เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 21: [ด่าน 1] กฎของทหารรับจ้างในการเอาชีวิตรอด

บทที่ 21: [ด่าน 1] กฎของทหารรับจ้างในการเอาชีวิตรอด

บทที่ 21: [ด่าน 1] กฎของทหารรับจ้างในการเอาชีวิตรอด


ติดตามเป็นกำลังใจให้ผู้แปลได้ที่แฟนเพจ:BamแปลNiyay

บทที่ 21: [ด่านที่ 1] กฎของทหารรับจ้างในการเอาชีวิตรอด

“มีชีวิตไปเล่าเรื่องยังดีกว่าต้องมาพินาศเช่นนี้! จงวิ่งหนีออกไปซะเจ้าหนู!”

จูปิเตอร์ตะโกนบอกเพื่อนร่วมทีมคนสุดท้ายของนาง

“ข้าจะใช้เวทย์มนตร์ของข้าเพื่อยื้อพวกมันเอาไว้ จงใช้โอกาสนั้นเพื่อหนีไปซะ!”

ทหารรับจ้างหนุ่มน้ำตาไหลอาบใบหน้า เขาวางหอกของเขาและตะโกนกลับมา

“มันจะทำแบบนั้นได้ยังไง? ทางออกที่ดีที่สุดของเราคือการยื้อจนกว่ากำลังเสริมจะมาถึงนะครับ!”

"อะไรนะ?"

“นอกจากนี้ท่านยังเป็นแม่มดด้วย!”

ทหารรับจ้างหนุ่มยกหอกของเขาขึ้นมาใหม่ โจมตีเกราะมีชีวิตที่พุ่งมาจากระยะไกล

“กฎข้อที่สองของการเอาชีวิตรอดของทหารรับจ้าง! จงอยู่ใกล้กับนักเวทย์เสมอ!”

“…”

“เมื่อไม่มีม้าศึกให้หลบหนี การพึ่งพาเวทมนตร์ของท่านเพื่อเคลียร์ทางเป็นความหวังเดียวของเรา!”

ทหารรับจ้างหนุ่มยังคงรั้งชุดเกราะไว้และตะโกนออกมา

“เตรียมเวทมนตร์ถัดไปเถอะครับ ข้าจะยื้อพวกมันวไ้ให้เอง!”

ฉึก! ฉึก!

แผนของเขาได้ผล

แทนที่จะฆ่าชุดเกราะมีชีวิต เขากำลังผลักพวกมันออกไป รักษาระยะห่างที่ปลอดภัยด้วยหอกของเขา

เมื่อล้มลง พวกเกราะมีชีวิตก็จะใช้เวลาในการลุกขึ้นมา

นอกจากนี้ตรงกำแพงเมืองที่อยู่ห่างไกล เดเมียนยังคอยให้การสนับสนุนด้วย

ลูกธนูของเขาสังหารชุดเกราะมีชีวิตออกไปทีละตัว

ถ้าจูปิเตอร์ฟื้นฟูกำลังได้เต็มที่ ก็คงจะซื้อเวลาให้พวกเขาได้พอสมควร

แต่อาการบาดเจ็บของนางกำลังชะลอการสะสมเวทมนตร์ของนางลง

แม้จะได้เวลามา แต่นางก็แทบจะไม่สามารถเรียกสายฟ้าออกมาได้แม้แต่สายฟ้าเดียว

ตุ๊บ! ฉึก ฉึก!

ทหารรับจ้างหนุ่มที่ถ่วงเวลาให้ได้ถูกหอกของสัตว์ประหลาดแทงเข้าแล้ว

"อั๊ก...!"

"บัดซบเอ้ย!"

แคร่ก!

ตู้ม!

จูปิเตอร์ดันแขนของนางไปข้างหน้า สายฟ้าฟาดลงมา ทำให้ชุดเกราะมีชีวิตที่อยู่โดยรอบกลายเป็นซากไป

“แฮ่ก  แฮ่ก …”

จูปิเตอร์หอบหายใจ แขนของนางยังคงเหยียดออกมา

“แค่ก แค่ก”

ทหารรับจ้างหนุ่มกุมบาดแผลที่มีเลือดไหลออกมามากมาย

นางจะช่วยเขาได้ไหมนะถ้าเวทมนตร์ของนางออกมาเร็วกว่านี้ไม่กี่วินาที?

จูปิเตอร์ยักไหล่กับความรู้สึกผิดที่ไร้ประโยชน์เช่นนี้ นางแก่เกินกว่าจะแบกรับภาระของทุกชีวิตที่สูญเสียไปแล้ว

"เฮ้ เจ้าหนู"

“…”

“กฎข้อแรกของการอยู่รอดของทหารรับจ้างคืออะไร?”

ด้วยริมฝีปากที่สั่นเทาและเปื้อนเลือด ทหารรับจ้างหนุ่มพึมพำออกมา

“อย่า…รับ…งานที่จ่าย…ดีเกินไป…”

“…”

"อา ท่านแม่..."

นั่นเป็นคำพูดสุดท้ายของเขา ทหารรับจ้างหนุ่มเสียชีวิตพร้อมกับดวงตาที่เบิกกว้าง

จูปิเตอร์เงยหน้าขึ้นมอง นอกเหนือจากชุดเกราะมีชีวิตที่ไหม้เกรียมไปแล้ว พวกมันก็ยังพุ่งเข้ามาใส่มากขึ้น

รอยยิ้มขมขื่นโค้งได้ปรากฏบนมุมปากของทหารรับจ้างผ่านศึกผู้นี้

“กฎการเอาชีวิตรอดทั้งหมดของเจ้ามันใช้ไม่ได้แล้วล่ะ เจ้าหนู”

- ฟึ่บ ฟึ่บ…!

เวทมนตร์ที่อ่อนแอได้รวมตัวกันที่ปลายนิ้วของจูปิเตอร์

“ด้วยความคิดแบบนั้น เจ้าจะไม่มีทางเป็นทหารรับจ้างที่ยิ่งใหญ่ได้เลย”

เวทย์มนตร์นั้นไม่เพียงพอที่จะร่ายออกมา ทำให้เวทย์มนตร์สุดท้ายของนางกลายเป็นเพียงก้อนสายฟ้า จูปิเตอร์นำมันมารวมกันไว้รอบๆ กำปั้นของนาง

“เพื่อที่จะได้ร่ำรวยในฐานะทหารรับจ้าง! เพื่อที่จะได้มีชื่อเสียงและความเคารพ!”

หมัดของนางพุ่งไปข้างหน้า ร่างที่ว่องไวได้พุ่งเข้าใส่ชุดเกราะมีชีวิต

“จงรับเฉพาะงานที่อันตรายที่สุดที่จ่ายภูเขาทองให้เท่านั้น!”

ปัง!

ชุดเกราะมีชีวิตที่ถูกโจมตีโดยหมัดที่พุ่งออกมาพร้อมสายฟ้าของนางได้แตกเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย

“เช่นนั้นจงต้องออกห่างจากนักเวทย์ให้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้! เพราะว่า!”

ปัง! ปัง! ตู้ม!

ด้วยหมัดที่หนักหน่วงอย่างไม่หยุดยั้ง นางได้กวาดชุดเกราะมีชีวิตออกไป สายฟ้าได้ปะทุขึ้นจากการโจมตีแต่ละครั้ง

“เพราะนักเวทย์จะจะเอาเกียรติทั้งหมดไป!”

เสียงหัวเราะของจูปิเตอร์ดังก้อง ประกายสายฟ้าในมือของนางเริ่มมอดลง นางได้ใช้พลังเวททั้งหมดของนางไปแล้ว

“ที่สำคัญที่สุด…หากเจ้าปรารถนาที่จะมีชีวิตอยู่ เจ้าไม่ควรเลือกชีวิตเป็นทหารรับจ้างตั้งแต่แรกแล้ว”

ชุดเกราะมีชีวิตที่นางสังหารไปได้กองลงกับพื้นหมดแล้ว ทว่าสัตว์ประหลาดชุดใหม่ก็กำลังพุ่งเข้ามา

จูปิเตอร์ดึงซิการ์ออกจากกระเป๋าของนางและวางไว้บนระหว่างริมฝีปากของนาง นางใช้พลังมากมายจนกระทั่งจะจุดซิการ์ยังทำไม่ได้ด้วยซ้ำ นางได้แค่ยิ้มออกมาพร้อมกับคาบซิการ์ที่ไม่ได้ถูกจุด

“อา ~ คิดว่าข้าจะได้ลิ้มรสน้ำผึ้งหวานจากเงินเดือนสูงๆ ซะอีก…”

- กรร!

สัตว์ร้ายได้คำรามออกมาจากทุกทิศทาง จูปิเตอร์หลับตาลง

“นี่สินะคือจุดสิ้นสุดการเดินทางของข้า”

แต่ทันใดนั้นเอง...

- กุบ กุบ กุบ-!

เสียงกีบม้าเป็นจังหวะได้ทำลายความเงียบลงไป

"หือ?"

จูปิเตอร์หันไปมองด้วยความประหลาดใจ

“จับแน่นๆ”

ลูคัสขี่ม้าอยู่ด้านหลังนาง

-ฟึบ!

ลูคัสใช้มือซ้ายจับคอเสื้อของจูปิเตอร์เพื่อยกนางขึ้นมา ในขณะเดียวกัน เขาก็เหวี่ยงมือขวาของเขา ดาบของเขากวาดไปเป็นแนวนอน

แคร๊งง-!

ชุดเกราะมีชีวิตที่ถูกดาบของลูคัสฟาดก็ถูกจุดติดไฟและกลายเป็นกองซากชุดกราะไป

ลูคัสยกตัวจูปิเตอร์ไว้อย่างสบายๆ เขาอุ้มนางไว้บนหลังอานม้า

จูปิเตอร์เพียงจ้องมองไปทางลูคัสที่กล่าวออกมา

“จับให้แน่นไว้”

"ห-หา..."

“ย๊าห์!”

ด้วยการสะบัดอย่างแรง ลูคัสก็บังคับม้าหันเข้าไปทางเมือง

- กรร!

- กรร!

ชุดเกราะมีชีวิตที่อยู่ข้างหลังพวกเขาได้แทงหองตามด้วยความโกรธอย่างบ้าคลั่ง

ลูคัสปัดป้องด้วยดาบของเขาใส่หอกที่พุ่งเข้ามาทีละด้าม

เมื่อมองดูหอกที่แตกเป็นเสี่ยงๆ ด้วยการปะทะเพียงครั้งเดียว เสียงของจูปิเตอร์ก็ดังขึ้น

“เฮ้ พ่อหนุ่มอัศวิน”

"มีอะไรหรือ?"

“เจ้าอยากพบหลานสาวของข้าหน่อยไหม? นางเป็นสตรีที่มีเสน่ห์…”

“หากยังมีเวลามาเล่นมุขตลก ก็มุ่งเน้นไปที่การฟื้นพลังเวทย์มนตร์เถอะครับ”

ลูคัสกล่าวตอบกลับไปเย็นชา จากนั้นก็ควบม้าของเขาไปข้างหน้า

“ยังมีฝูงสัตว์ประหลาดที่ต้องจัดการอีก”

"เหอเหอ..."

แม้เมื่ออยู่กับนายท่านของเขา เขาจะดูมีเมตตาและนิสัยดีมาก แต่เมื่อนายท่านของเขาไม่อยู่ ลูคัสจะมีนิสัยเย็นชาปานน้ำแข็ง

ทว่าจูปิเตอร์ก็กล่าวขอบคุณออกมา

“ข้าเป็นหนี้ชีวิตเจ้าแล้ว ขอบคุณ”

“ไม่ต้องขอบคุณหรอก ข้าแค่ทำตามคำสั่งขององค์๙าย”

ลูคัสลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะกล่าวออกไป

“แต่ … ข้าขอโทษด้วยที่ไม่ได้มาเร็วกว่านี้”

สมาชิกคนอื่นๆ ในทีมของจูปิเตอร์ตายหมดแล้ว

ทหารรับจ้างเหล่านี้ไม่ได้เป็นเพียงโล่เนื้อเท่านั้น พวกเขาเป็นนักรบที่ตั้งใจจะปกป้องป้อมปราการแห่งนี้ในวันข้างหน้า

แต่เนื่องจากเหตุการณ์เลวร้ายที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง พวกเขาจึงได้พบกับชะตากรรมที่มืดมน

“เวลาที่เอาไว้ใช้เสียใจ เอาเป็นหลังจากที่เรากำจัดสัตว์ประหลาดพวกนี้แล้วเถอะ…”

จูปิเตอร์มองข้ามไหล่ของนางไป

มองพาดผ่านกองทัพชุดเกราะมีชีวิต ไปยังอัศวินเงาตัวมหึมาที่ลอยอยู่กลางอากาศ

ดวงตาข้างเดียวของนาง คล้ายกับมีประกายไฟแห่งความมุ่งมั่นปรากฏขึ้น

“ยังดีที่ปลอดภัยกัน…”

***

ลูคัสกลับมาอย่างปลอดภัยพร้อมกับช่วยจูปิเตอร์ขึ้นมาบนหลังอานม้า

"...ฟิ้ว"

ข้าถอนหายใจด้วยความโล่งอกและเสียใจ

การช่วยเหลือจูปิเตอร์ที่เป็นแม่มดระดับ SR ถือว่าช่วยพลิกสถานการณ์ได้ดี

แต่ในชั่วพริบตา เราก็สูญเสียวีรบุรุษสี่คนที่มีค่ามหาศาลสำหรับเราไปแล้ว

’ข้าใช้ประสบการณ์จากในเกมมากเกินไป’

เพราะว่าที่นี่คือโลกแห่งความเป็นจริง กฎของเกมใช่ว่าจะนำมาใช้ได้หมด

องค์ประกอบที่คาดเดาไม่ได้ทุกชนิดที่ไม่เกี่ยวข้องกับเกมได้เข้ามามีบทบาทด้วย

’แค่การปรากฏตัวของบอส ก็เพียงพอแล้วที่จะสร้างความหวาดกลัวให้กับทหาร’

แน่นอนว่าในเกม ผู้เล่นจำเป็นต้องจัดการขวัญกำลังใจ สถานะทางลบต่างๆ เช่น ความกลัวและความสับสน แต่ในชีวิตจริง ปฏิกิริยาพวกนี้จะแตกต่างกันเล็กน้อยและอาจหลากหลายกว่ามาก ข้าจึงไม่เคยคาดคิดเลยว่ากระทั่งอาชาสงครามก็ยังยอมจำนนต่อความกลัว

’ข้าต้องพิจารณาตัวแปรในโลกแห่งความเป็นจริงด้วย’

เมื่อกัดริมฝีปากล่างเล็กน้อย ข้าก็เงยหน้าขึ้นมอง

’เพราะกฎแห่งโลกความเป็นจริงมันแตกต่างจากกฎแห่งเกมมากสินะ’

สายตาของข้าพลันจ้องไปที่กำแพงป้อมปราการ

- ตุบตุบตุบ…

กำแพงไม้ด้านนอกค่อยๆ เปิดออก

ไม่ใช่เพราะการโจมตีของชุดเกราะมีชีวิต แต่เป็นเพราะการโจมตีของฝั่งเรา

เมื่อเสียงลมพัดผ่านมา ประกายไฟก็ถูกจุดติด และกำแพงไม้ก็ถูกปกคลุมไปด้วยเปลวเพลิง

แม้ประกายไฟเพียงนิดเดียว มันก็กระทบกันอย่างต่อเนื่อง

มันทำหน้าที่เผาพวกชุดเกราะมีชีวิตที่อยู่ใกล้เคียง แต่ในที่สุดมันก็ทำให้กำแพงด้านนอกพังทลายไปด้วย

’ถ้ากำแพงด้านนอกหายไป พื้นที่สังหาก็รจะไร้ประโยชน์ในไม่ช้า’

ชุดเกราะมีชีวิตกำลังไหลผ่านช่องว่างบนกำแพง

พวกมันไม่จำเป็นต้องผ่านทุ่งสังหารอีกต่อไป ดังนั้นทุ่งสังหารของเราจึงเริ่มสูญเสียความสามารถของมันไป

-กรร!

-กรร!

เสียงร้องของชุดเกราะมีชีวิตได้ดังกึกก้องไปทั่วสนามรบ

เดเมี่ยนและหน่วยคันศรยักษ์กำลังโค่นสัตว์ประหลาดที่กำลังเคลื่อนทัพมา อีกไม่นานพวกมันก็คงจะใกล้มาถึงกำแพงหลักแล้ว

“ดูเหมือนว่าเราจะต้องต่อสู้บนกำแพงสินะ”

ข้ากัดฟันแน่นด้วยความหงุดหงิด

กลยุทธ์ของข้าคือการโจมตีระยะไกลเพียงอย่างเดียว หลีกเลี่ยงการต่อสู้ระยะประชิดให้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้

เพราะเรามีเพียงประมาณห้าร้อยคน

พวกเขาส่วนใหญ่เป็นทหารผ่านศึกที่ผ่านการเกณฑ์ทหารตั้งแต่อดีตหรือไม่ก็เป็นทหารเกณฑ์ใหม่

การต่อสู้ระยะประชิดนั้นโหดร้าย การบาดเจ็บล้มตายของเราคงจะทวีคูณอย่างรวดเร็ว

นั่นเป็นเหตุผลที่ข้าหวังว่าจะหลีกเลี่ยงให้ได้ถ้าเป็นไปได้

’ถึงกระนั้น เราก็สามารถจัดการกับพวกมันได้มากพอสมควร’

ดวงตาของข้าหันไปมองหน้าจอระบบ

[ข้อมูลศัตรู – ด่านที่ 1]

– ระดับ25 อัศวินเงา: 1 ตน

- ระดับ 5 ชุดเกราะมีชีวิต: 277 ตน (จำนวนการสังหาร: 775)

ระดับของศัตรูลดลงเหลือต่ำกว่า 300 ตน

ก่อนที่จะเกิดการต่อสู้ระยะประชิดขึ้น เราสามารถลดจำนวนของพวกมันด้วยการโจมตีระยะไกลได้อีก นี่หมายความว่าจำนวนเราต้องเผชิญหน้าในการต่อสู้แบบประชิดก็จะน้อยลงไปอีก

’มันอยู่ในกำมือของเราแล้ว’

สนามรบนี้ ยังคงเป็นของข้าที่จะต้องสั่งการ!

จากนั้นลูคัสและจูปิเตอร์ก็เดินเข้าสู่กำแพงป้อมปราการเข้ามา

“องค์ชาย จูปิเตอร์…ท่านหญิงปลอดภัยดี”

ลูคัสเรียก "ท่านหญิง" แทนชื่อจูปิเตอร์ด้วยความไม่พอใจนัก

หากต้องมาเรียกคนที่ไร้เกียรติเช่นนางว่าท่านหญิง การเรียกเช่นนี้มันก็จึงทำให้เขาดูอึดอัดนัก

“ข้ากลับมาแล้วองค์ชาย”

จูปิเตอร์โค้งเล็กน้อย เลือดจากบาดแผลที่นางได้รับเมื่อนางถูกโยนออกจากม้ากำลังซึมเข้าไปในคิ้วที่ร่วงโรยของนาง

"จูปิเตอร์ ข้าโล่งใจที่เห็นเจ้าปลอดภัย”

“ข้าสำนึกผิดแล้วองค์ชาย เป็นเพราะหญิงชราผู้นี้พลาดเอง”

จูปิเตอร์แตะแผลเบาๆ บนหน้าผากของนาง ทำให้ถุงมือหนังของนางเปื้อนไปด้วยเลือดสดๆ

“ทั้งทีมที่เสียไปเป็นเพราะข้า วิญญาณเยาว์วัยที่น่าสงสารพวกนั้นต่างต้องพบกับจุดจบที่ไร้จุดหมาย ช่างเป็นความจริงที่น่าใจหายนัก”

“เราไม่สามารถคาดการณ์การปรากฏตัวอย่างกะทันหันของสัตว์ประหลาดพวกนั้นหรือม้าที่ตื่นตระหนกได้อยู่แล้ว ไม่ใช่เรื่องที่เจ้าจะต้องรับผิดแทน”

ความจริงที่ว่าทีมของนางประกอบด้วยตัวละครวีรบุรุษ ก็ทำให้เขามั่นใจได้ว่าพวกเขาจะปกป้องจูปิเตอร์ได้

การสูญเสียนั้นน่าเศร้า แต่การเสียสละนั้นเป็นสิ่งจำเป็น มันทำให้พวกเขายังคงมีพลังของนักเวทย์อยู่

“ไม่ ข้าควรเตรียมตัวให้ดีกว่านี้ เมื่อเทียบกับประสบการณ์ในสนามรบที่ข้าเจอมาหลายปี มันเป็นความผิดเป็นของข้าเอง”

จูปิเตอร์กำถุงมือเปื้อนเลือดของนางไว้แน่น

“ดังนั้น…ข้าจะแก้ไขเรื่องนี้”

ดวงตาของจูปิเตอร์จับจ้องไปบนบอสสัตว์ประหลาดที่ลอยอยู่บนท้องฟ้า

อัศวินเงา

ศัตรูหลักของด่านนี้และผู้นำของชุดเกราะมีชีวิต

“ข้าจะเอาหัวของเจ้าบ้านั่นมาให้ท่านอย่างแน่นอน”

“ก่อนอื่นเจ้าต้องพักผ่อนก่อนจูปิเตอร์”

สายตาของข้ามองไปไกล

“ในไม่ช้าเราจะต้องใช้ความแข็งแกร่งของเจ้า”

ตู้ม ตู้ม ตู้ม ตู้ม!

ชุดเกราะมีชีวิตกำลังคำรามทั่วทั้งสนามรบ

ข้าจึงเรียกหน่วยปืนใหญ่

“ทุ่งสังหารได้บรรลุวัตถุประสงค์ของมันแล้ว! หยุดยิง!”

"ขอรับองค์ชาย!"

ทหารบางคนที่เหงื่อไหลเต็มทั่วร่างทรุดลงกับพื้นทันที

“เดเมี่ยน เจ้าก็ต้องพักบ้างเหมือนกัน”

ข้าตบไหล่เดเมี่ยนที่ยิงหน้าไม้ของเขาอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย

"แฮ่ก...แฮ่ก...แฮ่ก!"

เดเมี่ยนปล่อยลูกศรและหันหน้ามาทางข้าด้วยใบหน้าซีดเผือด แขนที่ทำงานหนักเกินไปของเขาสั่นเทาอย่างหนัก

“แต่พวกมันยังคงมุ่งเข้ามา…”

“เรามีเหยื่อที่ใหญ่กว่านี้ให้เจ้า”

ข้าที่จับไหล่เขาเบาๆ พยักหน้าเงียบๆ

“พักผ่อนและรวบรวมกำลังของเจ้าเถิด เข้าใจไหม?”

“ขอรับองค์ชาย”

เดเมี่ยนวางหน้าไม้ลง และสายตาของข้าก็กลับไปจับจ้องที่สนามรบ

-กรร!

โดยที่ข้าไม่รู้สึกตัว พวกชุดเกราะมีชีวิตก็ดาหน้าเข้ามาถึงใต้คูกำแพงป้อมปราการกันแล้ว

ติดตามเป็นกำลังใจให้ผู้แปลได้ที่แฟนเพจ:BamแปลNiyay

จบบทที่ บทที่ 21: [ด่าน 1] กฎของทหารรับจ้างในการเอาชีวิตรอด

คัดลอกลิงก์แล้ว