เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 465 พลังปราณชั่วร้ายล้นทะลัก

บทที่ 465 พลังปราณชั่วร้ายล้นทะลัก

บทที่ 465 พลังปราณชั่วร้ายล้นทะลัก


บทที่ 465 พลังปราณชั่วร้ายล้นทะลัก

ฉื่อหยานอยู่ในระดับนภา ดังนั้นข้อบกพร่องบางอย่างจึงมีอยู่ในจิตสำนึกวิญญาณและวิญญาณ หากไร้ซึ่งความช่วยเหลือของเปลวไฟกลืนกินเก้าวิญญานที่อยู่ในวิญญานหลักของเขา  ด้วยการโจมตีทางวิญญานของนักรบระดับพระเจ้า ห้วงจิตสำนึกของเขาคงจะระเบิดและวิญญานหลักคงจะถูกทำลายไปแล้ว

อย่างไรก็ตาม เปลวไฟกลืนกินเก้าวิญญานก็ได้ชดเชยปมด้อยนี้

เปลวไฟของเปลวไฟกลืนกินเก้าวิญญานนั้นสามารถเผาพลังวิญญานทุกอย่างที่บุกเข้ามาในห้วงจิตสำนึกได้  เขาไม่มีทางได้รับบาดเจ็บทางวิญญานแน่นอนตราบเท่าที่เปลวไฟกลืนกินเก้าวิญญานปลดปล่อยเปลวไฟออกมา

เขามั่นใจเป็นอย่างมากที่จะเสี่ยงชีวิตกับนักรบระดับพระเจ้า เพราะเขาไม่หวาดกลัวการโจมตีทางวิญญาน

เสินตู่เจี่ยและจั่วเยว่เฟิงนั้นได้ประเมินเขาต่ำเกินไป พวกเขาไม่รู้ว่าในวิญญานหลักของเขานั้นมีเปลวไฟกลืนกินเก้าวิญญานอยู่ ดังนั้นพวกเขาจึงรีบร่วมมือกันส่งจิตสำนึกวิญญานโจมตีไปที่เขา และตอนนี้จิตสำนึกวิญญาณของพวกเขา ก็ได้รับบาดเจ็บ การที่วิญญานได้รับบาดเจ็บนักรบจะไม่สามารถฟื้นคืนพลังปราณลึกลับจากกลิ่นอานสวรรค์ได้

เสินตู่เจียและจั่วเยว่เฟิงก็กระอีกเลือดออกมา พวกเขามองฉื่อหยานด้วยใบหน้าซีดเซียว ซึ่งเต็มไปด้วยความหวาดกลัวและไม่พอใจ

ภายในป้อมหินเงิน หยินหุ้ยและอาวุโสกู่จากในป้อมปราการหินเงินสีหน้าพวกเขาก็เปลี่ยนไป พวกเขามองกันอย่างุนงง ตามที่พวกเขาจะได้เห็นฉากที่เกิดขึ้น วิญญาณของฉื่อหยานถูกโจมตีโดย เสินตู่เจี่ยและจั่วเยว่เฟิง ที่ควรจะเป็นคือวิญญานของฉื่อหยานต้องถูกทำลาย แต่นี่กลับไม่เป็นเช่นนั้น พวกเขาลองคิดกับตัวเอง ถ้าเป็นพวกเขาที่โดนกานโจมตีทางวิญญานเช่นนั้น พวกเขาคงได้รับบาดเจ็บโดยไม่ยาก และไม่ต้องพูดถึงการตอบโต้กลับเลย

แต่ ฉื่อหยานกลับไม่เป็นไรและยังตอบโต้กลับได้อีก

นักรบระดับนภาสามารถทำลายการโจมตีทางวิญญานของนักรบระดับพระเจ้าที่ใช้วิชาวิญญานที่แข็งแกร่งได้ และยังสร้างความเสียหายให้กับวิญญานของพวกเขาอย่างรุนแรง เหตุการณ์นี้ทำให้หยินหุ้ยและอาวุโสกู่งุนงง พวกเขาได้เห็นทุกสิ่งอย่างชัดเจน เมื่อพวกเขามองที่ฉื่อหยาน , สีหน้าของพวกเขาก็กลายเป็นจริงจังมากขึ้น พวกเขาไม่รู้เลยว่าพลังของชายหนุ่มคนนี้จะสามารถสั่นสะเทือนโลกได้เช่นนี้

" ไป ! "

เมื่อนักรบระดับวิญญานทั้งสองได้รับบาดเจ็บ ใบหน้าของฉื่อหยาน ก็นิ่งสงบ เขาตะโกนออกมาอย่างเรียบเฉย

ราชาแมลงอสูร และตัวไหมทองคำที่อยู่บนไหล่ของเขาก็พุ่งออกไป พุ่งไปยังยั่วเจว่เฟิงและเสินตู่เจี่ยอย่างกราดเกรี้ยว

เมื่อราชาแมลงอสูรพุ่งออกไปอย่างกราดเกรี้ยว อย่างไม่น่าเชื่อ พลังที่รุนแรงก็เพื่อมออกมาจากร่างของมัน ซัดไปที่จั่วเยว่เฟิงและเสินตู่เจี่ยเหมือนกับคลื่น ตัวไหมสีทองเปล่งประกายแสงสีทองออกมา หลังจากที่มันได้ดูดซับโลหิตอมตะ มันก็ได้แข็งแกร่งขึ้น ตอนนี้มันปล่อยเส้นสายทีทองที่เล็กและแหลมเหมือนกับเข็มที่สามารถเจาะทะลวงได้ทุกการป้อมกันออกมา . เมื่อราชาแมลงอสูรและตัวไหมทองคำเปิดการโจมตี เสินตู่เจีย และ จั่วเยว่เฟิงสีหน้าก็ยิ่งกลายเป็นมืดมน

ในช่วงเวลานี้ พวกเขาก็ได้รู้แล้วว่า ฉื่อหยานมีสัตว์อสูรระดับแปด ราชาแมลงอสูรกลืนกินและสัตว์อสูรที่สามารถทำลายได้ทุกการป้องกัน ตัวไหมทองคำ

พวกเขาได้รู้อีกว่าการที่รอฉื่อหยานอยู่ที่นอกป้อมปราการหินเงินเป็นการตัดสินใจที่ผิดพลาด

แต่มันไม่ทันแล้วที่พวกเขาจะหยุดกลางคัน เมื่อเห็นราชาแมลงอสูรและเส้นไหมทองคำโจมตีราวกับพายุ พวกเขารวบรวมสมาธิทั้งหมดของเขาเพื่อรับมือกับการโ๗มตี

เสินตู่เจีย นั้นเป็นอาวุโสของพระราชวังจิตวิญญานต่อสู้ เขาได้เรียนรู้วิชาวิญญานมากมายจากหยางอี้เทียน . การโจมตีทางวิญญานของราชาแมลงอสูรยังไม่ทันเข้าใกล้เขา รูม่านตาของเขาหดลงและมีแสงสีเขี่ยวอ่อนพุ่งออกมาจากดวงตาของเขา

ในลำแสงสีเขียว ผู้คนสามารถมองเห็นภาพลวงตาเป็นแม่น้ำและภูเขาสีเขียวได้จางๆ มันให้ความรู้สึกผ่อนคลาย นี้คือวิชาบางส่วนของพระราชวังจิตวิญญานต่อสู้ที่ทำให้ผู้คนสูญเสียสติได้เพียงแค่มองฉากแม่น้ำและภูเขาและรู้สึกจมไปกับมัน

ภาพลวงตาในแสงสีเขียวก็ปรากฏภาพซ้อนเป็นฉากต่างๆขึ้น มันเป็นสถานที่ที่ร่มรื่นสวยงาม กลิ่นอายวิญญานที่ออกมาจากมันทำให้คนรู้สึกเหมือนพวกเขากำลังใช้ชีวิจอย่างสบายและต้องการจะอยู่ในฉากนี้ตลอดไป

หลังจากลำแสงสีเขียวพุ่งออกมา  การโจมตีจากราชาแมลงอสูร ก็หยุดแล้วกระจัดกระจายเหมือนสายฝน ไม่สามารถทำอะไรวิญญานของจั่วเยว่เฟิงและเสินตู่เจียได้เลย

อย่างเงียบๆจิตสำนึกวิญญานยังคงถูกส่งออกไป พุ่งผ่านราชาแมลงอสูรและตัวไหมทองคำโจมตีไปที่ฉื่อหยาน

คราวนี้ เสินตู่เจีย ได้ลงมืออย่างรอบคอบ เขาไม่กล้าให้วิชาวิญญานโจมตีไปยังห้วงจิตำสนึกของฉื่อหยานโดยตรง เขาเพียงแค่ปล่อยแก่นแท้เจตจำนงครอบคลุม ฉื่อหยาน แม้ว่าพลังของมันจะไม่รุนแรงแต่มันสามารถทำให้ห้วงจิตสำนึกรู้สึกสงบและอยู่นิ่ง มันสามารถป้องกันไม่ให้การโจมตีของเขาถูกเผาโดยเปลวไฟกลืนกินเก้าวิญญานได้

แก่นแท้เจตจำนงที่สงบสามารถทำให้ผู้คนที่สัมพัสต้องการจะพักผ่อน แม้ว่าจะไม่ใช่พลังที่รุนแรง แต่มันก็สามารถทำให้ฉื่อหยานรู้สึกอ่อนแรง

จิตวิญญาณแห่งต่อสู้ของเขาได้รับผลกระทบจากแก่นแท้เจตจำนงนี้ ฉื่อหยานก็สงบลง ราวกับว่าการต่อสู้ครั้งนี้ไร้ซึ่งความตื่นเต้นใดๆ และเขาก็อยากจะจากไป

ทันทีที่เขาก็รู้ได้ว่าวิญญาณของเขาได้รับผลกระทบจากแก่นแท้เจตจำนงของเสินตู่เจีย นักรบระดับพระเจ้านั้นมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับท้องฟ้าและผืนดินลึกซึ้งเป็นอย่างมาก . ถ้าฉื่อหยานไม่ตอบโต้อย่างระวัง เขาจะต้องพ่ายแพ่แน่นอน

" คุกน้ำแข็งเล้นลับ "! เขาตะโกนอยู่ในใจของเขา และได้ปลดปล่อยพลังปราณลึกลับที่ผสมกับเปลวเหมันเยือกแข็งออกมา ส่งความเย็นไปที่สมองของเขา

อารมณ์ผ่อนคลายที่อยู่ในจิตใจของเขา เมื่อถูกความเย็น มันก็ช่วยไม่ได้ที่นจะสั่นสะท้าน ทันทีมันก็ช่วยฟื้นคืนสติของเขา จิตวิญญาณแห่งการต่อสู้ที่น่าสะพรึงกลัวที่หายไปก่อนหน้านี้ก็ทะลักออกมาอีกครั้ง

เมื่อจิตวิญญาณแห่งการต่อสู้ถูกกระตุ้นออกมาอีกครั้ง พลังของเขาก็ไหลเข้าไปในดาบยักษ์ลึกลับ ดวงตาสีแดงเลือด ก็เปิดขึ้นทีละดวง เมื่อใดก็ตามที่ดวงตาเปิดขึ้นใหม่ กลิ่นอายที่โหดเหี้ยมและอำมหิตฆาตก็ทะลักออกมาจากดาบยักษ์ลึกลับอย่างหนาแน่น

เมื่อดวงตาบยดาบ สองสามดวงลืมขึ้น ฉื่อหยานก็เปิดใช้บ้าคลั่งนภาที่สาม ก่อนหน้านี้ เมื่อเขาอยู่อยู่ที่ดินแดนแปลกประหลาดลึกลับ เขาได้มีโอกาสตรวขสอบบ้าคลั่งนภาที่สาม  เมื่อพลังเชิงลบได้ซึมเข้าไปในเนื้อหนังของเขา เส้นเอ็น กระดูก และเส้นชีพจรในร่างกายของเขาทมั้งหมดก็ผสานหลอมรวมกัน เมื่อพลังงานเชิงลบได้หลอมรวมเข้ากับพลังของเขา เขาจะตกอยู่ในสภาวะบ้าคลั่งกระหายเลือด

ในขั้นนี้จะทำให้เขาตกอยู่ในสภาพเหมือนเช่นก่อน ดวงตาของเขาเป็นสีแดง และดูเหมือนว่าเขาจะไร้ซึ่งสติ ความต้องการทำลายทุกอย่างค่อยๆกระตุ้นขึ้นในจิตใจของเขา

บ้าคลั่งนภาที่สาม . . . . . . . พลังเชิงลบที่ชั่วร้ายก็ถูกกระตุ้นเพิ่มขึ้นอย่างมหาศาล มันพุ่งออกมาจากดวงตาของเขา ทำให้วิญญานของผู้ที่มองรู้สึกหวาดกลัว แต่ละจุดฝังเข็มของเขาระเบิดออกมาทันทีระหว่างที่ต่อสู้อยู่

ในสภาวะแปลกประหลาดนี้ ความปรารถนาของเขาถูกกระตุ้นอย่งารุนแรง พลังของร่างกายทั้งหมดของเขาเพิ่มขึ้นอย่างหนาแน่น กระตุ้นความปรารถนาในส่วนลึกของหัวใจของเขาออกมา และเขาจะไม่ประสบกับความเจ็ปวดและความเหน็ดเหนื่อยเมื่อยล้าใดๆจากกานต่อสู้ ในเวลาไม่นานนัก พลังของเขาก็พุ่งทะยานขึ้นทันที

พลังที่สามารถทำลายทั้งท้องฟ้าและแผ่นดินก็ทะลักออกมาจากฉื่อหยาน โดยมีเขาเป็นศูนย์กลาง น้ำทะเลรอบตัวเขาก็หมุนเกลียวเป็นสึนามิและน้ำวนขนาดใหญ่

" เป็นพลังที่น่ากลัวนัก !

หยินหุ้ยก็ตกใจ ใบหน้าของเขาก็เปลี่ยน และไม่สามารถช่วยได้ที่จะอุทานออกมา ขณะที่ดวงตาของเขาส่องประกาย

อาวุโสกู่ก็งง . เขาส่ายหัวตลอดเวลา" เด็กนี้มีพรสวรรค์โดดเด่นเป็นอย่างมาก กลิ่อนายที่แข็งแกร่งของเขาเทียบได้กับนภามี่สามระดับพระเจ้าเลย ! "

ดวงตาที่งดงามของไห่หลัวก็ส่องประกาย มือเล็กของนางเป็นกำแน่นและแกว่งไปมาด้วยความตื่นเต้น  . " เขาช่างดูดีนัก ! "

ชนเผ่าทั้งหมดที่อยู่รอบๆ พวกเขาก็ถอยเข้าไปในป้อมปราการหิน .   รักษาตัวเองห่างจาก ฉื่อหยานให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้

ฉาวจื่อหลาสีหน้ากลายเป็นเย็นชา นางต้องการจะทำอะไรบางอย่าง แต่ความรู้สึกของการสิ้นหวังก็ลุกขึ้นจากส่วนลึกของหัวใจนาง

ปีนั้น เมื่อพวกเขาอยู่ในดินแดนแห้งแล้งในหุบเหวสนามรบ  ฉื่อหยานนั้นอันตรายเป็นอย่างมาก เขาไม่ต่างจากตอนนี้เลย แต่ตอนนั้นฉาวจื่อหลานยังพอกล้าสู้กับเขาด้วยระดับการบ่มเพาะของนาง

แต่ตอนนี้ . . . . . . .

มองฉื่อหยานปลดปล่อยกลิ่นอายที่น่ากลัวออกมา นางก็ไม่สามารถทนได้ นางเพียงต้องการที่จะหนีไปและไม่คิดที่จะลงมือทำสิ่งใด

ในบ้าคลั่งนภาที่สาม พลังที่ทำให้ลักสั่นสะเทือนก็ไหลออกมาจากร่างกายของเขา  เขาเหยียดแขนชี้ดาบยักษ์ลึกลับ แล้วฟันมันลงมา ลำแสงสีแดงเหมือนริบบิ้นและกลิ่นอายแห่งการทำลาลล้างก็พุ่งออกไปและโจมตีจั่วเยว่เฟิงและเสินตู่เจีย

แก่นแท้เจตจำนงแห่งการทำลายล้างที่รุนแรงก็ ถูกปล่อยออกมาจากดาบยักษ์

เสินตู่เจียและจั่วเยว่เฟิงได้รับผลกระทบจากแก่นแท้เจตจำนงนี้โดยทันที ความคิดที่คาดไม่ถึงก็ปรากฏในจิตใจของพวกเขา . " ข้ากำลังจะตาย " ! เมื่อความคิดนี้เกิดขึ้น เสินตู่เจีย  และ จั่วเยว่เฟิงกลิ่นอายก็หายไป

เมื่อพวกเขารู้สึกว่าพ่ายแพ้ พวกเขาไม่สามารถกระตุ้นพลังในร่างกายของพวกเขาได้ ภายใต้การโจมตีของดาบยักษ์ลึกลับและสายตาที่จ้องมองของราชาแมลงอสูรและตัวไหมทอง

" หนีไป ! "

ซูเยี่ยฟงที่มีใบหน้าเย็นชาก็ตะโกนออกมา ร่างกายของเขาขยับอยู่ตลอดเวลา เกิดเป็นภาพมายาขึ้น ร่างกายที่แท้จริงของพวกเขาพุ่งไปที่ฉาวจื่อหลาน , จับนางแล้วกลายเป็นแสง หลบหนีไปยังสถานที่ห่างไกล

เสินตู่เจีย ไม่กล้ารอช้า เพียงพริบตาเดียว เขาก็มาที่จางหลี่ต้วน และจับเขาด้วยสีหน้าจริงจังและจากไปทันที

ก้านหลัยของดินแดนเพิ้งหลายศักดิ์สิทธิ์เมื่อเห็นสองนักรบระดับวิญญานหนีไป เขาก็ไม่กล้ายืนอยู่ แม้ว่าร่างกายของเขาจะได้รับบาดเจ็บ เขาก็ยังใช้เคล็ดวิชาต้องห้ามมุ่งไปที่พานโจวและพาหนีไปในพริบตา

เมื่อดาบยักษ์ถูกฟันลง  มันก็สามารถเฉือนไปได้นับพันลี้ แต่เขาก็หยุดลงและถอนพลังที่รุนแรงกลับมา

ฉื่อหยาน ก็แปลกใจ ใช้จิตสำนึกวิญญานของเขาส่งออกไป แล้วเขาก็ส่ายหน้า

จั่วเยว่เฟิงและเสินตู่เจียนั้นเป็นนักรบระดับพระเจ้า มันคงจะยากที่จะไล่ตามพวกเขาทัน เขาได้ปลดปล่อยจิตสำนึกวิญญานออกไป แต่ก็ไม่อาจรู้ได้ว่าพวกเขาอยู่ที่ใด นี้พิสูจน์แล้วว่า ระยะทางของพวกเขานั้นอยู่ห่างไกลออกไปเป็นอย่างมาก

เขาไม่สนใจไล่ตามพวกเขา  ถ้าเขาจะคงสภาวะตอนนี้ไว้ เขาจะต้องใช้พลังของเปลวเหมันเยือกแข็ง จิตวิญญานพระเจ้าศักดิ์สิทธิ์ และแกนเพลิง

อย่างไรก็ตาม จั่วเยว่เฟิงและเสินตู่เจียนั้นเป็นนักรบระดับพระเจ้า ถ้าเขาไล่ตามไปก็สามารถตามทันได้ แต่เขาจะต้องเสียพลังของรูปแบบชีวิตทั้งสามไปแน่นอน นี่ไม่ใช่สิ่งที่เขาอยากจะเห็น

เขาไม่ได้มาที่นี่เพื่อต่อสู้ ฉื่อหยานไม่ทำอะไรต่อ ตอนนี้เขาได้ตัดสินใจปล่อยไปก่อน แล้วค่อนคิดบัญชีที่หลัง

"ช่างเป็นผู้ชายที่น่าหวาดเกรงจริงๆ !"

หยินหุ้ยก็หัวเราะออกมา แล้วบินออกมาจากป้อมปราการหินเงิน " ข้าตัดสินใจแล้ว ข้าจะพาเจ้าไปยังสุสารมังกรยอดโบรารลึกลับเอง ! "

_______________________________________

ปัจจุบันเรื่องนี้แต่งไปจนถึงตอนที่ 1394 แล้วนะคะ มี 30 กลุ่ม แบ่งเป็นกลุ่มละ 50 ตอน หากสนใจอ่านติดตามได้ที่เพจด้านล่างเลยค่ะ

ติดตามข่าวสารต่าง ๆ ได้ที่เพจของเรา  >>GOS เทพเจ้าล่าสังหาร << ฝากกดไลท์กดแชร์เพื่อเป็นกำลังใจให้ผู้แปลด้วยครับ

จบบทที่ บทที่ 465 พลังปราณชั่วร้ายล้นทะลัก

คัดลอกลิงก์แล้ว