เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ข้าผู้ปลูกเห็ดในวอร์แฮมเมอร์ตอนที่23

ข้าผู้ปลูกเห็ดในวอร์แฮมเมอร์ตอนที่23

ข้าผู้ปลูกเห็ดในวอร์แฮมเมอร์ตอนที่23


บทที่ 23: ทำความเข้าใจความโง่เขลา

สถานที่นัดหมายซื้อขาย

ลี่นั่ววางกระสอบที่เต็มไปด้วยเห็ดลงและรออยู่ครู่หนึ่ง

ไลย่าและต้าจ้วง สหายชาวหนังหนูของเธอ ก็มาถึง

ตามปกติ พวกเขาตกลงซื้อขายเห็ดธรรมดากันจนเสร็จสิ้น ปล่อยให้ต้าจ้วงแบกพวกมันจากไป

หลังจากที่ชาวหนังหนูเดินจากไปไกลแล้ว ไลย่าก็มองลี่นั่วตั้งแต่หัวจรดเท้า “ทำไมฉันรู้สึกว่านายสูงขึ้นนะ?”

“ใช่ ตอนนี้ฉันกำลังดัดแปลงร่างกายอยู่ อนาคตจะสูงกว่านี้อีก” ลี่นั่วยิ้ม “คู่มือภาพประกอบที่ฝากทำเป็นยังไงบ้าง?”

ไลย่าดึงสมุดบันทึกเล่มหนึ่งออกมาจากกระเป๋าเสื้อด้านใน:

“อะนี่ ลองเปิดดู ฉันบันทึกข้อมูลของสิ่งมีชีวิตและสิ่งที่ไม่มีชีวิตไว้สิบห้าชนิด ฉันรู้ว่านายชอบเชื้อรา ก็เลยใส่ข้อมูลเชื้อราที่พบบ่อยที่สุดหกชนิดในเขตเศษเหล็กไว้ให้เป็นพิเศษ ตัวอย่างเชื้อราอยู่ในกระเป๋าฉัน”

“ลำบากเธอแย่เลย ไลย่า” ลี่นั่วเปรยขึ้น: “ช่วงนี้ฉันเจอปัญหานิดหน่อย อยากให้เธอช่วย”

ไลย่าเหลือบมองรอยฟกช้ำบนใบหน้าของลี่นั่วแล้วพยักหน้าเบาๆ:

“อืม ก็พอจะดูออก ใครมันอัดนายซะยับขนาดนี้? นายลากตัวมันมา เดี๋ยวฉันพาคนไปกระทืบมันให้”

“ไม่จำเป็นหรอก เรื่องที่อยากให้ช่วยไม่เกี่ยวกับบาดแผลบนใบหน้าฉัน นี่มันแผลจากการฝึก”

ขณะที่พูด ลี่นั่วบังเอิญขยับไปโดนแผลบนใบหน้าจนกระตุก เขาสูดปากสูดลมหายใจเย็น:

“ซี๊ด เจ็บจริงๆ... ไลย่า เธอพอจะมีวิธีรับมือพวกเครื่องสลายอีเธอร์บ้างไหม?”

“เครื่องสลายอีเธอร์?” ไลย่าขมวดคิ้วมุ่น “นายไปมีเรื่องกับพวกที่ใช้พลังสลายอีเธอร์มาเหรอ?”

ลี่นั่วแต่งเรื่องอธิบาย:

“จะว่าอย่างนั้นก็ได้ หมอนั่นมันทำให้คนเห็นภาพหลอนได้ ฉันอยากหาวิธีรับมือพลังสลายอีเธอร์ของเขา”

“มิน่าล่ะถึงได้สะบักสะบอมขนาดนี้ หมอนั่นมันทำให้นายสับสนด้วยภาพหลอนก่อน แล้วค่อยฉวยโอกาสซ้อมนายสินะ?”

เห็นได้ชัดว่าไลย่าได้ปะติดปะต่อเรื่องราวโชคร้ายของลี่นั่วในใจเรียบร้อยแล้ว

ลี่นั่วขี้เกียจจะอธิบายรายละเอียดจึงเพียงแค่พยักหน้า ยอมรับเรื่องนั้นไปโดยปริยาย

ไลย่าหยิบหลอดแก้วขนาดเท่านิ้วก้อยออกมาจากกระเป๋า:

“ลองนี่สิ ทิงเจอร์สมุนไพรใบเย็น พอดื่มตอนที่ติดอยู่ในภาพหลอน มันน่าจะช่วยให้นายหลุดออกมาได้ ฉันไม่คิดเงินหรอก ถือว่าแถมให้ ฉันยังมีอีกเยอะ”

ลี่นั่วกำลังจะรับมา แต่พลันนึกถึงคำพูดของร็อบนอสตอนที่ฉีดสารเสริมความแข็งแกร่งได้:

หลังจากฉีดสารเสริมความแข็งแกร่ง ห้ามดื่มน้ำหรือกินอาหาร

ร็อบนอสไม่ได้บอกถึงผลที่จะตามมาหากฝืนดื่มน้ำหรือกินอาหาร แต่เขาคาดว่ามันน่าจะทำให้เกิดผลข้างเคียงที่รุนแรง

ในเมื่อน้ำเปล่ายังดื่มไม่ได้ การดื่มทิงเจอร์ที่มีสารเคมีเป็นส่วนประกอบก็ย่อมใช้ไม่ได้ผลเช่นกัน

ลี่นั่วโบกมือ:

“ไลย่า ภาพหลอนของหมอนั่นมันประหลาดมาก ระหว่างที่ติดอยู่ในผลของภาพหลอน ฉันดื่มน้ำหรือกินอะไรไม่ได้เลย ไม่อย่างนั้นอาจจะตายคาที่”

ไลย่าชะงักไปชั่วขณะ:

“พิลึกจริง ฉันตะลอนอยู่ในเขตเศษเหล็กมาตั้งนาน เพิ่งเคยได้ยินเรื่องพลังสลายอีเธอร์แบบนี้เป็นครั้งแรก”

ลี่นั่วกางมือออก ทำหน้าจนปัญญา

ไลย่าเก็บทิงเจอร์ไป พลางนวดขมับเบาๆ “งั้นนายพอจะซื้อโล่ต้านพลังอีเธอร์ไหวไหม?”

ก่อนที่ลี่นั่วจะได้ตอบ ไลย่าก็กวาดตามองเขาขึ้นลง ก่อนจะตอบให้ล่วงหน้า:

“โอเค ดูเหมือนนายก็คงเหมือนฉัน คือซื้อโล่ต้านพลังอีเธอร์ไม่ไหว ของแบบนั้นคงมีแต่พวกคนรังบนเท่านั้นที่หาได้ ถ้าเป็นอย่างนั้น ฉันคงให้คำแนะนำนายได้แค่ข้อเดียว”

ไลย่าชูนิ้วชี้ขึ้นมาแล้วส่ายไปมา:

“นั่นคือ ทำตัวเองให้กลายเป็นคนโง่ชั่วคราว สมองของนายจะได้ไม่สามารถรับภาพหลอนได้”

หืม? ทำตัวเองให้กลายเป็นคนโง่เนี่ย มันคือบ้าอะไร? ... ลี่นั่วถึงกับมึนงง

ไลย่าเห็นสีหน้าของเขาก็รู้ว่าเขาไม่เข้าใจ 'คุณค่า' ของการเป็น 'คนโง่'

“ลองดูหน้าสิบของคู่มือภาพประกอบสิ มันมีบันทึกเกี่ยวกับสัตว์ประหลาดที่ทำให้คนเกิดภาพหลอนได้”

ไลย่าช่วยลี่นั่วเปิดสมุดบันทึก

ในหน้านี้มีภาพวาดด้วยมือ

ภาพวาดแสดงถึงภายในของทางเดินในโขดหิน ผนังหินที่ไม่เรียบปกคลุมไปด้วยลวดลายประหลาด

เมื่อมองใกล้ๆ ลวดลายเหล่านั้นคือใบหน้าของมนุษย์อย่างชัดเจน

พวกเขาอ้าปากกว้าง กรีดร้องอย่างเงียบงัน ราวกับกำลังทรมานด้วยความเจ็บปวด

ด้านล่างภาพวาดมีข้อความเขียนไว้:

“หุบเขาเสียงโหยหวน ผู้ที่เข้าไปจะได้รับผลกระทบจากพลังสลายอีเธอร์ ทำให้เห็นภาพอันน่าสะพรึงกลัวและได้ยินเสียงร้องไห้ด้วยความเจ็บปวด ผู้ที่ไม่สามารถทนต่อภาพหลอนได้จะถูกดูดกลืนเข้าไปในผนังหิน กลายร่างเป็นใบหน้ามนุษย์ดวงใหม่”

“วิธีรับมือ: กินยาเพื่อระงับความสามารถในการรับรู้ภาพหลอน”

ไลย่าพูดต่อ:

“ทางเดินนี้ตั้งอยู่บนเส้นทางเดียวที่เชื่อมระหว่างเขตเศษเหล็กกับรังล่างสุด คนที่จะเดินทางผ่านไปมักจะกินยาระงับอาการทางจิตก่อน แล้วค่อยข้ามไป ถ้าไม่มียา การกลืนสปอร์ของเห็ดที่มีผลคล้ายๆ กันก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่ง อย่างเช่นเห็ดนี่”

ไลย่าพลิกสมุดกลับไปสองสามหน้า ไปถึงส่วนที่แนะนำเชื้อราชนิดหนึ่ง

คู่มือภาพประกอบแสดงรูปเห็ดก้านสีขาวหมวกสีแดง ปกคลุมไปด้วยจุดสีสันต่างๆ ที่ดูค่อนข้างน่าขนลุก

คำอธิบายของมันมีดังนี้:

“เห็ดโง่เขลา เชื้อราพลังจิตที่พ่นสปอร์ใส่สภาพแวดล้อมรอบตัวมัน”

“สปอร์ของมันสามารถแช่แข็งความสามารถในการคิดของคน ทำให้ตกอยู่ในสภาวะสมองหยุดทำงานชั่วขณะ (Brain Freeze) เหมือนคนโง่”

“สปอร์เหล่านี้ก็ไม่ใช่ว่าไม่มีประโยชน์ การทดลองแสดงให้เห็นว่าคนที่อยู่ในสภาวะสมองหยุดทำงานชั่วขณะ สมองของพวกเขาจะได้รับการปกป้องจากโล่ต้านพลังอีเธอร์ ทำให้มีภูมิคุ้มกันต่อภาพหลอนที่เกิดจากพลังสลายอีเธอร์ได้ชั่วคราว”

ลี่นั่วครุ่นคิด:

“น่าสนใจดีนี่ ใช้สปอร์ที่มีผลเสียมาต่อต้านพลังสลายอีเธอร์ที่สร้างภาพหลอน ให้ผลลบเจอลบกลายเป็นบวก นี่คือภูมิปัญญาของเขตเศษเหล็กสินะ?”

ไลย่ายิ้ม:

“ก็ไม่ใช่ภูมิปัญญาของเขตเศษเหล็กซะทีเดียวหรอก วิธี ‘พิษต้านพิษ’ แบบนี้ส่วนใหญ่มาจากพวกแก๊งกลายพันธุ์กับพวกลัทธิประหลาดในรังล่างสุดมากกว่า อ้อ แล้วก็ ตัวอย่างเชื้อราอยู่ในกระเป๋าฉัน”

ไลย่าเปิดกระเป๋าเป้ของเธอและหยิบขวดโหลแก้วออกมา

ลี่นั่วเล็งเชื้อราวิเคราะห์ไปที่เห็ดในโหลแก้วแล้วโยนมัน

[ชื่อ: เห็ดโง่เขลา]

[ผลการวิเคราะห์:

เชื้อรานักล่าที่แปลกประหลาดที่สามารถดำรงชีวิตแบบย่อยสลายได้เมื่อไม่มีเหยื่อ

เชื้อรานี้ปนเปื้อนเชื้อราจิปาถะและเป็นพิษ คุณค่าทางยาของมันอยู่ที่ผลกระทบด้านพลังสลายอีเธอร์ของสปอร์]

[ความสามารถเชื้อรา: ทักษะสมองแช่แข็ง]

[เงื่อนไขปลดล็อก: 100 แต้มทักษะ หลังจากเชื้อราถูกคุณเลี้ยงจนเชื่อง เงื่อนไขการปลดล็อกจะลดเหลือ 1 แต้มทักษะ]

[คุณเพียงแค่ต้องกำจัดการปนเปื้อนของเชื้อราจิปาถะออกไปเพื่อทำให้การเลี้ยงเชื่องเสร็จสมบูรณ์]

ทักษะสมองแช่แข็ง?

ทักษะที่ทำให้สมองแข็งทื่อเหรอ?

ถ้าฉันใช้ความสามารถนี้กับพวกคนขนของที่น่ารำคาญพวกนั้น ฉันก็สามารถเปลี่ยนพวกมันทั้งหมดให้กลายเป็นท่อนไม้ได้เลยน่ะสิ?

ลี่นั่วเต็มไปด้วยความคาดหวังต่อผลลัพธ์ของทักษะสมองแช่แข็ง

ถ้ามันสามารถต่อต้านภาพหลอนได้จริงๆ นั่นก็ยิ่งดีเลย

“เดี๋ยวฉันกลับไปลองดูผลของมันทีหลัง” ลี่นั่วหยิบเห็ดเกรดตัวอย่างออกมาหนึ่งดอกแล้วยื่นให้:

“เธอเก็บเห็ดไปก่อนแล้วกัน รอให้ฉันอ่านคู่มือภาพประกอบที่เพิ่งรวบรวมมาใหม่นี่เสร็จก่อน แล้วเธอค่อยกลับ ฉันจะรีบดู ไม่ทำให้เธอเสียเวลาหรอก”

ไลย่ารับเห็ดมาและหยิบออกมากินอย่างใจจดใจจ่อ พลางยิ้ม:

“ฉันไม่รีบ ค่อยๆ ดูเถอะ ถ้าเธอยังจัดการเจ้าคนใช้พลังสลายอีเธอร์นั่นไม่ได้ ก็แค่ลากตัวมันมา เดี๋ยวฉันหาคนไปสั่งสอนให้ แค่จ่ายมาเป็นเห็ดเกรดตัวอย่างสักห้ากิโลกรัมก็พอ”

เถื่อนได้ใจจริงๆ

ลี่นั่วปฏิเสธอย่างสุภาพปนกระอักกระอ่วน เขาหันไปพูดคุยเรื่องการค้าบุหรี่กับไลย่าพลางอ่านคู่มือภาพประกอบไปด้วย

ราคาหน้าร้านสำหรับบุหรี่ครามม์เกรดพรีเมียมอยู่ที่สองร้อยบัตรปันส่วนต่อกล่อง โดยมีสิบมวนต่อกล่อง ซึ่งแปลว่ามวนละยี่ยี่สิบบัตรปันส่วน

บุหรี่ที่เคาน์เตอร์ขายหมดเกลี้ยงและขาดตลาดอยู่เสมอ ดังนั้นคนทั่วไปจึงทำได้แค่ซื้อจากแผงบุหรี่เอกชนในราคามวนละยี่สิบห้าบัตรปันส่วน

แผงลอยเหล่านี้รับซื้อบุหรี่คืนในราคามวนละยี่สิบสองบัตรปันส่วน รับซื้อไม่อั้นและจ่ายเงินทันที

และด้วยเหตุนี้ ลี่นั่วและไลย่าจึงตกลงกันว่า:

เริ่มตั้งแต่การซื้อขายครั้งต่อไป ทั้งสองฝ่ายจะชำระค่าสินค้ากันด้วยบุหรี่เกรดพรีเมียม โดยแลกเปลี่ยนบุหรี่หนึ่งมวนต่อเห็ดทุกๆ สองกิโลกรัม ส่วนที่เหลือให้จ่ายเป็นบัตรปันส่วน

ทั้งสองจึงบรรลุข้อตกลงทางการค้าที่น่าพอใจด้วยกันทั้งคู่

ลี่นั่วกลับบ้านพร้อมกับตัวอย่างเชื้อราและบัตรปันส่วนที่ไลย่าให้มา

เพื่อให้บรรลุเป้าหมายการซื้อบ้านโดยเร็ว เขาจึงเพิ่มปริมาณเห็ดสำหรับการซื้อขายครั้งต่อไปเป็นแปดสิบกิโลกรัม

หลังจากหักต้นทุนการเพาะปลูกแล้ว จำนวนบัตรปันส่วนที่เขาจะได้รับในคืนมะรืนก็น่าจะเพียงพอสำหรับจ่ายเงินดาวน์ค่าบ้านแล้ว

แน่นอนว่า สิ่งที่สำคัญที่สุดในตอนนี้คือการต่อสู้กับความอันตรายถึงตายของสารเสริมความแข็งแกร่ง

ทุกครั้งที่ถูกฉีดยา ลี่นั่วจะรู้สึกเหมือนนั่งอยู่บนกองไฟ กลัวว่าตัวเองจะตาเหลือกและจบชีวิตในฐานะผู้ข้ามมิติไปดื้อๆ

จบบทที่ ข้าผู้ปลูกเห็ดในวอร์แฮมเมอร์ตอนที่23

คัดลอกลิงก์แล้ว