทหลวงที่เหนื่อยกับการรักษา ทหารที่บาดเจ็บ และทหารเงาด้วยนะ อ้อ น้ำผลไม้สามกล่องด้วย”
ฉันกำลังจะสั่งอะไรเพิ่ม ก็ได้ยินเสียงจากด้านหลัง
“ฉันจะไปเองค่ะ”
“ห๊ะ?”
พอหันไปดู ก็เห็นลิลลี่
ลิลลี่ที่นั่งอยู่บนเก้าอี้ล้อใหม่ ดูเหมือนจะตัดสินใจอะไรบางอย่าง ใบหน้าดูจริงจัง
“…….”
ฉันไม่ได้ห้าม เพียงพยักหน้าตอบไป
“โอเคใช่ไหม?”
“ค่ะ”
“ดี ไอเดอร์! ไปรวมคนมาช่วยขนของ แล้วไปส่งกับลิลลี่ที่วิหารด้วยกัน”
“รับทราบครับ~!”
ไอเดอร์และลิลลี่เริ่มเลือกอาหารและเครื่องดื่มใส่ถาด
หลังจากดูอยู่สักพัก ฉันก็เดินไปด้านในลาน
มาร์คกราฟพูดถูก ถ้ามัวแต่โศกเศร้าและไว้อาลัย เมืองก็จะหยุดนิ่ง ต้องให้ความสุขที่สมน้ำสมเนื้อ
การดูแลผู้บาดเจ็บ และการไว้อาลัยให้กับผู้เสียชีวิต ก็เป็นหน้าที่ของเจ้าเมือง
แต่การดื่มฉลองและพูดคุยสนุกสนานกับผู้รอดชีวิต ก็เป็นหน้าที่ของเจ้าเมืองเช่นกัน
“พวกเจ้า! ดื่มกันแบบนั้น จะหมดเหล้าที่กองอยู่ตรงนั้นได้ยังไง เติมเหล้า!”
“โอโอโอ! สมกับเป็นองค์ชายสาม นักดื่มที่เก่งที่สุดในจักรวรรดิ!”
“วันนี้เราจะได้เห็นตำนานนั้นด้วยตาตัวเองสินะ!”
“ลองดูสิ มาเลย วันนี้ดื่มกันให้สุด!”
ฉันพยายามสร้างบรรยากาศด้วยการชนแก้ว และหัวเราะอย่างสนุกสนาน
ค่ำคืนแห่งชัยชนะค่อย ๆ ผ่านไป
****
ก็อตแฮนด์ฟื้นคืนสติในคืนนั้นดึก ๆ
“……อึก”
เขาพยายามลุกขึ้น แต่ก็รู้ตัวว่าทำไม่ได้
แขนทั้งสองข้างหายไปตั้งแต่ใต้ข้อศอก
ก็อตแฮนด์นึกถึงตอนที่แขนของเขาแหลกละเอียด
รวมถึงเสียงของบาทหลวงที่ขอให้เขายินยอมตัดแขนทิ้ง
“…….”
ก็อตแฮนด์นอนอยู่บนเตียง ยกแขนที่ว่างเปล่าขึ้นช้า ๆ
ในตอนนั้นเอง
“ตื่นแล้วเหรอ?”
ได้ยินเสียงดังขึ้นข้างเตียง ก็อตแฮนด์ตกใจ หันไปมอง
ลิลลี่นั่งอยู่บนเก้าอี้ข้างเตียง ใบหน้าดูไม่ค่อยดี
“คุณลิลลี่…เหรอ?”
“ผ่าตัดเสร็จแล้วค่ะ”
ลิลลี่ที่กำลังจิบเหล้าและอ่านเอกสาร ยกปากกาขึ้นมาเขียนอะไรบางอย่างลงในเอกสาร
“อีกหน่อยก็จะไข้ขึ้นสูงมาก และก็เจ็บปวดมากด้วยค่ะ การรักษาเวทมนตร์ครั้งต่อไปคือพรุ่งนี้เช้าเจ็ดโมงค่ะ”
“…….”
“แม้ว่าจะตัดแขนท่อนล่าง แต่ข้อต่อยังอยู่ ถ้าใส่แขนเทียมก็เคลื่อนไหวได้สะดวกค่ะ”
ลิลลี่ชี้ไปที่มุมห้อง
“คนอื่น ๆ กินข้าว คุยกัน แล้วก็นอนหลับไปแล้วค่ะ”
สมาชิกกองพลเงาที่เหลืออีกสี่คนนอนหลับอยู่ที่พื้น
พวกเขานอนหลับสนิท คลุมด้วยผ้าห่มเพียงผืนเดียว คงเหนื่อยมาก
“…….”
“หิวไหมคะ?”
ลิลลี่หยิบอาหารที่ปิดไว้ด้วยผ้าจากชั้นวางข้าง ๆ มา
“ฉันเก็บส่วนของคุณไว้ด้วยนะคะ เพราะเสียเลือดมาก ต้องกินเยอะ ๆ นะคะ”
“ทำไม…ถึงมาดูแลผมล่ะครับ?”
มือของลิลลี่หยุดชะงัก ก็อตแฮนด์ถามอย่างลังเล
“คุณไม่เกลียดพวกเราเหรอครับ?”
“…….”
หลังจากเงียบไปสักพัก ลิลลี่ก็มองหน้าก็อตแฮนด์ช้า ๆ
“ฉันอยากถามอะไรสักอย่าง เลยรอให้คุณตื่น”
“……?”
ก็อตแฮนด์ดูอ่อนล้า เหมือนยังไม่รู้สึกตัวดี ลิลลี่จึงถามทันที
“ตอนนั้นทำไมคุณถึงช่วยฉัน?”
ตอนที่หัวหน้าการ์กอยล์โจมตี
ทำไมถึงมาขวางหน้าลิลลี่ รับการโจมตีแทน และเสียแขนไป
ลิลลี่ถามอย่างนั้น
ก็อตแฮนด์ยิ้มอย่างขมขื่น
“ผมบอกคุณไปแล้วไม่ใช่เหรอ เพราะคุณมีอาวุธที่จะกำจัดมันได้ และการปกป้องคุณเป็นการตัดสินใจที่ดีที่สุด-”
“อย่าโกหก”
ลิลลี่ตะโกนออกมาอย่างรุนแรง
“อย่าทำเป็นมีเหตุผล”
“…….”
“ถ้าพิจารณาประสิทธิภาพของแนวรบทั้งหมด การตัดสินใจของคุณอาจจะถูกต้องก็ได้ แต่ในมุมมองของคุณ ไม่มีเหตุผลที่จะช่วยฉันโดยเสี่ยงบาดเจ็บสาหัสขนาดนี้”
ก็อตแฮนด์และหน่วยรบของเขาเพิ่งเข้าร่วมครอสโรด
เร็วเกินไปที่จะมีความจงรักภักดี
การปกป้องลิลลี่ในสถานการณ์นั้น เป็นการตัดสินใจที่สมเหตุสมผลในเชิงกลยุทธ์อย่างแน่นอน
แต่การที่คนที่มาใหม่ในแนวรบ ยอมเสียแขน ยอมเสี่ยงชีวิตเพื่อวัตถุประสงค์ทางกลยุทธ์นั้นไม่สมเหตุสมผล
ถึงแม้ว่าจะคำนวณแล้วดูสมเหตุสมผล แต่ยิ่งคิดก็ยิ่งรู้สึกแปลก ๆ
ต้องมีอะไรมากกว่านี้
ลิลลี่รู้สึกได้ และมาถามก็อตแฮนด์
แม้ว่าบาดแผลของเขาจะเกิดจากการปกป้องเธอ
“…….”
ก็อตแฮนด์ถอนหายใจยาว
“ถึงอย่างนั้นผมก็เป็นผู้มีพระคุณ แบบนี้คุณก็ใจร้ายเกินไปหน่อยแล้วนะครับ…”
“ไม่มีอะไรน่าอึดอัดใจไปกว่าความหวังดีที่ไม่รู้เจตนาแล้วค่ะ”
ลิลลี่มองก็อตแฮนด์อย่างไม่ปิดบัง
“บอกมา อย่าปิดบัง ทำไมถึงช่วยฉัน?”
ติดตามผู้แปลได้ที่แฟนเพจ:ยักษาแปร ผู้แปลลงแค่ในMy-NovelและThai-novelเท่านั้น หากอ่านที่อื่นรบกวนมาสนับสนุนทีนะครับผม หรือจะมากดไลก์แฟนเพจก็ได้ กระซิกกระซิก ;-;_