- หน้าแรก
- ข้ากลายเป็นทรราชในเกมป้องกันเมือง
- ◈บทที่ 86. [ด่านที่ 4] พายุหมุน (3)
◈บทที่ 86. [ด่านที่ 4] พายุหมุน (3)
◈บทที่ 86. [ด่านที่ 4] พายุหมุน (3)
【แปลโดยฝีมือ...ยักษาแปร...มาติดตามได้ที่แฟนเพจหรือเพื่อติดตามเอาข่าวสารได้นะ】
【แค่ คอมเมนต์ ก็เหมือนการให้กำลังใจแล้วนะครับ รบกวน comment กันหน่อยน๊า ;-;】
【Thai-novelจะทำการลงไวกว่าที่อื่นทุกที่ เป็นจำนวน 5 ตอน แต่เรื่องราคาแพงกว่าที่อื่นนิดหน่อย】
◈บทที่ 86. [ด่านที่ 4] พายุหมุน (3)
แผนง่าย ๆ
ถ้าลูคัสกับเอวานเจลีนดึงเวลาไว้แนวหน้า ฉันกับดาเมียนก็จัดการพวกมัน
สเปคที่เหนือชั้นของสองอัศวินระดับ SSR และพลังโจมตีบ้าระห่ำของดาเมียน
นี่คือแผนรับมือที่วางไว้โดยเชื่อมั่นในจุดนี้
แต่ฉันไม่ได้เชื่อแค่เรื่องนี้
ตัวแปรที่มีคือฉันต่างหาก
เพื่อรับมือกับเหตุการณ์ไม่คาดฝัน เหมือนกับด่านที่ 3 ที่ผ่านมา ฉันก็ตั้งใจจะปล่อยไม้ตายที่ซ่อนไว้ แล้วก็จัดการเองซะเลย
แต่ว่า…
“……อื้อหือ”
ไม่จำเป็นต้องทำอย่างนั้นแล้ว
เพราะพวกพ้องทั้งสามคนของฉันที่ได้รับบัฟจากฉัน มันก็กำลังโชว์พลังราวกับปีศาจเลยนี่นา
ฟู่ม-!
เริ่มจากลูคัส
ใช้ทักษะ [ก้าวแห่งความมุ่งมั่น] 2 กระจายไปทั่วสนามรบอย่างกับบินได้เลย
ทักษะนี้แลกกับการใช้ MP เยอะ เพื่อแลกกับความคล่องตัวที่เหนือชั้น
แต่พอได้รับบัฟลดการใช้ MP เขาก็ใช้ได้ราวกับหายใจเลย
อยู่ที่กำแพงด้านโน้น แป๊บเดียวก็โผล่ไปอีกฝั่ง แล้วก็อีกฝั่ง ไวเหมือนสายฟ้าแลบจริง ๆ
เขาดึงความสนใจของพวกปีศาจด้วยการเคลื่อนไหวที่ว่องไว แล้วก็ล่อพวกมันได้อย่างมีประสิทธิภาพ
แบบนี้มันก็เหมือนแท็งค์หลบเก่งเลยนะ
“ฮือป!”
เอวานเจลีนก็เช่นกัน
ตอนแรกก็แข็งแกร่งอยู่แล้ว พอได้รับบัฟป้องกันเข้าไป ก็แข็งแกร่งเหมือนแท็งค์เลย
“นี่พวกหินก้อน ๆ มาดูนี่!”
พวกการ์กอยล์ที่เข้ามาใกล้ ก็พากันวิ่งกรูเข้ามาหาเอวานเจลีนเพราะคำท้าทายของเธอ
พวกมันฟาดฟันอาวุธที่น่ากลัวในมือ แต่อวาเจลีนก็ไม่กระพริบตา รับมือหมดทุกอย่างด้วยโล่
และในขณะที่ทั้งสองคนดึงการ์กอยล์ไว้…
ตูม! ตูม! ตูมมม-!
กระหน่ำยิง
ฝนกระสุนวิเศษ
ดาเมียนได้รับบัฟไม่จำกัดพลังงาน 3 นาที
แล้วเขาก็กำลังพิสูจน์ให้เห็นถึงคุณสมบัติอันยอดเยี่ยมของบัฟนี้ด้วยทั้งร่างกาย
ปืนใหญ่ทรงพลัง แต่การยิงแต่ละนัดต้องรับแรงกระแทกด้วยตัวเอง จึงยิงต่อเนื่องไม่ได้
นี่คือเหตุผลที่การยิงแม่นของดาเมียน ถึงได้ยากลำบากในการรับมือศัตรูจำนวนมาก
แต่ตอนนี้ 3 นาทีนี้…
ตูม-!
ตูมมม-!
ด้วยพลังงานที่ใช้ได้ไม่จำกัด ถึงแม้จะรับแรงกระแทกมหาศาล เขาก็สามารถยิงต่อเนื่องได้อย่างไม่ยากลำบาก
‘ราชินีทมิฬ’ พ่นเปลวเพลิง แล้วใช้แรงถีบนั้นหมุนตัวครึ่งรอบ คว้า ‘[การล้างแค้นของผู้ล่า]’ ที่อยู่บนพื้น
แล้วก็ยิงอีก หมุนตัว ทำซ้ำ
ปืนยาวสองกระบอกพ่นเปลวเพลิงออกมาไม่หยุด
หัวการ์กอยล์ถูกยิงแตก คอถูกยิงทะลุ ลำตัวถูกฉีกเป็นชิ้น ๆ
‘ถ้าพลังชีวิตที่อ่อนแอของดาเมียนถูกบัฟชดเชย นี่มันก็กลายเป็นอาวุธมนุษย์ที่บ้าคลั่งแบบนี้สินะ’
ฉันเหงื่อแตกพลั่ก มองดาเมียนที่กำลังยิงปืนไปรอบ ๆ เหมือนเต้นรำอยู่
ต่อไปนี้ต้องไปออกกำลังกายทุกวันแน่ ๆ เด็กคนนี้มันเปลี่ยนไปเป็นคนละคนแล้ว
‘แล้วนี่มันดีกว่าที่คิดเยอะเลยเหรอเนี่ย?’
ฉันมอง มาเอสโตร ในมือด้วยสีหน้าไม่แน่ใจ
ในเกม ไม่ว่าบัฟจะดีแค่ไหน ก็แค่ใช้ได้หนึ่งเทิร์น และยังสุ่มอีกต่างหาก เลยไม่รู้สึกว่ามันเป็นไอเทมโกงอะไร
ที่นี่ในโลกความจริง ฉันก็คิดว่ามันแค่บัฟใช้ได้ 3 นาทีเท่านั้น
แต่ถ้า 3 นาทีนั้นเป็นช่วงเวลาตัดสิน มันก็จะได้ผลลัพธ์ที่เหนือกว่าที่ฉันคิดไว้มาก
แน่นอนว่า ต้องลองใช้ในสถานการณ์จริงถึงจะรู้ผลลัพธ์ที่แท้จริง
แล้วนั่นก็คือ…
คลิก คลิก
“หืม?”
ดาเมียนที่กำลังยิงกระสุนอย่างบ้าคลั่ง ก็พูดออกมาด้วยความตกใจ
ฉันเลยลองดูสิ อ๋อ… กระสุนปืนยาวสองกระบอกหมดแล้ว
เพราะไม่เคยยิงกระสุนเยอะขนาดนี้มาก่อน และดาเมียนเองก็อยู่ในสภาวะที่เหมือนหลุดออกจากโลกไปแล้ว
เลยไม่นับจำนวนกระสุนที่เหลืออยู่
แต่จำนวนการ์กอยล์ที่ถูกกำจัดไปนั้นมหาศาลมาก
ด้วยกระสุนปืนยาวสองกระบอก การ์กอยล์กว่า 30 ตัวก็ตายไปแล้ว
เหลือแค่กำจัดพวกที่เหลือ ก็จบศึก 3 กองทัพนี้แล้ว
“ลิลลี่!”
ในขณะที่ดาเมียนกำลังวางปืนยาวสองกระบอกลง แล้วนับกระสุนที่เหลือของปืนใหญ่ ฉันก็เรียกลิลลี่ออกมา
“ถึงเวลาทำงานหลักแล้ว!”
แม้ลิลลี่จะทำหน้าไม่ค่อยเต็มใจ แต่เธอก็ตอบสนองอย่างซื่อสัตย์
เธอยกมือขึ้นเหนือหัว แล้วเริ่มร่ายมนตร์
ฉันมองไปที่ปลายกำแพง ลูคัสกำลังวิ่งไล่การ์กอยล์สิบกว่าตัว เหมือนกำลังเล่นวัวกระทิงอยู่
“ลูคัส! ล่อพวกมันมาทางนี้!”
“ครับ ฝ่าบาท!”
ลูคัสที่ได้ยินเสียงฉัน ก็เริ่มลากพวกมันมาทางนี้ทันที
ฉันสร้างดาบเวทมนตร์ขึ้นมาเล่มเดียว แล้วก็ขว้างไปในเส้นทางที่ลูคัสวิ่งมา
ปัก!
คมดาบเวทมนตร์ที่หมุนไปรอบ ๆ ก็ปักลงพื้น
นั่นคือ การกำหนดพิกัด
“ลิลลี่ ยิงไปที่นั่น!”
“ฮือออออป-!”
แทนคำตอบ ลิลลี่ก็ปล่อยลูกไฟขนาดมหึมาขึ้นไปบนอากาศ
แค่เห็นเปลวไฟที่ลุกโชน ก็รู้สึกถึงความร้อนแล้ว
“เพราะปีศาจแบบพวกแกน่ะ ฉันเลยไม่ได้เกษียณซะที!”
พร้อมกับคำร่ายมนตร์ที่ดูเหมือนจะบ้าคลั่ง(?) ของลิลลี่ ลูกไฟมหึมาก็พุ่งออกไป
นี่คือทักษะ 1 ที่ลิลลี่ได้มาเมื่อคราวก่อน [ปืนใหญ่เพลิง]!
ลูคัสที่กำลังวิ่งตรงมา ก็ใช้ [ก้าวแห่งความมุ่งมั่น] หลบออกไป
และลูกไฟก็พุ่งตรงไปที่หัวของพวกการ์กอยล์ที่วิ่งตามลูคัสมาอย่างโง่ ๆ
กว๊ากกว๊ากกว้าง-!
เกิดการระเบิดอย่างรุนแรง พร้อมกับคลื่นกระแทกที่แผ่กระจายออกไป
พวกการ์กอยล์ที่ความต้านทานเวทมนตร์ต่ำ พอถูกเวทมนตร์ไฟโจมตีตรง ๆ ก็ละลายตายไปสิบกว่าตัว ราวกับเหล็กหลอมเหลว
“เหนื่อย… เหนื่อย…”
ลิลลี่ก็กำลังจะตายเพราะหมดแรง สมกับเป็นนักเวทไฟที่ใช้พลังงานเยอะจริง ๆ
หรือว่า แค่ใช้ทักษะ 1 ครั้งเดียว พลังเวทก็จะหมดเลยเหรอเนี่ย? แม้ว่าจะทรงพลังมากก็เถอะ
“เฮ้! พวกที่เหลือ! มาสิ มาเล่นกับพี่สาวหน่อย!”
เอวานเจลีนใช้ทักษะล่อ ดึงพวกการ์กอยล์ที่เหลืออยู่เข้ามา
แล้วนี่มันพี่สาวได้ยังไง เธอเนี่ย…
ในขณะที่พวกการ์กอยล์ที่เข้ามาใกล้ กำลังยกอาวุธขึ้นมาหาเอวานเจลีน ดาเมียนก็ตะโกนขึ้นมา
“คุณเอวานเจลีน! ยกโล่ขึ้น!”
ในมือของดาเมียน มีปืนใหญ่ระดับ N นกหัวขวาน อยู่
ปืนใหญ่ที่เกิดความผิดพลาดในการผลิต ทำให้สามารถยิงต่อเนื่องได้
เอวานเจลีนที่ลดระดับลง ก็ยกโล่ขึ้นไปบนฟ้า แล้วดาเมียนก็ยิงปืนใหญ่ไปที่โล่นั้น
ตุ๊บตาตาตาตา-!
กระสุนวิเศษหลายสิบนัด ก็พุ่งออกมาจากปืนใหญ่ในพริบตาเดียว
เอวานเจลีนรับไว้ด้วยโล่ และกระสุนที่กระดอนออกจากผิวโล่ ก็กระเด็นไปรอบ ๆ อย่างรุนแรง
ปัก! เปรี้ยงเปรี้ยงเปรี้ยงเปรี้ยง……!
และกระสุนเหล่านั้น ก็พุ่งไปโดนตาหรือหน้าผากของพวกการ์กอยล์อย่างแม่นยำ ฉันอ้าปากค้าง
‘หรือว่า มันคำนวณถึงวิถีการกระดอนของกระสุนกับโล่ด้วยเหรอ? ทุก ๆ สิบนัดเลยเหรอเนี่ย?’
มันฟังดูเหมือนเรื่องโง่ ๆ แต่ดาเมียนเป็นคนที่มี [สายตาเหยี่ยว]
ถ้าคิดถึงฝีมือการเล็งที่มหัศจรรย์ที่เขาแสดงให้เห็น นี่ไม่ใช่การพูดเกินเลย แต่เป็นการยิงที่คำนวณไว้หมดแล้ว
ครึ่ก?!
คร่าร่าร่า……!
ท่ามกลางเสียงกรีดร้องของพวกปีศาจ แสงสว่างที่รวมตัวกันที่โล่ของเอวานเจลีน ก็เคลื่อนไปที่หอกทหารม้า
[เก็บความเสียหาย] ของเอวานเจลีน จะเก็บความเสียหายที่ได้รับไว้
นั่นคือ ถ้าได้รับความเสียหายทางกายภาพ ก็จะเก็บความเสียหายทางกายภาพไว้ ถ้าได้รับความเสียหายทางเวทมนตร์ ก็จะเก็บความเสียหายทางเวทมนตร์ไว้
นั่นหมายความว่า หลังจากรับกระสุนวิเศษหลายสิบนัด ความเสียหายที่เก็บไว้ก็จะเป็นธาตุเวทมนตร์ทั้งหมด
ตูมมควัก-!
หอกทหารม้าพุ่งขึ้นไปบนฟ้า และ [กรรมคืนสนอง] ที่เก็บความเสียหายทางเวทมนตร์ไว้ ก็ระเบิดออกมา
พลังงานไร้รูปร่างที่พุ่งออกมาจากปลายหอกของเอวานเจลีน ก็ทำลายพวกการ์กอยล์ที่เหลืออยู่ให้แหลกเหลว
เอวานเจลีนหัวเราะอย่างสบายใจ ท่ามกลางเศษซากการ์กอยล์ที่กระเด็นไปทั่วเหมือนดอกไม้ไฟ
“ว้าว สุดยอดไปเลย คุณนักแม่นปืน! ลองทำอีกทีได้มั้ย?”
“ฮ่า ๆ แต่ว่า การใช้กระสุนเยอะเกินไป…”
ดูเหมือนว่า นอกจากกระสุนแล้ว พลังชีวิตก็ลดลงไปเยอะด้วย
หลังจากที่บัฟที่ฉันให้หมดไป แล้วก็โชว์ฝีมือไปเมื่อกี้ ใบหน้าของดาเมียนก็ซีดลงอย่างเห็นได้ชัด
เอวานเจลีนก็ต่อสู้โดยที่บัฟป้องกันหมดไปในตอนท้าย ดูเหมือนว่าจะรู้สึกได้ถึงความแตกต่าง เลยแสดงสีหน้าที่เสียดาย
“รุ่นพี่… เอ่อ ผลของการตีนั้นดีนะ แต่ว่าระยะเวลาสั้นไปหน่อย ทำให้มันนานขึ้นไม่ได้เหรอคะ?”
“น่าเสียดายที่ทำได้แค่ครั้งเดียวต่อวัน และแค่ระยะเวลาสั้น ๆ เพราะการกระตุ้นถึงจะรู้สึกดี แต่ถ้าทำซ้ำ ๆ ก็จะชาไป”
“ยุ่งยากและดูเหมือนโรคจิตเลยนะคะ…”
ลูคัสกำลังทำอะไรอยู่ อ๋อ เขากำลังตัดคอพวกการ์กอยล์ที่ยังมีลมหายใจอยู่ด้วยดาบ
“ถึงแม้จะเป็นปีศาจเหล็กแบบนี้ ก็ยังตัดได้ สุดยอดไปเลยนะ”
“ไม่ใช่ตัด แต่เหมือนกับการแยกส่วนมากกว่า แต่แม้จะใช้ทักษะ อาวุธก็ยังสึกหรอเหมือนกันครับ”
ลูคัสที่กลับมาหาฉัน ก็โชว์ดาบให้ดู
นี่คือดาบระดับ R ‘เครื่องตัดหนู’ ที่ฉันให้ไปเมื่อก่อน ฟันเลื่อยที่เคยแหลมคม ตอนนี้ชำรุดเสียหายหมดแล้ว
“พวกมันแข็งแกร่งจริง ๆ ถ้าไม่ใช่สภาพที่อ่อนแอลง ดาบก็คงไม่เข้าแน่ ๆ”
“ยังไงก็ตาม ก็กำจัด 3 กองทัพได้ง่ายกว่าที่คิดเยอะ”
ฉันมองไปรอบ ๆ พวกพ้อง แล้วก็ยิ้มออกมา
“สมกับเป็นทหารเอกของฉันจริง ๆ ทำได้ดีมาก!”
พวกพ้องทุกคนก็ยิ้มเขิน ๆ ตอบคำชมของฉัน
และในขณะเดียวกัน…
“สิ่งประดิษฐ์โบราณ คูลดาวน์เสร็จแล้ว! สามารถใช้งานได้!”
เสียงของลิลลี่ดังขึ้น
ดูเหมือนว่า เสียงเธอจะหมดแรงไปเยอะ เพราะใช้เวทมนตร์ครั้งใหญ่ แต่เนื้อหาก็เต็มไปด้วยความหวังดี
“ใช้สิ่งประดิษฐ์โบราณซะ!”
“กำลังใช้ค่ะ!”
กว๊าาาาา-!
พายุหมุนก็พัดเข้ามาที่กลางกำแพงอีกครั้ง
พวกการ์กอยล์กองทัพที่ 4 ที่กำลังบินตามมาหลังจากกองทัพที่ 3 ก็ถูกพายุหมุนพัดไป แล้วก็ตกลงมาเหมือนกับพวกก่อนหน้า
ถึงแม้ว่าการจัดการกองทัพที่ 3 จะง่ายกว่าที่คิด แต่ก็ยังมีการสูญเสียอยู่บ้าง
“ฝ่าบาทครับ กระสุนเกือบหมดแล้ว”
ดาเมียนพูดด้วยน้ำเสียงที่ระมัดระวัง
ปืนยาวของดาเมียน ‘ราชินีทมิฬ’ และ ‘[การล้างแค้นของผู้ล่า]’ ทั้งสองกระบอกใช้หมดเกลี้ยงแล้ว และปืนสั้น ‘นกหัวขวาน’ ก็เกือบหมด
เหลือแค่ปืนพกสามกระบอก ‘เซอร์เบอรัส’ แต่ความเสียหายก็ต่ำ และระยะยิงที่มีประสิทธิภาพก็สั้นกว่ามาก
ฉันก็ตรวจสอบสภาพของพวกพ้องคนอื่น ๆ
ดาบของลูคัสก็สึกหรอไปหมดแล้ว และโล่ของเอวานเจลีนก็ชำรุดเสียหาย
ลิลลี่ก็ยังคงหายใจหอบอยู่
‘ฉันยังมีของเหลืออยู่’
แต่ปาร์ตี้หลักก็ทำได้ดีแล้ว ถึงเวลาพักแล้ว
ฉันหันไปทางด้านหลัง แล้วตะโกนออกไป
“กองกำลังเงา!”
กองกำลังเงา 5 คนก็เดินออกมา แล้วก้มหัวให้ฉัน
“รับคำสั่งครับ”
“เปลี่ยนเวร ให้พวกนายป้องกันพวกมันเหมือนกับที่ปาร์ตี้หลักของเราทำ ถ้าเกิดอะไรขึ้น ค่อยเข้าไปช่วย”
“ขอให้พักผ่อนอย่างสบายใจ ฝ่าบาท”
ก็อตแฮนด์ หัวหน้ากองกำลังเงา พูดด้วยน้ำเสียงที่สงบ และมั่นใจ
“จะไม่ต้องให้ฝ่าบาทเข้ามาช่วยหรอกครับ”
เด็กสาวและเด็กชายเอล์ฟ ที่สวมหมวกคลุมศีรษะ และปิดบังใบหน้าด้วยผ้าคลุม
กองกำลังเงา 5 คน ก็ยืนอยู่ที่แนวหน้าของกำแพงด้วยการเคลื่อนไหวที่รวดเร็ว
สมาชิกปาร์ตี้หลักต่างก็มองไปที่กองกำลังเสริมนั้น ด้วยสายตาที่แตกต่างกัน
“จะไหวเหรอเนี่ย…”
ลูคัสแสดงสีหน้าเป็นห่วง
“ในที่สุดก็ได้เห็น ด้วยตาตัวเองเสียที ฝีมือของหน่วยปฏิบัติการพิเศษไอกิส”
เอวานเจลีนแสดงสีหน้าที่คาดหวัง
“…”
ลิลลี่ขมวดคิ้ว มองไปที่ด้านหลังของก็อตแฮนด์
“เอ่อ… คือว่า…”
ดาเมียน ที่ไม่รู้เรื่องอะไร ก็ตกใจกับบรรยากาศระหว่างปาร์ตี้หลักกับปาร์ตี้ย่อย เลยแค่กระพริบตา
“นี่มัน…?”
“ใช่”
ฉันลูบหัวนักแม่นปืนที่ไร้เดียงสาคนนั้น
“ต่อไปนี้ก็จะได้เจอกันบ่อย ๆ นั่นแหละ”
ปาร์ตี้ย่อยใหม่ ๆ จะถูกนำเข้ามาอย่างต่อเนื่อง
การแย่งชิงอำนาจระหว่างสมาชิกเดิมกับสมาชิกใหม่ เป็นเรื่องธรรมดา
ถ้าไม่ผ่านขั้นตอนแบบนี้ แล้วสนิทสนมกันได้เลย นั่นมันจะแปลกกว่าไม่ใช่เหรอ?
‘เอาให้พวกเราประทับใจซะ กองกำลังเงา! โชว์ฝีมือให้ดู!’
ตุ๊บ! ตุ๊บ! ตูมมม!
พวกการ์กอยล์ 4 กองทัพที่ฝ่ากำแพงลมมา ก็เริ่มขึ้นฝั่งที่ปลายกำแพง
และตรงหน้าพวกมัน เด็กสาวและเด็กชายเอล์ฟ 5 คนก็โบกเสื้อคลุม พร้อมกับคว้าอาวุธของตนเองออกมา
ติดตามผู้แปลได้ที่แฟนเพจ:ยักษาแปร ผู้แปลลงแค่ในMy-NovelและThai-novelเท่านั้น หากอ่านที่อื่นรบกวนมาสนับสนุนทีนะครับผม หรือจะมากดไลก์แฟนเพจก็ได้ กระซิกกระซิก ;-;_