เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 40 : [ด่าน 2] สิ่งที่ไม่อาจเข้าใจได้

บทที่ 40 : [ด่าน 2] สิ่งที่ไม่อาจเข้าใจได้

บทที่ 40 : [ด่าน 2] สิ่งที่ไม่อาจเข้าใจได้


ติดตามเป็นกำลังใจให้ผู้แปลได้ที่แฟนเพจ:BamแปลNiyay

บทที่ 40 : [ด่าน 2] สิ่งที่ไม่อาจเข้าใจได้

ชาร์เลส ครอสได้ใช้เวลาประมาณหนึ่งเพื่อต่อสู้กับจิตใจของตนเอง

เขาเกิดในป้อมปราการ มีจุดประสงค์เพื่อสังหารสัตว์ประหลาดทั้งหมด

ก่อนที่เขาจะเข้าใจอะไรได้มากนัก เขาก็เดินตามรอยพ่อของเขาไปยังแนวหน้า เติบโตท่ามกลางฝูงสัตว์ประหลาดที่พยายามจะเจาะกำแพงป้อมปราการ

เมื่อพ่อของเขาล่วงลับไป เมื่อเขาสืบทอดตำแหน่งของมาร์คกราฟ เมื่อเขากลายเป็นเจ้าเมืองป้อมปราการในวัยเยาว์

ทุกวันเขาต้องต่อสู้กับสัตว์ประหลาด

อันที่จริง นี่คือทั้งหมดที่เขาต้องการ การต่อสู้กับสัตว์ประหลาดเป็นจุดแข็งของเขา และเป็นสิ่งเดียวที่เขาสามารถเข้าใจได้อย่างแท้จริง

กำจัดศัตรูที่พยายามจะหมายสังหารข้า

เป็นโลกที่ตรงไปตรงมาและชัดเจน

’สวัสดีค่ะ นายท่าน!'

จนกระทั่งนางได้มาถึงเมือง

’เจ้าตั้งใจจะขายอะไรในที่แห่งนี้กัน?'

’ดอกไม้ค่ะ นายท่าน’

แม่ค้าสาวได้ยื่นขอใบอนุญาตประกอบธุรกิจในใจกลางเมือง

การปรากฏตัวของนางทำให้มาร์คกราฟแห่งตระกูลครอสตกตะลึง

’ที่นี่คือแนวหน้าต้านสัตว์ประหลาด เราต้องการเพียงดาบ หอก ลูกศรและกระสุน เจ้าจะมาขายดอกไม้ที่นี่ทำไมกัน? มีแต่พวกมันจะเหี่ยวเฉาไปเท่านั้น'

’แม้นพวกมันดูไร้ประโยชน์ แต่พวกมันก็มีเหตุผลในการมีอยู่ของมัน! มนุษย์ต้องการดอกไม้นะคะ นายท่าน’

’…?’

’ความงามชั่วขณะนี้ได้เลือนหายไปอย่างรวดเร็ว นั่นแหละคือเหตุผลที่ดอกไม้สวยงามยิ่ง!'

เขาไม่สามารถเข้าใจได้เลย

ในตอนแรก เขาจึงสงสัยในตัวนาง เขาสงสัยว่านางอาจเป็นสายลับจากอาณาจักรข้างเคียง

มาร์คกราฟครอสได้แวะไปที่ร้านของนางบ่อยๆ ที่นั่นเต็มไปด้วยดอกไม้และหญ้า แต่เขาก็ยังพยายามหาหลักฐานที่จะสื่อว่านางเป็นสายลับ

ทุกครั้งที่เขาไปเยี่ยม นางจะคอยให้ความรู้เรื่องดอกไม้แก่เขา

นางอธิบายรายละเอียดเรื่องภาษาดอกไม้ ทำให้เขาคุ้นเคยกับกลิ่นหอมและเฉดสีของพวกมัน

มาร์คกราฟครอสได้เรียนรู้ที่จะแยกแยะความแตกต่างของสีและกลิ่นของดอกไม้ จดจำดอกไม้ได้ทุกชนิด

แต่เขาก็ยังคงไม่เข้าใจความงดงามของพวกมัน

หนึ่งปีต่อมา ชาร์เลส ครอสได้ขอนางแต่งงาน

และนางก็ยอมรับ

***

กร็อบ กร็อบ กร็อบ กร็อบ-!

มาร์คกราฟครอสสวมชุดเกราะและถือหอกพร้อมโล่ กระตุ้นม้าของเขาไปที่กำแพงป้อมปราการ

มาเพียงผู้เดียว

ไร้ซึ่งผู้คุ้มกัน

“นี่มันบ้าอะไรกัน… เขากำลังทำอะไรอยู่ ?”

เขาอยู่บนม้าที่แก่ชรา สวมชุดเกราะที่ไม่ได้รับการบำรุงรักษาจนมีสนิม ถือโล่ขนาดใหญ่และหอกที่ดูเหมือนจะไม่สอดคล้องกับร่างกายผอมแห้งของเขา

ด้วยสภาพนั้น เขากลับกำลังพุ่งเข้าหาพวกหนูเป็นพันอย่างเด็ดเดี่ยว

คิดว่าเป็นดอนกิโฆเต้ที่กำลังพุ่งใส่กังหนลมหรือไงกัน

“เจ้าคิดอะไรอยู่ มาร์คเกรฟ! เจ้ากำลังคิดที่จะตายหรือไงกัน-!”

ราวกับว่าเสียงร้องของข้าไม่ได้ถึงหูของเขา มาร์คกราฟครอสยังคงพุ่งเข้าใส่อย่างไม่หยุดยั้ง

"ย๊ากกก-!"

เสียงร้องของเขาดังก้องออกมาจากหมวกขึ้นสนิมที่เขาสวมใส่

หนูแต่ละตัวที่พยายามจะเจาะหรือขุดโพรงใต้กำแพงอย่างกระตือรือร้นก็หันกลับมามอง

พฤติกรรมขอสัตว์ประหลาดเป็นไปตามที่ข้าได้อธิบายไปหลายสิบครั้ง พวกมันนั้นตรงไปตรงมา

– กำจัดมนุษย์ที่อยู่ใกล้ที่สุด

จิ๊ด!

จิ๊ด จิ๊ด!

เมื่อมาร์คกราฟพุ่งเข้ามา พวกหนูก็เปล่งแสงในดวงตาเป็นสีแดง ความเป็นปรปักษ์ของพวกมันสามารถมองเห็นได้ชัดเจน

ทว่ามาร์คกราฟครอสไม่ได้ลดความเร็วลง เขาพุ่งเข้าใส่พวกมัน

เขากู่ก้องตะโกนขณะที่นำหอกพุ่งเข้าใส่กลางฝูงหนู

แล้วต่อจากนั้น

“หันมามองข้าสิ ไอ้พวกบัดซบ!”

เขาเปิดใช้งานทักษะเยาะเย้ยของเขา ซึ่งเป็นทักษะที่มีชื่อเสียงยิ่งของอัศวินโล่

เขาไม่แน่ใจว่าระดับทักษะเยาะเย้ยที่อีกฝ่ายฝึกฝนมันมานับครั้งไม่ถ้วนในป้อมปราการด้านหน้ามีระดับสูงเท่าไร

แต่สายตาของหนูเกือบพันตัวที่เคยโจมตีกำแพงกลับหันไปมองตัวเขาที่จุดเดียว...มันเป็นภาพที่ไม่น่าเชื่อสายตาเป็นอย่างยิ่ง

“…”

ข้ายืนนิ่ง พูดไม่ออกมองดูมาร์คกราฟครอส

อะไรกัน?

เขากำลังจะทำอะไร?

ตาของข้ากับมาร์คกราฟครอสได้สบตากัน

ดวงตาสีเขียวเข้มและใหญ่ของเขาเปล่งแสงเป็นประกายบางเบาใต้เงาหมวกของเขา

ข้าพยายามหาแรงจูงใจของเขา แต่ข้าก็สับสนยิ่ง

จิ๊ด!

จิ๊ด!

ทันใดนั้นพวกหนูก็พุ่งเข้าหามาร์คกราฟครอส

***

เวลาผ่านไปนาน ตั้งแต่ทั้งคู่ได้แต่งงานกัน

แม้จะกลายเป็นภรรยาของเจ้าเมืองแล้ว แต่นางก็ยังคงปลูกดอกไม้และตัดแต่งต้นไม้ต่อไป

จากเมล็ดพันธุ์ที่เบ่งบานเป็นชีวิตใหม่ ลำต้นที่บอบบางก็เอื้อมมือไปรับแสงตะวันในฤดูร้อน

ดอกไม้บาน ผลไม้เติบใหญ่ ใบไม้ร่วงและจากนั้น -

ลูกสาวของพวกเขาก็ได้ลืมตาสู่โลก

“ดูสิ ที่รัก”

ภรรยาที่เหน็ดเหนื่อยจากการคลอดบุตรก็ได้ยื่นห่อผ้าที่เต็มได้เลือดออกมา

“ลูกสาวของท่าน”

มันเป็นวันที่สัตว์ประหลาดได้เลือกโจมตี

ชาร์เลส ครอสได้กลับมาอย่างเร่งรีบ โดยไม่แม้แต่จะทำความสะอาดเลือดและคราบสกปรก เขาค่อยๆ ประคองห่อผ้าเล็กๆ นั้น

ทารกหลับสนิท

ตัวเล็กและบอบบางมาก ดูเหมือนว่านางอาจแตกสลายภายใต้การสัมผัสเพียงเล็กน้อยของเขา

“เอวานเจลีน”

ภรรยากระซิบชื่อทารก

“ลูกสาวของเรา นางสวยเหมือนชื่อของนางเลยไม่ใช่หรือ?”

“…”

ด้วยความสับสน ชาร์เลส ครอสจึงยังคงไม่ตอบกลับ

เขายังไม่เข้าใจ

สิ่งมีชีวิตที่ตัวเล็กและบอบบาง มีความอบอุ่นอันเล็กน้อยและดูเหมือนจะเลือนหายไปได้ทุกเมื่อ มันได้ทำให้หัวใจของเขารู้สึกผิดแปลกไป

เมื่อสักครู่ก่อนหน้านี้ในแนวหน้า เขายังคงสังหารพวกสัตว์ประหลาดโดยไม่สนใจอะไรอยู่เลย

ทว่ายามนี้ เขากลับรู้สึกสับสนอย่างยิ่ง

***

“จัดกลุ่มใหม่! เดี๋ยวนี้เลย!”

ข้ารีบถ่ายทอดคำสั่ง

หนูที่เจาะกำแพงและเข้ามาภายในทั้งหมดได้ถูกกำจัดไปส่วนใหญ่ เป็นเพราะไม่มีพวกที่เข้ามาอีก

หนูทั้งหมดได้ถูกผลักกลับออกไปนอกกำแพง มาร์คกราฟแห่งตระกูลครอสยืนตระหง่าน

“อย่าใช้ปืนใหญ่หรือคันศรยักษ์! มันอาจโจมตีถูกมาร์คกราฟได้ ใช้เพียงหน้าไม้และคันธนูเล็งไปที่หนูที่มุ่งหน้าเข้ามาก่อน!”

"ขอรับองค์ชาย!"

นักธนูรับคำสั่งและเริ่มกำจัดหนูทีละตัว

“ลิลลี่! สิ่งประดิษฐ์เวทมนตร์เปลวไฟพร้อมแล้วหรือยัง?”

“พร้อมแล้วค่ะ!”

“เมื่อถึงระยะก็ใช้ได้เลย!”

ในขณะที่สิ่งประดิษฐ์เวทมนตร์กำลังแผดเผาพวกหนู ข้าก็ตะโกนเรียกลูคัสที่พื้นดิน

“ลูคัส!”

“ขอรับฝ่าบาท!”

“รวบรวมทหารทั้งหมดที่มีความเชี่ยวชาญในการต่อสู้แบบประชิด ให้ออกไปนอกปราสาท! เราต้องช่วยมาร์คกราฟ”

“ไม่ พะยะค่ะฝ่าบาท มันไม่ใช่แค่การช่วยเหลือ”

ลูคัสปรับหมวก ดวงตาสีฟ้าสดใสของเขาเป็นประกาย

“มันเป็นการซุ่มโจมตีไอ้หนูพวกนั้นจากด้านหลังด้วย เราสามารถจัดการพวกมันได้ในคราวเดียว เราจะกวาดล้างพวกมันและกลับไปพร้อมกับมาร์คกราฟ”

“…เช่นนั้นก็จงทำให้มันเกิดขึ้น ไปได้แล้ว”

"ขอรับ!"

ครืนนน

ประตูเปิดออก ลูคัสที่เกาะอยู่บนหลังม้าก็ยกดาบขึ้นสูง

"พุ่งทะลวงไป! ฆ่าไอ้พวกบัดซบพวกนั้นและช่วยมาร์คเกรฟ!”

เฮ้!

คล้ายดั่งเกลียวคลื่นมหึมา ทหารได้พุ่งออกมาอย่างพร้อมเพรียง พวกเขาตะโกนจนสุดเสียง

ทหารผ่านศึกที่เคยรับใช้มาร์คกราฟได้เป็นหัวหอกในการโจมตี

’ขอให้ทันทีเถอะ!'

ข้ากำหมัดแน่น

’ได้โปรดขอให้ทันทีเถอะ!'

***

“ย๊ากกกกก!”

มาร์คกราฟครอสตะโกน

แต่ละครั้งที่หอกทหารม้าขนาดใหญ่ของเขาเฉือนผ่านอากาศ หนูประมาณสิบตัวได้พ่นเลือดและกลิ้งไปบนพื้น

แต่กองทัพหนูที่มีจำนวนมากกว่าก็กำลังแทะเนื้อของเขา

แม้ว่าชุดเกราะของเขาจะหมดสภาพ แต่มันก็ยังคงเป็นอุปกรณ์ชั้นยอด นอกจากนี้ทักษะของเขายังมุ่งเน้นไปที่การส่งเสริมการป้องกันทั้งหมด

ถึงจะมีของเหล่านี้อยู่ แต่เขาก็ยังได้รับความเสียหายอย่างต่อเนื่อง

ทว่าแม้จะอยู่ท่ามกลางความทรมานจากการถูกกัดโดยฝูงหนู แต่มาร์คกราฟก็ยังคงพุ่งทะยานไปพร้อมหอกของเขา

’ข้ายังหยุดไม่ได้’

มาร์คกราฟครอสไม่เข้าใจแล้วว่าด้วยเหตุอันใดเขาถึงตัดสินใจเช่นนี้

ทำไมเขาถึงเลือกเมืองนี้อีกครั้ง ทั้งที่ตัวเขาตัดสินใจจะจบชีวิตของตนเคียงข้างภรรยา

คล้ายถูกล่อลวงโดยบางสิ่งบางอย่างของเมืองนี้ … ทไมเขาถึงต่อสู้อีกครั้งกัน

’ข้าไม่อาจรู้ได้เลย’

แม้จะถึงวัยชรา เขาก็รู้สึกว่าโลกใบนี้ยังคงเป็นปริศนา

ทำไมเขาถึงตัดสินใจสู้เพื่อเมืองบัดซบนี้

เขาได้แต่ไถ่ถามใจของเขา

แม้จะทุ่มเททั้งชีวิตเพื่อมัน แต่มาร์คกราฟก็ยังคงไร้เงื่อนงำว่าไฉนเขาถึงตัดสินใจเช่นนี้

…แต่มีสิ่งหนึ่งที่เขาเข้าใจมันดี

“อ๊ะ อึก-!”

ดอกไม้ ลูกสาวของเขา

ของอันแสนบอบบางที่อาจเลือนหายได้ตลอดเวลา เขาต้องปกป้องพวกนางจากสัตว์ร้ายเหล่านี้

ซึ่งานที่เขาถนัดสุดคือการสังหารพวกสัตว์ประหลาด

“ลูกสาวของข้าอาศัยอยู่หลังกำแพงนี้”

นั่นแหละเป็นเหตุผลที่เขาได้สู้

“โลกที่ลูกสาวของข้าอยู่”

เพราะเขาไม่รู้อะไรอีกแล้ว นอกจากการต่อสู้ เขาได้ต่อสู้อย่างดันทุรัง สิ้นหวังและโง่เขลา

“หากพวกแกสักตัวเดียวเข้าไปเด็ดขาด…!”

มาร์คกราฟตะโกนออกมาอีกครั้ง เขามุ่งมั่นที่จะป้องกันสัตว์ร้ายเหล่านี้ให้ออกห่างจากกำแพง

หนูหลายสิบตัว อาจเป็นหลายร้อยตัวได้พุ่งเข้าใส่มาร์คกราฟพร้อมกัน

มาร์คกราฟไม่สามารถต้านทานการโจมตีของมันได้ จึงเดินโซเซกลับไป

หมวกกันของเขาเปื้อนด้วยเลือดสัตว์ประหลาด ขัดขวางการมองเห็นของเขา

แขนที่แก่ชราของเขาไม่สามารถรวบรวมความแข็งแกร่งได้อีกต่อไป ขาของเขาได้ถึงขีดจำกัดมานานแล้ว มันยอมขยับเขยื้อนไปไหนเลย

"อั๊ก...!"

ข้ารู้อยู่แล้ว

ไม่ว่าข้าจะอยู่ที่นั่น หรือจะต่อสู้อยู่ที่นี่

ไม่ว่าข้าจะเอาชนะสัตว์ประหลาดที่นี่ไปได้กี่ตัว

วันคืนเหล่านั้นย่อมไม่หวนคืนกลับมา

ภรรยาของเขาได้จากไปแล้ว ลูกสาวของเขาก็หายไป ความสุขทุกอย่างได้เลือนหาย ยากเกินจะสามารถฟื้นคืนกลับมาได้

"แฮ่ก แฮ่ก แฮ่ก!

แต่ชายผู้นี้ไม่มีทางอื่นนอกจากต้องต่อสู้ เขาฝืนยกหอกของตนอีกครั้ง

คล้ายกับว่ามันเป็นจุดจบของเขา

ทันทีที่เขาลุกขึ้น เหวี่ยงหอกและผลักโล่ไปข้างหน้า

กึก

แต่ถึงกระนั้นมาร์คกราฟครอสก็พร้อมจะทุ่มทุกอย่าง

เขาไม่รู้สึกอะไรแล้ว ร่างกายของเขาคล้ายถูกกลืนไปโดยชุดเกราะ ความเจ็บปวดที่เกินขีดจำกัดไม่อาจรับรู้ได้ด้วยสมองของเขาอีก

สายตาของเขาพลันพร่ามัว

มาร์คกราฟครอสสัมผัสได้ถึงความตายของเขา

’อีกแค่ตัวเดียว... !'

เพื่อคุ้มกันสิ่งเดียวที่เหลืออยู่ในชีวิตของเขา มาร์คกราฟครอสกัดฟันแน่นและยังคงฝืนต่อสู้ต่อไป

…แต่ยามนี้ทุกอย่างกลับเงียบสงบ

ไม่มีหนูที่พุ่งเข้ามาจัดการเขาอีกต่อไป

มาร์คกราฟครอสรู้สึกสับสน

ทำไมสัตว์ประหลาดถึงหยุดโจมตีเขา?

หรือว่าเขาได้ตายไปแล้ว?

“มาร์คกราฟครอส”

ทันใดนั้นเสียงหนึ่งก็ได้ดังขึ้นมา

มันเป็นเสียงของอัศวินหนุ่มที่เป็นผู้ติดตามของเจ้าเมืองคนใหม่

“เราเอาชนะสัตว์ประหลาดทั้งหมดได้แล้ว การต่อสู้จบลงแล้ว”

“…”

“ท่านสามารถ…พักผ่อนได้แล้ว”

เมื่อได้ยินคำพูดเหล่านั้น หอกของทหารม้าที่กำอยู่ในมือของเขาก็ร่วงหล่นลงกับมัน

จากนั้นมาร์คกราฟครอสก็ได้ทรุดตัวลงไปข้างหน้า ราวกับหุ่นเชิดที่ถูกตัดสายออก

ติดตามเป็นกำลังใจให้ผู้แปลได้ที่แฟนเพจ:BamแปลNiyay

จบบทที่ บทที่ 40 : [ด่าน 2] สิ่งที่ไม่อาจเข้าใจได้

คัดลอกลิงก์แล้ว