เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 22: [ด่าน 1] ทีมหลัก

บทที่ 22: [ด่าน 1] ทีมหลัก

บทที่ 22: [ด่าน 1] ทีมหลัก


ติดตามเป็นกำลังใจให้ผู้แปลได้ที่แฟนเพจ:BamแปลNiyay

บทที่ 22: [ด่านที่ 1] ทีมหลัก

-กึก!

ชุดเกราะที่มีชีวิตได้มาถึงหน้าคูป้อมปราการแล้ว

การเดินทัพของพวกมันชะลอตัวลง เพราะพวกมันต้องเดินผ่านคูเมืองที่เต็มไปด้วยลูกศรที่กำลังพุ่งลงมา

ถึงกระนั้น พวกมันก็ยังคงแข็งแกร่งมากอยู่ดี

พวกมันพุ่งข้ามคูเมืองและมาถึงฐานของกำแพงป้อมปราการ

-ตุ้บ ตุ้บ ตุ้บ

ชุดเกราะมีชีวิตเริ่มการโจมตีด้วยการทุบประตูปราสาทอย่างรุนแรง

แต่ประตูอันแข็งแกร่งยังคงตั้งอย่างมั่นคง

แม้แต่สัตว์ประหลาดพวกนี้ก็ไม่สามารถทำลายมันได้ หากไม่มีอุปกรณ์เจาะทะลวงดีๆ

เมื่อรู้ตัวว่าทำลายประตูไปก็ไร้ประโยชน์ ชุดเกราะมีชีวิตจึงหันไปใช้ยุทธวิธีที่กล้าหาญ พวกมันเข้าเกาะติดกำแพงปราสาท

- ครืด! ครืด! ครืด!

สัตว์ประหลาดหุ้มเกราะพวกนี้ที่เกาะอยู่บนกำแพงกำลังต่อตัวกันขึ้นราวกับเป็นสิ่งที่มาจากภาพยนตร์สยองขวัญ

ฮึก อึก

เมื่อมองไปยังพวกมันที่กำลังเกาะกำแพงปราสาทขึ้นมา ความกลัวของทหารก็พุ่งสูงขึ้นจนพวกเขากลืนน้ำลายด้วยความกังวล

"รั้งไว้"

ข้าเองก็กลืนน้ำลายอย่างแรงเมื่อเห็นภาพด้านล่าง แต่ภายนอกข้ายังพยายามที่จะทำเป็นสงบอยู่

"รั้งไว้ก่อน!"

เราได้ดูอาวุธต่างๆ ที่มีในป้อมปราการ มันยังมีเศษหินและเศษโลหะที่เหลือจากการก่อสร้างป้อมปราการอยู่

ทหารพวกนี้พร้อมที่จะปล่อยเศษซากหินและโลหะลงบนชุดเกราะมีชีวิตที่กำลังปีนขึ้นมา

ชุดเกราะมีชีวิตเกือบถึงจุดสูงสุดของกำแพงปราสาทแล้ว

มันใกล้พอแล้ว ตอนนี้เราสามารถมองเห็นประกายแววตาที่น่าขนลุกในดวงตาของมันเขาผ่านรอยแยกของหมวกเหล็กได้

ข้าจึงออกคำสั่งพร้อมกับสูดลมหายใจเข้าลึก

"ตอนนี้แหละ! โยนพวกมันลงไป!”

“โยนพวมันลงไป!”

"โยนพวกมันลงไป!”

ทหารรับคำสั่งอย่างพร้อมเพรียงกันและโยนพวกเศษหินกับโลหะลงไป

-ฟิ้ว….

-ตู้มม! ปัง!

ชุดเกราะมีชีวิตที่ถูกกระแทกด้วยของพวกนั้นได้กลิ้งกลับลไปงบนพื้น

ถึงแม้จะได้ผล แต่พวกมันก็กลับลุกขึ้นมาอีกครั้งได้อยู่ดี ข้าได้แต่เดาะลิ้นอยู่ในใจ

“ดื้อด้านเกินไปแล้ว!”

เราทำแบบนี้ไปจนหมดเศษโลหะที่ใช้โยนได้แล้ว แต่ศัตรูที่ไม่เคยหยุดยั้งพวกนี้ก็เริ่มปีนกำแพงอีกครั้ง แม้จะมีการโจมตีจากเราโจมตีใส่ก็ตาม

เมื่อไม่มีทางเลือก ข้าจึงเรียกทุกหน่วย

“เตรียมพร้อมสำหรับการต่อสู้แบบประชิด!”

"ขอรับ! เตรียมพร้อมสำหรับการต่อสู้แบบประชิด!”

“ทหารทุกนายดาหน้าเขาไป!”

ทหารกว่าร้อยคนจากกองทัพได้รออยู่ในกองหนุน พวกเขานำอาวุธออกมาถือไว้ในมือ

ทหารที่คุมปืนใหญ่และคันศรยักษ์ก็กลับไปพักชั่วครู่

หลังจากพักได้ไม่นาน พวกเขาก็เข้าร่วมกับกองทัพ

ขณะที่กองทหารราบเข้ามาแทนที่แล้ว ข้าก็มองดูหน้าต่างระบบ

’ต้องจัดทีมใหม่’

ทีมของจูปิเตอร์ถูกกวาดล้างจนเหลือสมาชิกเพียงคนเดียว ถึงเวลาสับเปลี่ยนทีมกันแล้ว

ข้ากดไปที่หน้าต่างทีมและเลื่อนจูปิเตอร์ ซึ่งปัจจุบันอยู่ในทีมย่อยเข้าสู่ทีมหลัก

[ทีมหลัก (5/5)]

– ระดับ 5 แอช (EX)

– ระดับ 27 ลูคัส (SSR)

– ระดับ 15 เดเมี่ยน (N)

– ระดับ 17 ลิลลี่ (R)

- ระดับ 35 จูปิเตอร์ (SR)

ตอนนี้ทีมหลักสมบูรณ์แล้ว! เปิดใช้งานองค์ประกอบทีม

[องค์ประกอบทีมถูกเปิดใช้งาน]

> (ผู้บัญชาการ 1) ทัพหน้าแห่งสนามรบ: ขวัญกำลังใจของทีมนี้จะไม่สั่นคลอน

> (นักเวทย์ 2) จอมเวทย์ทวิ: พลังโจมตีเวทย์มนตร์ของสมาชิกทีมทุกคนเพิ่มขึ้น 20%

ได้องค์ประกอบทีมเพิ่มขึ้นสองอย่าง

’ช่างยอดเยี่ยมจริงๆ !'

ข้าอดใจไม่ไหวที่จะอุทานออกมาด้วยความยินดี

ผลของจอมเวทย์ทวิเองก็น่าทึ่งมาก เพิ่มพลังโจมตีเวทย์มนตร์ 20%

ไม่มีการอะไรที่เหมาะมากในสถานการณ์นี้อีกแล้ว แต่คงต้องรอจูปิเตอร์พักฟื้นเสียก่อน

’ทว่า...’

ข้ามองชุดเกราะมีชีวิตที่เกาะติดและกำลังปีนขึ้นมาบนกำแพงของเรา

ลูคัสชักดาบยาวออกมาที่หน้าอกของเขา ทหารที่ตัวสั่นกำลังจับกระบองของพวกเขาไว้ด้วยมือจนแน่น

’เราต้องยืนหยัดให้มั่น ร่างกายเป็นเพียงปราการเดียวที่เราเหลืออยู่’

จนถึงตอนนี้ แม้เหล่าทหารจะสามารถป้องกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ แต่ก็ปรากฏวามกลัวบนใบหน้าของพวกเขา

เพราะที่ทำสำเร็๗ส่วนใหญ่เกิดจากการการป้องกันในระยะไกล

ทว่าตอนนี้พวกเขาต้องเผชิญหน้ากับศัตรูอย่างใกล้ชิดด้วยร่างกายของพวกเขา

’พวกเขาจะยื้อไหวหรือเปล่านะ?'

ข้ากังวลเรื่องทหารมาก แต่ก็เลิกคิดอย่างรวดเร็ว

’ไม่ ยังไงพวกเขาก็ต้องยื้อให้ได้’

ทหารส่วนใหญ่ล้วนเพิ่งเกณฑ์มาใหม่

การต่อสู้ครั้งนี้จะไม่ใช่ครั้งสุดท้ายแน่ พวกสัตว์ประหลาดจะไม่หยุดยั้ง

เพื่อความอยู่รอด ทหารทุกคนต้องแข็งแกร่งขึ้น

พวกเขาจะต้องพบเจอกับการรุกรานและต้องได้รับชัยชนะมา

“พวกมันกำลังเกาะกำแพงขึ้นมา-!”

เมื่อชุดเกราะมีชีวิตขึ้นมาที่ด้านบนของกำแพงป้อมปราการ ทหารก็แทงพวกมันด้วยหอกหรืออะไรก็ตามที่พวกเขามีอยู่ในมือ

ตุ้บ! ตุ้บ!

แต่ชุดเกราะที่มีชีวิตก็คว้าอาวุธนั้นมาและฉกไป

"เหวอ?!"

"นี่มันบ้าอะไรกันเนี่ย!"

ด้วยความประหลาดใจ ทหารผู้นั้นก้าวถอยกลับมาทันที

ขณะนั้นเอง ชุดเกราะมีชีวิตตนอื่นก็เริ่มเกาะขึ้นมาบนป้อมปราการทีละตัว

- กรรร……

- กรรร!

ตนแรกที่ขึ้นมาได้เปล่งเสียงคำรามเย็นยะเยือกออกมา ทำให้เหล่าทหารที่อยู่แนวหน้ารู้สึกเกรงกลัวยิ่ง

จากนั้น...

-ฟึบ!

ดาบของลูคัสก็แยกหมวกอัศวินของสัตว์ประหลาดเป็นสองส่วน

ทันใดนั้นลูคัสก็เตะมันออกจากกำแพงอย่างรวดเร็ว

“พวกเราต้องจัดการมัน!”

ลูคัสตะโกนใส่ทหารที่กำลังชะงักไป

“ยืนให้มั่นคง อย่าปล่อยให้พวกมันหลุดรอดมาได้!”

“ข-ขอรับ…!”

ลูคัสพุ่งไปตามกำแพง เฉือนผ่านชุดเกราะมีชีวิตที่กำลังปีนป่ายราวกับมันเป็นเนยนุ่มๆ

- ฟึบ! ฟึบ!

ทุกครั้งที่วาดดาบออกไป ประกายไฟสีแดงสดก็ปรากฏขึ้น ดาบของเขาดูคล้ายกับจะบานสะพรั่งด้วยบุปผาที่ลุกเป็นเปลวเพลิง

ขณะที่ทึ่งอยู่กับความแข็งแกร่งของตัวละครระดับ SSR ข้าก็กลับมาสู่โลกแห่งความเป็นจริง ข้าเองก็ต้องช่วยด้วย!

“ลิลลี่ เตรียมสิ่งประดิษฐ์เวทมนตร์ชิ้นต่อไปให้พร้อม!”

"เข้าใจแล้วค่ะ!"

เมื่อได้ยินคำสั่งของข้า ลิลลี่ก็เตรียมสิ่งประดิษฐ์ทันที

สิ่งประดิษฐ์เวทมนตร์ชิ้นที่สองได้ถูกซ่อมแซมแล้ว

มันเป็นสิ่งประดิษฐ์เวทมนตร์เพิ่มความเร็วระดับเริ่มต้น

นี่คือสิ่งประดิษฐ์เวทมนตร์ที่ให้พลังเวทเพิ่มความเร็วแก่พันธมิตรในระยะหนึ่ง ด้วยความที่มันเป็นของเริ่มต้น ระยะเวลาของมันจึงค่อนข้างสั้น

มันเพิ่มความเร็วแค่ 5% เป็นเวลา 5 นาทีเท่านั้น

แต่แค่ 5 % ก็เพียงพอแล้ว 5 นาทีก็พอใช้แล้ว

การเร่งความเร็วเท่านี้ถือว่าใช้การได้ ก็เพราะมันจะเป็นการสร้างความมั่นใจให้แก่เหล่าทหาร

เมื่อรู้สึกได้ถึงพลัง ทหารเหล่านี้ก็เหวี่ยงกระบองและตีกระแทกโล่ของพวกเขาด้วยความมั่นใจ

“ขับไล่พวกสัตว์ประหลาดกลับไป!”

“ไล่พวกมันลงไป-!”

ทหารปะทะกับชุดเกราะมีชีวิตที่ด้านหน้าของป้อมปราการ

ทหารราบจำนวนเตรียมพร้อมรอแล้ว พวกเขาประสานงานกันได้ดีมาก

แม้พวกเขาจะไม่สามารถโค่นล้มชุดเกราะมีชีวิตพวกนี้ได้ แต่พวกเขาก็สามารถสร้างแนวรับและป้องกันไว้ได้

คุณลักษณะตัวละครที่ข้าใช้ในการรบครั้งนี้คือ [คำสั่งหลัก] [รูปสลักโจมตี] และ [รูปสลักป้องกัน]

สิ่งเหล่านี้จะช่วยเพิ่มพลังให้กับทหารราบได้

ในขณะที่ทหารยึดมั่นโดยไม่ขยับสักนิ้วเดียว ลูคัสก็พุ่งไปกวาดดาบทั้งซ้ายและขวา

ฟึบ! ฟึบ!

ทุกครั้งที่ดาบของเขาโดนชุดเกราะมีชีวิต พวกมันก็จะร่วงหล่นลงมากองกับพื้น

แสงที่เป็นเอกลักษณ์ สัญลักษณ์ของการใช้ทักษะของเขาปรากฏขึ้นบนดาว มันเป็นทักษะเริ่มต้นของลูคัส [คร่าวิญญาณ] (ขอแก้จากพุ่งทะลวงครับ)

[คร่าวิญญาณ] เป็นทักษะที่จะเพิ่มความแข็งแกร่งจากการสังหารศัตรูลงไป

ข้าอยากให้ชุดเกราะมีชีวิตทุกตัวตายด้วยน้ำมือของลูคัส แต่ยามนี้ไม่ใช่เวลา

’เพราะเรากำลังสูญเสียพื้นที่ไป’

ลูคัสยืนคนเดียวอยู่เกือบครึ่งกำแพง แต่เขาก็ไม่สามารถป้องกันทั้งหมดได้

จำนวนของศัตรูที่อยู่บนกำแพงนั้นมากเกินไป จำนวนคนบาดเจ็บของเราก็เพิ่มขึ้นด้วย

"บัดซบ!"

"อ๊ากก...!"

“หากพวกเจ้าได้รับบาดเจ็บให้ถอยกลับทันที! กองหนุนเข้าไปแทนที่!”

ในขณะมีทหารได้รับบาดเจ็บ คนที่รออยู่ด้านหลังก็พุ่งเข้ามารับหน้าแทน

ทว่าถึงจะมีกองหนุนอยู่ แต่สภาพก็ไม่ค่อยดีเท่าไรนัก

ถึงแม้จะมีคนตายไปไม่กี่คน แต่จำนวนคนที่ได้รับบาดเจ็บก็มากพอสมควร ข้ากัดริมฝีปากของตนด้วยความหงุดหงิด

“องค์ชาย ข้าควรกลับไปที่แนวหน้า…”

เกลียวคลื่นผู้ซึ่งไปพักตามคำสั่งของข้าก็ได้ติดอาวุธหน้าไม้ของเขาขึ้นมา แต่ข้าก็โบกมือบอกปัดไป

ข้าจำเป็นต้องใช้พลังของเขาในการเอาชนะบอส จูปิเตอร์เองก็เช่นเดียวกัน

'ข้าต้องทำยังไงดี?'

ไม่มีวิธีใดที่จะลดการบาดเจ็บล้มตายของทหารของเราและกวาดล้างชุดเกราะที่เหลืออยู่เลยเหรอ…?

ตอนนั้นเอง

"วู้บบ~ ~ ~"

ทันใดนั้น เปลวเพลิงก็ปะทุออกมา ทำให้ชุดเกราะมีชีวิตกลายเป็นผุยผง

ข้าชะงักไป จากนั้นก็มองไปทางนั้น ลิลลี่ที่นั่งอยู่บนเก้าอี้รถเข็นกำลังเหยียดมือออกด้วยใบหน้าซีดเผือด

“จริงสิ เจ้าสามารถใช้เวทย์มนตร์ได้หรือเปล่า?!”

ลิลลี่ตกใจกับเสียงตะโกนของข้า ลิลลี่ดูไม่อยากจะเชื่อมากกับคำที่ข้าถามออกมา

“เดิมทีข้าก็เป็นนักเวทย์ไฟนะคะองค์ชาย!”

"ข้าขอโทษด้วย พอดีข้าเห็นเจ้าเป็นแค่โล่เท่านั้น"

“นั่นมันไม่หยาบคาบไปหน่อยเหรอคะ?!”

ชุดเกราะมีชีวิตยังคงปีนขึ้นมาบนกำแพง ลิลลี่ตกใจจนปล่อยเวทย์ไฟออกมา

กรร!

กร...

ชุดเกราะมีชีวิตที่เคลื่อนไปยังส่วนกำแพงของลิลลี่ก็กลายเป็นเศษซากทันที

แม้พวกมันจะมีความต้านทานทางกายภาพที่น่าเกรงขาม แต่การป้องกันเวทย์มนตร์ของพวกมันนั้นอ่อนแอมาก ทำให้เวทย์ไฟมีประสิทธิภาพสูง

“แฮ่ก แฮ่ก…”

พลังเวทย์ของลิลลี่ของหมดลงอย่างรวดเร็ว นางได้แต่หอบหายใจออกมา การใช้มานาของนักเวทย์ไฟนั้นมากมายนัก มากจนนางแทบจะไม่สามารถทนได้ต่อไปแล้ว

ข้ารีบวิ่งไปที่ด้านข้างของลิลลี่พร้อมกับกำที่จับรถเข็นของนาง

“เยี่ยมมากลิลลี่! ไว้ข้าจะเลื่อนตำแหน่งให้ข้า!”

“ไม่นะ ได้โปรดให้ข้าเกษียณเถิด…”

“ข้าจะให้เงินก้อนโตเลย! ตอนนี้ก็ปล่อยไฟออกมาเพิ่มเถอะ!”

“ข้าบอกท่านไงว่าข้าต้องการเกษียณ! แถมตอนนี้พลังเวทมนตร์ของข้าก็แทบจะหมดแล้วด้วย!”

"เจ้ายังใช้มันได้อีกครั้ง! พุ่งไปกันเลยย!”

“กรี๊ดดด!”

ข้าเข็นรถเข็นของลิลลี่ไปรอบๆ กระตุ้นให้นางใช้เวทมนตร์ไฟออกมา ความสามารถของนางมีประสิทธิภาพต่อสถานการณ์ยามนี้เป็นอย่างมาก!

ด้วยองค์ประกอบทีมที่เพิ่มพลังโจมตี 20% และอีก 5% จาก [รูปสลักโจมตี] ของข้า

ทั้งหมดรวมกันแล้วก็คือ 25% เวทย์ไฟของลิลลี่จึงสามารถจัดการพวกศัตรูที่ปีนขึ้นมาบนป้อมปราการได้อย่างยอดเยี่ยม

ข้ารีบอัดยามานาให้ลิลลี่ที่กำลังคร่ำครวญอย่างรวดเร็ว

“สู้เขานะเครื่องพ่นไฟ! ขออีกรอบเดียว!”

“ข้าขอร้องท่านเถอะนะ ช่วยปฏิบัติต่อข้าเหมือนคนที!”

วงจรนี้เกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำอีก ทหารยืนหยัดอย่างกล้าหาญ ลูคัสที่กวาดผ่านศัตรูพร้อมกับวาดดาบ และลิลลี่ผู้กำลังปลดปล่อยเปลวไฟออกมา

[ข้อมูลศัตรู – ด่านที่ 1]

– ระดับ 25 อัศวินเงา: 1 ตน

- ระดับ 5 ชุดเกราะมีชีวิต: 3 (จำนวนการสังหาร: 1449)

ชัยชนะอยู่ในกำมือของเราแล้ว

“ตายซะไอ้เจ้าพวกบัดซบ!”

“ออกไปจากป้อมปราการของเราเดี๋ยวนี้!”

ทหารล้อมเกราะมีชีวิตไว้ ทุบมันอย่างไม่หยุดยั้งด้วยกระบองของพวกเขา

“ข้า…ทนไม่ไหวอีกแล้ว…”

"นั่นไงตัวสุดท้ายแล้ว พยายามเข้า สังหารมันเลย!”

ลิลลี่เผามันโดยที่มียาพลังเวทย์ไหลลงที่ปลายคางของนาง

ฟึบ!

ศัตรูตัวสุดท้ายถูกแบ่งเป็นสองส่วนเรียบร้อยด้วยการโจมตีจากดาบของลูคัส

"...มันจบแล้ว"

ไม่มีชุดเกราะมีชีวิตอีกแล้ว ทหารทุกคนส่งเสียงออกมาด้วยความยินดี

“เราทำสำเร็จแล้ว! ชัยชนะเป็นของเรา!”

"เราทำสำเร็จ! เราเอาชนะมันแล้ว!"

ข้ามองไปที่เหล่าทหารที่กำลังรู้สึกยินดีกัน

“การต่อสู้ยังไม่จบ!”

“หา ว่าอะไรนะขอรับ?”

“ตื่นตัวเข้าไว้! ศัตรูตัวสุดท้ายกำลังมา!”

ข้าจับจ้องไปที่อากาศเบื้องบน พวกทหารต่างมองตาม

- กรรร ….

ร่างเงาร่างหนึ่งได้ลอยอยู่ในอากาศ ชิ้นส่วนของชุดเกราะที่มีชีวิตที่พ่ายแพ้จากรอบๆ สนามรบมาผสานกัน

แคร๊ง! แคร๊ง!

ชุดเกราะจำนวนนับไม่ถ้วนได้ประกอบขึ้น จนสร้างร่างอันยิ่งใหญ่ร่างหนึ่ง

ตั้งแต่ถุงมือ ที่ปลายนิ้วไปจนถึงโล่บนไหล่ของมัน เกราะอก ชุดเกราะขา รองเท้าเกราะ

และสุดท้ายคือหมวกอัศวินของมัน

แคร๊ง!

ร่างยักษ์ที่หุ้มเกราะได้สมบูรณ์แล้ว มันส่งเสียงคำรามออกมาดังสนั่น

- กรรร ….!

อัศวินเงา

ดวงตาขอบอสสัตว์ประหลาดของด่านนี้กะพริบไปมาด้วยเปลวไฟสีฟ้า

ตุ๊บ!

ขณะที่มันลงสู่พื้นดิน อากาศบริเวณโดยรอบคล้ายกับสั่นสะเทือนราวกับถูกแผ่นดินไหว เราทุกคนต่างโซเซไปมาเพราะแรงสั่นสะเทือนที่เกิดจากมัน

ขณะที่ข้าจับกำแพงที่อยู่ใกล้ๆ เพื่อประคองร่างของตนเอง ข้าก็ได้แต่สบถออกมา

นี่มันเป็นบอสของด่านที่ 1 ได้ยังไงกันวะ!

ติดตามเป็นกำลังใจให้ผู้แปลได้ที่แฟนเพจ:BamแปลNiyay

จบบทที่ บทที่ 22: [ด่าน 1] ทีมหลัก

คัดลอกลิงก์แล้ว